GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Castel fine dining
2 MICHELIN Stars

ItalyCastel fine dining · คาสเทล ไฟน์ ไดนิ่ง

Creative, International · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ — vicolo dei Castagni 18, Tirol, 39019, Italy

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราตะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโรงแรมสุดหรูบนเนินเขาของภูมิภาค South Tyrol นำเสนอเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีความโดดเด่นและเข้าถึงง่ายในราคาที่สมเหตุสมผล

🎗️ [THE PLACE] ในปี 2001 ตระกูล Dobitsch เข้าซื้อต่อกิจการของ Hotel Castel และชักชวนเชฟ Gerhard Wieser มาควบคุมห้องอาหาร Trenkerstube ที่เปิดขึ้นใหม่อย่างอิสระในพื้นที่โรงแรมในปีเดียวกัน ตัวร้านได้ชื่อมาจากคุณ Luis Trenker ซึ่งเป็นผู้ผลิตภาพยนต์ชาว South Tyrol ผู้โด่งดังในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 นำมาต่อกับคำว่า “-stube” ที่แปลได้ว่า “สถานที่ของ” โดยคุณ Trenker ได้เคยแวะมายังไวน์บาร์ของโรงแรมเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปีของเขานั่นเอง Trenkerstube ได้รับความนิยมทั้งจากนักชิมท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ ต่อมาในวันที่ 24 ตุลาคม 2020 ห้องอาหาร Trenkerstube ได้ปิดตัวลงอย่างถาวรโดยทางโรงแรมตัดสินใจปรับปรุงร้านใหม่รวมไปถึงแนวทางการนำเสนออาหารและเปิดทำการภายใต้ชื่อ Castel fine dining ในวันที่ 29 มิถุนายน 2021 และยังคงได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากนำรถเข้าจอดลูกค้าจะพบกับจุดตรวจสอบการจองที่ชั้นล่างและจำเป็นต้องขึ้น Stairway to Heaven ไปยังชั้นบน พื้นที่รับรองมีบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพียง 5 โต๊ะเท่านั้นทำให้ทุกโต๊ะโดดเด่นด้วยทัศนียภาพมุมสูง 180 องศาผ่านกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ และภูเขา Val Venosta สูงตระหง่านอยู่เบื้องหลัง

🎗️ [THE CHEF] Gerhard Wieser เกิดและเติบโตในแถบ Rasen-Antholz ซึ่งเป็นเขตหนึ่งของแถบ South Tyrol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเป็นเชฟมืออาชีพอย่างเต็มตัวเขาได้ออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในห้องอาหารมากมายทั้งในประเทศเยอรมนี, สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ต่อมาในปี 2002 เขาย้ายมารับงานควบคุมห้องอาหาร Trenkerstube นำเสนออาหารถิ่นเทือกเขาแอลป์และอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2006 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ต่อเนื่องมาจนถึงห้องอาหาร Castel fine dining ปัจจุบัน

🎗️ [THE FOOD] สำหรับห้องอาหารแห่งใหม่นี้เขาเลือกที่จะนำเสนออาหารออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบระดับสูงนำเข้ามาจากแหล่งอื่น ๆ หลายจานมีความซับซ้อนในทางเทคนิคการปรุงแต่ยังคงมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องตีความมากนัก ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Tasting Menu ที่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลโดยในวันนี้เราได้ลองชิม Autumn Menu (228 €) จัดเสิร์ฟมาทั้งสิ้น 6 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจลิ้มลอง Signature Dish ของเชฟอย่าง OLD COW สำหรับใส่เพิ่มเข้าไปหรือสลับกับบางจานได้อีกด้วย รายการไวน์ที่จัดสรรโดยคุณ Ivana Capraro เน้นไปที่ไวน์ท้องถิ่นของแถบ South Tyrol มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงนัก นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ Wine Pairing (115 €/6 Glasses) และการอับเกรดที่เรียกว่า “finewine Coravin option“ ในราคาแก้วละ 20 € ได้อีกด้วย สำหรับคอร์สที่น่าสนใจในวันนี้อย่างเช่น

✨ RED PRAWN

pumpkin, lemon

กุ้งแดงเสิร์ฟมาคู่กันกับครีมฟักทองให้ระดับความหวานที่แตกต่างกันอย่างมีมิติ ด้านล่างคือซอสฟักทอง จากนั้นพนักงานจะเ ซอสที่เตรียมมาจากตะไคร้และขิงลงไป ด้านบนยังมี Sweet and Sour Pumpkin ให้ความกรอบรวมไปถึงเนื้อสัมผัสของครัมเบิ้ลที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทอง จานนี้ให้รสชาติที่คล้ายคลึงกันกับต้มยำกุ้งของไทยอยู่เหมือนกัน (17/20)

✨ HAKE

black lentils, sauerkraut, calf's head

ปลา Hake ย่าง ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของผักทั้งจากฤดูใบไม้ร่วงหลายชนิด ด้านล่างรองด้วยถั่วเลนทิลสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ไฮไลท์คือหัวลูกวัวที่เชฟเคี่ยวทุกส่วนของหัวแล้วนำไปเตรียมเป็นแผ่นกรอบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งยังมีรสชาติที่ดีและเข้มข้นอีกด้วย จากนั้นพนักงานจะเทราด Saurekraut Foam รสเปรี้ยวลงไปรอบ ๆ จาน (17/20)

✨ POTATO GNOCCHI

chestnuts, alpine cheese, white truffle of Alba

คอร์สนี้มีวัตถุดิบสำคัญคือ Fresh Alba White Truffle ที่กำลัง In Season อยู่ในขณะนี้ เชฟนำเสนอ Gnocchi มันฝรั่งโฮมเมดนุ่ม ๆ เสิร์ฟมากับชิ้นเกาลัดและครีมเกาลัด เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยครัมเบิ้ลขนมปังกรอบ ๆ จากนั้นท็อปด้วย Alpine Cheese Foam หอมมัน จากนั้นจึงทำการขูดทรัฟเฟิลขาวลงไปจนเต็มจาน (17/20)

🎗️ [WHY GO] Castel fine dining เป็นห้องอาหารที่พื้นที่ห่างไกลที่รักษามาตรฐานร้านระดับสูงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อประกอบไปกับทัศนียภาพอันสวยงามยามค่ำคืนทำให้อาหารในมื้อนี้สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมได้โดยง่าย พนักงานให้บริการได้ตามมาตรฐาน ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูง เราขอเน้นย้ำผู้ที่เดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัวให้ยึดกับเส้นถนนสายหลักโดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงร้านที่ต้องขับขึ้นเนินเขาเนื่องจาก Google Maps อาจนำทางไปยังถนนที่ไม่สามารถใช้รถยนต์ขับผ่านได้นั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 51 รูป

🇮🇹 Castel fine dining - คาสเทล ไฟน์ ไดนิ่ง🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, International - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ👨🏻‍🍳 Chef Gerhard Wieser - เชฟแกร์ฮาร์ด วีเซอร์
รูปที่ 1
🇮🇹 Castel fine dining - คาสเทล ไฟน์ ไดนิ่ง🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, International - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารนานาชาติ👨🏻‍🍳 Chef Gerhard Wieser - เชฟแกร์ฮาร์ด วีเซอร์
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราตะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโรงแรมสุดหรูบนเนินเขาของภูมิภาค South Tyrol นำเสนอเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีความโดดเด่นและเข้าถึงง่ายในราคาที่สมเหตุสมผล
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราตะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในโรงแรมสุดหรูบนเนินเขาของภูมิภาค South Tyrol นำเสนอเมนูเชิงสร้างสรรค์ที่มีความโดดเด่นและเข้าถึงง่ายในราคาที่สมเหตุสมผล
AMUSE BOUCHEเริ่มต้นด้วย Tartelette กรอบ ด้านในบรรจุกุ้ง Scampi สับมาเป็น Tartare ให้รสหวานโดยธรรมชาติ เชฟยังใส่ Lemon Jelly และ Lemon Foam มาเพื่อช่วยให้รสหวานของกุ้งโดดเด่นยิ่งขึ้น จากนั้นท็อปด้านบนด้วย Fine Dining Selection Caviar (17/20)
รูปที่ 3
AMUSE BOUCHEเริ่มต้นด้วย Tartelette กรอบ ด้านในบรรจุกุ้ง Scampi สับมาเป็น Tartare ให้รสหวานโดยธรรมชาติ เชฟยังใส่ Lemon Jelly และ Lemon Foam มาเพื่อช่วยให้รสหวานของกุ้งโดดเด่นยิ่งขึ้น จากนั้นท็อปด้านบนด้วย Fine Dining Selection Caviar (17/20)
AMUSE BOUCHEถัดมาคือ Pastry Choux จับคู่มากับ Apple Gel และ Sweet Wine Jelly ด้านบนคือถั่วฮาเซลนัท ตับ และถั่วฮาเซลนัทขูดฝอย (17/20)
รูปที่ 4
AMUSE BOUCHEถัดมาคือ Pastry Choux จับคู่มากับ Apple Gel และ Sweet Wine Jelly ด้านบนคือถั่วฮาเซลนัท ตับ และถั่วฮาเซลนัทขูดฝอย (17/20)
AMUSE BOUCHEขนมปัง Croissant อบในคัสตาร์ดไข่ (Egg Custard) โดยมีความหอมของชีส Parmesan ผสานเข้ากันกับกระเทียมดำ จากนั้นเชฟจะขูด Black Truffle ท็อปลงไปด้านบนจนล้น (17/20)
รูปที่ 5
AMUSE BOUCHEขนมปัง Croissant อบในคัสตาร์ดไข่ (Egg Custard) โดยมีความหอมของชีส Parmesan ผสานเข้ากันกับกระเทียมดำ จากนั้นเชฟจะขูด Black Truffle ท็อปลงไปด้านบนจนล้น (17/20)
TO GET IN THE MOODBalfegó tuna | bagna cauda | raw vegetablesParsley sorbetคอร์สแรกนี้เชฟนำเสนอ Homemade Bagna Cauda เสิร์ฟมากับอโวคาโด กระเทียม และโยเกิร์ต ด้านบนท็อปด้วยหนึ่งในแบรนด์ปลาทูน่าจากที่ดีที่สุดในยุโรปอย่าง Balfegó Tuna โดยเชฟได้นำไปหมักในมะนาว เกลือ และพริกไทย จากนั้นท็อปด้วยผักหลายชนิด จากนั้นเติมแต่งน้ำมันพาสลีย์และถั่วพิสตาชิโอ้ลงไป (16/20)
รูปที่ 6
TO GET IN THE MOODBalfegó tuna | bagna cauda | raw vegetablesParsley sorbetคอร์สแรกนี้เชฟนำเสนอ Homemade Bagna Cauda เสิร์ฟมากับอโวคาโด กระเทียม และโยเกิร์ต ด้านบนท็อปด้วยหนึ่งในแบรนด์ปลาทูน่าจากที่ดีที่สุดในยุโรปอย่าง Balfegó Tuna โดยเชฟได้นำไปหมักในมะนาว เกลือ และพริกไทย จากนั้นท็อปด้วยผักหลายชนิด จากนั้นเติมแต่งน้ำมันพาสลีย์และถั่วพิสตาชิโอ้ลงไป (16/20)
TO GET IN THE MOODBalfegó tuna | bagna cauda | raw vegetablesParsley sorbetข้าง ๆ กันเป็นพาสลีย์ซอร์เบท์และโยเกิร์ตโฟมให้รสชาติหวานสดชื่น (16/20)
รูปที่ 7
TO GET IN THE MOODBalfegó tuna | bagna cauda | raw vegetablesParsley sorbetข้าง ๆ กันเป็นพาสลีย์ซอร์เบท์และโยเกิร์ตโฟมให้รสชาติหวานสดชื่น (16/20)
TO GET IN THE MOODSmoked eel | potato | seaweed | buttermilk | fried onionปลาไหลรมควันเสิร์ฟมากับมันฝรั่งและหัวหอม ด้านบนคือครัมเบิ้ลของมันฝรั่งและหัวหอมเช่นกัน (17/20)
รูปที่ 8
TO GET IN THE MOODSmoked eel | potato | seaweed | buttermilk | fried onionปลาไหลรมควันเสิร์ฟมากับมันฝรั่งและหัวหอม ด้านบนคือครัมเบิ้ลของมันฝรั่งและหัวหอมเช่นกัน (17/20)
BREAD SELECTIONSขนมปังกรอบ ๆ ขนาบข้างด้วย Buckwheat Chip และ Homemade Grissini สำหรับแบ่งกันชิม ไฮไลท์คือเทียนที่จะหลอมกลายเป็นเครื่องจิ้มขนมปังในเวลาต่อมา
รูปที่ 9
BREAD SELECTIONSขนมปังกรอบ ๆ ขนาบข้างด้วย Buckwheat Chip และ Homemade Grissini สำหรับแบ่งกันชิม ไฮไลท์คือเทียนที่จะหลอมกลายเป็นเครื่องจิ้มขนมปังในเวลาต่อมา
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageวัตถุดิบหลักสำหรับคอร์สถัดไปเชฟเรียกว่า Celery Cyst หรือที่ผ่านการอบแบบ Salt Crust นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 10
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageวัตถุดิบหลักสำหรับคอร์สถัดไปเชฟเรียกว่า Celery Cyst หรือที่ผ่านการอบแบบ Salt Crust นั่นเอง (17/20)
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageปลาแซลมอนเทร้าต์เสิร์ฟมากับครีมที่เตรียมมาจากขนมปัง Grey Bread (17/20)
รูปที่ 11
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageปลาแซลมอนเทร้าต์เสิร์ฟมากับครีมที่เตรียมมาจากขนมปัง Grey Bread (17/20)
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageรอบ ๆ คือ Celery Sauce และน้ำมัน Lovage Oil สีเขียว จากนั้นพนักงานจะนำ Celery Cyst มาขูดเป็นผงฝอย ๆ ท็อปลงไปด้านบน (17/20)
รูปที่ 12
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageรอบ ๆ คือ Celery Sauce และน้ำมัน Lovage Oil สีเขียว จากนั้นพนักงานจะนำ Celery Cyst มาขูดเป็นผงฝอย ๆ ท็อปลงไปด้านบน (17/20)
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageข้าง ๆ กันยังมีแซลมอนเทร้าต์เสิร์ฟมาเป็น Tartare จับคู่กับ Grey Bread Chip เช่นกัน (17/20)
รูปที่ 13
SALMON TROUTgrey bread, celery, lovageข้าง ๆ กันยังมีแซลมอนเทร้าต์เสิร์ฟมาเป็น Tartare จับคู่กับ Grey Bread Chip เช่นกัน (17/20)
RED PRAWNpumpkin, lemonกุ้งแดงเสิร์ฟมาคู่กันกับครีมฟักทองให้ระดับความหวานที่แตกต่างกันอย่างมีมิติ ด้านล่างคือซอสฟักทอง จากนั้นพนักงานจะเทซอสที่เตรียมมาจากตะไคร้และขิงลงไป ด้านบนยังมี Sweet and Sour Pumpkin ให้ความกรอบรวมไปถึงเนื้อสัมผัสของครัมเบิ้ลที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทอง จานนี้ให้รสชาติที่คล้ายคลึงกันกับต้มยำกุ้งของไทยอยู่เหมือนกัน (17/20)
รูปที่ 14
RED PRAWNpumpkin, lemonกุ้งแดงเสิร์ฟมาคู่กันกับครีมฟักทองให้ระดับความหวานที่แตกต่างกันอย่างมีมิติ ด้านล่างคือซอสฟักทอง จากนั้นพนักงานจะเทซอสที่เตรียมมาจากตะไคร้และขิงลงไป ด้านบนยังมี Sweet and Sour Pumpkin ให้ความกรอบรวมไปถึงเนื้อสัมผัสของครัมเบิ้ลที่เตรียมมาจากเมล็ดฟักทอง จานนี้ให้รสชาติที่คล้ายคลึงกันกับต้มยำกุ้งของไทยอยู่เหมือนกัน (17/20)
BREAD�ขนมปังชิ้นโตเสิร์ฟมาคู่กันกับ South Tyrolean Bacon, South Tyrolian Sausage, Carrot Spread with Mint Oil and Roasted Sesame, Salted Butter และ Goat Butter สุดท้ายคือเทียนที่ละลายจนกลายมาเป็นไขมันวัวและสมุนไพรสำหรับจิ้มให้รสชาติเค็มและมันอย่างมีมิติ
รูปที่ 15
BREAD�ขนมปังชิ้นโตเสิร์ฟมาคู่กันกับ South Tyrolean Bacon, South Tyrolian Sausage, Carrot Spread with Mint Oil and Roasted Sesame, Salted Butter และ Goat Butter สุดท้ายคือเทียนที่ละลายจนกลายมาเป็นไขมันวัวและสมุนไพรสำหรับจิ้มให้รสชาติเค็มและมันอย่างมีมิติ
HAKEblack lentils, sauerkraut, calf's headปลา Hake ย่าง ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของผักทั้งจากฤดูใบไม้ร่วงหลายชนิด ด้านล่างรองด้วยถั่วเลนทิลสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ไฮไลท์คือหัวลูกวัวที่เชฟเคี่ยวทุกส่วนของหัวแล้วนำไปเตรียมเป็นแผ่นกรอบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งยังมีรสชาติที่ดีและเข้มข้นอีกด้วย จากนั้นพนักงานจะเทราด Saurekraut Foam รสเปรี้ยวลงไปรอบ ๆ จาน (17/20)
รูปที่ 16
HAKEblack lentils, sauerkraut, calf's headปลา Hake ย่าง ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของผักทั้งจากฤดูใบไม้ร่วงหลายชนิด ด้านล่างรองด้วยถั่วเลนทิลสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ไฮไลท์คือหัวลูกวัวที่เชฟเคี่ยวทุกส่วนของหัวแล้วนำไปเตรียมเป็นแผ่นกรอบให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งยังมีรสชาติที่ดีและเข้มข้นอีกด้วย จากนั้นพนักงานจะเทราด Saurekraut Foam รสเปรี้ยวลงไปรอบ ๆ จาน (17/20)
POTATO GNOCCHIchestnuts, alpine cheese, white truffle of Albaคอร์สนี้มีวัตถุดิบสำคัญคือ Fresh Alba White Truffle ที่กำลัง In Season อยู่ในขณะนี้ (17/20)
รูปที่ 17
POTATO GNOCCHIchestnuts, alpine cheese, white truffle of Albaคอร์สนี้มีวัตถุดิบสำคัญคือ Fresh Alba White Truffle ที่กำลัง In Season อยู่ในขณะนี้ (17/20)
POTATO GNOCCHIchestnuts, alpine cheese, white truffle of Albaเชฟนำเสนอ Gnocchi มันฝรั่งโฮมเมดนุ่ม ๆ เสิร์ฟมากับชิ้นเกาลัดและครีมเกาลัด เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยครัมเบิ้ลขนมปังกรอบ ๆ จากนั้นท็อปด้วย Alpine Cheese Foam หอมมัน จากนั้นจึงทำการขูดทรัฟเฟิลขาวลงไปจนเต็มจาน (17/20)
รูปที่ 18
POTATO GNOCCHIchestnuts, alpine cheese, white truffle of Albaเชฟนำเสนอ Gnocchi มันฝรั่งโฮมเมดนุ่ม ๆ เสิร์ฟมากับชิ้นเกาลัดและครีมเกาลัด เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยครัมเบิ้ลขนมปังกรอบ ๆ จากนั้นท็อปด้วย Alpine Cheese Foam หอมมัน จากนั้นจึงทำการขูดทรัฟเฟิลขาวลงไปจนเต็มจาน (17/20)
POTATO GNOCCHIchestnuts, alpine cheese, white truffle of Albaภาพของ Gnocchi มันฝรั่ง (17/20)
รูปที่ 19
POTATO GNOCCHIchestnuts, alpine cheese, white truffle of Albaภาพของ Gnocchi มันฝรั่ง (17/20)
SADDLE OF VENISONparsley root, hazelnutเนื้อกวางส่วน Saddle ล้อมรอบด้วย Hazelnut Crust กรอบ ๆ นำเข้าเตาอบจนสุกกำลังดีแล้วราดด้วยซอส Venison Jus เข้มข้น (17/20)
รูปที่ 20
SADDLE OF VENISONparsley root, hazelnutเนื้อกวางส่วน Saddle ล้อมรอบด้วย Hazelnut Crust กรอบ ๆ นำเข้าเตาอบจนสุกกำลังดีแล้วราดด้วยซอส Venison Jus เข้มข้น (17/20)
SADDLE OF VENISONparsley root, hazelnutเชฟเสิร์ฟมากับรากของพาสลีย์ใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันเริ่มจาก Puff นึ่งมานุ่ม ๆ ยัดไส้ด้วย Ragout กวาง ด้านบนท็อปด้วยหัวหอม White Onion และ Cassis ช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้น (17/20)
รูปที่ 21
SADDLE OF VENISONparsley root, hazelnutเชฟเสิร์ฟมากับรากของพาสลีย์ใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันเริ่มจาก Puff นึ่งมานุ่ม ๆ ยัดไส้ด้วย Ragout กวาง ด้านบนท็อปด้วยหัวหอม White Onion และ Cassis ช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้น (17/20)
SADDLE OF VENISONparsley root, hazelnutข้าง ๆ กันยังมี Consomme หรือซุปใสอุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากกวางผสมผสานกับเครื่องเทศและสมุนไพร จากนั้นจึงเทบรั่นดีเก่าอายุ 30 ปีลงไปช่วยเสริมกลิ่นให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น (17/20)
รูปที่ 22
SADDLE OF VENISONparsley root, hazelnutข้าง ๆ กันยังมี Consomme หรือซุปใสอุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากกวางผสมผสานกับเครื่องเทศและสมุนไพร จากนั้นจึงเทบรั่นดีเก่าอายุ 30 ปีลงไปช่วยเสริมกลิ่นให้มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น (17/20)
PRE-DESSERTล้างปากด้วย Pre-dessert ที่มีลักษณะเหมือนก้อนหินโดยพนักงานจะให้ลองเลือกชิ้นที่ถูกต้องซึ่งก็คือชื้นสีดำนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 23
PRE-DESSERTล้างปากด้วย Pre-dessert ที่มีลักษณะเหมือนก้อนหินโดยพนักงานจะให้ลองเลือกชิ้นที่ถูกต้องซึ่งก็คือชื้นสีดำนั่นเอง (17/20)
PRE-DESSERTCoating ด้านนอกเตรียมมาจากไวท์ช็อกโกแลต ด้านในสอดไส้ครีมเสาวรสรสเปรี้ยว ด้านล่างเป็นการผสมผสานกันของช็อกโกแลต วานิลลา และเลมอน รอบ ๆ คือซอสสีเหลืองสดที่เตรียมมาจากเสาวรสและมะม่วง (17/20)
รูปที่ 24
PRE-DESSERTCoating ด้านนอกเตรียมมาจากไวท์ช็อกโกแลต ด้านในสอดไส้ครีมเสาวรสรสเปรี้ยว ด้านล่างเป็นการผสมผสานกันของช็อกโกแลต วานิลลา และเลมอน รอบ ๆ คือซอสสีเหลืองสดที่เตรียมมาจากเสาวรสและมะม่วง (17/20)
PRE-DESSERTจากนั้นพนักงานจะนำก้อนหินปลอมมาวางเอาไว้ด้านบน วิธีชิมให้กระเทาะเปลือก Coating ชั้นนอกออกก่อน (17/20)
รูปที่ 25
PRE-DESSERTจากนั้นพนักงานจะนำก้อนหินปลอมมาวางเอาไว้ด้านบน วิธีชิมให้กระเทาะเปลือก Coating ชั้นนอกออกก่อน (17/20)
CACAO BEANcalamansi, black teaครีมของซิตรัส Calamansi จับคู่กับครีมช็อกโกแลต ตรงกลางคั่นด้วยแผ่นชิปกรอบ ๆ เตรียมมาจาก Amaranth ยังมีไอศกรีมเลมอนช่วยเรียกความสดชื่น (17/20)
รูปที่ 26
CACAO BEANcalamansi, black teaครีมของซิตรัส Calamansi จับคู่กับครีมช็อกโกแลต ตรงกลางคั่นด้วยแผ่นชิปกรอบ ๆ เตรียมมาจาก Amaranth ยังมีไอศกรีมเลมอนช่วยเรียกความสดชื่น (17/20)
CACAO BEANcalamansi, black teaสุดท้ายคือองค์ประกอบของธัญพืชและช็อกโกแลต จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากตะไคร้และพริกหวานแดงลงไป (17/20)
รูปที่ 27
CACAO BEANcalamansi, black teaสุดท้ายคือองค์ประกอบของธัญพืชและช็อกโกแลต จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมมาจากตะไคร้และพริกหวานแดงลงไป (17/20)
CACAO BEANcalamansi, black teaข้าง ๆ กันยังมี Soufflé นุ่ม ๆ เสิร์ฟมาแบบ Upside Down ทโดยเชฟเตรียมมาจากซิตรัส Calamansi และชาดำอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 28
CACAO BEANcalamansi, black teaข้าง ๆ กันยังมี Soufflé นุ่ม ๆ เสิร์ฟมาแบบ Upside Down ทโดยเชฟเตรียมมาจากซิตรัส Calamansi และชาดำอีกด้วย (17/20)
PETIT FOURred shiso foam kisssalted pistachio pralineraspberry tartlet with hemp seeds and maltปิดท้ายด้วยของว่าง 3 อย่างคือ red shiso foam kiss, salted pistachio praline
รูปที่ 29
PETIT FOURred shiso foam kisssalted pistachio pralineraspberry tartlet with hemp seeds and maltปิดท้ายด้วยของว่าง 3 อย่างคือ red shiso foam kiss, salted pistachio praline
PETIT FOURred shiso foam kisssalted pistachio pralineraspberry tartlet with hemp seeds and maltสุดท้ายคือ raspberry tartlet with hemp seeds and malt
รูปที่ 30
PETIT FOURred shiso foam kisssalted pistachio pralineraspberry tartlet with hemp seeds and maltสุดท้ายคือ raspberry tartlet with hemp seeds and malt
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 31
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 32
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 1,297 €/5 p
รูปที่ 33
💰 ราคา 1,297 €/5 p
🎗️ [THE CHEF] Gerhard Wieser เกิดและเติบโตในแถบ Rasen-Antholz ซึ่งเป็นเขตหนึ่งของแถบ South Tyrol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเป็นเชฟมืออาชีพอย่างเต็มตัวเขาได้ออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในห้องอาหารมากมายทั้งในประเทศเยอรมนี, สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ต่อมาในปี 2002 เขาย้ายมารับงานควบคุมห้องอาหาร Trenkerstube นำเสนออาหารถิ่นเทือกเขาแอลป์และอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2006 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ต่อเนื่องมาจนถึงห้องอาหาร Castel fine dining ปัจจุบัน
รูปที่ 34
🎗️ [THE CHEF] Gerhard Wieser เกิดและเติบโตในแถบ Rasen-Antholz ซึ่งเป็นเขตหนึ่งของแถบ South Tyrol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเป็นเชฟมืออาชีพอย่างเต็มตัวเขาได้ออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในห้องอาหารมากมายทั้งในประเทศเยอรมนี, สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ต่อมาในปี 2002 เขาย้ายมารับงานควบคุมห้องอาหาร Trenkerstube นำเสนออาหารถิ่นเทือกเขาแอลป์และอาหารเมดิเตอร์เรเนียนและสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2006 และเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ต่อเนื่องมาจนถึงห้องอาหาร Castel fine dining ปัจจุบัน
🎗️ [THE FOOD] สำหรับห้องอาหารแห่งใหม่นี้เขาเลือกที่จะนำเสนออาหารออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบระดับสูงนำเข้ามาจากแหล่งอื่น ๆ หลายจานมีความซับซ้อนในทางเทคนิคการปรุงแต่ยังคงมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องตีความมากนัก
รูปที่ 35
🎗️ [THE FOOD] สำหรับห้องอาหารแห่งใหม่นี้เขาเลือกที่จะนำเสนออาหารออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบระดับสูงนำเข้ามาจากแหล่งอื่น ๆ หลายจานมีความซับซ้อนในทางเทคนิคการปรุงแต่ยังคงมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องตีความมากนัก
ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Tasting Menu ที่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลโดยในวันนี้เราได้ลองชิม Autumn Menu (228 €) จัดเสิร์ฟมาทั้งสิ้น 6 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจลิ้มลอง Signature Dish ของเชฟอย่าง OLD COW สำหรับใส่เพิ่มเข้าไปหรือสลับกับบางจานได้อีกด้วย
รูปที่ 36
ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Tasting Menu ที่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลโดยในวันนี้เราได้ลองชิม Autumn Menu (228 €) จัดเสิร์ฟมาทั้งสิ้น 6 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจลิ้มลอง Signature Dish ของเชฟอย่าง OLD COW สำหรับใส่เพิ่มเข้าไปหรือสลับกับบางจานได้อีกด้วย
รายการไวน์ที่จัดสรรโดยคุณ Ivana Capraro เน้นไปที่ไวน์ท้องถิ่นของแถบ South Tyrol มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงนัก นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ Wine Pairing (115 €/6 Glasses) และการอับเกรดที่เรียกว่า “finewine Coravin option“ ในราคาแก้วละ 20 € ได้อีกด้วย
รูปที่ 37
รายการไวน์ที่จัดสรรโดยคุณ Ivana Capraro เน้นไปที่ไวน์ท้องถิ่นของแถบ South Tyrol มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงนัก นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ Wine Pairing (115 €/6 Glasses) และการอับเกรดที่เรียกว่า “finewine Coravin option“ ในราคาแก้วละ 20 € ได้อีกด้วย
🎗️ [THE PLACE] ในปี 2001 ตระกูล Dobitsch เข้าซื้อต่อกิจการของ Hotel Castel และชักชวนเชฟ Gerhard Wieser มาควบคุมห้องอาหาร Trenkerstube ที่เปิดขึ้นใหม่อย่างอิสระในพื้นที่โรงแรมในปีเดียวกัน ตัวร้านได้ชื่อมาจากคุณ Luis Trenker ซึ่งเป็นผู้ผลิตภาพยนต์ชาว South Tyrol ผู้โด่งดังในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 นำมาต่อกับคำว่า “-stube” ที่แปลได้ว่า “สถานที่ของ” โดยคุณ Trenker ได้เคยแวะมายังไวน์บาร์ของโรงแรมเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปีของเขานั่นเอง Trenkerstube ได้รับความนิยมทั้งจากนักชิมท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ
รูปที่ 38
🎗️ [THE PLACE] ในปี 2001 ตระกูล Dobitsch เข้าซื้อต่อกิจการของ Hotel Castel และชักชวนเชฟ Gerhard Wieser มาควบคุมห้องอาหาร Trenkerstube ที่เปิดขึ้นใหม่อย่างอิสระในพื้นที่โรงแรมในปีเดียวกัน ตัวร้านได้ชื่อมาจากคุณ Luis Trenker ซึ่งเป็นผู้ผลิตภาพยนต์ชาว South Tyrol ผู้โด่งดังในช่วงยุคศตวรรษที่ 19 นำมาต่อกับคำว่า “-stube” ที่แปลได้ว่า “สถานที่ของ” โดยคุณ Trenker ได้เคยแวะมายังไวน์บาร์ของโรงแรมเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปีของเขานั่นเอง Trenkerstube ได้รับความนิยมทั้งจากนักชิมท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ
ต่อมาในวันที่ 24 ตุลาคม 2020 ห้องอาหาร Trenkerstube ได้ปิดตัวลงอย่างถาวรโดยทางโรงแรมตัดสินใจปรับปรุงร้านใหม่รวมไปถึงแนวทางการนำเสนออาหารและเปิดทำการภายใต้ชื่อ Castel fine dining ในวันที่ 29 มิถุนายน 2021 และยังคงได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 39
ต่อมาในวันที่ 24 ตุลาคม 2020 ห้องอาหาร Trenkerstube ได้ปิดตัวลงอย่างถาวรโดยทางโรงแรมตัดสินใจปรับปรุงร้านใหม่รวมไปถึงแนวทางการนำเสนออาหารและเปิดทำการภายใต้ชื่อ Castel fine dining ในวันที่ 29 มิถุนายน 2021 และยังคงได้รับรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพียง 5 โต๊ะเท่านั้นทำให้ทุกโต๊ะโดดเด่นด้วยทัศนียภาพมุมสูง 180 องศาผ่านกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ และภูเขา Val Venosta สูงตระหง่านอยู่เบื้องหลัง
รูปที่ 40
ห้องรับประทานอาหารหลักมีเพียง 5 โต๊ะเท่านั้นทำให้ทุกโต๊ะโดดเด่นด้วยทัศนียภาพมุมสูง 180 องศาผ่านกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ และภูเขา Val Venosta สูงตระหง่านอยู่เบื้องหลัง
หลังจากนำรถเข้าจอดลูกค้าจะพบกับจุดตรวจสอบการจองที่ชั้นล่างและจำเป็นต้องขึ้น Stairway to Heaven ไปยังชั้นบน
รูปที่ 41
หลังจากนำรถเข้าจอดลูกค้าจะพบกับจุดตรวจสอบการจองที่ชั้นล่างและจำเป็นต้องขึ้น Stairway to Heaven ไปยังชั้นบน
พื้นที่รับรองมีบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 42
พื้นที่รับรองมีบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
เชฟ Gerhard Wieser
รูปที่ 43
เชฟ Gerhard Wieser
ภายในห้องครัว
รูปที่ 44
ภายในห้องครัว
ภายในห้องครัว
รูปที่ 45
ภายในห้องครัว
บันไดขึ้นชั้น 2
รูปที่ 46
บันไดขึ้นชั้น 2
Stairway to Heaven
รูปที่ 47
Stairway to Heaven
ประวัติของห้องอาหาร Trenkerstube
รูปที่ 48
ประวัติของห้องอาหาร Trenkerstube
รางวัลอื่น ๆ
รูปที่ 49
รางวัลอื่น ๆ
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 50
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
🎗️ [WHY GO] Castel fine dining เป็นห้องอาหารที่พื้นที่ห่างไกลที่รักษามาตรฐานร้านระดับสูงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อประกอบไปกับทัศนียภาพอันสวยงามยามค่ำคืนทำให้อาหารในมื้อนี้สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมได้โดยง่าย พนักงานให้บริการได้ตามมาตรฐาน ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูง เราขอเน้นย้ำผู้ที่เดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัวให้ยึดกับเส้นถนนสายหลักโดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงร้านที่ต้องขับขึ้นเนินเขาเนื่องจาก Google Maps อาจนำทางไปยังถนนที่ไม่สามารถใช้รถยนต์ขับผ่านได้นั่นเอง
รูปที่ 51
🎗️ [WHY GO] Castel fine dining เป็นห้องอาหารที่พื้นที่ห่างไกลที่รักษามาตรฐานร้านระดับสูงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อประกอบไปกับทัศนียภาพอันสวยงามยามค่ำคืนทำให้อาหารในมื้อนี้สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิมได้โดยง่าย พนักงานให้บริการได้ตามมาตรฐาน ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูง เราขอเน้นย้ำผู้ที่เดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัวให้ยึดกับเส้นถนนสายหลักโดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงร้านที่ต้องขับขึ้นเนินเขาเนื่องจาก Google Maps อาจนำทางไปยังถนนที่ไม่สามารถใช้รถยนต์ขับผ่านได้นั่นเอง