
Casa Perbellini · คาซ่า เพอเบลลินี่
Creative, Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย — Piazza San Zeno, 16, 37123 Verona VR, Italy
🎗 [INTRO] Verona เป็นเมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Veneto ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีทั้งยังถูกใช้เป็นฉากในบทประพันธ์เรื่อง Romeo and Juliet ของ William Shakespeare อีกด้วย ห่างออกมาจาก Arena di Verona ซึ่งเป็นสนามกีฬาโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกออกมาทางทิศตะวันออกเพียงเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของ Casa Perbellini หนึ่งในห้องอาหารชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านนี้
🎗[THE PLACE] Casa Perbellini ย้ายจากตำแหน่งเดิมในเมือง Isola Rizza มายังนคร Verona บริเวณจตุรัส Piazza San Zeno ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำ Adige ในปี 2014 ลูกค้าสามารถเดินทางมาจากเมืองที่ใกล้ที่สุดอย่างนครใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ตัวร้านมีลักษณะเป็นบ้านขนาดไม่ใหญ่นัก ภายในตกแต่งให้บรรยากาศแบบโมเดิร์นแต่กลับเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเป็นกันเอง ห้องครัวแบบ Open-View Kitchen กินพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของห้องรับประทานอาหารหลัก โต๊ะปูด้วยผ้าสีขาวมีผ้ากันเปื้อนขนาดใหญ่วางเอาไว้ตามจำนวนลูกค้า บนผนังตกแต่งด้วยรูปเรขาคณิตหลากสีสัน หลังจบมื้ออาหารอย่าลืมขอทีม Sommelier ลงไปดูห้องเก็บไวน์ที่รวบรวมไวน์หายากจากหลากหลายแหล่งโดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสเอาไว้ในที่เดียว
🎗 [THE CHEF] Giancarlo Perbellini ผู้นิยามตัวเองว่าเป็น Artisan Cook เกิดในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Bovolone เมื่อปี 1964 โดยในช่วงเด็ดนั้นเขามีความสนใจการจัดเตรียมอาหารหวานก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อเพื่อเป็นเชฟมืออาชีพที่ Recoaro Hotel Institute ในนคร Vicenza หลังจากเรียนจบเขามีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมากมายอย่างเช่น Il Desco (2 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในนคร Verona, San Domenico (2 MICHELIN Stars) ซึ่งเป็นห้องอาหารระดับตำนานในเมือง Imola, Marconi (1 MICHELIN Star - ปัจจุบันคือห้องอาหาร Casa Mazzucchelli) รวมไปถึงห้องอาหารเก่าแก่อย่าง 12 Apostoli (1 MICHELIN Star) อีกด้วย หลังจากนั้นตัวเขายังเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงในประเทศอย่างเช่น Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ L'Ambroisie (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางไปยังกรุง London เป็นระยะเวลาสั้น ๆ และกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อเปิดห้องอาหาร Perbellini ขึ้นที่เมือง Isola Rizza ในปี 1989 ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1992 และเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2002 นั่นเอง
🎗 [THE FOOD] เชฟ Giancarlo Perbellini นำเสนออาหารในรูปแบบร่วมสมัยแต่ยังไม่ละทิ้งความเข้าถึงง่ายสำหรับเหล่านักชิมทุกกลุ่ม อาหารแต่ละจานสามารถสัมผัสได้ถึงความอร่อยและความสวยงามโดยไม่ต้องตีความมากนัก ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูได้สามรูปแบบคือ Dalla Terra (170 €) ที่นำเสนออาหาร Gluten-free รวมไปถึงเนื้อสัตว์และปลามาในราคาสุดคุ้มค่า ถัดมาคือเซ็ตที่เราได้เลือกชิมในวันนี้อบ่าง Menù Assaggi (185 €) ซึ่งจะอาศัยวัตถุดิบที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล สุดท้ายคือ Menù 45 Anni (220 €) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูครบรอบ 45 ปีที่รวบรวมจานเด็ดเข้าไว้ด้วยกัน อีกหนึ่งไฮไลท์คือการที่ตัวเชฟ Giancarlo Perbellini มีใจรักในไวน์จากประเทศฝรั่งเศสทั้งตัวเขายังเป็นนักเก็บสะสมไวน์ตัวยงทำให้ลูกค้าสามารถมั่นใจถึงคุณภาพการคัดเลือกไวน์ชั้นดีและนำเสนอมาในราคาที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก สำหรับอาหารที่โดดเด่นในมื้อนี้คือ
✨ Caviar & sabayon
สุดยอด Signature Dish ชิ้นจิ๋วเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายแต่กลับให้รสชาติที่แสนซับซ้อน องค์ประกอบด้านล่างคือ Zabaglione (Sabayon) ให้ความครีมมี่เฉพาะตัวเด่นขัดทั้งยังถูกแช่แข็งมาช่วยเรียกความสดชื่นได้อีกด้วย องค์ประกอบด้านบนคือ Smoked Caviar ที่มีความเค็มพอเหมาะทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ จากการรมควันเคล้ากันไปกับกลิ่นไข่แดงของ Sabayon ได้อย่างไร้ที่ติ (19/20)
✨ Sesame wafer, sea bass tartàre, chive goat cheese with a hint of liquorice
อีกหนึ่งเมนู Signature Dish มีลักษณะเป็นแผ่นเวเฟอร์งาขาวบางกรอบ ตรงกลางมี Brancino หรือเนื้อปลา Sea Bass สับมาเป็น Tartare นุ่ม ๆ สร้างมิติทางเนื้อสัมผัสให้ตัดกันกับความละมุนของ Tartare จสกนั้นปรุงด้วยรสชาติของชีสนมแพะสดที่มีอโรมาของต้นหอม ข้าง ๆ กันคือช้อนที่เคลือบด้วย Liqourice หรือชะเอมเทศสำหรับใช้ตัดแผ่นเวเฟอร์เพื่อเพิ่มเติมรสชาติหวานชุ่ม ถือว่าเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและกลับให้รสชาติที่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ (18/20)
✨ Saffron pasta, cauliflower, capers and
white truffle
คอร์สนี้เชฟนำเสนอเส้นพาสต้า Maltagliati คู่กับซอสสีเหลืองที่เตรียมมาจาก Saffron หรือหญ้าฝรั่นผสมผสานกันไปกับ White Truffle Cream รองอยู่ด้านล่าง ด้านบนท็อปด้วยกะหล่ำดอกย่างให้เนื้อสัมผัสที่เฟิร์มแต่ไม่กระด้างเสริมด้วยอโรมาของผงเคเปอร์ได้อย่างเข้ากัน (17/20)
🎗 [WHY GO] เราขอแนะนำอย่างมากให้เหล่านักชิมที่มีใจรักในไวน์ฝรั่งเศสควรเผื่อเวลาระหว่างเดินทางไปหรือกลับจากเมือง Milan ไปยังนคร Venice ให้กับห้องอาหารเล็ก ๆ แห่งนี้ อาหารทุกจานมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายแต่ไม่ทิ้งความซับซ้อนทางเทคนิคและรสชาติในรูปแบบของห้องอาหารระดับสูง พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่ายังไม่รวมถึงไวน์ชั้นดีหาดื่มยากที่เชฟเก็บสะสมเอาไว้เต็ม Wine Cellar อีกด้วย
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 40 รูป





























![🎗 [INTRO] Verona เป็นเมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Veneto ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีทั้งยังถูกใช้เป็นฉากในบทประพันธ์เรื่อง Romeo and Juliet ของ William Shakespeare อีกด้วย ห่างออกมาจาก Arena di Verona ซึ่งเป็นสนามกีฬาโรมันที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกออกมาทางทิศตะวันออกเพียงเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของ Casa Perbellini หนึ่งในห้องอาหารชั้นสูงที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านนี้](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/331286903_1576452079495827_4380564281911853147_n.webp)
![🎗 [THE CHEF] Giancarlo Perbellini ผู้นิยามตัวเองว่าเป็น Artisan Cook เกิดในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Bovolone เมื่อปี 1964 โดยในช่วงเด็ดนั้นเขามีความสนใจการจัดเตรียมอาหารหวานก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อเพื่อเป็นเชฟมืออาชีพที่ Recoaro Hotel Institute ในนคร Vicenza หลังจากเรียนจบเขามีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมากมายอย่างเช่น Il Desco (2 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในนคร Verona, San Domenico (2 MICHELIN Stars) ซึ่งเป็นห้องอาหารระดับตำนานในเมือง Imola, Marconi (1 MICHELIN Star - ปัจจุบันคือห้องอาหาร Casa Mazzucchelli) รวมไปถึงห้องอาหารเก่าแก่อย่าง 12 Apostoli (1 MICHELIN Star) อีกด้วย หลังจากนั้นตัวเขายังเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงในประเทศอย่างเช่น Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ L'Ambroisie (3 MICHELIN Stars) ก่อนจะเดินทางไปยังกรุง London เป็นระยะเวลาสั้น ๆ และกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อเปิดห้องอาหาร Perbellini ขึ้นที่เมือง Isola Rizza ในปี 1989 ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1992 และเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2002 นั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/331307566_722268702833437_2538763540883418033_n.webp)
![🎗[THE PLACE] Casa Perbellini ย้ายจากตำแหน่งเดิมในเมือง Isola Rizza มายังนคร Verona บริเวณจตุรัส Piazza San Zeno ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำ Adige ในปี 2014 ลูกค้าสามารถเดินทางมาจากเมืองที่ใกล้ที่สุดอย่างนครใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ตัวร้านมีลักษณะเป็นบ้านขนาดไม่ใหญ่นัก ภายในตกแต่งให้บรรยากาศแบบโมเดิร์นแต่กลับเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเป็นกันเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/327995481_737650264643389_3450126344063395430_n.webp)



![🎗 [THE FOOD] เชฟ Giancarlo Perbellini นำเสนออาหารในรูปแบบร่วมสมัยแต่ยังไม่ละทิ้งความเข้าถึงง่ายสำหรับเหล่านักชิมทุกกลุ่ม อาหารแต่ละจานสามารถสัมผัสได้ถึงความอร่อยและความสวยงามโดยไม่ต้องตีความมากนัก ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูได้สามรูปแบบคือ Dalla Terra (170 €) ที่นำเสนออาหาร Gluten-free รวมไปถึงเนื้อสัตว์และปลามาในราคาสุดคุ้มค่า ถัดมาคือเซ็ตที่เราได้เลือกชิมในวันนี้อบ่าง Menù Assaggi (185 €) ซึ่งจะอาศัยวัตถุดิบที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล สุดท้ายคือ Menù 45 Anni (220 €) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูครบรอบ 45 ปีที่รวบรวมจานเด็ดเข้าไว้ด้วยกัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/328122245_521716493407518_7965535837940073306_n.webp)


![🎗 [WHY GO] เราขอแนะนำอย่างมากให้เหล่านักชิมที่มีใจรักในไวน์ฝรั่งเศสควรเผื่อเวลาระหว่างเดินทางไปหรือกลับจากเมือง Milan ไปยังนคร Venice ให้กับห้องอาหารเล็ก ๆ แห่งนี้ อาหารทุกจานมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายแต่ไม่ทิ้งความซับซ้อนทางเทคนิคและรสชาติในรูปแบบของห้องอาหารระดับสูง พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่ายังไม่รวมถึงไวน์ชั้นดีหาดื่มยากที่เชฟเก็บสะสมเอาไว้เต็ม Wine Cellar อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/331273323_4085668774992319_1244350074891311678_n.webp)

แกลเลอรี

