GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Cadence by Dan Bark
Selected

ThailandCadence by Dan Bark · เคเดนซ์ บาย แดน บาร์ค

Innovative, Creative · อาหารเชิงนวัตกรรม, อาหารเชิงสร้างสรรค์ — 225 ซ.ปรีดี พนมยงค์ 25 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย, กรุงเทพ, 10110, ประเทศไทย

🎗️ [THE PLACE] เชฟ Dan Bark แปลงโฉมอาคารขนาดใหญ่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 25 เพื่อแบ่งห้องอาหารออกเป็น 2 ฝั่งเริ่มจากคือ Caper by Dan Bark ห้องอาหารกึ่งบาร์สไตล์ Casual Dining ที่เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาพบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยมีอาหารสไตล์ Comfort Food เป็นตัวชูโรงพร้อมกับราคาที่ไม่สูงมากนัก อีกฝั่งหนึ่งคือ Cadence by Dan Bark ห้องอาหาร Fine Dining นำเสนออาหารในรูปแบบเซ็ตเมนูเหมาะกับการพาคนรู้ใจมาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ หลังตรวจสอบการจองเรียบร้อยพนักงานต้อนรับจะพาลูกค้าเดินผ่านห้องกระจกเพื่อเสิร์ฟ Welcome Drink ห้องอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีน้ำเงิน-ทอง โต๊ะอาหารแต่ละตัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่พร้อมด้วยโซฟารับไปกับรูปทรงของโต๊ะ ทั้งยังสามารถมองเห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ซึ่งมีทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา

🎗️ [THE CHEF] เชฟเจ้าของร้าน Dan Bark เป็นลูกครึ่งเกาหลีใต้-อเมริกัน ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำระดับโลกของเชฟ Curtis Duffy อย่าง Avenues แห่งโรงแรม The Peninsula (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นห้องอาหารระดับ 2 Michelin Stars) เขาเคยได้รับความไว้วางใจให้เป็นถึง Sous chef ที่ห้องอาหาร Grace (3 Michelin Stars) อีกด้วย ต่อมาในปี 2014 เชฟ Dan และภรรยาคือคุณเฟย์ ธัญจิรา ตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากในกรุงเทพและเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองในชื่อ Upstairs at Mikkeller ที่ชั้นสองของโรงแรม Mikkeller Bangkok ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star มาเป็นของตัวเองในคู่มือปกแดงประจำปี 2018 ถึง 2020 ก่อนที่จะย้ายมาเปิดห้องอาหาร Cadence by Dan Bark แห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน

🎗️ [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอโดยอ้างอิงจากความทรงจำของเชฟ Dan Bark ผ่านเทคนิคเฉพาะตัวได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ที่ใช้ชื่อว่า The Cadence Experience เสิร์ฟมาที่จำนวน 12-Course (5,300++) และ 6-Course (3,900++) นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ชุดพิเศษสำหรับผู้ที่แวะมาชิมในช่วงมื้อกลางวันอย่าง Lunch Experience (2,800++) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย ตัวอย่างเมนูเด็ดที่น่าสนใจเช่น

✨ RED SHRIMP IN “REIMAGINED SOM TAM”

vacuum pickled papaya | pomelo in tamarind | 14-day fermented kaffir lime kosho

ทาร์ตแป้งกรอบที่บรรจุกุ้งแดงจากประเทศอาร์เจนตินามีจุดเด่นที่เนื้ออันหวานฉ่ำ โคโชมะกรูดหมัก 14 วันและส้มโอในเจลมะขามให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของกุ้งแดงให้เด่นชัดขึ้น เนื้อสัมผัสนุ่มของเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบของเส้นมะละกอดิบได้อย่างลงตัว (15/20)

✨ OSCIETRA CAVIAR

miso-cured tuna | parmesan cream | smoked oil

ปลาทูน่าที่ผ่านการหมักกับมิโสะและมีรสชาติบาง ๆ ของบีทรูทดอง ข้าง ๆ กันคือเพียวเรมิโสะและหัวขึ้นฉ่ายฝรั่ง ยังมีความเปรี้ยวเบา ๆ จากเห็ดชิเมจิดอง เชฟท็อปด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ช่วยเพิ่มความอุมามิ ตรงกลางคือครีมชีสพาเมซานและน้ำมันรมควัน เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่แผ่นพาเมซานกรอบวางมาในจาน (14/20)

✨ KAGOSHIMA A4 WAGYU

thai red curry inspired | coconut | pineapple

เนื้อวัววากิวระดับเอ 4 จากจังหวัดคาโกชิม่าเสิร์ฟมากับซอสที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแกงแดง ด้านล่างรองด้วยชิ้นสับปะรดสดและเจลสับปะรด ในจานยังมีเพียวเรมะพร้าว เจลโหระพา และหน่อมะพร้าวตุ๋นในดาชิกรอบ ๆ (15/20)

🎗️ [WHY GO] ถึงแม้เวลาจะผ่านมาพักหนึ่งแต่ Cadence by Dan Bark ยังคงเป็นร้านอาหารที่สามารถเชื่อใจและแวะกลับไปชิมได้ตลอดเวลา อาหารแต่ละจานไม่ได้พยายามที่จะนำเสนอในรูปแบบที่ซับซ้อนทำให้มีความเข้าถึงง่ายจากลูกค้าหลาย ๆ กลุ่ม การบริการเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ขอแนะนำให้จองไปก่อนล่วงหน้าเพื่อที่ทีมเชฟจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบและโต๊ะเอาไว้ให้พร้อมและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทุกคนนั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 33 รูป

🇹🇭 Cadence by Dan Bark - เคเดนซ์ บาย แดน บาร์ค🍽 MICHELIN Selected - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Innovative, Creative - อาหารเชิงนวัตกรรม, อาหารเชิงสร้างสรรค์
รูปที่ 1
🇹🇭 Cadence by Dan Bark - เคเดนซ์ บาย แดน บาร์ค🍽 MICHELIN Selected - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Innovative, Creative - อาหารเชิงนวัตกรรม, อาหารเชิงสร้างสรรค์
🎗️ [THE PLACE] เชฟ Dan Bark แปลงโฉมอาคารขนาดใหญ่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 25 เพื่อแบ่งห้องอาหารออกเป็น 2 ฝั่งเริ่มจากคือ Caper by Dan Bark ห้องอาหารกึ่งบาร์สไตล์ Casual Dining ที่เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาพบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยมีอาหารสไตล์ Comfort Food เป็นตัวชูโรงพร้อมกับราคาที่ไม่สูงมากนัก อีกฝั่งหนึ่งคือ Cadence by Dan Bark ห้องอาหาร Fine Dining นำเสนออาหารในรูปแบบเซ็ตเมนูเหมาะกับการพาคนรู้ใจมาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ
รูปที่ 2
🎗️ [THE PLACE] เชฟ Dan Bark แปลงโฉมอาคารขนาดใหญ่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 25 เพื่อแบ่งห้องอาหารออกเป็น 2 ฝั่งเริ่มจากคือ Caper by Dan Bark ห้องอาหารกึ่งบาร์สไตล์ Casual Dining ที่เหมาะกับการนัดเพื่อน ๆ มาพบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยมีอาหารสไตล์ Comfort Food เป็นตัวชูโรงพร้อมกับราคาที่ไม่สูงมากนัก อีกฝั่งหนึ่งคือ Cadence by Dan Bark ห้องอาหาร Fine Dining นำเสนออาหารในรูปแบบเซ็ตเมนูเหมาะกับการพาคนรู้ใจมาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษ
WELCOME DRINKเริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Welcome Drink ที่มีอโรมาของสมุนไพรไทย
รูปที่ 3
WELCOME DRINKเริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Welcome Drink ที่มีอโรมาของสมุนไพรไทย
เปลือกไวท์ช็อกโกแลตท็อปด้านบนด้วยซิตรัสเจลและองค์ประกอบของมะเขือเทศ ด้านในสอดไส้ต้มข่าหอม ๆ ซึ่งเป็นเมนูแรก ๆ ที่เชฟแดนได้ลองชิมในช่วงที่มายังประเทศไทย
รูปที่ 4
เปลือกไวท์ช็อกโกแลตท็อปด้านบนด้วยซิตรัสเจลและองค์ประกอบของมะเขือเทศ ด้านในสอดไส้ต้มข่าหอม ๆ ซึ่งเป็นเมนูแรก ๆ ที่เชฟแดนได้ลองชิมในช่วงที่มายังประเทศไทย
DOUGHNUT & DIPbacon | clam cheddar & black garlicเริ่มต้นด้วยโดนัทฟักทองสอดไส้แยมเบคอนรมควัน เชฟแนะนำให้จิ้มลงใน Clam Cheddar Veloute หอมมัน ด้านล่างมีเทอร์นิปและรสชาติอันเข้มข้นของเพียวเรกระเทียมดำที่ใช้ระยะเวลาในการเตรียมนานกว่า 30 วัน ด้านบนโรยด้วยต้นหอมซอยและผงหัวหอมเผา (14/20)
รูปที่ 5
DOUGHNUT & DIPbacon | clam cheddar & black garlicเริ่มต้นด้วยโดนัทฟักทองสอดไส้แยมเบคอนรมควัน เชฟแนะนำให้จิ้มลงใน Clam Cheddar Veloute หอมมัน ด้านล่างมีเทอร์นิปและรสชาติอันเข้มข้นของเพียวเรกระเทียมดำที่ใช้ระยะเวลาในการเตรียมนานกว่า 30 วัน ด้านบนโรยด้วยต้นหอมซอยและผงหัวหอมเผา (14/20)
DOUGHNUT & DIPbacon | clam cheddar & black garlicเครื่องเทศต่าง ๆ ที่ใช้ในคอร์สนี้ (14/20)
รูปที่ 6
DOUGHNUT & DIPbacon | clam cheddar & black garlicเครื่องเทศต่าง ๆ ที่ใช้ในคอร์สนี้ (14/20)
RED SHRIMP IN “REIMAGINED SOM TAM”vacuum pickled papaya | pomelo in tamarind | 14-day fermented kaffir lime koshoทาร์ตแป้งกรอบที่บรรจุกุ้งแดงจากประเทศอาร์เจนตินามีจุดเด่นที่เนื้ออันหวานฉ่ำ โคโชมะกรูดหมัก 14 วันและส้มโอในเจลมะขามให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของกุ้งแดงให้เด่นชัดขึ้น เนื้อสัมผัสนุ่มของเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบของเส้นมะละกอดิบได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 7
RED SHRIMP IN “REIMAGINED SOM TAM”vacuum pickled papaya | pomelo in tamarind | 14-day fermented kaffir lime koshoทาร์ตแป้งกรอบที่บรรจุกุ้งแดงจากประเทศอาร์เจนตินามีจุดเด่นที่เนื้ออันหวานฉ่ำ โคโชมะกรูดหมัก 14 วันและส้มโอในเจลมะขามให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของกุ้งแดงให้เด่นชัดขึ้น เนื้อสัมผัสนุ่มของเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบของเส้นมะละกอดิบได้อย่างลงตัว (15/20)
48-MONTH CURED BLACK LABEL IBERICO JAMONtruffle jam | cloudberry marmalade | crispy brioche breadแฮมเนื้อหมูดำป้ายดำที่ผ่านการหมักบ่มนาน 48 เดือนจากประเทศสเปนเสิร์ฟมาบนขนมปังบริยอร์ชเซียกับเนยจนผิวกรอบ เชฟใส่อโรมาหอม ๆ ของแยมทรัฟเฟิลและความเปรี้ยวเบา ๆ จากแยมเคพกูสเบอร์รี่เข้าไปด้วย (13/20)
รูปที่ 8
48-MONTH CURED BLACK LABEL IBERICO JAMONtruffle jam | cloudberry marmalade | crispy brioche breadแฮมเนื้อหมูดำป้ายดำที่ผ่านการหมักบ่มนาน 48 เดือนจากประเทศสเปนเสิร์ฟมาบนขนมปังบริยอร์ชเซียกับเนยจนผิวกรอบ เชฟใส่อโรมาหอม ๆ ของแยมทรัฟเฟิลและความเปรี้ยวเบา ๆ จากแยมเคพกูสเบอร์รี่เข้าไปด้วย (13/20)
ALASKAN KING CRAB GAZPACHOChiangmai tomato | ikura | kombu custardปูอลาสกันคิงแครบเสิร์ฟมากับุปกัสปาโช่ที่นำซุปมะเขือเทศไปผ่านการ Clarified จนใส ในถ้วยยังมีมะเขือเทศจากจังหวัดเชียงใหม่ช่วยเรียกความสดชื่น (14/20)
รูปที่ 9
ALASKAN KING CRAB GAZPACHOChiangmai tomato | ikura | kombu custardปูอลาสกันคิงแครบเสิร์ฟมากับุปกัสปาโช่ที่นำซุปมะเขือเทศไปผ่านการ Clarified จนใส ในถ้วยยังมีมะเขือเทศจากจังหวัดเชียงใหม่ช่วยเรียกความสดชื่น (14/20)
ALASKAN KING CRAB GAZPACHOChiangmai tomato | ikura | kombu custardด้านบนคือคือแผ่น Tuile น้ำตาลธรรมชาติกรอบ ๆ และไข่ปลาแซลมอน สุดท้ายคือคอมบุคัสตาร์ดช่วยบาลานซ์รสชาติของอาหารทะเลได้ดี (14/20)
รูปที่ 10
ALASKAN KING CRAB GAZPACHOChiangmai tomato | ikura | kombu custardด้านบนคือคือแผ่น Tuile น้ำตาลธรรมชาติกรอบ ๆ และไข่ปลาแซลมอน สุดท้ายคือคอมบุคัสตาร์ดช่วยบาลานซ์รสชาติของอาหารทะเลได้ดี (14/20)
FRESHEST BREAD & FAVORITE SPREADSขนมปังบริยอชนุ่มฟูเสิร์ฟมากับเนยมะเขือเทศ เนยมิโสะ และแยมน้ำมันมะกอก
รูปที่ 11
FRESHEST BREAD & FAVORITE SPREADSขนมปังบริยอชนุ่มฟูเสิร์ฟมากับเนยมะเขือเทศ เนยมิโสะ และแยมน้ำมันมะกอก
CHARRED HOKKAIDO SCALLOPnasturtium | toasted rice milk | cucumberหอยเชลล์จากฮอกไกโดที่ผ่านการจี่จนสุกพอดี เชฟหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยข้าวพองกรอบ เสริมด้วยความสดชื่นของแตงกวาดอง (14/20)
รูปที่ 12
CHARRED HOKKAIDO SCALLOPnasturtium | toasted rice milk | cucumberหอยเชลล์จากฮอกไกโดที่ผ่านการจี่จนสุกพอดี เชฟหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยข้าวพองกรอบ เสริมด้วยความสดชื่นของแตงกวาดอง (14/20)
CHARRED HOKKAIDO SCALLOPnasturtium | toasted rice milk | cucumberไฮไลต์คือนมข้าวคั่วหอม ๆ ตัดด้วยความฉุนเบา ๆ ของน้ำมันและใบแนสเทอร์ฌัม (14/20)
รูปที่ 13
CHARRED HOKKAIDO SCALLOPnasturtium | toasted rice milk | cucumberไฮไลต์คือนมข้าวคั่วหอม ๆ ตัดด้วยความฉุนเบา ๆ ของน้ำมันและใบแนสเทอร์ฌัม (14/20)
OSCIETRA CAVIARmiso-cured tuna | parmesan cream | smoked oilปลาทูน่าที่ผ่านการหมักกับมิโสะและมีรสชาติบาง ๆ ของบีทรูทดอง ข้าง ๆ กันคือเพียวเรมิโสะและหัวขึ้นฉ่ายฝรั่ง ยังมีความเปรี้ยวเบา ๆ จากเห็ดชิเมจิดอง เชฟท็อปด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ช่วยเพิ่มความอุมามิ ตรงกลางคือครีมชีสพาเมซานและน้ำมันรมควัน เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่แผ่นพาเมซานกรอบวางมาในจาน (14/20)
รูปที่ 14
OSCIETRA CAVIARmiso-cured tuna | parmesan cream | smoked oilปลาทูน่าที่ผ่านการหมักกับมิโสะและมีรสชาติบาง ๆ ของบีทรูทดอง ข้าง ๆ กันคือเพียวเรมิโสะและหัวขึ้นฉ่ายฝรั่ง ยังมีความเปรี้ยวเบา ๆ จากเห็ดชิเมจิดอง เชฟท็อปด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ช่วยเพิ่มความอุมามิ ตรงกลางคือครีมชีสพาเมซานและน้ำมันรมควัน เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่แผ่นพาเมซานกรอบวางมาในจาน (14/20)
OSCIETRA CAVIARmiso-cured tuna | parmesan cream | smoked oilภาพของออสซีตร้าคาเวียร์ (14/20)
รูปที่ 15
OSCIETRA CAVIARmiso-cured tuna | parmesan cream | smoked oilภาพของออสซีตร้าคาเวียร์ (14/20)
BARRAMUNDIseared foie gras | mustard | charred onion | celery in three waysปลากะพงขาวจากแถบเกาะบาหลีเตรียมมาในสไตล์ À La Nacre หรือ Mother of Pearl เชฟยังนำปลาไปซูวีที่อุณหภูมิ 53 องศาเซลเซียสนาน 30 นาทีจนสุกอย่างช้า ๆ ในจานมีเมล็ดมัสตาร์ดดอง เพียวเรมัสตาร์ด ใบมัสตาร์ด และหัวหอมเผา ส่วนเซเลอรี่เสิร์ฟมา 3 รูปแบบคือสด ดองแล้วฝานเป็นรูปริบบิ้น และเพียวเร ชิ้นฟัวกราส์ที่จี่มาพอดีจนมีความครีมมี่ ส่วนซอส Jus มีความเข้มข้นของหัวหอม (14/20)
รูปที่ 16
BARRAMUNDIseared foie gras | mustard | charred onion | celery in three waysปลากะพงขาวจากแถบเกาะบาหลีเตรียมมาในสไตล์ À La Nacre หรือ Mother of Pearl เชฟยังนำปลาไปซูวีที่อุณหภูมิ 53 องศาเซลเซียสนาน 30 นาทีจนสุกอย่างช้า ๆ ในจานมีเมล็ดมัสตาร์ดดอง เพียวเรมัสตาร์ด ใบมัสตาร์ด และหัวหอมเผา ส่วนเซเลอรี่เสิร์ฟมา 3 รูปแบบคือสด ดองแล้วฝานเป็นรูปริบบิ้น และเพียวเร ชิ้นฟัวกราส์ที่จี่มาพอดีจนมีความครีมมี่ ส่วนซอส Jus มีความเข้มข้นของหัวหอม (14/20)
KAGOSHIMA A4 WAGYUthai red curry inspired | coconut | pineappleเนื้อวัววากิวระดับเอ 4 จากจังหวัดคาโกชิม่าเสิร์ฟมากับซอสที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแกงแดง ด้านล่างรองด้วยชิ้นสับปะรดสดและเจลสับปะรด ในจานยังมีเพียวเรมะพร้าว เจลโหระพา และหน่อมะพร้าวตุ๋นในดาชิกรอบ ๆ (15/20)
รูปที่ 17
KAGOSHIMA A4 WAGYUthai red curry inspired | coconut | pineappleเนื้อวัววากิวระดับเอ 4 จากจังหวัดคาโกชิม่าเสิร์ฟมากับซอสที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแกงแดง ด้านล่างรองด้วยชิ้นสับปะรดสดและเจลสับปะรด ในจานยังมีเพียวเรมะพร้าว เจลโหระพา และหน่อมะพร้าวตุ๋นในดาชิกรอบ ๆ (15/20)
CONSOMMEvariety of herbs & spices | teardrop peas | celtuce | egg yolkน้ำซุปใสไก่ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศเกือบ 20 ชนิด (13/20)
รูปที่ 18
CONSOMMEvariety of herbs & spices | teardrop peas | celtuce | egg yolkน้ำซุปใสไก่ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศเกือบ 20 ชนิด (13/20)
CONSOMMEvariety of herbs & spices | teardrop peas | celtuce | egg yolkเชฟตัดด้วยความหวานกรอบของถั่วหยดน้ำตา ผักโอชุ่น ข้าวบาร์เลย์ และหยดไข่แดง (13/20)
รูปที่ 19
CONSOMMEvariety of herbs & spices | teardrop peas | celtuce | egg yolkเชฟตัดด้วยความหวานกรอบของถั่วหยดน้ำตา ผักโอชุ่น ข้าวบาร์เลย์ และหยดไข่แดง (13/20)
พนักงานจะให้ลูกค้าเลือกมีดสำหรับใช้กับเมนคอร์ส
รูปที่ 20
พนักงานจะให้ลูกค้าเลือกมีดสำหรับใช้กับเมนคอร์ส
DUCK A L'ORANGE & TRUFFLEbacon braised cannellini beans | pernod leek | parsnipอกเป็ดจากเขาใหญ่เสิร์ฟมากับผักปวยเล้งผัดกระเทียมและถั่วแคนเนลลินีตุ๋นกับเบคอน เชฟราดด้วยซอสที่ผสมผสานน้ำสต๊อกเป็ดเคี่ยวจนงวดกับส้ม นอกจากนี้ยังมีชิ้นส้มและเปลือกส้มให้รสชาติเปรี้ยวตามคอนเซ็ปของเมนู Canard à l'Orange ในจานมีความหวานละมุนที่ได้จากพาสนิปเพียวเรและความฉุนเบา ๆ ของกระเทียมต้น จากนั้นจบด้วยการใส่ทรัฟเฟิลเพสต์และชิ้นทรัฟเฟิลสดฝานบางลงไป (14/20)
รูปที่ 21
DUCK A L'ORANGE & TRUFFLEbacon braised cannellini beans | pernod leek | parsnipอกเป็ดจากเขาใหญ่เสิร์ฟมากับผักปวยเล้งผัดกระเทียมและถั่วแคนเนลลินีตุ๋นกับเบคอน เชฟราดด้วยซอสที่ผสมผสานน้ำสต๊อกเป็ดเคี่ยวจนงวดกับส้ม นอกจากนี้ยังมีชิ้นส้มและเปลือกส้มให้รสชาติเปรี้ยวตามคอนเซ็ปของเมนู Canard à l'Orange ในจานมีความหวานละมุนที่ได้จากพาสนิปเพียวเรและความฉุนเบา ๆ ของกระเทียมต้น จากนั้นจบด้วยการใส่ทรัฟเฟิลเพสต์และชิ้นทรัฟเฟิลสดฝานบางลงไป (14/20)
CLEANSE WITH BETEL GRANITAล้างปากด้วยกรีกโยเกิร์ตเสิร์ฟมากับสาคูแช่น้ำขิง, ลูกหม่อนหมัก, ข้าวไรซ์เบอร์รี่พอง และกรานิต้าใบชะพลู (14/20)
รูปที่ 22
CLEANSE WITH BETEL GRANITAล้างปากด้วยกรีกโยเกิร์ตเสิร์ฟมากับสาคูแช่น้ำขิง, ลูกหม่อนหมัก, ข้าวไรซ์เบอร์รี่พอง และกรานิต้าใบชะพลู (14/20)
CHOCOLATEstrawberry | pistachio | kataifiของหวานจานหลักเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากช็อกโกแลตดูไบ องค์ประกอบด้านล่างคือ Financier อัลมอนด์ที่มีความหอมของเนย เนื้อสัมผัสเฟิร์มเล็กน้อยตัดกันกับความกรอบของเส้น Kataifi เชฟครอบด้วยโครงไวท์ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี่สด เจลสตรอว์เบอร์รี่ และเพียวเรถั่วพิสตาชิโอ้ (14/20)
รูปที่ 23
CHOCOLATEstrawberry | pistachio | kataifiของหวานจานหลักเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากช็อกโกแลตดูไบ องค์ประกอบด้านล่างคือ Financier อัลมอนด์ที่มีความหอมของเนย เนื้อสัมผัสเฟิร์มเล็กน้อยตัดกันกับความกรอบของเส้น Kataifi เชฟครอบด้วยโครงไวท์ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี่สด เจลสตรอว์เบอร์รี่ และเพียวเรถั่วพิสตาชิโอ้ (14/20)
LAST SWEET TREATSปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือ Macaron with Citrus Crémeaux, Canelé with Coconut Ganache, Matcha Cream Cone, Chocolate Bonbon with Strawberry Crumble และ Cherry Gummy Bear
รูปที่ 24
LAST SWEET TREATSปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือ Macaron with Citrus Crémeaux, Canelé with Coconut Ganache, Matcha Cream Cone, Chocolate Bonbon with Strawberry Crumble และ Cherry Gummy Bear
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 25
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 26
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 27
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 28
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
🎗️ [THE CHEF] เชฟเจ้าของร้าน Dan Bark เป็นลูกครึ่งเกาหลีใต้-อเมริกัน ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำระดับโลกของเชฟ Curtis Duffy อย่าง Avenues แห่งโรงแรม The Peninsula (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นห้องอาหารระดับ 2 Michelin Stars) เขาเคยได้รับความไว้วางใจให้เป็นถึง Sous chef ที่ห้องอาหาร Grace (3 Michelin Stars) อีกด้วย ต่อมาในปี 2014 เชฟ Dan และภรรยาคือคุณเฟย์ ธัญจิรา ตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากในกรุงเทพและเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองในชื่อ Upstairs at Mikkeller ที่ชั้นสองของโรงแรม Mikkeller Bangkok ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star มาเป็นของตัวเองในคู่มือปกแดงประจำปี 2018 ถึง 2020 ก่อนที่จะย้ายมาเปิดห้องอาหาร Cadence by Dan Bark แห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 29
🎗️ [THE CHEF] เชฟเจ้าของร้าน Dan Bark เป็นลูกครึ่งเกาหลีใต้-อเมริกัน ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำระดับโลกของเชฟ Curtis Duffy อย่าง Avenues แห่งโรงแรม The Peninsula (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นห้องอาหารระดับ 2 Michelin Stars) เขาเคยได้รับความไว้วางใจให้เป็นถึง Sous chef ที่ห้องอาหาร Grace (3 Michelin Stars) อีกด้วย ต่อมาในปี 2014 เชฟ Dan และภรรยาคือคุณเฟย์ ธัญจิรา ตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากในกรุงเทพและเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองในชื่อ Upstairs at Mikkeller ที่ชั้นสองของโรงแรม Mikkeller Bangkok ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star มาเป็นของตัวเองในคู่มือปกแดงประจำปี 2018 ถึง 2020 ก่อนที่จะย้ายมาเปิดห้องอาหาร Cadence by Dan Bark แห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน
🎗️ [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอโดยอ้างอิงจากความทรงจำของเชฟ Dan Bark ผ่านเทคนิคเฉพาะตัวได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ที่ใช้ชื่อว่า The Cadence Experience เสิร์ฟมาที่จำนวน 12-Course (5,300++) และ 6-Course (3,900++) นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ชุดพิเศษสำหรับผู้ที่แวะมาชิมในช่วงมื้อกลางวันอย่าง Lunch Experience (2,800++) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย
รูปที่ 30
🎗️ [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอโดยอ้างอิงจากความทรงจำของเชฟ Dan Bark ผ่านเทคนิคเฉพาะตัวได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ที่ใช้ชื่อว่า The Cadence Experience เสิร์ฟมาที่จำนวน 12-Course (5,300++) และ 6-Course (3,900++) นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ชุดพิเศษสำหรับผู้ที่แวะมาชิมในช่วงมื้อกลางวันอย่าง Lunch Experience (2,800++) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย
หลังตรวจสอบการจองเรียบร้อยพนักงานต้อนรับจะพาลูกค้าเดินผ่านห้องกระจกเพื่อเสิร์ฟ Welcome Drink ห้องอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีน้ำเงิน-ทอง
รูปที่ 31
หลังตรวจสอบการจองเรียบร้อยพนักงานต้อนรับจะพาลูกค้าเดินผ่านห้องกระจกเพื่อเสิร์ฟ Welcome Drink ห้องอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีน้ำเงิน-ทอง
โต๊ะอาหารแต่ละตัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่พร้อมด้วยโซฟารับไปกับรูปทรงของโต๊ะ ทั้งยังสามารถมองเห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ซึ่งมีทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา
รูปที่ 32
โต๊ะอาหารแต่ละตัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่พร้อมด้วยโซฟารับไปกับรูปทรงของโต๊ะ ทั้งยังสามารถมองเห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ซึ่งมีทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา
🎗️ [WHY GO] ถึงแม้เวลาจะผ่านมาพักหนึ่งแต่ Cadence by Dan Bark ยังคงเป็นร้านอาหารที่สามารถเชื่อใจและแวะกลับไปชิมได้ตลอดเวลา อาหารแต่ละจานไม่ได้พยายามที่จะนำเสนอในรูปแบบที่ซับซ้อนทำให้มีความเข้าถึงง่ายจากลูกค้าหลาย ๆ กลุ่ม การบริการเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ขอแนะนำให้จองไปก่อนล่วงหน้าเพื่อที่ทีมเชฟจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบและโต๊ะเอาไว้ให้พร้อมและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทุกคนนั่นเอง
รูปที่ 33
🎗️ [WHY GO] ถึงแม้เวลาจะผ่านมาพักหนึ่งแต่ Cadence by Dan Bark ยังคงเป็นร้านอาหารที่สามารถเชื่อใจและแวะกลับไปชิมได้ตลอดเวลา อาหารแต่ละจานไม่ได้พยายามที่จะนำเสนอในรูปแบบที่ซับซ้อนทำให้มีความเข้าถึงง่ายจากลูกค้าหลาย ๆ กลุ่ม การบริการเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง ขอแนะนำให้จองไปก่อนล่วงหน้าเพื่อที่ทีมเชฟจะได้จัดเตรียมวัตถุดิบและโต๊ะเอาไว้ให้พร้อมและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทุกคนนั่นเอง