GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Caprice
3 MICHELIN Stars

Hong KongCaprice · คาปรีซ

French · อาหารฝรั่งเศส — 8 Finance St, Central, ฮ่องกง

🎗 คาปรีซ สุดยอดห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่ดีที่สุดในเกาะฮ่องกง และเป็นหนึ่งในห้องอาหารฝรั่งเศสเพียงไม่กี่แห่งในเอเชียที่ถูกยกย่องว่ามีศักยภาพเทียบเท่ากันกับห้องอาหารระดับสามดาวมิชลินในกรุงปารีส ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโรงแรมห้าดาวอย่าง Four Seasons Hotel Hong Kong โดยลูกค้าสามารถเลือกมาทานเซ็ตเมนูราคาเป็นมิตรในช่วงกลางวันหรือสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านในยามค่ำคืน

🎗 การบริการที่นี่อยู่ในเกณฑ์ดีเลิศสมกับมาตรฐานห้องอาหารฝรั่งระดับ 3 ดาวมิชลิน เริ่มจากด้านหน้าร้านจะมีพนักงานคอยเปิดประตูต้อนรับลูกค้าที่จองล่วงหน้าเอาไว้เท่านั้น ภายมีขนาดกว้างขวางใหญ่โต ตกแต่งแบบ Chinoiserie มีการผสมผสานการตกแต่งอย่างหรูหราในแบบยูโรเปียนเเละแบบจีนเข้ากันอย่างลงตัว เดินเข้าไปจะพบกับทางเดินยาวเพื่อเข้าสู่ห้องทานอาหารหลัก มีเเชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดยักษ์นำเข้าจากประเทศเชียเกียจำนวน 3 โคมห้อยลงมาจากเพดานเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เก้าอี้ทุกตัวทำจากหนัง ตรงกลางเป็นครัวแบบเปิด มีเพียงม่านทำจากคริสตัล Swarovski นับพันชิ้นกั้นบางๆอยู่บริเวณเหนือเตาอบโดยลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟปรุงอาหารให้ดูกันได้ตลอดเวลา แต่ความสุดยอดที่แท้จริงของห้องอาหารนี้คือกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวของอ่าวฮ่องกงสุดอลังการ หากใครแวะมาทานอาหารที่นี่อย่าลืมจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมวิวสุดโรแมนติคกันด้วย❣️

🎗 อาหารที่ถูกควบคุมโดย Chef de Cuisine คือ Guillaume Galliot เชฟผู้เคยมีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่โรงแรมที่หรูที่สุดในสิงคโปร์อย่าง The Raffles Hotel และเคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีตหัวหน้าเชฟที่ The Tasting Room ห้องอาหารฝรั่งเศสชื่อดังระดับ 2 Michelin Star ในเมืองมาเก๊า ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็น set menu 2 แบบของทางร้าน หรือจะเลือกสั่งเมนู a la carte ตามใจชอบก็ได้ สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านแนะนำและภูมิใจนำเสนอมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 จาน ประกอบไปด้วย Appetizer 2 อย่างคือ Alaskan King Crab หรือปูคิงแครบอลาสก้าทานคู่กับออสเชียตาร์คาเวียร์ อีกอย่างคือ Land and Sea Tartare ซึ่งเป็นทาทาร์ที่ใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวผสมกันกับหอยนางรมเจลาโด้ทานกับคริสตัลคาเวียร์ที่ใส่มาแบบไม่อั้น ถัดมาคือ Soup ที่เป็นจานซิกเนเจอร์ที่เขฟคิดค้นเมื่ออยู่ที่ร้าน The Tasting Room คือ My Hot and Cold Onion Soup โดยเสิร์ฟซุปหัวหอมในแบบร้อนและเย็นในถ้วยเดียวกัน สำหรับ Main course มีสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ที่ทำให้เราต้องร้องว้าวทั้งคู่คือ Guilvinec Turbot ปลาเทอโบทานกับมะม่วงสุกเผาและซอสไข่หอยเม่น กับ Racan Pigeon from Maison Bellorr สุดยอดเมนูที่สร้างชื่อให้กับห้องอาหารคาปรีซจนได้รับรางวัลสามดาวมิชลิน ปิดท้ายด้วย Dessert รสเลิศอย่าง Banana Chocolate Millefeuille โดยเราเองก็ไม่พลาดที่จะสั่งมาชิมดูทั้งหมดทุกเมนูที่ว่ามา

🌟 อาหารที่เราได้ทานในวันนี้มีรสชาติดีเลิศชนิดที่ว่าสามารถนำไปเทียบได้กับห้องอาหาร 3 ดาวมิชลินชั้นนำหลายๆแห่งในยุโรป ทุกจานมีเทคนิคการปรุงที่ซับซ้อน มี wow factor สูงมาก ราคาอาจจะสูงสักหน่อยแต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์และความทรงจำดีๆที่ได้มาแบบไม่รู้ลืม

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 36 รูป

🇫🇷 Caprice - คาปรีซ ⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Star - 3 ดาวมิชลิน
รูปที่ 1
🇫🇷 Caprice - คาปรีซ ⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Star - 3 ดาวมิชลิน
คาปรีซ สุดยอดห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่ดีที่สุดในเกาะฮ่องกง และเป็นหนึ่งในห้องอาหารฝรั่งเศสเพียงไม่กี่แห่งในเอเชียที่ถูกยกย่องว่ามีศักยภาพเทียบเท่ากันกับห้องอาหารระดับสามดาวมิชลินในกรุงปารีส
รูปที่ 2
คาปรีซ สุดยอดห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่ดีที่สุดในเกาะฮ่องกง และเป็นหนึ่งในห้องอาหารฝรั่งเศสเพียงไม่กี่แห่งในเอเชียที่ถูกยกย่องว่ามีศักยภาพเทียบเท่ากันกับห้องอาหารระดับสามดาวมิชลินในกรุงปารีส
🍽 Amuse-Bouche Tomato tart with tomato jelly and tomato sauce Balik salmon with cauliflower cream and cavair Peta bread filled with mousse of curry and chicken flavor เริ่มต้นด้วยอมูสบูชที่บอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง ให้ทานจากซ้ายไปขวาคือทาร์ตมะเขือเทศ แป้งบางกรอบ ด้านบนเป็นเจลลี่มะเขือเทศ มีน้ำซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวอยู่ข้างใน ทั้งอร่อยและช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้อย่างดี (19/20) ต่อมาตรงกลางคือบาลิกแซลมอน เป็นปลาแซลมอนที่รมควันด้วยความร้อนต่ำอย่างช้าๆ ทานกับครีมกะหล่ำดอกทอปด้านบนด้วยไข่ปลาคาเวียร์ แซลมอนนุ่ม ละมุนมากๆ ตัดเนื้อสัมผัสกับแผ่นกรอบด้านข้างเเละรสของคาเวียร์ อร่อยสุดๆ (18/20) สุดท้ายคือขนมปังกรอบพีต้า ข้างในสอดไส้แกงไก่สไตล์อินเดีย อันนี้ขึ้นอยู่กับคนทานว่าชอบอาหารอินเดียหรือไม่ เเต่มํสข้างในเนื้อเนียนมาก กลิ่นแกงออกชัดเจน มีกลิ่นไก่ลอยเด่นตามมาเเต่ไม่มีชิ้นหรือเนื้อไก่โผล่มาให้เห็นเลย ซับซ้อนมากๆ (17/20)
รูปที่ 3
🍽 Amuse-Bouche Tomato tart with tomato jelly and tomato sauce Balik salmon with cauliflower cream and cavair Peta bread filled with mousse of curry and chicken flavor เริ่มต้นด้วยอมูสบูชที่บอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง ให้ทานจากซ้ายไปขวาคือทาร์ตมะเขือเทศ แป้งบางกรอบ ด้านบนเป็นเจลลี่มะเขือเทศ มีน้ำซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวอยู่ข้างใน ทั้งอร่อยและช่วยเพิ่มความอยากอาหารได้อย่างดี (19/20) ต่อมาตรงกลางคือบาลิกแซลมอน เป็นปลาแซลมอนที่รมควันด้วยความร้อนต่ำอย่างช้าๆ ทานกับครีมกะหล่ำดอกทอปด้านบนด้วยไข่ปลาคาเวียร์ แซลมอนนุ่ม ละมุนมากๆ ตัดเนื้อสัมผัสกับแผ่นกรอบด้านข้างเเละรสของคาเวียร์ อร่อยสุดๆ (18/20) สุดท้ายคือขนมปังกรอบพีต้า ข้างในสอดไส้แกงไก่สไตล์อินเดีย อันนี้ขึ้นอยู่กับคนทานว่าชอบอาหารอินเดียหรือไม่ เเต่มํสข้างในเนื้อเนียนมาก กลิ่นแกงออกชัดเจน มีกลิ่นไก่ลอยเด่นตามมาเเต่ไม่มีชิ้นหรือเนื้อไก่โผล่มาให้เห็นเลย ซับซ้อนมากๆ (17/20)
🍅 Amuse-Bouche Tomato with tomato jelly with kiwi, fresh almond, burrata cheese สำหรับอมูสบูชจานใหญ่ของคืนนี้เป็นมะเขือเทศที่ได้มาจากสวนที่บ้านของคุณเเม่เชฟเองในลุ่มแม่น้ำลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส ด้านล่างเป็นแผ่นเจลลี่มะเขือเทศ ข้างบนเป็นมะเขือเทศหั่นแว่น มีผลกีวี่ อัลมอนต์ และตรงกลางสีขาวคือครีมชีสบูราต้า (17/20)
รูปที่ 4
🍅 Amuse-Bouche Tomato with tomato jelly with kiwi, fresh almond, burrata cheese สำหรับอมูสบูชจานใหญ่ของคืนนี้เป็นมะเขือเทศที่ได้มาจากสวนที่บ้านของคุณเเม่เชฟเองในลุ่มแม่น้ำลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส ด้านล่างเป็นแผ่นเจลลี่มะเขือเทศ ข้างบนเป็นมะเขือเทศหั่นแว่น มีผลกีวี่ อัลมอนต์ และตรงกลางสีขาวคือครีมชีสบูราต้า (17/20)
🍅 Amuse-Bouche Tomato with tomato jelly with kiwi, fresh almond, burrata cheese ตัวมะเขือเทศมีรสเปรี้ยว แต่กลมกล่อมมากกว่ามะเขือเทศที่เคยทาน ครีมชีสบูราต้าเนียนละมุนเข้ากันกับมะเขือเทศ ผลกีวี่และอัลมอนต์ทำให้เกิดรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างให้กับจาน โดยรวมถือว่าอร่อย และช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี (17/20)
รูปที่ 5
🍅 Amuse-Bouche Tomato with tomato jelly with kiwi, fresh almond, burrata cheese ตัวมะเขือเทศมีรสเปรี้ยว แต่กลมกล่อมมากกว่ามะเขือเทศที่เคยทาน ครีมชีสบูราต้าเนียนละมุนเข้ากันกับมะเขือเทศ ผลกีวี่และอัลมอนต์ทำให้เกิดรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างให้กับจาน โดยรวมถือว่าอร่อย และช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี (17/20)
🦀 Crabe Royal d’Alaska (S) (790 HKD) Gelée de Crustacés et Hauître Gillardeau, Cavair Osciètre Prestige de « La Maison Kaviari » Alaskan King Crab and Gillardeau Oyster, Crustacean Jelly, Osciètre Prestige Caviar From « La Maison Kaviari » อาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกเป็นหนึ่งจานซิกเนเจอร์ประจำร้าน คือ “สลัดปูคิงแครบอลาสก้า” ราคาจานละ 3,500 บาทรวมค่าบริการ ด้านล่างเป็นเจลลี่ทำจากเปลือกกุ้งและเปลือกปู ด้านบนเป็นสลัดเนื้อปูผสมกับผักชีและใบอ่อนผักชี มีเนื้อหอยนางรมจีลาโดทานตัดเนื้อสัมผัสกัน ทีเด็ดคือคาเวียร์คุณภาพสูงระดับโลกอย่างออสเชียตราคาเวียร์ที่ใส่มาแบบไม่อั้มด้านบน ประดับด้วยทองคำเปลวทานได้ช่วยให้จานนี้สวยงามสมบูรณ์เป็นที่สุด (18/20)
รูปที่ 6
🦀 Crabe Royal d’Alaska (S) (790 HKD) Gelée de Crustacés et Hauître Gillardeau, Cavair Osciètre Prestige de « La Maison Kaviari » Alaskan King Crab and Gillardeau Oyster, Crustacean Jelly, Osciètre Prestige Caviar From « La Maison Kaviari » อาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกเป็นหนึ่งจานซิกเนเจอร์ประจำร้าน คือ “สลัดปูคิงแครบอลาสก้า” ราคาจานละ 3,500 บาทรวมค่าบริการ ด้านล่างเป็นเจลลี่ทำจากเปลือกกุ้งและเปลือกปู ด้านบนเป็นสลัดเนื้อปูผสมกับผักชีและใบอ่อนผักชี มีเนื้อหอยนางรมจีลาโดทานตัดเนื้อสัมผัสกัน ทีเด็ดคือคาเวียร์คุณภาพสูงระดับโลกอย่างออสเชียตราคาเวียร์ที่ใส่มาแบบไม่อั้มด้านบน ประดับด้วยทองคำเปลวทานได้ช่วยให้จานนี้สวยงามสมบูรณ์เป็นที่สุด (18/20)
🦀 Crabe Royal d’Alaska (S) (790 HKD) Gelée de Crustacés et Hauître Gillardeau, Cavair Osciètre Prestige de « La Maison Kaviari » Alaskan King Crab and Gillardeau Oyster, Crustacean Jelly, Osciètre Prestige Caviar From « La Maison Kaviari » สลัดเนื้อปูผสมกับผักชีทำให้มีสีเขียว มีรสหวานนุ่มธรรมชาติอันเป็นจุดเด่นของปูยักษ์อลาสก้า เจลลี่ด้านล่างช่วยเพิ่มกลิ่นหอมของสัตว์กลุ่มครัสเตเชียนให้กับจาน หอยนางรมจีลาโดเคี้ยวหนึบตัดเนื้อสัมผัสกับกับเนื้อปูได้อย่างดี ทีเด็ดคือคาเวียร์ออสเชียตร้าที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในไข่ปลาคาเวียร์คุณภาพดีที่สุดในโลก อร่อยเลิศสมกับราคาจริงๆ (18/20)
รูปที่ 7
🦀 Crabe Royal d’Alaska (S) (790 HKD) Gelée de Crustacés et Hauître Gillardeau, Cavair Osciètre Prestige de « La Maison Kaviari » Alaskan King Crab and Gillardeau Oyster, Crustacean Jelly, Osciètre Prestige Caviar From « La Maison Kaviari » สลัดเนื้อปูผสมกับผักชีทำให้มีสีเขียว มีรสหวานนุ่มธรรมชาติอันเป็นจุดเด่นของปูยักษ์อลาสก้า เจลลี่ด้านล่างช่วยเพิ่มกลิ่นหอมของสัตว์กลุ่มครัสเตเชียนให้กับจาน หอยนางรมจีลาโดเคี้ยวหนึบตัดเนื้อสัมผัสกับกับเนื้อปูได้อย่างดี ทีเด็ดคือคาเวียร์ออสเชียตร้าที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในไข่ปลาคาเวียร์คุณภาพดีที่สุดในโลก อร่อยเลิศสมกับราคาจริงๆ (18/20)
🥩 Tartare Terre et Mer (S) (760 HKD) Bœf Wagyu Australien et l’Huître Gillardeau, Cavair Kristal Land and Sea Tartare Australian Wagyu Beef and Gillardeau Oyster, Kristal Cavair จานถัดมาเป็นจานซิกเนเจอร์เด็ดที่ทุกคนห้ามพลาดหากได้มาทานอาหารที่นี่ โดยเราขอยกให้เป็นหนึ่งในจานทาทาร์ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยทานมาคือ “ทาทาร์ดินเเละทะเล” โดยสาเหตุที่จานนี้ทีชื่อว่าดินและทะเลอันเนื่องมาจากวัตถุดิบหลักของทาทาร์จานนี้ทำมาจากเนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวผสมกับหอยนางรมจีราโด สับจนนุ่มละเอียด พร้อมใส่ซอสบาบีคิวลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติทางรสชาติ ทอปด้านบนด้วยคริสตัลคาเวียร์ปริมาณมากและทองคำเปลวทานได้ดูสวยงามเป็นอย่างมาก ที่กล่าวมาทั้งหมดขายในราคาจานละ 3,300 บาทรวมค่าบริการ (19/20)
รูปที่ 8
🥩 Tartare Terre et Mer (S) (760 HKD) Bœf Wagyu Australien et l’Huître Gillardeau, Cavair Kristal Land and Sea Tartare Australian Wagyu Beef and Gillardeau Oyster, Kristal Cavair จานถัดมาเป็นจานซิกเนเจอร์เด็ดที่ทุกคนห้ามพลาดหากได้มาทานอาหารที่นี่ โดยเราขอยกให้เป็นหนึ่งในจานทาทาร์ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยทานมาคือ “ทาทาร์ดินเเละทะเล” โดยสาเหตุที่จานนี้ทีชื่อว่าดินและทะเลอันเนื่องมาจากวัตถุดิบหลักของทาทาร์จานนี้ทำมาจากเนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวผสมกับหอยนางรมจีราโด สับจนนุ่มละเอียด พร้อมใส่ซอสบาบีคิวลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติทางรสชาติ ทอปด้านบนด้วยคริสตัลคาเวียร์ปริมาณมากและทองคำเปลวทานได้ดูสวยงามเป็นอย่างมาก ที่กล่าวมาทั้งหมดขายในราคาจานละ 3,300 บาทรวมค่าบริการ (19/20)
🥩 Tartare Terre et Mer (S) (760 HKD) Bœf Wagyu Australien et l’Huître Gillardeau, Cavair Kristal Land and Sea Tartare Australian Wagyu Beef and Gillardeau Oyster, Kristal Cavair เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวเนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุนถึงขีดสุด ด้วยความที่เราต้องทานเนื้อสดๆ เชฟจึงใส่หอยนางรมจีลาโดรสไปเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสบางส่วนเคี้ยวหนึบขึ้นมาเล็กน้อยและชูกลิ่นที่เเตกต่างเพิ่มมิติทั้งทางรสชาติและเนื้อสัมผัสให้กับจานเป็นอย่างมาก ซอสบาบีคิวที่ใส่มาช่วยให้จานนี้ทานได้ง่ายไม่เลี่ยนจนเกินไป สุดท้ายคือทีเด็ดอย่างคริสตัลคาเวียร์นำเข้าจากประเทศจีนที่มีราเค็มอูมามิเข้ากันกับเนื้อวัวได้เป็นอย่างดีที่สุด จานนี้คือหนึ่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้เเละเป็นจานทาทาร์รสเด็ดแบบหาใครเทียบชั้นได้ยาก คออาหารฝรั่งเศสห้ามพลาดเด็ดขาด (19/20)
รูปที่ 9
🥩 Tartare Terre et Mer (S) (760 HKD) Bœf Wagyu Australien et l’Huître Gillardeau, Cavair Kristal Land and Sea Tartare Australian Wagyu Beef and Gillardeau Oyster, Kristal Cavair เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวเนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุนถึงขีดสุด ด้วยความที่เราต้องทานเนื้อสดๆ เชฟจึงใส่หอยนางรมจีลาโดรสไปเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสบางส่วนเคี้ยวหนึบขึ้นมาเล็กน้อยและชูกลิ่นที่เเตกต่างเพิ่มมิติทั้งทางรสชาติและเนื้อสัมผัสให้กับจานเป็นอย่างมาก ซอสบาบีคิวที่ใส่มาช่วยให้จานนี้ทานได้ง่ายไม่เลี่ยนจนเกินไป สุดท้ายคือทีเด็ดอย่างคริสตัลคาเวียร์นำเข้าจากประเทศจีนที่มีราเค็มอูมามิเข้ากันกับเนื้อวัวได้เป็นอย่างดีที่สุด จานนี้คือหนึ่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้เเละเป็นจานทาทาร์รสเด็ดแบบหาใครเทียบชั้นได้ยาก คออาหารฝรั่งเศสห้ามพลาดเด็ดขาด (19/20)
🍦 Ma Soupe à l’Oignon (S) (310 HKD) Contemporaine en Chaud - Froid My Hot and Cold Onion Soup ซุปซิกเนเจอร์ของทางร้านเป็นซุปที่เชฟ Guillaume Galliot คิดค้นเอาไว้เมื่อครั้งทำงานอยู่ที่ห้องอาหาร The Tasting Room ซึ่งในขณะนั้นเป็นห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในเมืองมาเก๊า และในปีถัดมาหลังจากเชฟใส่จานนี้ลงเป็นซิกเนเจอร์ซุป ห้องอาหาร The Tasting Room ก็ได้รับรางวัล 3 ดาวมิชลินในทันที จานนี้เป็นซุปหัวหอมสุดครีเอทที่เสิร์ฟทั้งร้อนและเย็นในจานเดียวกัน เริ่มจากข้างล่างเป็นเนื้อหัวหอมที่ใช้เวลาปรุงนานกว่า 7 ชั่วโมง ราดด้วยซุปหัวหอมเข้มข้นเสิร์ฟมาอุ่นๆ ตรงกลางเป็นแผ่น black crouton กรอบๆเพื่อกั้นความร้อนและความเย็นออกจากกัน เเผ่นวงกลมคือพาเมซานชีสรสเค็มเพิ่มกลิ่นเเละรสชาติให้กับจาน ด้านบนเป็นไอศกรีมหัวหอมเสิร์ฟมาเย็นๆ ความเอียดของจานนี้อยู่ที่การเลือกใช้หัวหอมใหญ่คนละประเภทกันมาปรุงจนได้ทั้งความเข้ากันได้เเละความแตกต่างอย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 10
🍦 Ma Soupe à l’Oignon (S) (310 HKD) Contemporaine en Chaud - Froid My Hot and Cold Onion Soup ซุปซิกเนเจอร์ของทางร้านเป็นซุปที่เชฟ Guillaume Galliot คิดค้นเอาไว้เมื่อครั้งทำงานอยู่ที่ห้องอาหาร The Tasting Room ซึ่งในขณะนั้นเป็นห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในเมืองมาเก๊า และในปีถัดมาหลังจากเชฟใส่จานนี้ลงเป็นซิกเนเจอร์ซุป ห้องอาหาร The Tasting Room ก็ได้รับรางวัล 3 ดาวมิชลินในทันที จานนี้เป็นซุปหัวหอมสุดครีเอทที่เสิร์ฟทั้งร้อนและเย็นในจานเดียวกัน เริ่มจากข้างล่างเป็นเนื้อหัวหอมที่ใช้เวลาปรุงนานกว่า 7 ชั่วโมง ราดด้วยซุปหัวหอมเข้มข้นเสิร์ฟมาอุ่นๆ ตรงกลางเป็นแผ่น black crouton กรอบๆเพื่อกั้นความร้อนและความเย็นออกจากกัน เเผ่นวงกลมคือพาเมซานชีสรสเค็มเพิ่มกลิ่นเเละรสชาติให้กับจาน ด้านบนเป็นไอศกรีมหัวหอมเสิร์ฟมาเย็นๆ ความเอียดของจานนี้อยู่ที่การเลือกใช้หัวหอมใหญ่คนละประเภทกันมาปรุงจนได้ทั้งความเข้ากันได้เเละความแตกต่างอย่างลงตัว (18/20)
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus จานนี้คือสุดยอดซิกเนเจอร์ และเป็นจานที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับห้องอาหาร Caprice และเป็นหนึ่งในจานที่ทำให้ห้องอาหาร Caprice คว้าดาวมิชลินดวงที่ 3 มาครองได้สำเร็จ เริ่มต้นพนักงานจะนำฝักโกโก้ขนาดยักษ์มาวางให้ลูกค้าชมบนโต๊ะ (19/20)
รูปที่ 11
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus จานนี้คือสุดยอดซิกเนเจอร์ และเป็นจานที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับห้องอาหาร Caprice และเป็นหนึ่งในจานที่ทำให้ห้องอาหาร Caprice คว้าดาวมิชลินดวงที่ 3 มาครองได้สำเร็จ เริ่มต้นพนักงานจะนำฝักโกโก้ขนาดยักษ์มาวางให้ลูกค้าชมบนโต๊ะ (19/20)
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus พอเปิดออกมาแล้วต้องร้องว้าวดังๆกับ Racan Pigeon หรือนกพิราบทั้งตัวนำเข้าจาก Maison Bellorr ในแถบลุ่มเเม่น้ำลัวร์ บ้านเกิดของเชฟในประเทศฝรั่งเศส โดยนำนกทั้งตัวใส่ลงไปอบกับโรสแมรี่ในฝักโกโก้จนกลิ่นหอมของโรสแมรี่และโกโก้เเทรกเข้าไปในทุกอณูของเนื้อนกพิราบจริงๆ ก่อนที่พนักงานจะนำกลับไปแล่ในครัวแล้วจึงยกมาเสิร์ฟเราเป็นจาน (19/20)
รูปที่ 12
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus พอเปิดออกมาแล้วต้องร้องว้าวดังๆกับ Racan Pigeon หรือนกพิราบทั้งตัวนำเข้าจาก Maison Bellorr ในแถบลุ่มเเม่น้ำลัวร์ บ้านเกิดของเชฟในประเทศฝรั่งเศส โดยนำนกทั้งตัวใส่ลงไปอบกับโรสแมรี่ในฝักโกโก้จนกลิ่นหอมของโรสแมรี่และโกโก้เเทรกเข้าไปในทุกอณูของเนื้อนกพิราบจริงๆ ก่อนที่พนักงานจะนำกลับไปแล่ในครัวแล้วจึงยกมาเสิร์ฟเราเป็นจาน (19/20)
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus เนื้อนกพิราบอบมาสุกระดับมีเดียมแรร์ทอปด้านบนด้วยเมล็ดโกโก้ รสขมอ่อนๆของเมล็ดโกโก้ช่วยเพิ่มมิติทางรสชาติให้กับเนื้อนกพิราบได้เป็นอย่างดี ข้างๆกันคือแยมมะเดื่อรสหวานและฟัวกราส์เนื้อเนียน นุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ สีขาวคือ Salsify หรือรากข้าวโอ๊ต ผักที่มีรสชาติคล้าย Caleriac เเต่พนักงานบอกว่ารสชาติของ Salsify นั้นจะติดลิ้นของเราได้นานกว่า จานนี้ดีงามทุกองค์ประกอบ ตั้งเเต่เนื้อนกพิราบที่เรานกให้เป็นหนึ่งในจานนกพิราบที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทานมา ไปจนถึงฟัวกราส์เนื้อเนียน และมามาเลดมะเดื่อรสเด็ด สมกับเป็นสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ของห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินจริงๆ (19/20)
รูปที่ 13
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus เนื้อนกพิราบอบมาสุกระดับมีเดียมแรร์ทอปด้านบนด้วยเมล็ดโกโก้ รสขมอ่อนๆของเมล็ดโกโก้ช่วยเพิ่มมิติทางรสชาติให้กับเนื้อนกพิราบได้เป็นอย่างดี ข้างๆกันคือแยมมะเดื่อรสหวานและฟัวกราส์เนื้อเนียน นุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ สีขาวคือ Salsify หรือรากข้าวโอ๊ต ผักที่มีรสชาติคล้าย Caleriac เเต่พนักงานบอกว่ารสชาติของ Salsify นั้นจะติดลิ้นของเราได้นานกว่า จานนี้ดีงามทุกองค์ประกอบ ตั้งเเต่เนื้อนกพิราบที่เรานกให้เป็นหนึ่งในจานนกพิราบที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทานมา ไปจนถึงฟัวกราส์เนื้อเนียน และมามาเลดมะเดื่อรสเด็ด สมกับเป็นสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ของห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินจริงๆ (19/20)
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus ยังไม่หมดเเค่นี้เพราะพนักงานยังเสิร์ฟ Puffed potato เป็นมันฝรั่งกรอบ ภายในโปร่งให้ทานกับซอสนกพิราบ เมื่อมันฝรั่งเนื้อโปร่งสัมผัสกับซอสจะดูดน้ำซอสเข้าไป จะทานเปล่าๆหรือทานสลับกับเนื้อนกพิราบก็อร่อยไม่แพ้กัน (19/20)
รูปที่ 14
🕊 Pigeon da Racan de la Maison Bellorr (S) (740 HKD) Cuit dans une Cabosse de Cacao, Salsifi et Pomme Soufflée, Jus au Cocao Racan Pigeon from Maison Bellorr, Cooked in Cocoa Pod, Salsify and Puffed Potatoes, Cocoa Jus ยังไม่หมดเเค่นี้เพราะพนักงานยังเสิร์ฟ Puffed potato เป็นมันฝรั่งกรอบ ภายในโปร่งให้ทานกับซอสนกพิราบ เมื่อมันฝรั่งเนื้อโปร่งสัมผัสกับซอสจะดูดน้ำซอสเข้าไป จะทานเปล่าๆหรือทานสลับกับเนื้อนกพิราบก็อร่อยไม่แพ้กัน (19/20)
🐟 Turbot du Guilvinec (S) (710 HKD) Mangue Fraîche, Sauce aux Oursins d’Hokkaido Guilvinec Turbot, Roasted Fresh Mango and Hokkaido Sea Urchin Sauce สำหรับเมนคอร์สซิกเนเจอร์จานถัดมาของเราในวันนี้คือปลาเทอบัทนำเข้าจาก Guilvinec ประเทศฝรั่งเศสทอปด้านบนด้วยด้วยคูสคูส ข้างๆกันคือมะม่วงสุกจากประเทศฟิลิปปินส์ย่าง ทอปด้วยผักชีอ่อนและดอกไม้ทานได้ ปิดท้ายด้วยการราดซอสสีเหลืองทำจากไข่หอยเม่น (18/20)
รูปที่ 15
🐟 Turbot du Guilvinec (S) (710 HKD) Mangue Fraîche, Sauce aux Oursins d’Hokkaido Guilvinec Turbot, Roasted Fresh Mango and Hokkaido Sea Urchin Sauce สำหรับเมนคอร์สซิกเนเจอร์จานถัดมาของเราในวันนี้คือปลาเทอบัทนำเข้าจาก Guilvinec ประเทศฝรั่งเศสทอปด้านบนด้วยด้วยคูสคูส ข้างๆกันคือมะม่วงสุกจากประเทศฟิลิปปินส์ย่าง ทอปด้วยผักชีอ่อนและดอกไม้ทานได้ ปิดท้ายด้วยการราดซอสสีเหลืองทำจากไข่หอยเม่น (18/20)
🐟 Turbot du Guilvinec (S) (710 HKD) Mangue Fraîche, Sauce aux Oursins d’Hokkaido Guilvinec Turbot, Roasted Fresh Mango and Hokkaido Sea Urchin Sauce ปลาเทอบัทถูกเซียมาจนหนังกรอบ เเต่เนื้อข้างในยังคงนุ่ม ละมุน สุกกำลังดี ทานคู่กับมะม่วงสุกย่าง มีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอม สดชื่นมากๆจนเราไม่น่าเชื่อว่ามะม่วงสุกจะนำมาทานกับปลาเนื้อขาวได้เข้ากันขนาดนี้ ผักชี ดอกไม้ทานได้ ตัดสีส้นเเละเพิ่มความสวยงามได้อย่างมาก สุดท้ายคือซอสสีเหลืองทำจากไข่หอยเม่นช่วยเพิ่มกลิ่นของทะเลและรสเค็มอย่างทะเลให้กับจาน จานนี้มีครบเครื่องทั้งรสชาติที่ดี ความแปลกใหม่ และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครสมกับเป็นห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินจริงๆ (18/20)
รูปที่ 16
🐟 Turbot du Guilvinec (S) (710 HKD) Mangue Fraîche, Sauce aux Oursins d’Hokkaido Guilvinec Turbot, Roasted Fresh Mango and Hokkaido Sea Urchin Sauce ปลาเทอบัทถูกเซียมาจนหนังกรอบ เเต่เนื้อข้างในยังคงนุ่ม ละมุน สุกกำลังดี ทานคู่กับมะม่วงสุกย่าง มีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอม สดชื่นมากๆจนเราไม่น่าเชื่อว่ามะม่วงสุกจะนำมาทานกับปลาเนื้อขาวได้เข้ากันขนาดนี้ ผักชี ดอกไม้ทานได้ ตัดสีส้นเเละเพิ่มความสวยงามได้อย่างมาก สุดท้ายคือซอสสีเหลืองทำจากไข่หอยเม่นช่วยเพิ่มกลิ่นของทะเลและรสเค็มอย่างทะเลให้กับจาน จานนี้มีครบเครื่องทั้งรสชาติที่ดี ความแปลกใหม่ และเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครสมกับเป็นห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินจริงๆ (18/20)
🍋 Pre-Dessert Lemon cream with almond biscuit and coconut mousse สำหรับพรีเดสเซิร์ทล้างปากก่อนเข้าอาหารหวานคือครีมมะนาวรสเปรี้ยวรองด้านล่างด้วยบิสกิตอัลมอนต์ทอปด้านบนด้วยมูสมะพร้าวกลิ่นหอม อร่อยใช้ได้เลย (18/20)
รูปที่ 17
🍋 Pre-Dessert Lemon cream with almond biscuit and coconut mousse สำหรับพรีเดสเซิร์ทล้างปากก่อนเข้าอาหารหวานคือครีมมะนาวรสเปรี้ยวรองด้านล่างด้วยบิสกิตอัลมอนต์ทอปด้านบนด้วยมูสมะพร้าวกลิ่นหอม อร่อยใช้ได้เลย (18/20)
🍫 Millefeuille Chocolat Banane, Sorbet Cocao (S) (220 HKD) Banana Chocolate Millefeuille, Cocoa Sorbet มาถึงอาหารหวานจานซิกเนเจอร์ของทางร้านคือมิลเฟย หรือเค้กชั้นฝรั่งเศสรสช็อกโกแลตกล้วย ทานแล้วมีกลิ่นหอมของกล้วยชัดเจน เข้ากันได้อย่างลงตัวกับรสขมปนหวานของดาร์คช็อกโกแลต ด้านบนคือไอศกรีมช็อกโกแลตรสขม ประดับด้วยทองคำเปลวทานได้ ปิดท้ายจานซิกเนเจอร์ทั้ง 6 อย่างของห้องอาหาร Caprice ได้อย่างสมบูรณ์ (17/20)
รูปที่ 18
🍫 Millefeuille Chocolat Banane, Sorbet Cocao (S) (220 HKD) Banana Chocolate Millefeuille, Cocoa Sorbet มาถึงอาหารหวานจานซิกเนเจอร์ของทางร้านคือมิลเฟย หรือเค้กชั้นฝรั่งเศสรสช็อกโกแลตกล้วย ทานแล้วมีกลิ่นหอมของกล้วยชัดเจน เข้ากันได้อย่างลงตัวกับรสขมปนหวานของดาร์คช็อกโกแลต ด้านบนคือไอศกรีมช็อกโกแลตรสขม ประดับด้วยทองคำเปลวทานได้ ปิดท้ายจานซิกเนเจอร์ทั้ง 6 อย่างของห้องอาหาร Caprice ได้อย่างสมบูรณ์ (17/20)
🥜 Soufflé Amande, Glace Vanille (220 HKD) Almond Soufflé, Vanilla Ice Cream อาหารหวานอีกจานที่เราสั่งมาชิมดูคือซูเฟลอัลมอนต์ขนาดยักษ์ ตัวซูเฟลนุ่ม ฟู ขึ้นรูป ตั้งตรงสวยงาม มีทั้งกลิ่นหอมและรสหวานเป็นเอกลักษณ์ของถั่วอัลมอนต์ อร่อยมากจริงๆ (18/20)
รูปที่ 19
🥜 Soufflé Amande, Glace Vanille (220 HKD) Almond Soufflé, Vanilla Ice Cream อาหารหวานอีกจานที่เราสั่งมาชิมดูคือซูเฟลอัลมอนต์ขนาดยักษ์ ตัวซูเฟลนุ่ม ฟู ขึ้นรูป ตั้งตรงสวยงาม มีทั้งกลิ่นหอมและรสหวานเป็นเอกลักษณ์ของถั่วอัลมอนต์ อร่อยมากจริงๆ (18/20)
🥜 Soufflé Amande, Glace Vanille (220 HKD) Almond Soufflé, Vanilla Ice Cream ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลารสอร่อย (18/20)
รูปที่ 20
🥜 Soufflé Amande, Glace Vanille (220 HKD) Almond Soufflé, Vanilla Ice Cream ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลารสอร่อย (18/20)
🍬 Petit Fours สำหรับเปอตีโฟว์เสิร์ฟมาในกล่องลิ้นชักขนาดเล็กน่ารัก
รูปที่ 21
🍬 Petit Fours สำหรับเปอตีโฟว์เสิร์ฟมาในกล่องลิ้นชักขนาดเล็กน่ารัก
🍬 Petit Fours Coconut and pineapple tarts Cherry profiteroles with pistachio and tarragon cream Apricot tart with almond เริ่มจากด้านขวาคือทาร์ตมะพร้าวรสหวานหอม ตรงกลางเป็นสับปะรดรสเปรี้ยว ด้านบนเป็นเนื้อมะพร้าวขูดตัดเนื้อสัมผัสกันได้ดี ตรงกลางคือโพรฟิทเทอโรลทำจากเชอร์รี่รสเปรี้ยว ข้างในเป็นครีมถั่วพิสตาขิโอผสมกับทารากอน สุดท้ายคือทาร์ตแอปริคอตรสเปรี้ยวและถั่วอัลมอนต์ (18/20)
รูปที่ 22
🍬 Petit Fours Coconut and pineapple tarts Cherry profiteroles with pistachio and tarragon cream Apricot tart with almond เริ่มจากด้านขวาคือทาร์ตมะพร้าวรสหวานหอม ตรงกลางเป็นสับปะรดรสเปรี้ยว ด้านบนเป็นเนื้อมะพร้าวขูดตัดเนื้อสัมผัสกันได้ดี ตรงกลางคือโพรฟิทเทอโรลทำจากเชอร์รี่รสเปรี้ยว ข้างในเป็นครีมถั่วพิสตาขิโอผสมกับทารากอน สุดท้ายคือทาร์ตแอปริคอตรสเปรี้ยวและถั่วอัลมอนต์ (18/20)
🍬 Petit Fours Lemon chocolate Raspberry and pistachio chocolate ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตเลมอนทรงสี่เหลี่ยม และช็อกโกแลตสอดไส้ครีมราสเบอร์รี่และถั่วพิสตาชิโอ้รสอร่อย (18/20)
รูปที่ 23
🍬 Petit Fours Lemon chocolate Raspberry and pistachio chocolate ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตเลมอนทรงสี่เหลี่ยม และช็อกโกแลตสอดไส้ครีมราสเบอร์รี่และถั่วพิสตาชิโอ้รสอร่อย (18/20)
🍬 Petit Fours Lemon maleleine ปิดท้ายด้วย Lemon Madeleine ขนมฝรั่งเศสสุดคลาสสิครสชาติดีงามตามมาตรฐาน หอมกลิ่นเลมอนใช้ได้ (18/20)
รูปที่ 24
🍬 Petit Fours Lemon maleleine ปิดท้ายด้วย Lemon Madeleine ขนมฝรั่งเศสสุดคลาสสิครสชาติดีงามตามมาตรฐาน หอมกลิ่นเลมอนใช้ได้ (18/20)
🍞 Complimentary Bread and Butter ขนมปังของที่นี่คืออีกหนึ่งทีเด็ดเลยจริงๆ ทานกับเนยนำเข้าจากเเคว้น Normandie และมาขึ้นรูปใหม่ในครัวก่อนเสิร์ฟนี่เอง โดยมีให้เลือกสองอย่างคือเนยธรรมดาเเละเนยเกลือรสเค็ม (18/20)
รูปที่ 25
🍞 Complimentary Bread and Butter ขนมปังของที่นี่คืออีกหนึ่งทีเด็ดเลยจริงๆ ทานกับเนยนำเข้าจากเเคว้น Normandie และมาขึ้นรูปใหม่ในครัวก่อนเสิร์ฟนี่เอง โดยมีให้เลือกสองอย่างคือเนยธรรมดาเเละเนยเกลือรสเค็ม (18/20)
🍞 Complimentary Bread and Butter โดยทางร้านมีให้เลือกคือ Brioche, Baguette, Chestnut sourdough และ Chili bread ขนมปังทุกอย่างรสชาติดีเลิศตามมาตรฐานห้องอาหารฝรั่งเศสระดับ 3 ดาว ห้ามพลาดขนมปังพริกที่เป็นขนมปังสีส้มเคลือบด้วยพริกจากฝรั่งเศส รสชาติไม่เผ็ดเลยเเต่มีเอกลักษณ์สูงมากและหาทานได้ยาก บาเก็ตและซาวโดเกาลัดมีกลิ่นหอม บริยอชทำออกมาดีมากเเต่ยังสู้ Le Normandie ห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในกรุงเทพบ้านเรายังไม่ได้ (18/20)
รูปที่ 26
🍞 Complimentary Bread and Butter โดยทางร้านมีให้เลือกคือ Brioche, Baguette, Chestnut sourdough และ Chili bread ขนมปังทุกอย่างรสชาติดีเลิศตามมาตรฐานห้องอาหารฝรั่งเศสระดับ 3 ดาว ห้ามพลาดขนมปังพริกที่เป็นขนมปังสีส้มเคลือบด้วยพริกจากฝรั่งเศส รสชาติไม่เผ็ดเลยเเต่มีเอกลักษณ์สูงมากและหาทานได้ยาก บาเก็ตและซาวโดเกาลัดมีกลิ่นหอม บริยอชทำออกมาดีมากเเต่ยังสู้ Le Normandie ห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในกรุงเทพบ้านเรายังไม่ได้ (18/20)
ราคา 4,440.50 HKD หรือประมาณ 17,000 บาท
รูปที่ 27
ราคา 4,440.50 HKD หรือประมาณ 17,000 บาท
เริ่มจากด้านหน้าร้านจะมีพนักงานคอยเปิดประตูต้อนรับลูกค้าที่จองล่วงหน้าเอาไว้เท่านั้น เดินเข้าไปจะพบกับทางเดินยาวเพื่อเข้าสู่ห้องทานอาหารหลัก มีเเชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดยักษ์นำเข้าจากประเทศเชียเกียจำนวน 3 โคมห้อยลงมาจากเพดานเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง
รูปที่ 28
เริ่มจากด้านหน้าร้านจะมีพนักงานคอยเปิดประตูต้อนรับลูกค้าที่จองล่วงหน้าเอาไว้เท่านั้น เดินเข้าไปจะพบกับทางเดินยาวเพื่อเข้าสู่ห้องทานอาหารหลัก มีเเชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดยักษ์นำเข้าจากประเทศเชียเกียจำนวน 3 โคมห้อยลงมาจากเพดานเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง
ตรงกลางเป็นครัวแบบเปิด มีเพียงม่านทำจากคริสตัล Swarovski นับพันชิ้นกั้นบางๆอยู่บริเวณเหนือเตาอบโดยลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟปรุงอาหารให้ดูกันได้ตลอดเวลา
รูปที่ 29
ตรงกลางเป็นครัวแบบเปิด มีเพียงม่านทำจากคริสตัล Swarovski นับพันชิ้นกั้นบางๆอยู่บริเวณเหนือเตาอบโดยลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟปรุงอาหารให้ดูกันได้ตลอดเวลา
บนโต๊ะอาหาร
รูปที่ 30
บนโต๊ะอาหาร
ภายในมีขนาดกว้างขวาง เก้าอี้ทุกตัวทำจากหนังคัณภาพสูง
รูปที่ 31
ภายในมีขนาดกว้างขวาง เก้าอี้ทุกตัวทำจากหนังคัณภาพสูง
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 32
ภายในห้องอาหาร
ภายมีขนาดกว้างขวางใหญ่โต ตกแต่งแบบ Chinoiserie มีการผสมผสานการตกแต่งอย่างหรูหราในแบบยูโรเปียนเเละแบบจีนเข้ากันอย่างลงตัว
รูปที่ 33
ภายมีขนาดกว้างขวางใหญ่โต ตกแต่งแบบ Chinoiserie มีการผสมผสานการตกแต่งอย่างหรูหราในแบบยูโรเปียนเเละแบบจีนเข้ากันอย่างลงตัว
ความสุดยอดที่แท้จริงของห้องอาหารนี้คือกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวของอ่าวฮ่องกงสุดอลังการ หากใครแวะมาทานอาหารที่นี่อย่าลืมจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมวิวสุดโรแมนติคกันด้วย
รูปที่ 34
ความสุดยอดที่แท้จริงของห้องอาหารนี้คือกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวของอ่าวฮ่องกงสุดอลังการ หากใครแวะมาทานอาหารที่นี่อย่าลืมจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมวิวสุดโรแมนติคกันด้วย
ป้ายร้านด้านหน้า
รูปที่ 35
ป้ายร้านด้านหน้า
ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโรงแรมห้าดาวอย่าง Four Seasons Hotel Hong Kong
รูปที่ 36
ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโรงแรมห้าดาวอย่าง Four Seasons Hotel Hong Kong

แกลเลอรี