GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Condividere
1 MICHELIN Star

ItalyCondividere · คอนดีวีเดเร

Italian Contemporary, Creative · อาหารอิตาลีร่วมสมัย, อาหารเชิงสร้างสรรค์ — via Bologna 20/a, Turin, 10152, Italy

🎗️ [INTRO] Condividere เป็นห้องอาหารที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของตระกูล Lavazza ผู้เป็นเจ้าของบริษัทกาแฟระดับโลกกับเชฟ Ferran Adrià ผู้ก่อตั้งและนำพาห้องอาหาร El Bulli คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars จนตัวเขาได้รับการยกย่องให้เป็นเชฟระดับตำนานผู้พลิกโฉมศาสตร์แห่ง Cocina da Vanguardia และ Molecular Gastronomy การร่วมมือกันของทั้งคู่ก่อกำเนิดเป็นร้านอาหารที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งยังเป็นห้องหารเพียงไม่กี่แห่งในปัจจุบันที่ลูกค้าสามารถลิ้มลองเมนูระดับตำนานที่เคยใช้จัดเสิร์ฟที่ El Bulli ได้อีกด้วย

🎗️ [THE PLACE] Condividere เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2018 โดยมีทำเลทองอยู่ที่นคร Turin อันเป็นเมืองหลวงของแคว้น Piedmont ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของสำนักใหญ่บริษัทกาแฟระดับโลกอย่าง Lavazza ภายในออกแบบโดยนักออกแบบภายในชื่อดัง Dante Ferretti ให้มีบรรยากาศแบบแคชวลเป็นกันเอง เขาเลือกผสมผสานการตกแต่งสไตล์อุตสาหกรรมที่แสดงออกผ่านท่อและฟันเฟืองจัดวางเอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ลวดโลหะได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตสร้างลวดลายอันซับซ้อนที่มีกลิ่นอายของตะวันออกกลาง ผนังบางส่วนมีกราฟฟิติลายการ์ตูน อีกฝั่งมีนาฬิกาหลายเรือนสื่อถึงเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าทรงคุณค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21 ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารผ่านครัวเปิดขนาดใหญ่ หลังจากจบคอร์สอาหารคาวพนักงานจะเชิญลูกค้าเดินไปยังห้องอีกฝั่งหนึ่งเพื่อเสิร์ฟคอร์สของหวานอีกด้วย

🎗️ [THE CHEF] Ferran Adrià เกิดเมื่อ 14 พฤษภาคม 1962 ที่เมือง L’Hospitalet de Llobregat ใกล้เมือง Barcelona ประเทศสเปน เขาเริ่มต้นงานในครัวครั้งแรกในปี 1980 รับหน้าที่ล้างจานที่โรงแรม Hotel Playafels ระหว่างนั้นเขาเรียนรู้การทำอาหารสเปนดั้งเดิมก่อนจะย้ายไปทำงานเป็นเชฟในกองทัพที่เมือง Cartagena อยู่ 1 ปี ต่อมาในปี 1984 เขาย้ายมาร่วมงานกับ El Bulli ริมชายฝั่ง Costa Brava พร้อมกับพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef นำพาตัวร้านคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากตัวร้านปิดกิจการอย่างสมบูรณ์ในปี 2011 เชฟ Ferran Adrià ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เขายังก่อตั้ง El Bulli Foundation เพื่อส่งต่อความรู้และนวัตกรรมด้านอาหารต่อไป

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Ferran Adrià นำเสนออาหารออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยผสมผสานทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นของแคว้น Piedmont และวัตถุดิบจากฝั่งสเปนอีกบางส่วนเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกล่อมลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้สองรูปแบบคือ Menu Festival (120 €) นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านและ Menu Gran Festival (140 €) ซึ่งปริมาณคอร์สที่เยอะกว่านำเสนอเมนูใหม่ ๆ ที่ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล สำหรับหน้าที่การออกแบบอาหารเขาได้มอบหมายให้เชฟ Federico Zanasi เป็นผู้รับผิดชอบคิดค้นจานใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเมนูที่น่าสนใจได้แก่

✨ Katsu Sando Piedmontese

สุดยอดเมนูระดับพระกาฬที่แฝงความซับซ้อนเอาไว้ภายใต้หน้าตาที่ดูเรียบง่ายคือเมนูที่เชฟตีความ Katsu Sando ของประเทศญี่ปุ่นออกมาในสไตล์ Piedmont ได้อย่างสง่างาม เขาแทนที่เนื้อหมูแบบดั้งเดิมด้วยเนื้อวัว Fassona เตรียมมาได้เนื้อสัมผัสพอเหมาะพอดีไร้ที่ติ รอบ ๆ คือซอสกิมจิและซอสที่ผสมผสานมัสตาร์ดและแอนโชวี่เข้าด้วยกัน ชิ้นเนื้อเคี้ยวง่ายและสามารถละลายไปพร้อม ๆ กันกับ Salted Meringue ชั้นนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์ (18/20)

✨ “Burro e oro” style gnocchi

คอร์สนี้คือมะเขือเทศที่เชฟใช้เทคนิคการเตรียมมะเขือให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายกันกับ Gnocchi โดยใช้ Kuzu แทนที่การใช้แป้ง ไข่ หรือมันฝรั่งได้แบบดั้งเดิม เชฟเสิร์ฟมากับซอส Burro e Oro ที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Emilia-Romagna มีรสชาติเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศเข้ากันกับความละมุนของเนย หลังจากนั้นให้ใช้ขนมปังทำ Scarpetta หรือปาดซอสชิมจนหมด (18/20)

✨ Tuna belly… roman satimbocca style

เชฟเลือกใช้เมนูยอดนิยมจากแถบตอนกลางของประเทศอิตาลีอย่าง Satimbocca alla Romana แต่เปลี่ยนจากเนื้อหมูมาเป็นส่วนท้องของปลาทูน่าแทน ด้านล่างคือซอส Roasted Hazelnut Butter ให้ความหอมมัน ด้านบนท็อปด้วย Joselito Ham ให้กลิ่นหอมและมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับความสู้ฟันเบา ๆ ของปลาทูน่าได้อย่างลงตัว จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะราดซอสรสชาติเข้มข้นที่เตรียมมาจากใบ Sage และเชอร์รี่จากประเทศสเปนลงไปอีกทีหนึ่ง (17/20)

🎗️ [WHY GO] สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารเชิงสร้างสรรค์ของเชฟระดับตำนานที่ผสมผสานตัวตนของเขาเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศอิตาลีได้อย่างกลมกล่อม Condividere จัดเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่เดินทางมายังภูมิภาค Piedmont ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาจับต้องได้ ทางร้านเปิดระบบให้จองแบบเดือนต่อเดือน อย่าลืมทำการจองทันทีในวันแรกที่ตัวร้านเปิดระบบเนื่องจากโต๊ะทั้งหมดมักถูกจองเต็มภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 38 รูป

🇮🇹 Condividere - คอนดีวีเดเร🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Italian Contemporary, Creative - อาหารอิตาลีร่วมสมัย, อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Ferran Adrià - เชฟเฟร์รัน อาเดรีย
รูปที่ 1
🇮🇹 Condividere - คอนดีวีเดเร🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Italian Contemporary, Creative - อาหารอิตาลีร่วมสมัย, อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Ferran Adrià - เชฟเฟร์รัน อาเดรีย
🎗️ [INTRO] Condividere เป็นห้องอาหารที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของตระกูล Lavazza ผู้เป็นเจ้าของบริษัทกาแฟระดับโลกกับเชฟ Ferran Adrià ผู้ก่อตั้งและนำพาห้องอาหาร El Bulli คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars จนตัวเขาได้รับการยกย่องให้เป็นเชฟระดับตำนานผู้พลิกโฉมศาสตร์แห่ง Cocina da Vanguardia และ Molecular Gastronomy การร่วมมือกันของทั้งคู่ก่อกำเนิดเป็นร้านอาหารที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งยังเป็นห้องหารเพียงไม่กี่แห่งในปัจจุบันที่ลูกค้าสามารถลิ้มลองเมนูระดับตำนานที่เคยใช้จัดเสิร์ฟที่ El Bulli ได้อีกด้วย
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] Condividere เป็นห้องอาหารที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของตระกูล Lavazza ผู้เป็นเจ้าของบริษัทกาแฟระดับโลกกับเชฟ Ferran Adrià ผู้ก่อตั้งและนำพาห้องอาหาร El Bulli คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars จนตัวเขาได้รับการยกย่องให้เป็นเชฟระดับตำนานผู้พลิกโฉมศาสตร์แห่ง Cocina da Vanguardia และ Molecular Gastronomy การร่วมมือกันของทั้งคู่ก่อกำเนิดเป็นร้านอาหารที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งยังเป็นห้องหารเพียงไม่กี่แห่งในปัจจุบันที่ลูกค้าสามารถลิ้มลองเมนูระดับตำนานที่เคยใช้จัดเสิร์ฟที่ El Bulli ได้อีกด้วย
Spherical olive “El Bulli”ของว่างเรียกน้ำย่อยระดับตำนานจานแรกคือ Spherical olive “El Bulli” ที่เชฟ Ferran Adrià เคยรังสรรค์เอาไว้โดยใช้กระบวนการ Reverse Spherification ในปี 2005 อโรมาของมะกอกหอมโดดเด่นบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้อย่างไร้ที่ติ (16/20)
รูปที่ 3
Spherical olive “El Bulli”ของว่างเรียกน้ำย่อยระดับตำนานจานแรกคือ Spherical olive “El Bulli” ที่เชฟ Ferran Adrià เคยรังสรรค์เอาไว้โดยใช้กระบวนการ Reverse Spherification ในปี 2005 อโรมาของมะกอกหอมโดดเด่นบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้อย่างไร้ที่ติ (16/20)
Parmigiano ice-cream “Bob Noto”เมนูที่อุทิศให้กับ Bob Noto นักชิมและนักวิจารย์อาหารชื่อดังผู้ล่วงลับชาว Turin คือแผ่นแคร็กเกอร์กรอบที่ตรงกลางเป็นไอศกรีมชีส Parmigiano หอมละมุน นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยวที่ได้จากแยมเลมอนอยู่ด้วย (16/20)
รูปที่ 4
Parmigiano ice-cream “Bob Noto”เมนูที่อุทิศให้กับ Bob Noto นักชิมและนักวิจารย์อาหารชื่อดังผู้ล่วงลับชาว Turin คือแผ่นแคร็กเกอร์กรอบที่ตรงกลางเป็นไอศกรีมชีส Parmigiano หอมละมุน นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยวที่ได้จากแยมเลมอนอยู่ด้วย (16/20)
Neapolitan Takoyakiปิดท้ายด้วยทาโกยากิสไตล์ Neapolitan โดยเชฟเปลี่ยนองค์ประกอบอื่น ๆ นอกจากแป้งมาเป็น Neapolitan Ragù จากนั้นท็อปด้านบนด้วยชีสนมแพะ (17/20)
รูปที่ 5
Neapolitan Takoyakiปิดท้ายด้วยทาโกยากิสไตล์ Neapolitan โดยเชฟเปลี่ยนองค์ประกอบอื่น ๆ นอกจากแป้งมาเป็น Neapolitan Ragù จากนั้นท็อปด้านบนด้วยชีสนมแพะ (17/20)
Katsu Sando Piedmonteseสุดยอดเมนูระดับพระกาฬที่แฝงความซับซ้อนเอาไว้ภายใต้หน้าตาที่ดูเรียบง่ายคือเมนูที่เชฟตีความ Katsu Sando ของประเทศญี่ปุ่นออกมาในสไตล์ Piedmont ได้อย่างสง่างาม เขาแทนที่เนื้อหมูแบบดั้งเดิมด้วยเนื้อวัว Fassona เตรียมมาได้เนื้อสัมผัสพอเหมาะพอดีไร้ที่ติ รอบ ๆ คือซอสกิมจิและซอสที่ผสมผสานมัสตาร์ดและแอนโชวี่เข้าด้วยกัน ชิ้นเนื้อเคี้ยวง่ายและสามารถละลายไปพร้อม ๆ กันกับ Salted Meringue ชั้นนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์ (18/20)
รูปที่ 6
Katsu Sando Piedmonteseสุดยอดเมนูระดับพระกาฬที่แฝงความซับซ้อนเอาไว้ภายใต้หน้าตาที่ดูเรียบง่ายคือเมนูที่เชฟตีความ Katsu Sando ของประเทศญี่ปุ่นออกมาในสไตล์ Piedmont ได้อย่างสง่างาม เขาแทนที่เนื้อหมูแบบดั้งเดิมด้วยเนื้อวัว Fassona เตรียมมาได้เนื้อสัมผัสพอเหมาะพอดีไร้ที่ติ รอบ ๆ คือซอสกิมจิและซอสที่ผสมผสานมัสตาร์ดและแอนโชวี่เข้าด้วยกัน ชิ้นเนื้อเคี้ยวง่ายและสามารถละลายไปพร้อม ๆ กันกับ Salted Meringue ชั้นนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์ (18/20)
Mondialito with raw tuna tartare and sea urchinsคอร์สนี้คือเชฟตีความ Mondialito สไตล์สเปนเสียใหม่โดยใช้ขนมปังทอดสอดไส้ส่วนท้องของปลาทูน่าเสิร์ฟมาเป็น Tartare ด้านบนคืออูนิช่วยสร้างความสดชื่นให้กับจานได้ดี (15/20)
รูปที่ 7
Mondialito with raw tuna tartare and sea urchinsคอร์สนี้คือเชฟตีความ Mondialito สไตล์สเปนเสียใหม่โดยใช้ขนมปังทอดสอดไส้ส่วนท้องของปลาทูน่าเสิร์ฟมาเป็น Tartare ด้านบนคืออูนิช่วยสร้างความสดชื่นให้กับจานได้ดี (15/20)
Oyster with herbs and vinaigrette -196°Cหอยนางรมหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ รอบ ๆ คือซอสที่ใช้สมุนไพรบางชนิดของแกงเขียวหวานไทยช่วยเรียกความสดชื่นโดยเชฟตั้งใจใส่เพียงพริกไทยจากทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีลงไปเพื่อไม่ให้มีรสชาติจัดจ้านมากนัก ด้านบนคือ Vinaigrette ที่เตรียมมาจากโปรตีนของหอยนางรมเองโดยอาศัยไนโตรเจนเหลวที่มีอุณหภูมิ -196°C (17/20)
รูปที่ 8
Oyster with herbs and vinaigrette -196°Cหอยนางรมหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ รอบ ๆ คือซอสที่ใช้สมุนไพรบางชนิดของแกงเขียวหวานไทยช่วยเรียกความสดชื่นโดยเชฟตั้งใจใส่เพียงพริกไทยจากทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีลงไปเพื่อไม่ให้มีรสชาติจัดจ้านมากนัก ด้านบนคือ Vinaigrette ที่เตรียมมาจากโปรตีนของหอยนางรมเองโดยอาศัยไนโตรเจนเหลวที่มีอุณหภูมิ -196°C (17/20)
Patisson zucchini cooked in mozzarella sauce, basil and oliveซูคินีที่ต้มให้สุกในน้ำชีสมอซซาเรลล่าโดยเชฟเอาส่วนที่เป็นเคิร์ดออกไปแล้วคัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมาใช้ต้มจนสร้างความหอมละมุน จากนั้นตัดด้วยความฉุนของเบซิลและชิ้นมะกอก (17/20)
รูปที่ 9
Patisson zucchini cooked in mozzarella sauce, basil and oliveซูคินีที่ต้มให้สุกในน้ำชีสมอซซาเรลล่าโดยเชฟเอาส่วนที่เป็นเคิร์ดออกไปแล้วคัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมาใช้ต้มจนสร้างความหอมละมุน จากนั้นตัดด้วยความฉุนของเบซิลและชิ้นมะกอก (17/20)
Patisson zucchini cooked in mozzarella sauce, basil and oliveซูคินีที่ต้มให้สุกในน้ำชีสมอซซาเรลล่าโดยเชฟเอาส่วนที่เป็นเคิร์ดออกไปแล้วคัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมาใช้ต้มจนสร้างความหอมละมุน จากนั้นตัดด้วยความฉุนของเบซิลและชิ้นมะกอก (17/20)
รูปที่ 10
Patisson zucchini cooked in mozzarella sauce, basil and oliveซูคินีที่ต้มให้สุกในน้ำชีสมอซซาเรลล่าโดยเชฟเอาส่วนที่เป็นเคิร์ดออกไปแล้วคัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมาใช้ต้มจนสร้างความหอมละมุน จากนั้นตัดด้วยความฉุนของเบซิลและชิ้นมะกอก (17/20)
Shellfish SalpiconSalpicon เป็นเมนูสไตล์สเปนโดยเชฟเสิร์ฟเนื้อกุ้ง Astice และกุ้ง Mazzancolla มาควบคู่กับผักที่เตรียมมาในสไตล์ alla Piedmontese ให้รสหวานธรรมชาติ ด้านบนคือโฟมเบา ๆ ที่เตรียมมาจากหัวหอมหมักนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 11
Shellfish SalpiconSalpicon เป็นเมนูสไตล์สเปนโดยเชฟเสิร์ฟเนื้อกุ้ง Astice และกุ้ง Mazzancolla มาควบคู่กับผักที่เตรียมมาในสไตล์ alla Piedmontese ให้รสหวานธรรมชาติ ด้านบนคือโฟมเบา ๆ ที่เตรียมมาจากหัวหอมหมักนั่นเอง (16/20)
คั่นกลางด้วยขนมปังสำหรับใช้ปาดซอสได้
รูปที่ 12
คั่นกลางด้วยขนมปังสำหรับใช้ปาดซอสได้
Morel mushrooms, celeriac cream and roasted chickenเห็ดมอเรลยัดไส้ตรงกลางเป็นไก่ย่างและมันฝรั่ง รอบ ๆ คือมูสที่เตรียมมาจาก Caleriac รวมไปถึงซอสรสชาติเข้มข้น ด้านบนคือโฟมที่เตรียมมาจากเนื้อไก่และมันฝรั่ง (16/20)
รูปที่ 13
Morel mushrooms, celeriac cream and roasted chickenเห็ดมอเรลยัดไส้ตรงกลางเป็นไก่ย่างและมันฝรั่ง รอบ ๆ คือมูสที่เตรียมมาจาก Caleriac รวมไปถึงซอสรสชาติเข้มข้น ด้านบนคือโฟมที่เตรียมมาจากเนื้อไก่และมันฝรั่ง (16/20)
Morel mushrooms, celeriac cream and roasted chickenเห็ดมอเรลยัดไส้ตรงกลางเป็นไก่ย่างและมันฝรั่ง รอบ ๆ คือมูสที่เตรียมมาจาก Caleriac รวมไปถึงซอสรสชาติเข้มข้น ด้านบนคือโฟมที่เตรียมมาจากเนื้อไก่และมันฝรั่ง (16/20)
รูปที่ 14
Morel mushrooms, celeriac cream and roasted chickenเห็ดมอเรลยัดไส้ตรงกลางเป็นไก่ย่างและมันฝรั่ง รอบ ๆ คือมูสที่เตรียมมาจาก Caleriac รวมไปถึงซอสรสชาติเข้มข้น ด้านบนคือโฟมที่เตรียมมาจากเนื้อไก่และมันฝรั่ง (16/20)
ElBulli Tortilla (20 €)เมนูพิเศษระดับตำนานที่เชฟ Ferran Adrià คิดค้นเอาไว้ที่ห้องอาหาร elBulli ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 โดยใช้เทคนิคการ Deconstruction แต่ละองค์ประกอบของ Tortilla ไม่ว่าจะเป็นแยมหัวหอมแดง, ซอสไข่, โฟมมันฝรั่งเนื้อเนียน และสุดท้ายคือ Alba White Truffle ที่กำลัง In Season อยู่ในช่วงที่เราแวะไปชิม (16/20)
รูปที่ 15
ElBulli Tortilla (20 €)เมนูพิเศษระดับตำนานที่เชฟ Ferran Adrià คิดค้นเอาไว้ที่ห้องอาหาร elBulli ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 โดยใช้เทคนิคการ Deconstruction แต่ละองค์ประกอบของ Tortilla ไม่ว่าจะเป็นแยมหัวหอมแดง, ซอสไข่, โฟมมันฝรั่งเนื้อเนียน และสุดท้ายคือ Alba White Truffle ที่กำลัง In Season อยู่ในช่วงที่เราแวะไปชิม (16/20)
“Burro e oro” style gnocchiคอร์สนี้คือมะเขือเทศที่เชฟใช้เทคนิคการเตรียมมะเขือให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายกันกับ Gnocchi โดยใช้ Kuzu แทนที่การใช้แป้ง ไข่ หรือมันฝรั่งได้แบบดั้งเดิม เชฟเสิร์ฟมากับซอส Burro e Oro ที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Emilia-Romagna มีรสชาติเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศเข้ากันกับความละมุนของเนย หลังจากนั้นให้ใช้ขนมปังทำ Scarpetta หรือปาดซอสชิมจนหมด (18/20)
รูปที่ 16
“Burro e oro” style gnocchiคอร์สนี้คือมะเขือเทศที่เชฟใช้เทคนิคการเตรียมมะเขือให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายกันกับ Gnocchi โดยใช้ Kuzu แทนที่การใช้แป้ง ไข่ หรือมันฝรั่งได้แบบดั้งเดิม เชฟเสิร์ฟมากับซอส Burro e Oro ที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Emilia-Romagna มีรสชาติเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศเข้ากันกับความละมุนของเนย หลังจากนั้นให้ใช้ขนมปังทำ Scarpetta หรือปาดซอสชิมจนหมด (18/20)
Spaghetti, smoked cuttlefish ink sauce and wood sorrelพาสต้าเส้นสปาเก็ตตี้เสิร์ฟมากับซอสหมึกดำรมควันหอมกรุ่น ด้านบนคือใบ Wood Sorrel ให้ความฉุนและอโรม่าเฉพาะตัว นอกจากนี้เชฟยังโรยผงที่เตรียมมาจาก Black Lemon ซึ่งผ่านกระบวนการจนไหม้เพื่อจะนำมาทำเป็นผงนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 17
Spaghetti, smoked cuttlefish ink sauce and wood sorrelพาสต้าเส้นสปาเก็ตตี้เสิร์ฟมากับซอสหมึกดำรมควันหอมกรุ่น ด้านบนคือใบ Wood Sorrel ให้ความฉุนและอโรม่าเฉพาะตัว นอกจากนี้เชฟยังโรยผงที่เตรียมมาจาก Black Lemon ซึ่งผ่านกระบวนการจนไหม้เพื่อจะนำมาทำเป็นผงนั่นเอง (16/20)
Risoni and eel… arroz styleถาดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ปกติจะใช้ในการเสิร์ฟข้าวสไตล์สเปนแต่ในที่นี้เชฟเลือกใช้พาสต้า Risoni ปรุงให้สุก 2 ครั้งเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่กรอบเหมือนความ Socarrat ของข้าว ในจานยังมีซอส Aioli และเนื้อปลาไหลที่ปรุงให้สุกด้วยไฟจนมีความหอมโดดเด่น นอกจากนี้ยังมีความอุมามิที่ได้จาก Katsuobushi อีกด้วย (17/20)
รูปที่ 18
Risoni and eel… arroz styleถาดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ปกติจะใช้ในการเสิร์ฟข้าวสไตล์สเปนแต่ในที่นี้เชฟเลือกใช้พาสต้า Risoni ปรุงให้สุก 2 ครั้งเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่กรอบเหมือนความ Socarrat ของข้าว ในจานยังมีซอส Aioli และเนื้อปลาไหลที่ปรุงให้สุกด้วยไฟจนมีความหอมโดดเด่น นอกจากนี้ยังมีความอุมามิที่ได้จาก Katsuobushi อีกด้วย (17/20)
Tuna belly… roman satimbocca styleเชฟเลือกใช้เมนูยอดนิยมจากแถบตอนกลางของประเทศอิตาลีอย่าง Satimbocca alla Romana แต่เปลี่ยนจากเนื้อหมูมาเป็นส่วนท้องของปลาทูน่าแทน ด้านล่างคือซอส Roasted Hazelnut Butter ให้ความหอมมัน ด้านบนท็อปด้วย Joselito Ham ให้กลิ่นหอมและมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับความสู้ฟันเบา ๆ ของปลาทูน่าได้อย่างลงตัว จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะราดซอสรสชาติเข้มข้นที่เตรียมมาจากใบ Sage และเชอร์รี่จากประเทศสเปนลงไปอีกทีหนึ่ง (17/20)
รูปที่ 19
Tuna belly… roman satimbocca styleเชฟเลือกใช้เมนูยอดนิยมจากแถบตอนกลางของประเทศอิตาลีอย่าง Satimbocca alla Romana แต่เปลี่ยนจากเนื้อหมูมาเป็นส่วนท้องของปลาทูน่าแทน ด้านล่างคือซอส Roasted Hazelnut Butter ให้ความหอมมัน ด้านบนท็อปด้วย Joselito Ham ให้กลิ่นหอมและมิติทางเนื้อสัมผัสตัดกันกับความสู้ฟันเบา ๆ ของปลาทูน่าได้อย่างลงตัว จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะราดซอสรสชาติเข้มข้นที่เตรียมมาจากใบ Sage และเชอร์รี่จากประเทศสเปนลงไปอีกทีหนึ่ง (17/20)
DESSERTS FESTIVALของหวานจานแรกคือ Crêpes Suzette ที่ปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใช้ Italian Meringue ที่ผ่านการ Flambeed จนผิวชั้นนอกไหม้และหอม ด้านในคือครัมเบิ้ล ครีม รวมไปถึงส้มที่จะละลายไปพร้อม ๆ กันกับเมอแรงก์ (16/20)
รูปที่ 20
DESSERTS FESTIVALของหวานจานแรกคือ Crêpes Suzette ที่ปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใช้ Italian Meringue ที่ผ่านการ Flambeed จนผิวชั้นนอกไหม้และหอม ด้านในคือครัมเบิ้ล ครีม รวมไปถึงส้มที่จะละลายไปพร้อม ๆ กันกับเมอแรงก์ (16/20)
DESSERTS FESTIVALขนมหวานจานพิเศษ
รูปที่ 21
DESSERTS FESTIVALขนมหวานจานพิเศษ
DESSERTS FESTIVALSbrisolona เป็นเค้กท้องถิ่นที่เตรียมมาจากถั่ว ถัดมาคือชิ้น Ciambellina หรือ Doughnut ที่เตรียมมาให้มีลักษณะคล้าย Waffle ด้านในคือครีมหอมมัน (16/20)
รูปที่ 22
DESSERTS FESTIVALSbrisolona เป็นเค้กท้องถิ่นที่เตรียมมาจากถั่ว ถัดมาคือชิ้น Ciambellina หรือ Doughnut ที่เตรียมมาให้มีลักษณะคล้าย Waffle ด้านในคือครีมหอมมัน (16/20)
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 23
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 24
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 25
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 816 €
รูปที่ 26
💰 ราคา 816 €
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Ferran Adrià นำเสนออาหารออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยผสมผสานทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นของแคว้น Piedmont และวัตถุดิบจากฝั่งสเปนอีกบางส่วนเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกล่อมลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้สองรูปแบบคือ Menu Festival (120 €) นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านและ Menu Gran Festival (140 €) ซึ่งปริมาณคอร์สที่เยอะกว่านำเสนอเมนูใหม่ ๆ ที่ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล สำหรับหน้าที่การออกแบบอาหารเขาได้มอบหมายให้เชฟ Federico Zanasi เป็นผู้รับผิดชอบคิดค้นจานใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
รูปที่ 27
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Ferran Adrià นำเสนออาหารออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยผสมผสานทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นของแคว้น Piedmont และวัตถุดิบจากฝั่งสเปนอีกบางส่วนเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกล่อมลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้สองรูปแบบคือ Menu Festival (120 €) นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านและ Menu Gran Festival (140 €) ซึ่งปริมาณคอร์สที่เยอะกว่านำเสนอเมนูใหม่ ๆ ที่ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาล สำหรับหน้าที่การออกแบบอาหารเขาได้มอบหมายให้เชฟ Federico Zanasi เป็นผู้รับผิดชอบคิดค้นจานใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
🎗️ [THE CHEF] Ferran Adrià เกิดเมื่อ 14 พฤษภาคม 1962 ที่เมือง L’Hospitalet de Llobregat ใกล้เมือง Barcelona ประเทศสเปน เขาเริ่มต้นงานในครัวครั้งแรกในปี 1980 รับหน้าที่ล้างจานที่โรงแรม Hotel Playafels ระหว่างนั้นเขาเรียนรู้การทำอาหารสเปนดั้งเดิมก่อนจะย้ายไปทำงานเป็นเชฟในกองทัพที่เมือง Cartagena อยู่ 1 ปี ต่อมาในปี 1984 เขาย้ายมาร่วมงานกับ El Bulli ริมชายฝั่ง Costa Brava พร้อมกับพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef นำพาตัวร้านคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากตัวร้านปิดกิจการอย่างสมบูรณ์ในปี 2011 เชฟ Ferran Adrià ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เขายังก่อตั้ง El Bulli Foundation เพื่อส่งต่อความรู้และนวัตกรรมด้านอาหารต่อไป
รูปที่ 28
🎗️ [THE CHEF] Ferran Adrià เกิดเมื่อ 14 พฤษภาคม 1962 ที่เมือง L’Hospitalet de Llobregat ใกล้เมือง Barcelona ประเทศสเปน เขาเริ่มต้นงานในครัวครั้งแรกในปี 1980 รับหน้าที่ล้างจานที่โรงแรม Hotel Playafels ระหว่างนั้นเขาเรียนรู้การทำอาหารสเปนดั้งเดิมก่อนจะย้ายไปทำงานเป็นเชฟในกองทัพที่เมือง Cartagena อยู่ 1 ปี ต่อมาในปี 1984 เขาย้ายมาร่วมงานกับ El Bulli ริมชายฝั่ง Costa Brava พร้อมกับพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef นำพาตัวร้านคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากตัวร้านปิดกิจการอย่างสมบูรณ์ในปี 2011 เชฟ Ferran Adrià ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เขายังก่อตั้ง El Bulli Foundation เพื่อส่งต่อความรู้และนวัตกรรมด้านอาหารต่อไป
🎗️ [THE PLACE] Condividere เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2018 โดยมีทำเลทองอยู่ที่นคร Turin อันเป็นเมืองหลวงของแคว้น Piedmont
รูปที่ 29
🎗️ [THE PLACE] Condividere เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2018 โดยมีทำเลทองอยู่ที่นคร Turin อันเป็นเมืองหลวงของแคว้น Piedmont
ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของสำนักใหญ่บริษัทกาแฟระดับโลกอย่าง Lavazza
รูปที่ 30
ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของสำนักใหญ่บริษัทกาแฟระดับโลกอย่าง Lavazza
ภายในออกแบบโดยนักออกแบบภายในชื่อดัง Dante Ferretti ให้มีบรรยากาศแบบแคชวลเป็นกันเอง เขาเลือกผสมผสานการตกแต่งสไตล์อุตสาหกรรมที่แสดงออกผ่านท่อและฟันเฟืองจัดวางเอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ลวดโลหะได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตสร้างลวดลายอันซับซ้อนที่มีกลิ่นอายของตะวันออกกลาง
รูปที่ 31
ภายในออกแบบโดยนักออกแบบภายในชื่อดัง Dante Ferretti ให้มีบรรยากาศแบบแคชวลเป็นกันเอง เขาเลือกผสมผสานการตกแต่งสไตล์อุตสาหกรรมที่แสดงออกผ่านท่อและฟันเฟืองจัดวางเอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ลวดโลหะได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตสร้างลวดลายอันซับซ้อนที่มีกลิ่นอายของตะวันออกกลาง
ผนังบางส่วนมีกราฟฟิติลายการ์ตูน อีกฝั่งมีนาฬิกาหลายเรือนสื่อถึงเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าทรงคุณค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21
รูปที่ 32
ผนังบางส่วนมีกราฟฟิติลายการ์ตูน อีกฝั่งมีนาฬิกาหลายเรือนสื่อถึงเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าทรงคุณค่าที่สุดในศตวรรษที่ 21
ภายในห้องรับประทานอาหาร
รูปที่ 33
ภายในห้องรับประทานอาหาร
ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารผ่านครัวเปิดขนาดใหญ่
รูปที่ 34
ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารผ่านครัวเปิดขนาดใหญ่
ภายในห้องรับประทานอาหาร
รูปที่ 35
ภายในห้องรับประทานอาหาร
หลังจากจบคอร์สอาหารคาวพนักงานจะเชิญลูกค้าเดินไปยังห้องอีกฝั่งหนึ่งเพื่อเสิร์ฟคอร์สของหวานอีกด้วย
รูปที่ 36
หลังจากจบคอร์สอาหารคาวพนักงานจะเชิญลูกค้าเดินไปยังห้องอีกฝั่งหนึ่งเพื่อเสิร์ฟคอร์สของหวานอีกด้วย
🎗️ [WHY GO] สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารเชิงสร้างสรรค์ของเชฟระดับตำนานที่ผสมผสานตัวตนของเขาเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศอิตาลีได้อย่างกลมกล่อม Condividere จัดเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่เดินทางมายังภูมิภาค Piedmont ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาจับต้องได้
รูปที่ 37
🎗️ [WHY GO] สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารเชิงสร้างสรรค์ของเชฟระดับตำนานที่ผสมผสานตัวตนของเขาเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศอิตาลีได้อย่างกลมกล่อม Condividere จัดเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่เดินทางมายังภูมิภาค Piedmont ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาจับต้องได้
ทางร้านเปิดระบบให้จองแบบเดือนต่อเดือน อย่าลืมทำการจองทันทีในวันแรกที่ตัวร้านเปิดระบบเนื่องจากโต๊ะทั้งหมดมักถูกจองเต็มภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
รูปที่ 38
ทางร้านเปิดระบบให้จองแบบเดือนต่อเดือน อย่าลืมทำการจองทันทีในวันแรกที่ตัวร้านเปิดระบบเนื่องจากโต๊ะทั้งหมดมักถูกจองเต็มภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น