GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Casa Vissani
1 MICHELIN Star

ItalyCasa Vissani · กาซา วิซซานี่

Creative · อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ — VOCABOLO CANNITELLO, 05023 BASCHI

🎗 ช่วงกลางดึกคืนหนึ่งของทริปท่องเที่ยวในอิตาลีของเราเมื่อปีกลายเป็นการขับรถยาวจากเมือง Florence มุ่งหน้าสู่กรุง Rome ความสงบเงียบและความมืดยามค่ำคืนของเเคว้นหุบเขาแห่งเเคว้น Tuscany ผนวกกับการเดินเที่ยวเมืองมาทั้งวันทำให้รู้สึกเหนื่อยเพลียและค่อนข้างล้า ด้วยเหตุนี้เองเราจึงตัดสินใจขับรถออกนอกเส้นทางจากถนนหลวงช่วงเมือง Orvieto มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารที่ดีสุดแห่งหนึ่งในย่านนั้น

🎗 Casa Vissani ตั้งอยู่ที่ชานเมือง Baschi โดยเป็นร้านอาหารกูร์เม่ท์ประจำโรงแรมหรูในชื่อเดียวกัน จุดเด่นคือวิวอันสวยงามเเละความเงียบสงบของทะเลสาบ Lago di Corbara อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟเจ้าของร้านคุณ Gianfranco Vissani ผู้ซึ่งสามารถผสมผสานอาหารอิตาเลียนสูตรดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว ด้วยความที่เป็นอาหารมื้อดึกประกอบกับท้องที่ไม่หิวมากนักทำให้เราเลือกทานเป็นเมนูอลาคาร์ท

🎗 เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูชเรียกน้ำย่อยสามอย่าง ก่อนที่จะตัดเข้าเมนู Primi อย่างพาสต้าเเละรีซอตโต้ ต่อด้วยเมนู Secondi ที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านอย่างปลาโดเวอร์โซล ผิดท้ายด้วยของหวานที่ตั้งชื่อตามเจ้าหญิงดิสนี่ รสชาติอาหารอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานร้านระดับ 1 ดาวมิชลินทั่วไปในอิตาลี เเต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงอาจต้องชั่งน้ำหนักกับความคุ้มค่ากันสักหน่อย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 17 รูป

🇮🇹 Casa Vissani - กาซา วิซซานี่ ⭐️ 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 1
🇮🇹 Casa Vissani - กาซา วิซซานี่ ⭐️ 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
ช่วงกลางดึกคืนหนึ่งของทริปท่องเที่ยวในอิตาลีของเราเมื่อปีกลายเป็นการขับรถยาวจากเมือง Florence มุ่งหน้าสู่กรุง Rome ความสงบเงียบและความมืดยามค่ำคืนของเเคว้นหุบเขาแห่งเเคว้น Tuscany ผนวกกับการเดินเที่ยวเมืองมาทั้งวันทำให้รู้สึกเหนื่อยเพลียและค่อนข้างล้า ด้วยเหตุนี้เองเราจึงตัดสินใจขับรถออกนอกเส้นทางจากถนนหลวงช่วงเมือง Orvieto มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารที่ดีสุดแห่งหนึ่งในย่านนั้น
รูปที่ 2
ช่วงกลางดึกคืนหนึ่งของทริปท่องเที่ยวในอิตาลีของเราเมื่อปีกลายเป็นการขับรถยาวจากเมือง Florence มุ่งหน้าสู่กรุง Rome ความสงบเงียบและความมืดยามค่ำคืนของเเคว้นหุบเขาแห่งเเคว้น Tuscany ผนวกกับการเดินเที่ยวเมืองมาทั้งวันทำให้รู้สึกเหนื่อยเพลียและค่อนข้างล้า ด้วยเหตุนี้เองเราจึงตัดสินใจขับรถออกนอกเส้นทางจากถนนหลวงช่วงเมือง Orvieto มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารที่ดีสุดแห่งหนึ่งในย่านนั้น
Amuse-bouche Watermelon, cheese, pepper and asparagus sauce เริ่มต้นมื้ออาหารก้วยอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นเเตงโมที่หั่นออกมาเป็นทรงสี่เหลี่ยม ใส่ชีสมาตรงกลางเเละโรยด้านบนด้วยพริกไทย ด้วยความที่เเตงโมค่อนข้างฉ่ำน้ำเเละไม่หวานเเบบเเตงโมบ้านเราทำให้รสชาติเข้ากันกับชีสได้ดี น้ำซอสด้านล่างมีสีเขียวเหลืองทำมาจากหน่อไม้ฝรั่งมีกลิ่นหอมใช้ได้ (15/20)
รูปที่ 3
Amuse-bouche Watermelon, cheese, pepper and asparagus sauce เริ่มต้นมื้ออาหารก้วยอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นเเตงโมที่หั่นออกมาเป็นทรงสี่เหลี่ยม ใส่ชีสมาตรงกลางเเละโรยด้านบนด้วยพริกไทย ด้วยความที่เเตงโมค่อนข้างฉ่ำน้ำเเละไม่หวานเเบบเเตงโมบ้านเราทำให้รสชาติเข้ากันกับชีสได้ดี น้ำซอสด้านล่างมีสีเขียวเหลืองทำมาจากหน่อไม้ฝรั่งมีกลิ่นหอมใช้ได้ (15/20)
Amuse-bouche White Shrimp, Tempura of Zucchini and Sauce from Southern Italy ถัดมาคือกุ้งขาวที่ทำเนื้อออกมาได้นุ่ม มีรสหวานธรรมชาติ ทานคู่กันกับซูคินี่ที่นำมาชุบแป้งทอดแบบเทมปุระราดด้วยซอสสไตล์อิตาเลียน (15/20)
รูปที่ 4
Amuse-bouche White Shrimp, Tempura of Zucchini and Sauce from Southern Italy ถัดมาคือกุ้งขาวที่ทำเนื้อออกมาได้นุ่ม มีรสหวานธรรมชาติ ทานคู่กันกับซูคินี่ที่นำมาชุบแป้งทอดแบบเทมปุระราดด้วยซอสสไตล์อิตาเลียน (15/20)
Amuse-bouche Beef with Melon and Port Wine Reduction ไฮไลท์ของเราคือจานนี้เลย เนื้อวัวเสิร์ฟมาแบบดิบๆ จับคู่รสชาติกับพอร์ทไวน์ที่ผ่านการรีดัคชั่นจนมีรสชาติเข้มข้น ด้านล่างคือเมลอนรสหวานทานเเล้วสัมผัสได้ถึงมิติกับซอสพอร์ทไวน์ได้อย่างดี (17/20)
รูปที่ 5
Amuse-bouche Beef with Melon and Port Wine Reduction ไฮไลท์ของเราคือจานนี้เลย เนื้อวัวเสิร์ฟมาแบบดิบๆ จับคู่รสชาติกับพอร์ทไวน์ที่ผ่านการรีดัคชั่นจนมีรสชาติเข้มข้น ด้านล่างคือเมลอนรสหวานทานเเล้วสัมผัสได้ถึงมิติกับซอสพอร์ทไวน์ได้อย่างดี (17/20)
Local Bread Selections ทางร้านนำเสิร์ฟขนมปังอิตาเลียนคลาสสิค ทั้งยังมี White bread, Lemon bread และ Altamura ซึ่งเป็นขนมปังพื้นบ้านจากทางตอนใต้ของอิตาลีอีกด้วย (16/20)
รูปที่ 6
Local Bread Selections ทางร้านนำเสิร์ฟขนมปังอิตาเลียนคลาสสิค ทั้งยังมี White bread, Lemon bread และ Altamura ซึ่งเป็นขนมปังพื้นบ้านจากทางตอนใต้ของอิตาลีอีกด้วย (16/20)
Spaghetto Garlic, Olive Oil and Chilli Pepper with Venus Clams (45 EUR) สำหรับเมนู Primi เราลองสั่งเป็นเส้นสปาเก็ตโต้ พาสต้าที่หน้าตาคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ เเต่จะมีความหนาเเละความอวบที่มากกว่า เสิร์ฟมาแบบเพอร์เฟค Al Dente ทานกับซอสทำจาก Extravirgin olive oil และ Chili pepper โปรตีนหลักที่เสิร์ฟมาด้วยกันคือหอยเเครงอิตาเลียนสดๆ มีกลิ่นเฉพาะตัวของหอยเเละกลิ่นของทะเลปนมาเล็กน้อย ทอปด้านบนด้วย Lemon cavair ตอนทานตัวคาเวียร์จะเเตกออกช่วยเรียกความสดชื่นให้คนทานได้เป็นอย่างดี (15/20)
รูปที่ 7
Spaghetto Garlic, Olive Oil and Chilli Pepper with Venus Clams (45 EUR) สำหรับเมนู Primi เราลองสั่งเป็นเส้นสปาเก็ตโต้ พาสต้าที่หน้าตาคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ เเต่จะมีความหนาเเละความอวบที่มากกว่า เสิร์ฟมาแบบเพอร์เฟค Al Dente ทานกับซอสทำจาก Extravirgin olive oil และ Chili pepper โปรตีนหลักที่เสิร์ฟมาด้วยกันคือหอยเเครงอิตาเลียนสดๆ มีกลิ่นเฉพาะตัวของหอยเเละกลิ่นของทะเลปนมาเล็กน้อย ทอปด้านบนด้วย Lemon cavair ตอนทานตัวคาเวียร์จะเเตกออกช่วยเรียกความสดชื่นให้คนทานได้เป็นอย่างดี (15/20)
The Carnaroli Goes On The Cube ... (40 EUR) จานนี้คือหนึ่งในรีซอตโต้ที่เด็ดของทางร้านและเป็นเมนูเด็ดประจำวันนี้ เชฟใช้ข้าวคานาโรลี่ไปคลุกเคล้ากันกับเนยจนหอม เสิร์ฟมาที่ความสุกกำลังดี ไม่นิ่มเเละไม่เเข็งจนเกินไป ทานกับผักนานาชนิดที่หั่นมาเป็นทรงลูกเต๋าทอปด้านบนด้วยโปรตีนที่เเตกต่างกันไปทำให้รสชาติของทุกคำที่ทานไม่ซ้ำกันเลยขึ้นอยู่กับว่าเราจะตักผักชิ้นใด สุดยอดมากๆ (17/20)
รูปที่ 8
The Carnaroli Goes On The Cube ... (40 EUR) จานนี้คือหนึ่งในรีซอตโต้ที่เด็ดของทางร้านและเป็นเมนูเด็ดประจำวันนี้ เชฟใช้ข้าวคานาโรลี่ไปคลุกเคล้ากันกับเนยจนหอม เสิร์ฟมาที่ความสุกกำลังดี ไม่นิ่มเเละไม่เเข็งจนเกินไป ทานกับผักนานาชนิดที่หั่นมาเป็นทรงลูกเต๋าทอปด้านบนด้วยโปรตีนที่เเตกต่างกันไปทำให้รสชาติของทุกคำที่ทานไม่ซ้ำกันเลยขึ้นอยู่กับว่าเราจะตักผักชิ้นใด สุดยอดมากๆ (17/20)
Sole with Black Garlic, Spinaches, Star Anise and Fior di Latte Ice Cream (50 EUR) สำหรับเมนู Secondi เราเลือกทานเป็นเมนูคลาสสิคที่เชฟเคยคิดค้นขึ้นมาเเละมีรสเลิศขนาดว่าทางร้านจัดเเยกเอาไว้เป็นหน้าพิเศษในสมุดเมนู ปลา Sole เสิร์ฟมาสองแบบ ฝั่งซ้ายเป็นฟิเลท์ราดด้านบนด้วยซอสทำจากโปยกั๊ก ตรงกลางคือผักโขมเสิร์ฟให้ทานกับไอศกรีม Fior di Latte ส่วนไฮไลท์ของจานคือฝั่งขวา เชฟนำปลาไปพันม้วนดูน่าทาน ด้านในเป็นถั่วลิสงและผงโกโก้ ความกรอบของถั่วลิสงตัดกันกับเนื้อปลานุ่มๆได้เป็นอย่างดี (17/20) in
รูปที่ 9
Sole with Black Garlic, Spinaches, Star Anise and Fior di Latte Ice Cream (50 EUR) สำหรับเมนู Secondi เราเลือกทานเป็นเมนูคลาสสิคที่เชฟเคยคิดค้นขึ้นมาเเละมีรสเลิศขนาดว่าทางร้านจัดเเยกเอาไว้เป็นหน้าพิเศษในสมุดเมนู ปลา Sole เสิร์ฟมาสองแบบ ฝั่งซ้ายเป็นฟิเลท์ราดด้านบนด้วยซอสทำจากโปยกั๊ก ตรงกลางคือผักโขมเสิร์ฟให้ทานกับไอศกรีม Fior di Latte ส่วนไฮไลท์ของจานคือฝั่งขวา เชฟนำปลาไปพันม้วนดูน่าทาน ด้านในเป็นถั่วลิสงและผงโกโก้ ความกรอบของถั่วลิสงตัดกันกับเนื้อปลานุ่มๆได้เป็นอย่างดี (17/20) in
Pre-dessert Liquid Soup, Lemon Drop and Rosemary ก่อนจะเข้าอาหารหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟซุปเหลวๆรสออกหวาน หยดสีเหลืองทำมาจากเลมอนให้รสเปรี้ยว ปิดท้ายด้วยการวางโรสแมรีเอาไว้ด้านบน ช่วยดับคาวอาหารจานก่อนหน้าทั้งหมด (16/20
รูปที่ 10
Pre-dessert Liquid Soup, Lemon Drop and Rosemary ก่อนจะเข้าอาหารหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟซุปเหลวๆรสออกหวาน หยดสีเหลืองทำมาจากเลมอนให้รสเปรี้ยว ปิดท้ายด้วยการวางโรสแมรีเอาไว้ด้านบน ช่วยดับคาวอาหารจานก่อนหน้าทั้งหมด (16/20
Frozen (20 EUR) Coconut and Lemon on a Mirror of Strawberries with Kirsh, White Chocolate, Balsamic and Peach Reduction ขนมหวานที่นี่ตั้งชื่อตามการ์ตูนดิสนี่โดยวันนี้เราเลือกทานเป็นโฟรเซ่น ทรงกลมข้างล่างทำมาจากเลม่อนและมะพร้าวให้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ด้านบนเป็นไวท์ช็อกโกแลต รองด้านล่างด้วยซอสสีแดงทำมาจากน้ำส้มสายชูบัลซามิกและพีชที่ถูกรีดัคชั่นจนหวานตัดกันกับรสเปรี้ยวของเลมอนได้ดี (16/20)
รูปที่ 11
Frozen (20 EUR) Coconut and Lemon on a Mirror of Strawberries with Kirsh, White Chocolate, Balsamic and Peach Reduction ขนมหวานที่นี่ตั้งชื่อตามการ์ตูนดิสนี่โดยวันนี้เราเลือกทานเป็นโฟรเซ่น ทรงกลมข้างล่างทำมาจากเลม่อนและมะพร้าวให้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ด้านบนเป็นไวท์ช็อกโกแลต รองด้านล่างด้วยซอสสีแดงทำมาจากน้ำส้มสายชูบัลซามิกและพีชที่ถูกรีดัคชั่นจนหวานตัดกันกับรสเปรี้ยวของเลมอนได้ดี (16/20)
Frozen (20 EUR) Coconut and Lemon on a Mirror of Strawberries with Kirsh, White Chocolate, Balsamic and Peach Reduction เสิร์ฟมาคู่กันอันนี้เป็นไอศกรีมลูกพีชและแผ่นสีดำด้านบนทไมาจากหมึกดำของหมึกกระดอง (16/20)
รูปที่ 12
Frozen (20 EUR) Coconut and Lemon on a Mirror of Strawberries with Kirsh, White Chocolate, Balsamic and Peach Reduction เสิร์ฟมาคู่กันอันนี้เป็นไอศกรีมลูกพีชและแผ่นสีดำด้านบนทไมาจากหมึกดำของหมึกกระดอง (16/20)
Petit Four (Complimentary) Bomboloni ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยบอมโบโลนี่หรือโดนัทอิตาลีนุ่มๆ เสิร์ฟมาอุ่นๆ โรยน้ำตาลด้านบน (13/20)
รูปที่ 13
Petit Four (Complimentary) Bomboloni ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยบอมโบโลนี่หรือโดนัทอิตาลีนุ่มๆ เสิร์ฟมาอุ่นๆ โรยน้ำตาลด้านบน (13/20)
Petit Four Custard, Canele, Crème Brûlée, Strawberry Cheesecake, Pumpkin Mousse ปิดท้ายด้วยขนมขนาดจิ๋วหลายสัญชาติทั้ง คัสตาร์ด กาเนเล่ เครมบรูเล่ สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก และมูสฟักทอง (15/20)
รูปที่ 14
Petit Four Custard, Canele, Crème Brûlée, Strawberry Cheesecake, Pumpkin Mousse ปิดท้ายด้วยขนมขนาดจิ๋วหลายสัญชาติทั้ง คัสตาร์ด กาเนเล่ เครมบรูเล่ สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก และมูสฟักทอง (15/20)
💰 ราคา 167 € หรือประมาณ 6,000 บาท
รูปที่ 15
💰 ราคา 167 € หรือประมาณ 6,000 บาท
Casa Vissani ตั้งอยู่ที่ชานเมือง Baschi โดยเป็นร้านอาหารกูร์เม่ท์ประจำโรงแรมหรูในชื่อเดียวกัน จุดเด่นคือวิวอันสวยงามเเละความเงียบสงบของทะเลสาบ Lago di Corbara
รูปที่ 16
Casa Vissani ตั้งอยู่ที่ชานเมือง Baschi โดยเป็นร้านอาหารกูร์เม่ท์ประจำโรงแรมหรูในชื่อเดียวกัน จุดเด่นคือวิวอันสวยงามเเละความเงียบสงบของทะเลสาบ Lago di Corbara
ป้ายร้านด้านหน้า
รูปที่ 17
ป้ายร้านด้านหน้า

แกลเลอรี