
Burapa · บูรพา
Thai · อาหารไทย — 26 ซ.สุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา, Bangkok, 10110, ประเทศไทย
🎗 Burapa เป็นร้านอาหารพี่น้องกันกับห้องอาหารศรีตราดโดยบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางด้วยรถไฟของหญิงสาวจากภาคตะวันออกไปยังจุดหมายปลายทางตามภูมิภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย บริเวณชั้นล่างเป็นบาร์ขนาดย่อมสำหรับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าแต่มุมที่สวยที่สุดของร้านอยู่ที่บริเวณชั้นสองซึ่งตกแต่งโดยอ้างอิงมาจากโบกี้รถไฟสุดหรูเมื่อราว ๆ 75 ปีก่อนสังเกตได้จากจดหมายที่บูรพาเขียนลงวันที่ 16 สิงหาคม 2490 ภายในเลือกใช้ผนังและพื้นทำจากไม้สีน้ำตาลเข้มเข้ากันดีกับผ้าม่านสีแดงเลือดหมู บริเวณชั้นวางของตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้โบราณประกอบกับดนตรีสากลย้อนยุคชวนให้นึกถึงการเดินทางช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั่นเอง
🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟวงศ์วิชญ์ ศรีภิญโญ หรือเชฟแอ็ค ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานอาหารแบบ À La Carte ที่มีราคาเริ่มต้นเพียงจานละ 150-450 บาทโดยสไตล์อาหารก็จะมีความคล้ายคลึงกับร้านศรีตราดคือเป็นอาหารไทยภาคตะวันออกที่มีรสชาติจัดจ้าน รสมือดี เข้าถึงง่าย ยังมีเมนูแบบใหม่ที่เรียกว่า Thai Tapas เป็นอาหารขนาดพอดีคำรับประทานง่าย ราคาไม่แพง เหมาะกับการจับคู่กับเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้ว อย่างไรก็ตามในฐานะ Foodies เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้เลือกชิม Tasting Menu ชุดใหญ่ของร้านที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางที่มีต้นกำเนิดจากภาคตะวันออกไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทย (ในรอบนี้คือภาคเหนือ) ทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากภาคตะวันออกเช่นหอยเงาะ แมงกระพรุนลอดช่อง เปลือกต้นโกงกาง แกงกะหรี่อิสลามสูตรชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว รวมไปถึงขนมกระยาสารทโดยใช้เทคนิคการปรุงทั้งแบบโบราณและสมัยใหม่ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งยังไม่ทิ้งรากเหง้าและรสมือของอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมอีกด้วย สำหรับจานที่ทำออกได้อย่างน่าประทับใจอย่างเช่น
✨ แกงกระด้างมะเขือเทศดอยหอยหนาม
Northern style tomato “jelly soup” with Thorn conch
หนึ่งในจานที่ทำให้เราประทับใจมากที่สุดในคืนนี้คือ “แกงกระด้าง” อาหารพื้นเมืองที่ชาวล้านนานิยมรับประทานกันในฤดูหนาว โดยปกติมักใช้เอ็นหมูซึ่งเป็นส่วนที่มีคอลลาเจนสูงไปตุ๋นแล้วรอให้เย็นลงจนเซ็ตตัวกลายเป็นวุ้นเย็น ๆ ทำให้คนทั่วไปมักรู้สึกไม่คุ้นชิ้นและเข้าถึงอาหารจานนี้ได้ยาก ในที่นี้เชฟนำแกงกระด้างมาปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอโดยใช้เทคนิคยุคใหม่ทำให้อาหารจานนี้เข้าถึงง่ายโดยคนทั่วไปมากยิ่งขึ้นเริ่มจากการนำมะเขือเทศเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบ เริ่มจากชิ้นสี่เหลี่ยมตรงกลางคือมะเขือเทศที่ได้จากการผสมเจลาตินเพื่อขึ้นรูปให้เป็นชิ้นวุ้นเย็น ด้านบนทอปด้วยมะเขือเทศที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทั้งยังมีองค์ประกอบของน้ำผึ้งให้รสชาติอมหวานเบา ๆ ข้างกันคือมะเขือเทศที่ผ่านการดองกับน้ำส้มมะปี๊ดให้มีรสเปรี้ยวแหลมผสานเข้ากับความเปรี้ยวแบบอุมามิเดิม ๆ ของมะเทศเดิมได้เป็นอย่างดี สุดท้ายคือซุปร้อน ๆ ที่ได้จากการผสมมะเขือเทศเข้ากับเครื่องแกงให้รสชาติเผ็ดจัดจ้าน ทั้งยังให้อุณหภูมิที่แตกต่างไปจากเจลลี่มะเขือเทศตรงกลางอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างหอยหนามที่มีเนื้อสัมผัสหนึบแต่ไม่เหนียว ไร้ซึ่งกลิ่นคาว รวมไปถึงการใส่หนังปลากรอบ ๆ เอาไว้ข้างกันเพื่อเพิ่มความแตกต่างของเนื้อสัมผัสให้กับจานนั่นเอง (15/20)
✨ สลัดแมงกะพรุนดองเซียบ น้ำสลัดถั่วตัดกับน้ำส้มมะปี๊ด
Jelly fish fermented with mangrove trunk, Thai mustard green salad, peanut brittle, calamansi and coconut oil dressing
คอร์สที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้คือ “แมงกระพรุนลอดช่อง” ที่เชฟนำมาเข้ากระบวนการ Double Fermentation หรือการดองสองครั้งเริ่มจากครั้งแรกคือการนำแมงกระพรุนไปดองกับเปลือกต้นโกงกางทำให้ผิวแมงกระพรุนมีสีชมพูทั้งฤทธิ์ความเป็นด่างจากเปลือกโกงกางยังช่วยให้เนื้อสัมผัสของแมงกระพรุนมีความเด้งและกรุบกรอบ ต่อมาจึงนำแมงกระพรุนไปดองรอบสองกับน้ำส้มมะปี๊ด น้ำผึ้ง และน้ำมันช่วยเสริมให้แมงกระพรุน มีรสเปรี้ยวแหลมแล้วตัดไม่ให้เปรี้ยวโดดด้วยความหวานของน้ำผึ้ง ด้านบนคือขนมถั่วตัดชิ้นเล็ก ๆ ช่วยเสริมความกรอบและมิติของความหวานให้กับจาน รอบ ๆ คือน้ำจิ้มพริกเกลือที่ทางร้านตำเองจากพริก เกลือ น้ำมะนาว และน้ำปลา ให้รสชาติจัดจ้านครบทุกมิติของรสชาติ ด้านบนทอปด้วยผักกาดฮีนให้กลิ่นและอโรม่าคล้ายกับวาซาบิ สุดท้ายคือสาหร่ายทุ่นจากเกาะกูดที่เชฟนำมาดองแล้วเสิร์ฟมาข้าง ๆ กัน ถือเป็นคอร์สที่นำเสนอวัตถุดิบพื้นถิ่นของประเทศไทยออกมาได้อย่างไร้ที่ติชนิดที่หาใครเทียบได้ยากเลยทีเดียว (15/20)
✨ ก๋วยเตี๋ยวแกงลิ้นวัว
Egg noodle with stewed beef tongue in curry sauce
เชฟเลือกใช้สมุนไพรท้องถิ่นจากภาคเหนืออย่างหอมชูซึ่งมีเนื้อสัมผัสกรอบตัดกันกับความนุ่มของบะหมี่ไข่ที่รองอยู่ด้านล่างตามคอนเซปของข้าวซอยที่ประกอบไปด้วยบะหมี่กรอบกับบะหมี่ไข่นุ่ม ๆ นั่นเอง ส่วนโปรตีนหลักเชฟเลือกใช้ลิ้นวัวซึ่งมีความนุ่มช่วยเชื่อใเนื้อสัมผัสของบะหมี่และหอมชูเข้าด้วยกัน รอบ ๆ คือซอสแกงกะหรี่รสเลิศ มีกลิ่นหอมประกอบไปกับความครีมมี่ของกะทิและความเผ็ดจัดจ้านที่บาลานซ์มาอย่างลงตัวไร้ที่ติ ยังมีองค์ประกอบของใบชะอมทอด อย่าลืมบีบมะนาวลงไปก่อนรับประทานเพื่อให้ความเปรี้ยวไปด้วยเบรคความมันและครีมมี่ของเครื่องแกงไม่ให้โดดออกมาจนเกินไป ถือเป็นจานที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสครบและบาลานซ์กันออกมาได้อย่างไร้ที่ติ สุดยอดมาก ๆ (15/20)
🎗 Tasting Menu ของห้องอาหารบูรพาได้ยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นจากภาคตะวันออกที่กระทั่งคนไทยส่วนมากยังไม่รู้จักให้ออกมาเทียบเคียงกับวัตถุดิบนำเข้าได้อย่างไม่ต้องอายใคร หลายจานแม้จะใช้เทคนิคสมัยใหม่แต่ยังคงคงรสชาติแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ราคาที่ตั้งเอาไว้เทียบกับปริมาณและความทุ่มเทที่เชฟใส่ลงไปถือว่าคุ้มค่า องค์ประกอบอื่น ๆ ทั้งบรรยากาศ มุมถ่ายรูป ทำเล และที่จอดรถก็มีให้ครบ เราขอแนะนำอย่างมากให้เพื่อน ๆ ที่มีใจรักอาหารไทยและยังไม่เคยลอง Tasting Menu ของทางร้าน (รวมไปถึงเพื่อน ๆ ที่เคยไปแต่เลือกสั่งเฉพาะเมนู À La Carte) ได้แวะเข้าไปชิมกันดู รับรองว่าอร่อยสมกับเป็นร้านอาหารระดับ Bib Gourmand ที่ดีที่สุดเท่าที่เราพบเจอมาในรอบปีอย่างแน่นอน
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 29 รูป





























แกลเลอรี

