GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Choen
Selected

ThailandChoen · โฌณ

Thai, Thai Contemporary · อาหารไทย, อาหารไทยร่วมสมัย — 122-124 ซอย ประดู่ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารที่มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติผ่านความร้อนในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้เชฟมิวยังบ่มเพาะประสบการณ์การนำเสนออาหารไทยจนสุกงอมและแสดงออกมาเป็นตัวตนของเขาในอาหารทุกจานได้อย่างชัดเจน

🎗️ [THE PLACE] โฌณเป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช ด้านหน้าโดดเด่นด้วยประตูเลื่อนบานใหญ่โดยมีไฟส่องสว่างไปที่ไม้ฟืนอันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ภายในได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นเคาน์เตอร์หินสีดำรูปตัว L รองรับลูกค้าได้ประมาณ 12 ท่าน เพดานและเสามีลักษณะเป็นปูนเปลือยบ่งบอกถึงความดิบ เบื้องหลังเป็นอุปกรณ์สำหรับการปิ้งและย่างหลากหลายรูปแบบโดยอาศัยถ่านและฟืนภายใต้คอปเซ็ป Live-Fire Cooking 🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] เชฟมิวเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านคนสำคัญ เขาเริ่มต้นจากการประจำในสเตชั่นย่างของร้านสำรับสำหรับไทยกับเชฟปริญญ์ ผลสุข และสั่งสมประสบการณ์การนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติออกมาในรูปแบบใหม่ หลังจากนั้นเขาย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหารชามแกงอยู่พักหนึ่งก่อนจะย้ายมาเริ่มต้นห้องอาหารโฌณเป็นของตัวเอง ตัวร้านหยิบยกวัตถุดิบที่น้อยคนจะรู้จักมานำเสนอโดยเปลี่ยนคอนเซ็ปหรือธีมไปเรื่อย ๆ ตามแนวทางของตัวเอง ในวันนี้เชฟตั้งชื่อ Tasting Menu ว่า Into The Wild (3,500++) จัดเสิร์ฟวัตถุดิบและอาหารป่าออกมาได้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างเมนูเด็กเช่น

✨ ก้อยกุ้ง | Prawns and Chili Jam

[Mangosteen | Bee Larvae | Coconut Cream]

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Signature Dish อย่างก้อยกุ้งเสิร์ฟมาในรูปแบบเฉพาะของทางร้าน เชฟนำเสนอเทคนิคการสะเออะ จากนั้นนำน้ำสะเออะมาปรุงกับหัวกะทิ พริกเผา มันกุ้ง และถั่วคั่ว รอบ ๆ คือเนื้อกุ้งรมควัน, เนื้อกุ้งที่ผ่านการสะเออะกับน้ำมะนาว, ผลไม้อย่างเช่นเงาะ สะระแหน่; พริกหวานย่าง และรังผึ้งอ่อน เชฟแนะนำให้คลุกทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วใส่ลงในกระทงทองเป็นอันพร้อมชิม (16/20)

✨ ผลเล็กผลน้อย | Wild Berries

[Coral Trout | Pil Pil | Mustard Green]

คอร์สนี้เชฟนำเสนอปลาเก๋ากุสลาดที่ผ่านการบ่มนาน 7 วันแล้วค่อยนำมาห่อด้วยสาหร่ายคอมบุ จากนั้นย่างจนสุกกำลังดี เชฟเสิร์ฟมากับผลไม้ป่าเช่นลูกหม่อน จี่กุ๊ก กะทะรกให้ระดับความเปรี้ยวหวานที่แตกต่างกันอย่างมีมิติ นอกจากนี้ยังมีความฉุนของผักและสมุนไพร น้ำยำด้านล่างมีได้การจาก Infused ด้วยอโรมาของข่า ยังมีซอส Pil Pil สีขาวที่เชฟใช้เทคนิคจากแคว้น Basque โดยนำส่วนคางของปลารวนกับน้ำมันจนได้ซอสที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน (16/20)

✨ กลับบ้าน | Back Home

[Egg Cake | Butter Apple | Wild Honey | Pineapple Cream]

คอร์สนี้เชฟได้แนวคิดจากการเสิร์ฟขนมปังฮันนี่โทสต์โดยปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใช้เป็นขนมไข่แทน เชฟแทนที่โทสต์ด้วยขนมไข่โดยเสิร์ฟมา 2 ชิ้นคือขนมไข่สูตรดั้งเดิมกับขนมไข่ทางเลือกที่มีอโรมาหอม ๆ ของลำไยหรือลิ้นจี่ เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยเนื้อของผลมะริด จากนั้นราดด้วยน้ำผึ้งป่า ตรงกลางคือครีมที่มีอโรมาหอม ๆ ของสับปะรดโรยด้วยผิวส้มเหม็น (16/20)

🎗️ [WHY GO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาร้านอาหารรูปแบบใหม่ นำเสนอตัวตนและอักตลักษณ์ของเชฟออกมาได้อย่างเด่นชัดและไม่ซ้ำใคร โฌณ เป็นตัวเบือกที่ไม่ควรพลาด ราคาอาหารยังคงจัดว่าจับต้องได้เมื่อเทียบกับการนำเสนอในสไตล์เคาน์เตอร์หรือเชฟส์เทเบิ้ล การบริการอนยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่าลืมทำการจองไปก่อนล่วงหน้าเพราะทางร้านรับลูกค้าแบบ Reservation Only

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 27 รูป

🇹🇭 Choen - โฌณ🍽 MICHELIN Selected - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Thai, Thai Contemporary - อาหารไทย, อาหารไทยร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Mew - เชฟมิว
รูปที่ 1
🇹🇭 Choen - โฌณ🍽 MICHELIN Selected - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Thai, Thai Contemporary - อาหารไทย, อาหารไทยร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Mew - เชฟมิว
🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารที่มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติผ่านความร้อนในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้เชฟมิวยังบ่มเพาะประสบการณ์การนำเสนออาหารไทยจนสุกงอมและแสดงออกมาเป็นตัวตนของเขาในอาหารทุกจานได้อย่างชัดเจน
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารที่มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติผ่านความร้อนในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้เชฟมิวยังบ่มเพาะประสบการณ์การนำเสนออาหารไทยจนสุกงอมและแสดงออกมาเป็นตัวตนของเขาในอาหารทุกจานได้อย่างชัดเจน
เริ่มต้นด้วย Welcome Drink แบบอาหารคาวโดยเตรียมน้ำซุปมาจากไก่ หมู ปลาช่อนทะเลแห้งจนได้รสชาติกลมกล่อม ด้านล่างมีหอยตลับรมควัน ส่วนรอบ ๆ ขอบแก้วคือฟักทองที่ผ่านการเผาแล้วบดจนละเอียด
รูปที่ 3
เริ่มต้นด้วย Welcome Drink แบบอาหารคาวโดยเตรียมน้ำซุปมาจากไก่ หมู ปลาช่อนทะเลแห้งจนได้รสชาติกลมกล่อม ด้านล่างมีหอยตลับรมควัน ส่วนรอบ ๆ ขอบแก้วคือฟักทองที่ผ่านการเผาแล้วบดจนละเอียด
ก้อยกุ้ง | Prawns and Chili Jam[Mangosteen | Bee Larvae | Coconut Cream]เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Signature Dish อย่างก้อยกุ้งเสิร์ฟมาในรูปแบบเฉพาะของทางร้าน เชฟนำเสนอเทคนิคการสะเออะ จากนั้นนำน้ำสะเออะมาปรุงกับหัวกะทิ พริกเผา มันกุ้ง และถั่วคั่ว รอบ ๆ คือเนื้อกุ้งรมควัน, เนื้อกุ้งที่ผ่านการสะเออะกับน้ำมะนาว, ผลไม้อย่างเช่นเงาะ สะระแหน่; พริกหวานย่าง และรังผึ้งอ่อน เชฟแนะนำให้คลุกทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วใส่ลงในกระทงทองเป็นอันพร้อมชิม (16/20)
รูปที่ 4
ก้อยกุ้ง | Prawns and Chili Jam[Mangosteen | Bee Larvae | Coconut Cream]เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Signature Dish อย่างก้อยกุ้งเสิร์ฟมาในรูปแบบเฉพาะของทางร้าน เชฟนำเสนอเทคนิคการสะเออะ จากนั้นนำน้ำสะเออะมาปรุงกับหัวกะทิ พริกเผา มันกุ้ง และถั่วคั่ว รอบ ๆ คือเนื้อกุ้งรมควัน, เนื้อกุ้งที่ผ่านการสะเออะกับน้ำมะนาว, ผลไม้อย่างเช่นเงาะ สะระแหน่; พริกหวานย่าง และรังผึ้งอ่อน เชฟแนะนำให้คลุกทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วใส่ลงในกระทงทองเป็นอันพร้อมชิม (16/20)
ไก่ต๊อก | Guinea Fowl[Tomatoes | Eggs]ไก่ต๊อกเป็นไก่ป่าที่มีเนื้อสัมผัสโดดเด่นคือมีความหนึบสู้ฟันแต่ไม่เหนียว ทั้งยังมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าไก่บ้าน เชฟย่างถ่านไปพร้อม ๆ กับการทาด้วยเบียร์ จากนั้นโรยด้วยต้นหอมซอย ข้าง ๆ กันคือน้ำพริกอ่องที่เตรียมมาจากมะเขือเทศ 3 ชนิด อีกฝั่งคือองค์ประกอบที่ชวนนึกถึงไข่ป่ามเตรียมมาจากไข่แดงรมควันใบตองโรยด้วยผงมะเขือเทศตากแห้ง ข้าง ๆ คือมะเขือเทศราชินีรมควันและหนังไก่ต๊อกย่าง (15/20)
รูปที่ 5
ไก่ต๊อก | Guinea Fowl[Tomatoes | Eggs]ไก่ต๊อกเป็นไก่ป่าที่มีเนื้อสัมผัสโดดเด่นคือมีความหนึบสู้ฟันแต่ไม่เหนียว ทั้งยังมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าไก่บ้าน เชฟย่างถ่านไปพร้อม ๆ กับการทาด้วยเบียร์ จากนั้นโรยด้วยต้นหอมซอย ข้าง ๆ กันคือน้ำพริกอ่องที่เตรียมมาจากมะเขือเทศ 3 ชนิด อีกฝั่งคือองค์ประกอบที่ชวนนึกถึงไข่ป่ามเตรียมมาจากไข่แดงรมควันใบตองโรยด้วยผงมะเขือเทศตากแห้ง ข้าง ๆ คือมะเขือเทศราชินีรมควันและหนังไก่ต๊อกย่าง (15/20)
ผลเล็กผลน้อย | Wild Berries[Coral Trout | Pil Pil | Mustard Green]คอร์สนี้เชฟนำเสนอปลาเก๋ากุสลาดที่ผ่านการบ่มนาน 7 วันแล้วค่อยนำมาห่อด้วยสาหร่ายคอมบุ จากนั้นย่างจนสุกกำลังดี เชฟเสิร์ฟมากับผลไม้ป่าเช่นลูกหม่อน จี่กุ๊ก กะทะรกให้ระดับความเปรี้ยวหวานที่แตกต่างกันอย่างมีมิติ นอกจากนี้ยังมีความฉุนของผักและสมุนไพร น้ำยำด้านล่างมีได้การจาก Infused ด้วยอโรมาของข่า ยังมีซอส Pil Pil สีขาวที่เชฟใช้เทคนิคจากแคว้น Basque โดยนำส่วนคางของปลารวนกับน้ำมันจนได้ซอสที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน (16/20)
รูปที่ 6
ผลเล็กผลน้อย | Wild Berries[Coral Trout | Pil Pil | Mustard Green]คอร์สนี้เชฟนำเสนอปลาเก๋ากุสลาดที่ผ่านการบ่มนาน 7 วันแล้วค่อยนำมาห่อด้วยสาหร่ายคอมบุ จากนั้นย่างจนสุกกำลังดี เชฟเสิร์ฟมากับผลไม้ป่าเช่นลูกหม่อน จี่กุ๊ก กะทะรกให้ระดับความเปรี้ยวหวานที่แตกต่างกันอย่างมีมิติ นอกจากนี้ยังมีความฉุนของผักและสมุนไพร น้ำยำด้านล่างมีได้การจาก Infused ด้วยอโรมาของข่า ยังมีซอส Pil Pil สีขาวที่เชฟใช้เทคนิคจากแคว้น Basque โดยนำส่วนคางของปลารวนกับน้ำมันจนได้ซอสที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน (16/20)
แกะ | Lamb[Bambara Groundnut | Wild Greens | Mushroom]เนื้อแกะส่วนสะโพกย่างมาจนสุกพอเหมาะ ข้าง ๆ กันคือเห็ดและผักป่าลวกเช่นเห็ดผึ้งหวาน ดอกกระเจียว ผัดปัง ดอกโสน และลูกตำลึงผัดกับน้ำมันสาหร่าย จากนั้นโรยด้วยงาคั่ว ตรงกลางคือถั่วหรั่งที่นำไปปั่นกับกะทิ หัวหอมเผา และพริกเผาเพื่อเสิร์ฟมาเป็นซอส นอกจากนี้ยังมีผงที่เตรียมมาจากขิงที่ผ่านการแช่น้ำเกลือ 2 อาทิตย์แล้วขูดเป็นฝอยนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 7
แกะ | Lamb[Bambara Groundnut | Wild Greens | Mushroom]เนื้อแกะส่วนสะโพกย่างมาจนสุกพอเหมาะ ข้าง ๆ กันคือเห็ดและผักป่าลวกเช่นเห็ดผึ้งหวาน ดอกกระเจียว ผัดปัง ดอกโสน และลูกตำลึงผัดกับน้ำมันสาหร่าย จากนั้นโรยด้วยงาคั่ว ตรงกลางคือถั่วหรั่งที่นำไปปั่นกับกะทิ หัวหอมเผา และพริกเผาเพื่อเสิร์ฟมาเป็นซอส นอกจากนี้ยังมีผงที่เตรียมมาจากขิงที่ผ่านการแช่น้ำเกลือ 2 อาทิตย์แล้วขูดเป็นฝอยนั่นเอง (15/20)
กุ้งแม่น้ำและสาหร่าย | River Prawn and Seaweed[Shrimp Paste | Calamansi]กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปีย่างด้วยถ่านด้านล่างควบคู่ไปกับการสุมด้วยฟางที่ด้านบนจนหอมและสุกพอเหมาะ จากนั้นราดด้วยซอสมันกุ้งผัดจนหอมแล้วปรุงรสกับน้ำมะพร้าว ข้าง ๆ กันคือสาหร่าย 3 ชนิดคือสาหร่ายผมนาง สาหร่ายผักกาด และสาหร่ายพวงองุ่นเสิร์ฟมาโดยมีวิธีการปรุงที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีน้ำยำที่ผสมผสานส้มจี๊ด กะปิ น้ำมะพร้าว และน้ำมะขามเข้าด้วยกัน (15/20)
รูปที่ 8
กุ้งแม่น้ำและสาหร่าย | River Prawn and Seaweed[Shrimp Paste | Calamansi]กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปีย่างด้วยถ่านด้านล่างควบคู่ไปกับการสุมด้วยฟางที่ด้านบนจนหอมและสุกพอเหมาะ จากนั้นราดด้วยซอสมันกุ้งผัดจนหอมแล้วปรุงรสกับน้ำมะพร้าว ข้าง ๆ กันคือสาหร่าย 3 ชนิดคือสาหร่ายผมนาง สาหร่ายผักกาด และสาหร่ายพวงองุ่นเสิร์ฟมาโดยมีวิธีการปรุงที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีน้ำยำที่ผสมผสานส้มจี๊ด กะปิ น้ำมะพร้าว และน้ำมะขามเข้าด้วยกัน (15/20)
โคและสมองโค | Beef and Brain[Mountain Lemongrass | Holy Basil]เนื้อวัวไทยส่วนพิคานย่าเสิร์ฟมากับสมองวัว เชฟนำสมองไป Brine แล้วแยกเสิร์ฟมา 2 ส่วน ชิ้นแรกตรงกลางได้จากการ Poached กับน้ำมันสาหร่าย อีกชิ้นหนึ่งได้จากการนำไปทอดกับแป้งที่ผสมเหล้าอยู่ด้วย ทั้งคู่ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านล่างคือซอสที่ได้จากการตำตะไคร้ต้นแล้วผัดต่อจนได้ที่ ด้านบนคือใบยี่หร่า ใบกะเพรา และดอกมะตูมแขก (15/20)
รูปที่ 9
โคและสมองโค | Beef and Brain[Mountain Lemongrass | Holy Basil]เนื้อวัวไทยส่วนพิคานย่าเสิร์ฟมากับสมองวัว เชฟนำสมองไป Brine แล้วแยกเสิร์ฟมา 2 ส่วน ชิ้นแรกตรงกลางได้จากการ Poached กับน้ำมันสาหร่าย อีกชิ้นหนึ่งได้จากการนำไปทอดกับแป้งที่ผสมเหล้าอยู่ด้วย ทั้งคู่ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านล่างคือซอสที่ได้จากการตำตะไคร้ต้นแล้วผัดต่อจนได้ที่ ด้านบนคือใบยี่หร่า ใบกะเพรา และดอกมะตูมแขก (15/20)
แกงส้มใต้ | Gaeng Som Tai[Lagoon Catfish | Wild Ginger | Pineapple]ปลาดุกย่างเสิร์ฟมาในแกงส้มใต้ที่มีความเปรี้ยวจากมะนาวและน้ำส้มโหนดซึ่งก็คือน้ำส้มสายชูที่ละลายกับน้ำตาลโตนดนั่นเอง ในถ้วยยังมีไข่ปลาดุกดองและสับปะรดรมควันแล้วย่างต่อ ยังมีหน่อผุดให้ความเผ็ดร้อนกับจานอีกด้วย (14/20)
รูปที่ 10
แกงส้มใต้ | Gaeng Som Tai[Lagoon Catfish | Wild Ginger | Pineapple]ปลาดุกย่างเสิร์ฟมาในแกงส้มใต้ที่มีความเปรี้ยวจากมะนาวและน้ำส้มโหนดซึ่งก็คือน้ำส้มสายชูที่ละลายกับน้ำตาลโตนดนั่นเอง ในถ้วยยังมีไข่ปลาดุกดองและสับปะรดรมควันแล้วย่างต่อ ยังมีหน่อผุดให้ความเผ็ดร้อนกับจานอีกด้วย (14/20)
แกงส้มใต้ | Gaeng Som Tai[Lagoon Catfish | Wild Ginger | Pineapple]ไข่ปลาดุก (14/20)
รูปที่ 11
แกงส้มใต้ | Gaeng Som Tai[Lagoon Catfish | Wild Ginger | Pineapple]ไข่ปลาดุก (14/20)
เก้ง | Barking Deer[Rice | Curry | Sand Ginger]เนื้อเก้งแบบถูกกฎหมายจากจังหวัดตราด เชฟนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาในแกงเปราะหอมปรุงด้วยรีเจนซี่โดยชื่อของแกงก็คือชื่อของพืชที่ซอยมาบนเนื้อเก้งนั่นเอง ข้าง ๆ คือข้าวกล้อง 3 สี 3 ชนิดโรยด้วย “พลิกเกลือ” ที่ได้จากการนำขี้โล้ไปตำกับมะพร้าวคั่วนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 12
เก้ง | Barking Deer[Rice | Curry | Sand Ginger]เนื้อเก้งแบบถูกกฎหมายจากจังหวัดตราด เชฟนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาในแกงเปราะหอมปรุงด้วยรีเจนซี่โดยชื่อของแกงก็คือชื่อของพืชที่ซอยมาบนเนื้อเก้งนั่นเอง ข้าง ๆ คือข้าวกล้อง 3 สี 3 ชนิดโรยด้วย “พลิกเกลือ” ที่ได้จากการนำขี้โล้ไปตำกับมะพร้าวคั่วนั่นเอง (15/20)
เก้ง | Barking Deer[Rice | Curry | Sand Ginger]เนื้อเก้งแบบถูกกฎหมายจากจังหวัดตราด เชฟนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาในแกงเปราะหอมปรุงด้วยรีเจนซี่โดยชื่อของแกงก็คือชื่อของพืชที่ซอยมาบนเนื้อเก้งนั่นเอง ข้าง ๆ คือข้าวกล้อง 3 สี 3 ชนิดโรยด้วย “พลิกเกลือ” ที่ได้จากการนำขี้โล้ไปตำกับมะพร้าวคั่วนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 13
เก้ง | Barking Deer[Rice | Curry | Sand Ginger]เนื้อเก้งแบบถูกกฎหมายจากจังหวัดตราด เชฟนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาในแกงเปราะหอมปรุงด้วยรีเจนซี่โดยชื่อของแกงก็คือชื่อของพืชที่ซอยมาบนเนื้อเก้งนั่นเอง ข้าง ๆ คือข้าวกล้อง 3 สี 3 ชนิดโรยด้วย “พลิกเกลือ” ที่ได้จากการนำขี้โล้ไปตำกับมะพร้าวคั่วนั่นเอง (15/20)
เก้ง | Barking Deer[Rice | Curry | Sand Ginger]เนื้อเก้งแบบถูกกฎหมายจากจังหวัดตราด เชฟนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาในแกงเปราะหอมปรุงด้วยรีเจนซี่โดยชื่อของแกงก็คือชื่อของพืชที่ซอยมาบนเนื้อเก้งนั่นเอง ข้าง ๆ คือข้าวกล้อง 3 สี 3 ชนิดโรยด้วย “พลิกเกลือ” ที่ได้จากการนำขี้โล้ไปตำกับมะพร้าวคั่วนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 14
เก้ง | Barking Deer[Rice | Curry | Sand Ginger]เนื้อเก้งแบบถูกกฎหมายจากจังหวัดตราด เชฟนำไปย่างแล้วเสิร์ฟมาในแกงเปราะหอมปรุงด้วยรีเจนซี่โดยชื่อของแกงก็คือชื่อของพืชที่ซอยมาบนเนื้อเก้งนั่นเอง ข้าง ๆ คือข้าวกล้อง 3 สี 3 ชนิดโรยด้วย “พลิกเกลือ” ที่ได้จากการนำขี้โล้ไปตำกับมะพร้าวคั่วนั่นเอง (15/20)
ส้ม | Citrus[Kaffir Lime | Tangerine | Bee Pollen]ล้างปากด้วยถ้วยลูกมะกรูดที่เชฟนำไปขยำกับเกลือ ต่อด้วยการต้มและเชื่อม ด้านในมีเนื้อมะเปรียงท็อปด้วยส้มเหม็นกรานิต้า ส่วนข้าง ๆ คือเกสรผึ้งนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 15
ส้ม | Citrus[Kaffir Lime | Tangerine | Bee Pollen]ล้างปากด้วยถ้วยลูกมะกรูดที่เชฟนำไปขยำกับเกลือ ต่อด้วยการต้มและเชื่อม ด้านในมีเนื้อมะเปรียงท็อปด้วยส้มเหม็นกรานิต้า ส่วนข้าง ๆ คือเกสรผึ้งนั่นเอง (15/20)
กลับบ้าน | Back Home[Egg Cake | Butter Apple | Wild Honey | Pineapple Cream]คอร์สนี้เชฟได้แนวคิดจากการเสิร์ฟขนมปังฮันนี่โทสต์โดยปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใช้เป็นขนมไข่แทน เชฟแทนที่โทสต์ด้วยขนมไข่โดยเสิร์ฟมา 2 ชิ้นคือขนมไข่สูตรดั้งเดิมกับขนมไข่ทางเลือกที่มีอโรมาหอม ๆ ของลำไยหรือลิ้นจี่ เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยเนื้อของผลมะริด จากนั้นราดด้วยน้ำผึ้งป่า ตรงกลางคือครีมที่มีอโรมาหอม ๆ ของสับปะรดโรยด้วยผิวส้มเหม็น (16/20)
รูปที่ 16
กลับบ้าน | Back Home[Egg Cake | Butter Apple | Wild Honey | Pineapple Cream]คอร์สนี้เชฟได้แนวคิดจากการเสิร์ฟขนมปังฮันนี่โทสต์โดยปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใช้เป็นขนมไข่แทน เชฟแทนที่โทสต์ด้วยขนมไข่โดยเสิร์ฟมา 2 ชิ้นคือขนมไข่สูตรดั้งเดิมกับขนมไข่ทางเลือกที่มีอโรมาหอม ๆ ของลำไยหรือลิ้นจี่ เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยเนื้อของผลมะริด จากนั้นราดด้วยน้ำผึ้งป่า ตรงกลางคือครีมที่มีอโรมาหอม ๆ ของสับปะรดโรยด้วยผิวส้มเหม็น (16/20)
กลับบ้าน | Back Home[Egg Cake | Butter Apple | Wild Honey | Pineapple Cream]คอร์สนี้เชฟได้แนวคิดจากการเสิร์ฟขนมปังฮันนี่โทสต์โดยปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใช้เป็นขนมไข่แทน เชฟแทนที่โทสต์ด้วยขนมไข่โดยเสิร์ฟมา 2 ชิ้นคือขนมไข่สูตรดั้งเดิมกับขนมไข่ทางเลือกที่มีอโรมาหอม ๆ ของลำไยหรือลิ้นจี่ เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยเนื้อของผลมะริด จากนั้นราดด้วยน้ำผึ้งป่า ตรงกลางคือครีมที่มีอโรมาหอม ๆ ของสับปะรดโรยด้วยผิวส้มเหม็น (16/20)
รูปที่ 17
กลับบ้าน | Back Home[Egg Cake | Butter Apple | Wild Honey | Pineapple Cream]คอร์สนี้เชฟได้แนวคิดจากการเสิร์ฟขนมปังฮันนี่โทสต์โดยปรับรูปแบบการเสิร์ฟมาใช้เป็นขนมไข่แทน เชฟแทนที่โทสต์ด้วยขนมไข่โดยเสิร์ฟมา 2 ชิ้นคือขนมไข่สูตรดั้งเดิมกับขนมไข่ทางเลือกที่มีอโรมาหอม ๆ ของลำไยหรือลิ้นจี่ เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยเนื้อของผลมะริด จากนั้นราดด้วยน้ำผึ้งป่า ตรงกลางคือครีมที่มีอโรมาหอม ๆ ของสับปะรดโรยด้วยผิวส้มเหม็น (16/20)
รายการเครื่องดื่ม
รูปที่ 18
รายการเครื่องดื่ม
รายการเครื่องดื่ม
รูปที่ 19
รายการเครื่องดื่ม
💰ราคาอาหารสำหรับ 3 คน
รูปที่ 20
💰ราคาอาหารสำหรับ 3 คน
🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] เชฟมิวเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านคนสำคัญ เขาเริ่มต้นจากการประจำในสเตชั่นย่างของร้านสำรับสำหรับไทยกับเชฟปริญญ์ ผลสุข และสั่งสมประสบการณ์การนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติออกมาในรูปแบบใหม่ หลังจากนั้นเขาย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหารชามแกงอยู่พักหนึ่งก่อนจะย้ายมาเริ่มต้นห้องอาหารโฌณเป็นของตัวเอง ตัวร้านหยิบยกวัตถุดิบที่น้อยคนจะรู้จักมานำเสนอโดยเปลี่ยนคอนเซ็ปหรือธีมไปเรื่อย ๆ ตามแนวทางของตัวเอง ในวันนี้เชฟตั้งชื่อ Tasting Menu ว่า Into The Wild (3,500++) จัดเสิร์ฟวัตถุดิบและอาหารป่าออกมาได้อย่างน่าสนใจ
รูปที่ 21
🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] เชฟมิวเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านคนสำคัญ เขาเริ่มต้นจากการประจำในสเตชั่นย่างของร้านสำรับสำหรับไทยกับเชฟปริญญ์ ผลสุข และสั่งสมประสบการณ์การนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติออกมาในรูปแบบใหม่ หลังจากนั้นเขาย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหารชามแกงอยู่พักหนึ่งก่อนจะย้ายมาเริ่มต้นห้องอาหารโฌณเป็นของตัวเอง ตัวร้านหยิบยกวัตถุดิบที่น้อยคนจะรู้จักมานำเสนอโดยเปลี่ยนคอนเซ็ปหรือธีมไปเรื่อย ๆ ตามแนวทางของตัวเอง ในวันนี้เชฟตั้งชื่อ Tasting Menu ว่า Into The Wild (3,500++) จัดเสิร์ฟวัตถุดิบและอาหารป่าออกมาได้อย่างน่าสนใจ
ภายในได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นเคาน์เตอร์หินสีดำรูปตัว L รองรับลูกค้าได้ประมาณ 12 ท่าน
รูปที่ 22
ภายในได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นเคาน์เตอร์หินสีดำรูปตัว L รองรับลูกค้าได้ประมาณ 12 ท่าน
เบื้องหลังเป็นอุปกรณ์สำหรับการปิ้งและย่างหลากหลายรูปแบบโดยอาศัยถ่านและฟืนภายใต้คอปเซ็ป Live-Fire Cooking
รูปที่ 23
เบื้องหลังเป็นอุปกรณ์สำหรับการปิ้งและย่างหลากหลายรูปแบบโดยอาศัยถ่านและฟืนภายใต้คอปเซ็ป Live-Fire Cooking
โหลสำหรับหมักบ่มของดอง
รูปที่ 24
โหลสำหรับหมักบ่มของดอง
เพดานและเสามีลักษณะเป็นปูนเปลือยบ่งบอกถึงความดิบ
รูปที่ 25
เพดานและเสามีลักษณะเป็นปูนเปลือยบ่งบอกถึงความดิบ
🎗️ [WHY GO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาร้านอาหารรูปแบบใหม่ นำเสนอตัวตนและอักตลักษณ์ของเชฟออกมาได้อย่างเด่นชัดและไม่ซ้ำใคร โฌณ เป็นตัวเบือกที่ไม่ควรพลาด ราคาอาหารยังคงจัดว่าจับต้องได้เมื่อเทียบกับการนำเสนอในสไตล์เคาน์เตอร์หรือเชฟส์เทเบิ้ล การบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่าลืมทำการจองไปก่อนล่วงหน้าเพราะทางร้านรับลูกค้าแบบ Reservation Only
รูปที่ 26
🎗️ [WHY GO] สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาร้านอาหารรูปแบบใหม่ นำเสนอตัวตนและอักตลักษณ์ของเชฟออกมาได้อย่างเด่นชัดและไม่ซ้ำใคร โฌณ เป็นตัวเบือกที่ไม่ควรพลาด ราคาอาหารยังคงจัดว่าจับต้องได้เมื่อเทียบกับการนำเสนอในสไตล์เคาน์เตอร์หรือเชฟส์เทเบิ้ล การบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่าลืมทำการจองไปก่อนล่วงหน้าเพราะทางร้านรับลูกค้าแบบ Reservation Only
โฌณเป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช ด้านหน้าโดดเด่นด้วยประตูเลื่อนบานใหญ่โดยมีไฟส่องสว่างไปที่ไม้ฟืนอันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน
รูปที่ 27
โฌณเป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่ตั้งอยู่ในย่านเยาวราช ด้านหน้าโดดเด่นด้วยประตูเลื่อนบานใหญ่โดยมีไฟส่องสว่างไปที่ไม้ฟืนอันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน