GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Casa de Chá da Boa Nova
2 MICHELIN Stars

PortugalCasa de Chá da Boa Nova · กาซ่า เดอ ชา ดา โบอา โนวา

Seafood · อาหารทะเล — Rua da Boa Nova, 4450-705 Leça da Palmeira, Portugal

🎗 บริเวณ Leça da Palmeira ทางตอนเหนือห่างจากกรุง Porto ประมาณ 20 นาที เป็นที่ตั้งของสุดยอดห้องอาหารทะเลสไตล์โมเดิร์นที่มีวิวสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศโปรตุเกส ทั้งยังเป็นร้านอาหาร Flagship ของเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง Rui Paula หนึ่งในสามกรรมการของรายการทีวี MasterChef Portugal และเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังริมแม่น้ำ Duoro อย่าง DOC และร้านอาหารใน Palace of Art อย่าง DOP

🎗 ประวัติตัวร้านแต่เดิมเป็นร้านน้ำชา Boa Nova Tea House ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1963 โดยสุดยอดสถาปนิกชาวโปรตุเกสเจ้าของรางวัล Pritzker Prize ปี 1992 อย่าง Alvaro Siza Vieira ก่อนที่จะถูกปรับปรุงใหมโดยสถาปนิคคนเดิมในอีก 50 ปีถัดมาเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในนคร Porto ภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วนรวมถึงมีห้องกึ่งส่วนตัวให้บริการ แต่เราแนะนำให้ทุกคนที่มีโอกาสมาทานอาหารที่นี่อย่าลืมที่จะขอพนักงานนั่งในห้องทานอาหารหลักซึ่งถูกจัดให้เป็นห้องอาหารที่มีบรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศโปรตุเกส สังเกตได้จากการเลือกใช้วัสดุปูพื้นเเละผนังเป็นไม้ Red African Afizelia wood นำเข้าจากทวีปแอฟริกามีสีน้ำตาลแดงสวยงาม วิวฝั่งมหาสมุทรเป็นกระจกใสบานใหญ่บนโขดหิน Boa Nova สูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 2 เมตร สามารถมองเห็นวิวมุมกว้างของมหาสมุทรแอตแลนติคได้อย่างสุดลูกหูลูกตา เเละยังมีประภาคารขนาดใหญ่สองเเสงสว่างให้เรือเดินสมุทรตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลกัน สวยงามมากๆ พนักงานบริการแบบเป็นกันเองและสามารถพูดภาษาอังกฤษพอใช้ได้ หากมีโอกาสได้ไปทานวันที่เชฟอยู่ร้านก็สามารถพูดคุยและขอถ่ายรูปกับเชฟได้อีกด้วย

🎗 ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ขนาดใหญ่ Por Mares Nunca de Antes Navegados จำนวนมากถึง 21 Take (คอร์ส) และทุกจานล้วนเป็นเมนูอาหารทะเลท้องถิ่น มีเมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่เคยถูกถอดออกจากเมนูของร้านคือ Squid “Chanel” เป็นปลาหมึกลายขาวดำที่ได้รับบันดาลใจมาจากกระเป๋าแบรนด์หรูอย่าง Chanel ยังมี Red mullet / Cashew / Manioc หรือปลาเรดมัลเล็ตเนื้อเเน่น ทานกับซอสรสเลิศในโคนคอนเน่ รวมไปถึง Sea urchin brulée หรือเครมบรูเล่หอยเม่นเนื้อเนียน ละมุน อาหารทุกคอร์สมีเทคนิคการปรุงที่ซับซ้อนและสามารถเเสดงถึงคุณภาพเเละความสดของอาหารทะเลระดับโลก แต่ด้วยความที่เป็นอาหารโปรตุเกสซึ่งมักมีรสชาติไม่ซับซ้อนทำให้รสชาติโดยรวมถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน บางจานรสชาติยังไม่หวือหวามากนัก นับเป็นเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดของร้านอาหารโปรตุเกสทั่วโลก

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 40 รูป

🇵🇹 Casa de Chá da Boa Nova - กาซ่า เดอ ชา ดา โบอา โนวา
รูปที่ 1
🇵🇹 Casa de Chá da Boa Nova - กาซ่า เดอ ชา ดา โบอา โนวา
⭐️⭐️ 2 Michelin Star - 2 ดาวมิชลิน (Promoted in 2020 Guide)
รูปที่ 2
⭐️⭐️ 2 Michelin Star - 2 ดาวมิชลิน (Promoted in 2020 Guide)
ประวัติตัวร้านแต่เดิมเป็นร้านน้ำชา Boa Nova Tea House ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1963 โดยสุดยอดสถาปนิกชาวโปรตุเกสเจ้าของรางวัล Pritzker Prize ปี 1992 อย่าง Alvaro Siza Vieira ก่อนที่จะถูกปรับปรุงใหมโดยสถาปนิคคนเดิมในอีก 50 ปีถัดมาเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในนคร Porto
รูปที่ 3
ประวัติตัวร้านแต่เดิมเป็นร้านน้ำชา Boa Nova Tea House ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1963 โดยสุดยอดสถาปนิกชาวโปรตุเกสเจ้าของรางวัล Pritzker Prize ปี 1992 อย่าง Alvaro Siza Vieira ก่อนที่จะถูกปรับปรุงใหมโดยสถาปนิคคนเดิมในอีก 50 ปีถัดมาเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในนคร Porto
Take I Toast / Barley เริ่มจากคอร์สแรกที่เชฟได้รับเเเรงบันดาลใจจากอาหารเช้าในวัยเด็กที่คุณแม่มักปิ้งขนมปังให้ทาน ตัวขนมปังทำจากข้าวบาเลย์ ปิ้งมาอุ่นๆ ผิวด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม อร่อยในเเบบที่ขนมปังที่ดี่ควรจะเป็น (14/20)
รูปที่ 4
Take I Toast / Barley เริ่มจากคอร์สแรกที่เชฟได้รับเเเรงบันดาลใจจากอาหารเช้าในวัยเด็กที่คุณแม่มักปิ้งขนมปังให้ทาน ตัวขนมปังทำจากข้าวบาเลย์ ปิ้งมาอุ่นๆ ผิวด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม อร่อยในเเบบที่ขนมปังที่ดี่ควรจะเป็น (14/20)
Take I Toast / Barley ทางร้านเสิร์ฟให้ทานกับ seaweed butter รูปหอยเสิร์ฟมาบนฝาหอยเชลล์ เนยมีเนื้อสัมผัสเนียน เเต่กลิ่นของสาหร่ายทะเลยังติดอยู่มากไปหน่อยทำให้พอทาลงบนขนมปังเเล้วเด่นจึ้นมามากจนเกินไป (14/20)
รูปที่ 5
Take I Toast / Barley ทางร้านเสิร์ฟให้ทานกับ seaweed butter รูปหอยเสิร์ฟมาบนฝาหอยเชลล์ เนยมีเนื้อสัมผัสเนียน เเต่กลิ่นของสาหร่ายทะเลยังติดอยู่มากไปหน่อยทำให้พอทาลงบนขนมปังเเล้วเด่นจึ้นมามากจนเกินไป (14/20)
Take II Potato tartlet / white asparagus / Oscietre Caviar Take III Seafood taco ต่อมาเป็นอาหารแบบ Finger food จำนวน 2 Take เสิร์ฟมาพร้อมกัน
รูปที่ 6
Take II Potato tartlet / white asparagus / Oscietre Caviar Take III Seafood taco ต่อมาเป็นอาหารแบบ Finger food จำนวน 2 Take เสิร์ฟมาพร้อมกัน
Take II Potato tartlet / white asparagus / Oscietre Caviar เริ่มจากทาร์ตเล็ทหรือมินิทาร์ตมันๆทำจากมันฝรั่งผิวบางกรอบ ข้างในเป็นมูสเนื้อเนียนทำจากหน่อไม้ฝรั่งขาว ข้างๆกันมีออซีตรัาคาเวียช่วยเพิ่มรสเค็มอ่อนๆเข้ากันกับหน่อไม้ฝรั่งได้อย่างดี (17/20)
รูปที่ 7
Take II Potato tartlet / white asparagus / Oscietre Caviar เริ่มจากทาร์ตเล็ทหรือมินิทาร์ตมันๆทำจากมันฝรั่งผิวบางกรอบ ข้างในเป็นมูสเนื้อเนียนทำจากหน่อไม้ฝรั่งขาว ข้างๆกันมีออซีตรัาคาเวียช่วยเพิ่มรสเค็มอ่อนๆเข้ากันกับหน่อไม้ฝรั่งได้อย่างดี (17/20)
Take III Seafood taco เเละข้างๆกันคือทาโก้ซีฟู้ดชิ้นจิ๋ว ผิวทาโก้บางกรอบ สีเขียวข้างบนคือครีมทำจากอโวคาโด เสริมกับรสหวานธรรมชาติของไส้ตรงกลาง ทานเเล้วอยากทานต่อจริงๆ ชิ้นนี้เด็ดมากๆ (17/20)
รูปที่ 8
Take III Seafood taco เเละข้างๆกันคือทาโก้ซีฟู้ดชิ้นจิ๋ว ผิวทาโก้บางกรอบ สีเขียวข้างบนคือครีมทำจากอโวคาโด เสริมกับรสหวานธรรมชาติของไส้ตรงกลาง ทานเเล้วอยากทานต่อจริงๆ ชิ้นนี้เด็ดมากๆ (17/20)
Take IV Sea urchin brulée จานที่ 4 คือไข่หอยเม่นท้องถิ่นที่ถูกนำมาทำเป็นบรูเล่เนื้อเนียน ทานเเล้วเย็น สดชื่น หวานเล็กน้อย มีกลิ่นหอมของทะเล โดยรวมถือว่าดีใช้ได้ อย่างไรก็ตามขอบอกเลยว่าคุณภาพของหอยเม่นที่นี่ยังสู้อูนิของฮอกไกโดไม่ได้จริงๆ (15/20)
รูปที่ 9
Take IV Sea urchin brulée จานที่ 4 คือไข่หอยเม่นท้องถิ่นที่ถูกนำมาทำเป็นบรูเล่เนื้อเนียน ทานเเล้วเย็น สดชื่น หวานเล็กน้อย มีกลิ่นหอมของทะเล โดยรวมถือว่าดีใช้ได้ อย่างไรก็ตามขอบอกเลยว่าคุณภาพของหอยเม่นที่นี่ยังสู้อูนิของฮอกไกโดไม่ได้จริงๆ (15/20)
Take V Season vegetables ถัดมาคือผักตามฤดูกาล ทานกับครีมมะกรูดสีขาว ผงสีเเดงคือขนมปังย่างผสมกับบีทรูท ลูกกลมๆสีส้มตรงกลางคือฟักทองที่ตอนทานตะเเตกระเบิดออกมาในปาก ทานเเล้วมีรสชาติเปรี้ยวสลับหวานตามผักเเต่ละชนิดที่ตักทานได้ในเเต่ละคำ (14/20)
รูปที่ 10
Take V Season vegetables ถัดมาคือผักตามฤดูกาล ทานกับครีมมะกรูดสีขาว ผงสีเเดงคือขนมปังย่างผสมกับบีทรูท ลูกกลมๆสีส้มตรงกลางคือฟักทองที่ตอนทานตะเเตกระเบิดออกมาในปาก ทานเเล้วมีรสชาติเปรี้ยวสลับหวานตามผักเเต่ละชนิดที่ตักทานได้ในเเต่ละคำ (14/20)
Take VI Razor clam Take VII Clam “à bulhão pato” ต่อมาเป็น fingerfood นำเสิร์ฟพร้อมกัน
รูปที่ 11
Take VI Razor clam Take VII Clam “à bulhão pato” ต่อมาเป็น fingerfood นำเสิร์ฟพร้อมกัน
Take VI Razor clam ถัดมาคือหอยหั่นเป็นเเว่นๆ มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ข้างนอกคือขนมปังหวานกรอบที่จำลองเป็นรูปฝาหอย ทั้งรสชาติอร่อยเเละมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี (16/20)
รูปที่ 12
Take VI Razor clam ถัดมาคือหอยหั่นเป็นเเว่นๆ มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ข้างนอกคือขนมปังหวานกรอบที่จำลองเป็นรูปฝาหอย ทั้งรสชาติอร่อยเเละมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี (16/20)
Take VII Clam “à bulhão pato” หอยกาบและสลัดทำจากพาสลีย์ ผักชี ทานกับขนมปังปิ้งเสิร์ฟมาในฝาหอยขนาดเล็ก ตัวหอยเเม้จะเสิร์ฟมาสดๆ เเต่ไม่คาวเลย เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ตัดกันกับขนมปังกรอบ และยังมีซอสสลัดสีขาวรสหวานอร่อย (17/20)
รูปที่ 13
Take VII Clam “à bulhão pato” หอยกาบและสลัดทำจากพาสลีย์ ผักชี ทานกับขนมปังปิ้งเสิร์ฟมาในฝาหอยขนาดเล็ก ตัวหอยเเม้จะเสิร์ฟมาสดๆ เเต่ไม่คาวเลย เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ตัดกันกับขนมปังกรอบ และยังมีซอสสลัดสีขาวรสหวานอร่อย (17/20)
Take VIII Oyster / Tuna อีกจานนำเสิร์ฟพร้อมกันกับสองจานก่อนคือทาทาร์ทำจากปลาทูน่าน้ำลึก ทานกับหอยนางรมสดๆ และแผ่นกรอบตัดเนื้อสัมผัสกันกับปลาทูน่าได้อย่างดี (16/20)
รูปที่ 14
Take VIII Oyster / Tuna อีกจานนำเสิร์ฟพร้อมกันกับสองจานก่อนคือทาทาร์ทำจากปลาทูน่าน้ำลึก ทานกับหอยนางรมสดๆ และแผ่นกรอบตัดเนื้อสัมผัสกันกับปลาทูน่าได้อย่างดี (16/20)
Take IX Mussel éclair ถัดมาดูเหมือนจะเป็นของหวาน เเต่ไม่ใช่ เพราะนี่คือเอเเคลสอดไส้ข้างในทำจากหอยนางรมท้องถิ่น สีขาวข้างบนคือกะหล่ำดอกในรูปแบบที่เเตกต่างกัน ตัวเอแคลทำออกมาได้ดี นุ่ม อร่อย ไส้หอยนางรมไม่คาว ถือว่าเป็นการนำอาหารหวานมาทำเป็นอาหารคาวได้ดี (15/20)
รูปที่ 15
Take IX Mussel éclair ถัดมาดูเหมือนจะเป็นของหวาน เเต่ไม่ใช่ เพราะนี่คือเอเเคลสอดไส้ข้างในทำจากหอยนางรมท้องถิ่น สีขาวข้างบนคือกะหล่ำดอกในรูปแบบที่เเตกต่างกัน ตัวเอแคลทำออกมาได้ดี นุ่ม อร่อย ไส้หอยนางรมไม่คาว ถือว่าเป็นการนำอาหารหวานมาทำเป็นอาหารคาวได้ดี (15/20)
Take X Sea bass in its habitat ถัดมาคือปบากระพงน้ำลึก วิธีทานจานนี้ต้องเริ่มจาก Finger food ข้างบนซึ่งเป็นหนังปลากรอบ ก่อนที่จะทานเนื้อปลากับซอส เนื้อปลากระพงเเน่น เเต่ไม่เเข็ง ซอสรสเค็มกำลังดี มีกลิ่นหอมของคลอโรฟิลด์ (14/20)
รูปที่ 16
Take X Sea bass in its habitat ถัดมาคือปบากระพงน้ำลึก วิธีทานจานนี้ต้องเริ่มจาก Finger food ข้างบนซึ่งเป็นหนังปลากรอบ ก่อนที่จะทานเนื้อปลากับซอส เนื้อปลากระพงเเน่น เเต่ไม่เเข็ง ซอสรสเค็มกำลังดี มีกลิ่นหอมของคลอโรฟิลด์ (14/20)
Take XI Scallop and tapioca ถัดมาคือหอยเขลล์ที่ใส่มาในฝากับสาคู ใส่ lemon vinegrette ลงไป ทอปด้วย chorizo หรือไส้กรอกโปรตุเกส จากนั้นหุ่มด้วยขนมปังเเละอบในความร้อน จานนี้เขฟตั้งใจเล่นที่เนื้อสัมผัสของหอยเชลล์กับความนุ่มหนึบของสาคู แต่ส่วนตัวเรามองว่าเนื้อสัมผัสหนึบๆ เคี้ยวนานของสาคูไปกลบจุดเด่นของหอยเชลล์คือรสหวาน เนื้อสัมผัสที่นุ่มอร่อย จนหมด โดยรวมคือราชาติกลางๆ แต่เราอดรู้สึกเสียดายวัตถุดิบหลักไม่ได้จริงๆ (13/20)
รูปที่ 17
Take XI Scallop and tapioca ถัดมาคือหอยเขลล์ที่ใส่มาในฝากับสาคู ใส่ lemon vinegrette ลงไป ทอปด้วย chorizo หรือไส้กรอกโปรตุเกส จากนั้นหุ่มด้วยขนมปังเเละอบในความร้อน จานนี้เขฟตั้งใจเล่นที่เนื้อสัมผัสของหอยเชลล์กับความนุ่มหนึบของสาคู แต่ส่วนตัวเรามองว่าเนื้อสัมผัสหนึบๆ เคี้ยวนานของสาคูไปกลบจุดเด่นของหอยเชลล์คือรสหวาน เนื้อสัมผัสที่นุ่มอร่อย จนหมด โดยรวมคือราชาติกลางๆ แต่เราอดรู้สึกเสียดายวัตถุดิบหลักไม่ได้จริงๆ (13/20)
Take XII Scarlet shrimp ถัดมาคือวัตถุดิบขึ้นชื่อระดับโลกของประเทศโปรตุเกสอย่าง Scarlet shrimp เนื้อกุ้งนุ่ม หวาน อร่อย ทานกับซอสเข้มข้นทำจากหัวกุ้ง มีรสขมอ่อนๆ ไม่มากเท่ากุ้งเเม่น้ำบ้านเรา และ carrot in different texture (16/20)
รูปที่ 18
Take XII Scarlet shrimp ถัดมาคือวัตถุดิบขึ้นชื่อระดับโลกของประเทศโปรตุเกสอย่าง Scarlet shrimp เนื้อกุ้งนุ่ม หวาน อร่อย ทานกับซอสเข้มข้นทำจากหัวกุ้ง มีรสขมอ่อนๆ ไม่มากเท่ากุ้งเเม่น้ำบ้านเรา และ carrot in different texture (16/20)
Take XIII Lobster / Celery / Hazelnut จานถัดมาคือล็อบสเตอร์ย่างบาบีคิวที่พรักงานจะลากเตาบาบีคิวมาย่างให้ชมกันข้างๆโต๊ะเลย (17/20)
รูปที่ 19
Take XIII Lobster / Celery / Hazelnut จานถัดมาคือล็อบสเตอร์ย่างบาบีคิวที่พรักงานจะลากเตาบาบีคิวมาย่างให้ชมกันข้างๆโต๊ะเลย (17/20)
Take XIII Lobster / Celery / Hazelnut และจัดเสิร์ฟกันต่อหน้าลูกค้าเลย (17/20)
รูปที่ 20
Take XIII Lobster / Celery / Hazelnut และจัดเสิร์ฟกันต่อหน้าลูกค้าเลย (17/20)
Take XIII Lobster / Celery / Hazelnut กุ้งล็อบสเตอร์ย่างบนเตาถ่านจนสุกพอดีเนื้อนุ่มเด้ง กลิ่นหอม รสชาติเนื้อหวานฉ่ำ ทอปด้านบนด้วย lardo กรือไขมันสัตว์ตัดรสเค็ม มีเซเลอรี พูเรรสหวานทำจากถั่วฮาเซลนัท และถั่วฮาเซลนัทบด เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างให้กับจาน จ้างๆกันคือโฟมสีขาวทำจาก Portuguese sparkling wine (17/20)
รูปที่ 21
Take XIII Lobster / Celery / Hazelnut กุ้งล็อบสเตอร์ย่างบนเตาถ่านจนสุกพอดีเนื้อนุ่มเด้ง กลิ่นหอม รสชาติเนื้อหวานฉ่ำ ทอปด้านบนด้วย lardo กรือไขมันสัตว์ตัดรสเค็ม มีเซเลอรี พูเรรสหวานทำจากถั่วฮาเซลนัท และถั่วฮาเซลนัทบด เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างให้กับจาน จ้างๆกันคือโฟมสีขาวทำจาก Portuguese sparkling wine (17/20)
Take XIV Crawfish / Korean soup ยังคงอยู่ที่สัตว์จำพวกกุ้ง จานถัดไปคือ crawfish ทานกับเห็ดเข็มทอง ผักต่างๆ เเละซุปข้นสไตล์เกาหลี เนื้อกุ้งสุกพอดี ชิ้นค่อนข้างใหญ่เเม้ว่ากุ้งจะทำออกมาได้ดี เเต่น้ำซุปรสชาติออกไปทางเค็มมากเกินไปจนต้องดื่มน้ำตามตลอด จานนี้มองผ่านๆถือว่าทานได้ เเต่หากเทียบมาตรฐานห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์ ถือว่ายังไม่ผ่านสำหรับเรา (13/20)
รูปที่ 22
Take XIV Crawfish / Korean soup ยังคงอยู่ที่สัตว์จำพวกกุ้ง จานถัดไปคือ crawfish ทานกับเห็ดเข็มทอง ผักต่างๆ เเละซุปข้นสไตล์เกาหลี เนื้อกุ้งสุกพอดี ชิ้นค่อนข้างใหญ่เเม้ว่ากุ้งจะทำออกมาได้ดี เเต่น้ำซุปรสชาติออกไปทางเค็มมากเกินไปจนต้องดื่มน้ำตามตลอด จานนี้มองผ่านๆถือว่าทานได้ เเต่หากเทียบมาตรฐานห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์ ถือว่ายังไม่ผ่านสำหรับเรา (13/20)
Take XV Red mullet / Cashew / Manioc ถัดมาเป็นหนึ่งจานเด็ดของร้านที่ผสมผสานอาหารสองสัญชาติเข้าด้วยกัน เริ่มจากปลาเรดมัลเล็ทพื้นเมืองของโปรตุเกส ตัวปลาทำออกมาได้ดีมาก เนื้อเเน่น เเต่ข้างในนุ่ม ไม่เเข็งทานกับโคนกรอบที่เหมือนกับมีซอส Manoic สีเหลืองสไตล์บราซิลหกออกมา ข้างบนคือเมล็ดมะม่วงหิมพานต์บดและ tapioca ตัดเนื้อสัมผัสกับปลาได้อย่างดี (16/20)
รูปที่ 23
Take XV Red mullet / Cashew / Manioc ถัดมาเป็นหนึ่งจานเด็ดของร้านที่ผสมผสานอาหารสองสัญชาติเข้าด้วยกัน เริ่มจากปลาเรดมัลเล็ทพื้นเมืองของโปรตุเกส ตัวปลาทำออกมาได้ดีมาก เนื้อเเน่น เเต่ข้างในนุ่ม ไม่เเข็งทานกับโคนกรอบที่เหมือนกับมีซอส Manoic สีเหลืองสไตล์บราซิลหกออกมา ข้างบนคือเมล็ดมะม่วงหิมพานต์บดและ tapioca ตัดเนื้อสัมผัสกับปลาได้อย่างดี (16/20)
Take XVI Codfish stew ถัดมาคืออาหารท้องถิ่นชื่อดังที่พบเจอได้ตั้งเเต่ร้านอาหารพื้นบ้านไปจนถึงร้านอาหารระดับติดดาวมิชลินนั่นก็คือสตูว์เนื้อและกระเพาะปลาค็อด เนื้อปลาค็อดนุ่มๆเสิร์ฟมากับพูเรทำจากถั่วขาว เเละข้างล่างคือกระเพาะปลาที่หั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆ หากนึกไม่ออกก็บอกเลยว่าเหมือนกับกระเพาะปลาสดที่เราทานกันในห้องอาหารจีนนี่เอง นุ่ม เเต่เคี้ยวหนึบ พูเรถั่วรสหวานอ่อนๆ เป็นจานพื้นเมืองที่รสชาติดีใช้ได้เลยทีเดียว (15/20)
รูปที่ 24
Take XVI Codfish stew ถัดมาคืออาหารท้องถิ่นชื่อดังที่พบเจอได้ตั้งเเต่ร้านอาหารพื้นบ้านไปจนถึงร้านอาหารระดับติดดาวมิชลินนั่นก็คือสตูว์เนื้อและกระเพาะปลาค็อด เนื้อปลาค็อดนุ่มๆเสิร์ฟมากับพูเรทำจากถั่วขาว เเละข้างล่างคือกระเพาะปลาที่หั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆ หากนึกไม่ออกก็บอกเลยว่าเหมือนกับกระเพาะปลาสดที่เราทานกันในห้องอาหารจีนนี่เอง นุ่ม เเต่เคี้ยวหนึบ พูเรถั่วรสหวานอ่อนๆ เป็นจานพื้นเมืองที่รสชาติดีใช้ได้เลยทีเดียว (15/20)
Take XVII Squid “Chanel” จานที่มีความเป็นเอกลักษณ์และโด่งดังจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของห้องอาหาร Casa de Chá da Boa Nova นั่นก็คือปลาหมึกชาแนล ที่เชฟเลือกใช้ปลาหมึกท้องถิ่น ยัดไส้ข้างในด้วยข้าว ทำสีสลับขาวดำดูคล้ายลวดลายของกระเป๋าแบรนด์หรู เนื้อหมึกนุ่มอร่อย ทานสลับกับ toasted rice กรอบๆ ซอสสีน้ำตาลเข้มข้างล่างคือ Bordelaise sauce หรือซอสสไตล์ฝรั่งเศสทำจากไวน์แดงและไขกระดูก (15/20)
รูปที่ 25
Take XVII Squid “Chanel” จานที่มีความเป็นเอกลักษณ์และโด่งดังจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของห้องอาหาร Casa de Chá da Boa Nova นั่นก็คือปลาหมึกชาแนล ที่เชฟเลือกใช้ปลาหมึกท้องถิ่น ยัดไส้ข้างในด้วยข้าว ทำสีสลับขาวดำดูคล้ายลวดลายของกระเป๋าแบรนด์หรู เนื้อหมึกนุ่มอร่อย ทานสลับกับ toasted rice กรอบๆ ซอสสีน้ำตาลเข้มข้างล่างคือ Bordelaise sauce หรือซอสสไตล์ฝรั่งเศสทำจากไวน์แดงและไขกระดูก (15/20)
Take XVIII Dejá vu ถัดมาคือเดจา วู คงไม่ต้องบอกว่าทำไม เพราะดูด้วยตาภายนอกเป็นเอเเคลที่หน้าตาเหมือนกันกับ Take IX เป๊ะ เเต่คราวนี้เสิร์ฟมาเป็นของหวาน ข้างในสอดไส้ราสเบอร์รี่ ลิ้นจี่ และแตงกวา แป้งเอแคลนุ่ม อร่อย ถือว่ามีลูกเล่นที่น่าสนใจ เเต่รสชาติยังไม่มีอะไรต้องว้าวสำหรับห้องอาหารติดดาว (14/20)
รูปที่ 26
Take XVIII Dejá vu ถัดมาคือเดจา วู คงไม่ต้องบอกว่าทำไม เพราะดูด้วยตาภายนอกเป็นเอเเคลที่หน้าตาเหมือนกันกับ Take IX เป๊ะ เเต่คราวนี้เสิร์ฟมาเป็นของหวาน ข้างในสอดไส้ราสเบอร์รี่ ลิ้นจี่ และแตงกวา แป้งเอแคลนุ่ม อร่อย ถือว่ามีลูกเล่นที่น่าสนใจ เเต่รสชาติยังไม่มีอะไรต้องว้าวสำหรับห้องอาหารติดดาว (14/20)
Take XIX Zen garden ของหวานจานแรกคือสวนเซ็นเป็น Take ที่เชฟได้รับเเรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบของประเทศญี่ปุ่น ตรงกลางคือไอศกรีมมัทฉะ ขนาบข้างด้วยสปองเค้กมัทฉะ ครีมรสหวาน ข้าวกรอบ รสชาติโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ด้วยความที่จานนี้นำชาเขียวมาเป็นวัตถุดิบหลักทำให้รสชาติอาจดูแปลกสำหรับชาวต่างชาติ เเม้จะไม่มีองค์ประกอบไหนเเย่เเต่หากเทียบมาตรฐานห้องอาหารติดดาว รสชาติถือว่าธรรมดามากสำหรับคนเอเชีย (13/20)
รูปที่ 27
Take XIX Zen garden ของหวานจานแรกคือสวนเซ็นเป็น Take ที่เชฟได้รับเเรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบของประเทศญี่ปุ่น ตรงกลางคือไอศกรีมมัทฉะ ขนาบข้างด้วยสปองเค้กมัทฉะ ครีมรสหวาน ข้าวกรอบ รสชาติโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ด้วยความที่จานนี้นำชาเขียวมาเป็นวัตถุดิบหลักทำให้รสชาติอาจดูแปลกสำหรับชาวต่างชาติ เเม้จะไม่มีองค์ประกอบไหนเเย่เเต่หากเทียบมาตรฐานห้องอาหารติดดาว รสชาติถือว่าธรรมดามากสำหรับคนเอเชีย (13/20)
Take XX Late harvest จานถัดมาคือขนมหวาน ชิ้นกรอบๆตรงกลางทำจากน้ำผึ้ง ข้างกันมีพูเรสีเหลืองส้มทำจากแอปริคอต เค้กทำจากถั่วพีเเคน และซอเบท์ทำจากไวน์ รสชาติโดยรวมออกไปทางรสหวาน มีความกรอบของน้ำผึ้ง กับถั่ว สิ่งที่น่าสนใจคือซอเบท์ไวน์ที่มีรสชาติคาอนข้างเป็นเอกลักษณ์ (14/20)
รูปที่ 28
Take XX Late harvest จานถัดมาคือขนมหวาน ชิ้นกรอบๆตรงกลางทำจากน้ำผึ้ง ข้างกันมีพูเรสีเหลืองส้มทำจากแอปริคอต เค้กทำจากถั่วพีเเคน และซอเบท์ทำจากไวน์ รสชาติโดยรวมออกไปทางรสหวาน มีความกรอบของน้ำผึ้ง กับถั่ว สิ่งที่น่าสนใจคือซอเบท์ไวน์ที่มีรสชาติคาอนข้างเป็นเอกลักษณ์ (14/20)
Take XXI Autumn walks ปิดท้ายด้วย Take ขนมหวานที่แปลกที่สุดในคืนนี้ เชฟเลือกใช้เห็ดชิทาเกะ ผสมกับเกาลัด น้ำมันมะกอก เเละกลิ่นของทรัฟเฟิล องค์ประกอบทั้งหมดทำออกมาเป็นขนมรูปเห็ดทางขวา ทางซ้ายคือแผ่นกรอบรูปใบไม้ สำหรับเราขนมรูปเห็ดมีกลิ่นเห็ดเเรงมากจนกลบรสเเละกลิ่นเกาลัดไปหมด เเละเเทบไม่ได้รสขององค์ประกอบอื่นเลย ทรัฟเฟิลที่ใส่มากลับเพิ่มกลิ่น earthy ของ"เห็ด"ลงไปอีกจนเหมือนอาหารคาวมากกว่าอาหารหวาน เราเคยทานขนมหวานรสอร่อยที่ทำจากเห็ดและทรัฟเฟิลมาเเล้ว สำหรับที่นี่ถือว่ายังไม่ผ่านสำหรับห้องอาหารระดับติดดาวมิชลิน (12/20)
รูปที่ 29
Take XXI Autumn walks ปิดท้ายด้วย Take ขนมหวานที่แปลกที่สุดในคืนนี้ เชฟเลือกใช้เห็ดชิทาเกะ ผสมกับเกาลัด น้ำมันมะกอก เเละกลิ่นของทรัฟเฟิล องค์ประกอบทั้งหมดทำออกมาเป็นขนมรูปเห็ดทางขวา ทางซ้ายคือแผ่นกรอบรูปใบไม้ สำหรับเราขนมรูปเห็ดมีกลิ่นเห็ดเเรงมากจนกลบรสเเละกลิ่นเกาลัดไปหมด เเละเเทบไม่ได้รสขององค์ประกอบอื่นเลย ทรัฟเฟิลที่ใส่มากลับเพิ่มกลิ่น earthy ของ"เห็ด"ลงไปอีกจนเหมือนอาหารคาวมากกว่าอาหารหวาน เราเคยทานขนมหวานรสอร่อยที่ทำจากเห็ดและทรัฟเฟิลมาเเล้ว สำหรับที่นี่ถือว่ายังไม่ผ่านสำหรับห้องอาหารระดับติดดาวมิชลิน (12/20)
Petit Four ขนมเปอตี โฟว์ใส่มาในกล่องรูปเรือใบ เปิดออกมาจะเป็นขนมหลายอย่างเเต่ร้านให้เลือกเพียงคนละ 2 อย่าง (15/20)
รูปที่ 30
Petit Four ขนมเปอตี โฟว์ใส่มาในกล่องรูปเรือใบ เปิดออกมาจะเป็นขนมหลายอย่างเเต่ร้านให้เลือกเพียงคนละ 2 อย่าง (15/20)
Petit Four Chocolate truffle with sun-dried fruit, orange madeleine, almond cookie, chocolate with pistachio and raspberry ขนมเปอตี โฟว์ รสชาติมาตรฐาน ชิ้นที่อร่อยที่สุดขอยกให้ช็อกโกแลตกับถั่วพิสตาชิโอ้ที่มีราสเบอร์รี่รสเปรี้ยวมาตัดรสกัน อร่อยใช้ได้ (15/20)
รูปที่ 31
Petit Four Chocolate truffle with sun-dried fruit, orange madeleine, almond cookie, chocolate with pistachio and raspberry ขนมเปอตี โฟว์ รสชาติมาตรฐาน ชิ้นที่อร่อยที่สุดขอยกให้ช็อกโกแลตกับถั่วพิสตาชิโอ้ที่มีราสเบอร์รี่รสเปรี้ยวมาตัดรสกัน อร่อยใช้ได้ (15/20)
Chocolate cake ใครมาฉลองวันครบรอบหรือวันเกิดทางร้านจะมอบช็อกโกแลตเค้กกับราสเบอร์นี่ให้ด้วย (13/20)
รูปที่ 32
Chocolate cake ใครมาฉลองวันครบรอบหรือวันเกิดทางร้านจะมอบช็อกโกแลตเค้กกับราสเบอร์นี่ให้ด้วย (13/20)
ปิดท้ายด้วยกาแฟจากประเทศเคนย่า
รูปที่ 33
ปิดท้ายด้วยกาแฟจากประเทศเคนย่า
💰 ราคา 332 € สำหรับ 2 คน หรือประมาณ 11,200 บาท
รูปที่ 34
💰 ราคา 332 € สำหรับ 2 คน หรือประมาณ 11,200 บาท
เราแนะนำให้ทุกคนที่มีโอกาสมาทานอาหารที่นี่อย่าลืมที่จะขอพนักงานนั่งในห้องทานอาหารหลักซึ่งถูกจัดให้เป็นห้องอาหารที่มีบรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศโปรตุเกส วิวฝั่งมหาสมุทรเป็นกระจกใสบานใหญ่บนโขดหิน Boa Nova สูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 2 เมตร สามารถมองเห็นวิวมุมกว้างของมหาสมุทรแอตแลนติคได้อย่างสุดลูกหูลูกตา เเละยังมีประภาคารขนาดใหญ่สองเเสงสว่างให้เรือเดินสมุทรตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลกัน สวยงามมากๆ
รูปที่ 35
เราแนะนำให้ทุกคนที่มีโอกาสมาทานอาหารที่นี่อย่าลืมที่จะขอพนักงานนั่งในห้องทานอาหารหลักซึ่งถูกจัดให้เป็นห้องอาหารที่มีบรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศโปรตุเกส วิวฝั่งมหาสมุทรเป็นกระจกใสบานใหญ่บนโขดหิน Boa Nova สูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 2 เมตร สามารถมองเห็นวิวมุมกว้างของมหาสมุทรแอตแลนติคได้อย่างสุดลูกหูลูกตา เเละยังมีประภาคารขนาดใหญ่สองเเสงสว่างให้เรือเดินสมุทรตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลกัน สวยงามมากๆ
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 36
ภายในห้องอาหาร
ทางร้านเลือกใช้วัสดุปูพื้นเเละผนังเป็นไม้ Red African Afizelia wood นำเข้าจากทวีปแอฟริกามีสีน้ำตาลแดงสวยงาม
รูปที่ 37
ทางร้านเลือกใช้วัสดุปูพื้นเเละผนังเป็นไม้ Red African Afizelia wood นำเข้าจากทวีปแอฟริกามีสีน้ำตาลแดงสวยงาม
ภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วนรวมถึงมีห้องกึ่งส่วนตัวให้บริการ
รูปที่ 38
ภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วนรวมถึงมีห้องกึ่งส่วนตัวให้บริการ
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 39
ภายในห้องอาหาร
หน้าร้าน
รูปที่ 40
หน้าร้าน

แกลเลอรี