
Casa Perbellini 12 Apostoli · คาซ่า แปร์เบลลีนี ดูโดชิ อาโปสโตลี
Creative, Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย — vicolo Corticella San Marco 3, Verona, 37121, Italy
🎗 [INTRO] Verona เป็นเมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Veneto ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีที่ยังถูกใช้เป็นฉากหลังในบทประพันธ์เรื่อง Romeo and Juliet ของ William Shakespeare อีกด้วย ห่างออกมาจากสนามกีฬาโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกเพียงเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของ Casa Perbellini 12 Apostoli ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านนี้
🎗[THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากร้านเดิมนอกย่านเมืองเก่า เชฟ Giancarlo Perbellini ตัดสินใจย้ายร้านเข้ามาใจกลางเมืองใกล้กันกับ Piazza della Erbe ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร 12 Apostoli เดิมที่เขาเคยทำงานในช่วงแรกเริ่ม นักออกแบบภายในชื่อดัง Patricia Urquiola เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ให้บรรยากาศโทนอบอุ่นเข้ากันกับภาพวาด Fresco และแสงไฟภายใน ห้องรับประทานอาหารหลักถูกแบ่งย่อยออกเป็น 2 ส่วนคือ Vòlto และ Affreschi นอกจากนี้ยังมี Chef's Table ที่เชฟยกห้องครัวแบบ Open-View Kitchen มาจากร้านเดิมที่ Piazza San Zeno กินพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของห้องรับประทานอาหารหลักทำให้ลูกค้าทุกที่นั่งสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา
🎗 [THE CHEF] Giancarlo Perbellini เกิดที่เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Bovolone ในปี 1964 โดยมีครอบครัวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานขนมปัง-ขนมหวานที่มีมาตั้งแต่ปี 1890 ต่อมาเขาเข้ารับการศึกษาต่อเพื่อเป็นเชฟมืออาชีพที่ Recoaro Hotel Institute ในนคร Vicenza หลังจากเรียนจบเขามีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมากมายอย่างเช่น Marconi (1 MICHELIN Star - ปัจจุบันคือห้องอาหาร Casa Mazzucchelli), 12 Apostoli (1 MICHELIN Star), Il Desco (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในนคร Verona และ San Domenico (2 MICHELIN Stars) ซึ่งเป็นห้องอาหารระดับตำนานในเมือง Imola หลังจากนั้นเขายังเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหารระดับสูงในประเทศฝรั่งเศสอย่าง Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ L'Ambroisie (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางไปยังกรุง London เป็นระยะเวลาสั้น ๆ และกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อเปิดห้องอาหาร Perbellini ขึ้นที่เมือง Isola Rizza ในปี 1989 ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1992 และเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2002 ต่อมาเขาได้ย้ายทำเลของร้านอีกหลายครั้งจนกระทั่งย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันคือ 12 Apostoli ในเดือนกันยายน 2023 และในที่สุดห้องอาหารของเขาได้รับการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2025 นั่นเอง
🎗 [THE FOOD] เชฟ Giancarlo Perbellini นำเสนออาหารในรูปแบบร่วมสมัย แต่ละจานมีความเข้าถึงง่ายทำให้ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติและความสวยงามโดยไม่ต้องตีความมากนัก ในส่วนของ Tasting Menu มีให้เลือกชิมกัน 3 รูปแบบคือ Io e Silvia (230 €) เมนูตามฤดูกาลที่เขาอุทิศให้ภรรยาผู้ความฝันร่วมกันที่ “บ้านหลังใหม่” แห่งนี้ ถัดมาคือ Storie di Casa (250 €) รวบรวมเมนูขึ้นชื่อของร้านตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนใครที่รับประทานอาหารมังสวิรัติรวมไปถึงผู้ที่ต้องการสั่งเมนูที่ปราศจากกลูเตสและนมสามารถเลือกชิม L’Essenza (220 €) ที่จัดทำเอาไว้เป็นพิเศษได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเมนูแบบ À La Carte ที่ลูกค้าสามารถเลือกสั่งเป็นจานได้ตามใจชอบนำเสนอจำนวน 2 Courses (220 €) และ 3 Courses (240 €) รายการไวน์มีให้เลือกมากมายรวมไปถึงไวน์จากประเทศฝรั่งเศสซึ่งเชฟมีความชื่นชอบเป็นการส่วนตัว สำหรับจานที่โดดเด่นในวันนี้คือ
✨ My wafer... sea bass tartàre, fresh cheese, liquorice
สุดยอด Signature Dish ที่อยู่คู่กับร้านมาอย่างยาวนานคือเวเฟอร์งาขาวกรอบ ๆ ด้านในคือเนื้อปลากะพงสับมาเป็น Tartare ปรุงรสด้วยมะนาวจับคู่มากับ Creram Cheese ที่ปผสมผสานกับต้นหอมให้มิติทางเนื้อสัมผัสและอโรมาที่ซับซ้อน จากนั้นพนักงานจะนำช้อนไปจุ่มลงใน Liqourice Essence หรือชะเอมเทศเพื่อให้ลูกค้าได้หยดซอสลงไปบนเวเฟอร์สร้างรสชาติเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร (19/20)
✨ Royal dentex, mascarpone cheese, Cantabric anchovies, sprouts salad
ปลา Dentex ปรุงให้สุกด้วยระยะเวลาและอุณหภูมิที่พอเหมาะกับเนยที่มีอโรมาของทาร์รากอนจนสามารถคงไว้ซึ่งความนุ่มฉ่ำของเนื้อปลา ด้านล่างรองด้วยปลาแอนโชวีจากทะเล Cantabrian ให้รสเค็มที่กลมกล่อมและครีมชีส Mascarpone ให้ความหวานเบา ๆ จากนั้นเติมแต่งด้วยความเปรี้ยวของ Lemon Reduction อีกฝั่งหนึ่งคือสลัดผักใบและดอกไม้ต่าง ๆ ช่วยสร้างความาดชื่นได้ดี (19/20)
🎗 [WHY GO] สำหรับผู้ที่แวะมายังนครแห่งความรักต้องไม่พลาดที่จะแวะชิมห้องอาหารแห่งนี้ ใครที่เป็นคอไวน์สามารถเลือกดื่มได้ทั้งแบบ Pairing, แบบ By Bottle หรือ By Glass ที่ทีมงานได้รวบรวมไวน์หาชิมยากมาเปิดให้ลองกันในราคาคุ้มค่า พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง ราคาอาหารถือว่าเหมาะสม ขอแนะนำให้จองล่วงหน้าสัก 1 เดือนเพื่อการันตีโต๊ะในห้องรับประทานอาหารหลัก
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 39 รูป

![🎗 [INTRO] Verona เป็นเมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Veneto ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีที่ยังถูกใช้เป็นฉากหลังในบทประพันธ์เรื่อง Romeo and Juliet ของ William Shakespeare อีกด้วย ห่างออกมาจากสนามกีฬาโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกเพียงเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของ Casa Perbellini 12 Apostoli ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านนี้](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/12/598408281_1414837446966471_7257158221666490328_n.webp)























![🎗 [THE CHEF] Giancarlo Perbellini เกิดที่เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Bovolone ในปี 1964 โดยมีครอบครัวประกอบธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานขนมปัง-ขนมหวานที่มีมาตั้งแต่ปี 1890 ต่อมาเขาเข้ารับการศึกษาต่อเพื่อเป็นเชฟมืออาชีพที่ Recoaro Hotel Institute ในนคร Vicenza หลังจากเรียนจบเขามีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมากมายอย่างเช่น Marconi (1 MICHELIN Star - ปัจจุบันคือห้องอาหาร Casa Mazzucchelli), 12 Apostoli (1 MICHELIN Star), Il Desco (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในนคร Verona และ San Domenico (2 MICHELIN Stars) ซึ่งเป็นห้องอาหารระดับตำนานในเมือง Imola หลังจากนั้นเขายังเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหารระดับสูงในประเทศฝรั่งเศสอย่าง Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ L'Ambroisie (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางไปยังกรุง London เป็นระยะเวลาสั้น ๆ และกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อเปิดห้องอาหาร Perbellini ขึ้นที่เมือง Isola Rizza ในปี 1989 ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1992 และเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2002](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/12/598358928_1414845300299019_1158824511236649682_n.webp)

![🎗 [THE FOOD] เชฟ Giancarlo Perbellini นำเสนออาหารในรูปแบบร่วมสมัย แต่ละจานมีความเข้าถึงง่ายทำให้ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติและความสวยงามโดยไม่ต้องตีความมากนัก ในส่วนของ Tasting Menu มีให้เลือกชิมกัน 3 รูปแบบคือ Io e Silvia (230 €) เมนูตามฤดูกาลที่เขาอุทิศให้ภรรยาผู้ความฝันร่วมกันที่ “บ้านหลังใหม่” แห่งนี้ ถัดมาคือ Storie di Casa (250 €) รวบรวมเมนูขึ้นชื่อของร้านตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนใครที่รับประทานอาหารมังสวิรัติรวมไปถึงผู้ที่ต้องการสั่งเมนูที่ปราศจากกลูเตสและนมสามารถเลือกชิม L’Essenza (220 €) ที่จัดทำเอาไว้เป็นพิเศษได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเมนูแบบ À La Carte ที่ลูกค้าสามารถเลือกสั่งเป็นจานได้ตามใจชอบนำเสนอจำนวน 2 Courses (220 €) และ 3 Courses (240 €)](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/12/597603694_1414846300298919_3456108283959984224_n.webp)
![🎗[THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจากร้านเดิมนอกย่านเมืองเก่า เชฟ Giancarlo Perbellini ตัดสินใจย้ายร้านเข้ามาใจกลางเมืองใกล้กันกับ Piazza della Erbe ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร 12 Apostoli เดิมที่เขาเคยทำงานในช่วงแรกเริ่ม](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/12/597508662_1414846250298924_130785840002952930_n.webp)








![🎗 [WHY GO] สำหรับผู้ที่แวะมายังนครแห่งความรักต้องไม่พลาดที่จะแวะชิมห้องอาหารแห่งนี้ ใครที่เป็นคอไวน์สามารถเลือกดื่มได้ทั้งแบบ Pairing, แบบ By Bottle หรือ By Glass ที่ทีมงานได้รวบรวมไวน์หาชิมยากมาเปิดให้ลองกันในราคาคุ้มค่า พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง ราคาอาหารถือว่าเหมาะสม ขอแนะนำให้จองล่วงหน้าสัก 1 เดือนเพื่อการันตีโต๊ะในห้องรับประทานอาหารหลัก](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/12/598433287_1414844106965805_7472879676205716724_n.webp)

