
Caprice · คาปรีซ
French · อาหารฝรั่งเศส — 8 Finance St, Central, ฮ่องกง
🎗 คาปรีซ สุดยอดห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่ดีที่สุดในเกาะฮ่องกง และเป็นหนึ่งในห้องอาหารฝรั่งเศสเพียงไม่กี่แห่งในเอเชียที่ถูกยกย่องว่ามีศักยภาพเทียบเท่ากันกับห้องอาหารระดับสามดาวมิชลินในกรุงปารีส ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโรงแรมห้าดาวอย่าง Four Seasons Hotel Hong Kong โดยลูกค้าสามารถเลือกมาทานเซ็ตเมนูราคาเป็นมิตรในช่วงกลางวันหรือสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านในยามค่ำคืน
🎗 การบริการที่นี่อยู่ในเกณฑ์ดีเลิศสมกับมาตรฐานห้องอาหารฝรั่งระดับ 3 ดาวมิชลิน เริ่มจากด้านหน้าร้านจะมีพนักงานคอยเปิดประตูต้อนรับลูกค้าที่จองล่วงหน้าเอาไว้เท่านั้น ภายมีขนาดกว้างขวางใหญ่โต ตกแต่งแบบ Chinoiserie มีการผสมผสานการตกแต่งอย่างหรูหราในแบบยูโรเปียนเเละแบบจีนเข้ากันอย่างลงตัว เดินเข้าไปจะพบกับทางเดินยาวเพื่อเข้าสู่ห้องทานอาหารหลัก มีเเชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดยักษ์นำเข้าจากประเทศเชียเกียจำนวน 3 โคมห้อยลงมาจากเพดานเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เก้าอี้ทุกตัวทำจากหนัง ตรงกลางเป็นครัวแบบเปิด มีเพียงม่านทำจากคริสตัล Swarovski นับพันชิ้นกั้นบางๆอยู่บริเวณเหนือเตาอบโดยลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟปรุงอาหารให้ดูกันได้ตลอดเวลา แต่ความสุดยอดที่แท้จริงของห้องอาหารนี้คือกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวิวของอ่าวฮ่องกงสุดอลังการ หากใครแวะมาทานอาหารที่นี่อย่าลืมจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมวิวสุดโรแมนติคกันด้วย❣️
🎗 อาหารที่ถูกควบคุมโดย Chef de Cuisine คือ Guillaume Galliot เชฟผู้เคยมีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟที่โรงแรมที่หรูที่สุดในสิงคโปร์อย่าง The Raffles Hotel และเคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีตหัวหน้าเชฟที่ The Tasting Room ห้องอาหารฝรั่งเศสชื่อดังระดับ 2 Michelin Star ในเมืองมาเก๊า ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็น set menu 2 แบบของทางร้าน หรือจะเลือกสั่งเมนู a la carte ตามใจชอบก็ได้ สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านแนะนำและภูมิใจนำเสนอมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 จาน ประกอบไปด้วย Appetizer 2 อย่างคือ Alaskan King Crab หรือปูคิงแครบอลาสก้าทานคู่กับออสเชียตาร์คาเวียร์ อีกอย่างคือ Land and Sea Tartare ซึ่งเป็นทาทาร์ที่ใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวผสมกันกับหอยนางรมเจลาโด้ทานกับคริสตัลคาเวียร์ที่ใส่มาแบบไม่อั้น ถัดมาคือ Soup ที่เป็นจานซิกเนเจอร์ที่เขฟคิดค้นเมื่ออยู่ที่ร้าน The Tasting Room คือ My Hot and Cold Onion Soup โดยเสิร์ฟซุปหัวหอมในแบบร้อนและเย็นในถ้วยเดียวกัน สำหรับ Main course มีสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ที่ทำให้เราต้องร้องว้าวทั้งคู่คือ Guilvinec Turbot ปลาเทอโบทานกับมะม่วงสุกเผาและซอสไข่หอยเม่น กับ Racan Pigeon from Maison Bellorr สุดยอดเมนูที่สร้างชื่อให้กับห้องอาหารคาปรีซจนได้รับรางวัลสามดาวมิชลิน ปิดท้ายด้วย Dessert รสเลิศอย่าง Banana Chocolate Millefeuille โดยเราเองก็ไม่พลาดที่จะสั่งมาชิมดูทั้งหมดทุกเมนูที่ว่ามา
🌟 อาหารที่เราได้ทานในวันนี้มีรสชาติดีเลิศชนิดที่ว่าสามารถนำไปเทียบได้กับห้องอาหาร 3 ดาวมิชลินชั้นนำหลายๆแห่งในยุโรป ทุกจานมีเทคนิคการปรุงที่ซับซ้อน มี wow factor สูงมาก ราคาอาจจะสูงสักหน่อยแต่เทียบไม่ได้เลยกับประสบการณ์และความทรงจำดีๆที่ได้มาแบบไม่รู้ลืม
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 36 รูป




































แกลเลอรี

