GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Brasserie Brunet
Selected

FranceBrasserie Brunet · บราสเซอร์รี่ บรูเนต์

Traditional Cuisine · อาหารท้องถิ่น — 10 Rue de la Poste, 74000 Annecy, France

🎗 [INTRO] หลังจากเขียนบทความเกี่ยวกับห้องอาหารระดับสูงไปมากแล้วคราวนี้เราขอยกร้านอาหารบ้าน ๆ สไตล์ Brasserie แต่บริหารและกำกับเมนูโดยเชฟระดับ 3 MICHELIN Stars ทั้งยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายมาเล่าสู่กันฟังดูบ้าง

🎗 [THE PLACE] Brasserie Brunet เปิดทำการครั้งแรกในปี 2018 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Annecy ห่างจากสถานีรถไฟ Gare d'Annecy เพียง 160 เมตร ลูกค้าส่วนมากจะแย่งกันนั่งบริเวณเอ้าท์ดอร์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในวันที่อากาศเป็นใจ ทันทีที่ก้าวเข้ามาคุณ Delphine Perrier และลูกทีมจะรับหน้าที่ต้อนรับและแนะนำเมนูอาหารต่าง ๆ ให้กับลูกค้า ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีตัดกันกับแบคกราวด์สีเขียวเข้ม ผนังหินบางส่วนประดับตกแต่งด้วยรูปวาดของเมนูแนะนำประจำร้าน ห้องครัวที่นี่เป็นแบบเปิดช่วยสร้างความไดนามิคให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่ใกล้กัน สำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านยังมีห้องรับรองขนาดเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Laurent Petit เกิดที่เมือง Bussières-les-Belmont ในแคว้น Haute-Marne ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศสโดยมีคุณพ่อประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าเนื้อและผลิตภัณฑ์จากเนื้อ (Charcuteries) ด้วยเหตุนี้เองทำให้ตัวเขาคุ้นชินกับอาหารจำพวก Pâtés en Croûte หรือ Blood Sausage มาตั้งแต่เด็กก่อนที่ตัวเขาในวัย 18 ปีจะเรียนจบจาก École Hôtelière Saint-Exupéry of Saint-Dizier ในปี 1981 หลังจากเข้ารับการเกณฑ์ทหารจนครบกำหนดปลดประจำการเขาได้ข้อเสนองานเป็นผู้ช่วยในห้องอาหาร Pied de Cochon ในย่าน Les Halles ณ กรุง Paris ต่อด้วยงานในห้องอาหาร Bistrot du Sommelier เจ้าของร้านในขณะนั้นคือคุณ Nicolas de Rabaudy ได้ส่งตัวเชฟ Laurent Petit ไปฝึกงานในห้องอาหารระดับ MICHELIN Star ชั้นนำอย่าง Les Prés d'Eugénie - Michel Guérard (3 MICHELIN Stars), Les Crayeres (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น), Charles Barrier (3 MICHELIN Stars) รวมไปถึงการร่วมงานกับเชฟชื่อดังอย่าง Jean-Pierre Billoux และ Roger Vergé กระทั่งเดือนมิถุนายนปี 1987 เชฟ Laurent Petit ในวัย 24 ปีตัดสินใจเปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองที่เมือง Briançon โดยให้ชื่อว่า Le Péché Gourmand และเป็นช่วงเวลานี้เองที่เขาได้พบกับ Martine Coin ผู้ซึ่งได้กลายมาเป็นคู่ชีวิตในเวลาต่อมา ในปี 1992 เชฟ Laurent Petit และภรรยาได้ย้ายมาตั้งรกรากที่เมือง Annecy และเปิดห้องอาหาร Le Clos des Sens ขึ้น ณ บริเวณที่เรียกว่า Annecy-le-Vieux ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นและสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2000 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2007 และรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในเดือนมกราคมปี 2019 นอกจากนี้ตัวเขายังเป็นเจ้าของห้องอาหารพื้นบ้านอีก 2 แห่งคือ Café Brunet (Selected by MICHELIN Guide) ที่ตั้งอยู่ในอาคารเก่าตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 14 และ Brasserie Brunet (Selected by MICHELIN Guide) แห่งนี้

🎗 [THE FOOD] เชฟ Laurent Petit และเชฟ Nicolas Guignard กำกับและดูแลอาหารโดยการนำอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคและอาหารซาวอยมาปรับปรุงวิธีการนำเสนอเสียใหม่โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นจำพวกพืช ผัก สมุนไพร และปลาในทะเลสาบ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ในราคาสุดคุ้มค่าเริ่มต้นที่ Appetizer + Main Course หรือ Main Course + Dessert ที่ราคา 32 € หรือจัดเต็มสามคอร์สคือ Appetizer + Main Course + Dessert ในราคาเพียง 38 € เท่านั้น ส่วนใครที่ไม่หิวมากนักก็สามารถสั่งแยกเป็น Appetizer (11 €), Main Course (23 €) และ Dessert (10 €) ได้เช่นกัน สุดท้ายคือรายการเมนูแบบ À La Carte ซึ่งได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านอย่างเช่น ‘La Bouillabaisse’ หรือ ‘Tête du Cochon Grillée’ นำเสนอมาในราคาที่สูงขึ้นมาเล็กน้อย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Champignons en Chaud Froid, Bouillon très Goûteux

ห้ามพลาดเมนูแนะนำประจำร้านที่ได้จากการนำเห็ด Champignon de Paris มาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ด้านล่างคือเห็ดหลายชนิดและ Mushroom Paste หอม ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซุปรสเลิศลงไป อร่อยจนเรายกซดจนหมดจาน (14/20)

✨ Pâté en Croûte de Volaille et Caramel d'Estragon

ด้วยความที่เชฟ Laurent Petit เติบโตมาในครอบครัวพ่อค้าเนื้อและ Charcuteries ทำให้เขาคุ้นเคยกับ Pâté en Croûte มาตั้งแต่เด็ก ด้วยเนื้อสัมผัสของขนมปังด้านนอกที่กีอบพอดี และเนื้อตรงกลางที่เรียงสวยงามหลากหลายชั้น ตัดรสด้วยหอมแดงและเทอร์รากอนคาราเมลทำให้เมนูนี้กลายมาเป็นจานที่ทุกโต๊ะต้องสั่ง (14/20)

🎗 [WHY GO] เชฟ Laurent Petit และเชฟ Nicolas Guignard ได้หยิบยกเมนูคลาสสิคของภูมิภาค Savoie มาปรับรูปแบบการเสิร์ฟให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟและราคาเข้าถึงได้โดยง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่มทำให้ Brasserie Brunet เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการใช้ฝากท้องสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเมือง Annecy แห่งนี้

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 22 รูป

🇫🇷 Brasserie Brunet - บราสเซอร์รี่ บรูเนต์ 🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์ 🍴 Traditional Cuisine - อาหารท้องถิ่น 👨🏻‍🍳 Chef Laurent Petit & Chef Nicolas Guignard - เชฟโลร็องต์ เปอตี & เชฟนิโคลาส กินยาร์ด
รูปที่ 1
🇫🇷 Brasserie Brunet - บราสเซอร์รี่ บรูเนต์ 🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์ 🍴 Traditional Cuisine - อาหารท้องถิ่น 👨🏻‍🍳 Chef Laurent Petit & Chef Nicolas Guignard - เชฟโลร็องต์ เปอตี & เชฟนิโคลาส กินยาร์ด
Champignons en Chaud Froid, Bouillon très Goûteux ห้ามพลาดเมนูแนะนำประจำร้านที่ได้จากการนำเห็ด Champignon de Paris มาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ด้านล่างคือเห็ดหลายชนิดและ Mushroom Paste หอม ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซุปรสเลิศลงไป อร่อยจนเรายกซดจนหมดจาน (14/20)
รูปที่ 2
Champignons en Chaud Froid, Bouillon très Goûteux ห้ามพลาดเมนูแนะนำประจำร้านที่ได้จากการนำเห็ด Champignon de Paris มาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ด้านล่างคือเห็ดหลายชนิดและ Mushroom Paste หอม ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซุปรสเลิศลงไป อร่อยจนเรายกซดจนหมดจาน (14/20)
Pâté en Croûte de Volaille et Caramel d'Estragon ด้วยความที่เชฟ Laurent Petit เติบโตมาในครอบครัวพ่อค้าเนื้อและ Charcuteries ทำให้เขาคุ้นเคยกับ Pâté en Croûte มาตั้งแต่เด็ก ด้วยเนื้อสัมผัสของขนมปังด้านนอกที่กีอบพอดี และเนื้อตรงกลางที่เรียงสวยงามหลากหลายชั้น ตัดรสด้วยหอมแดงและเทอร์รากอนคาราเมลทำให้เมนูนี้กลายมาเป็นจานที่ทุกโต๊ะต้องสั่ง (14/20)
รูปที่ 3
Pâté en Croûte de Volaille et Caramel d'Estragon ด้วยความที่เชฟ Laurent Petit เติบโตมาในครอบครัวพ่อค้าเนื้อและ Charcuteries ทำให้เขาคุ้นเคยกับ Pâté en Croûte มาตั้งแต่เด็ก ด้วยเนื้อสัมผัสของขนมปังด้านนอกที่กีอบพอดี และเนื้อตรงกลางที่เรียงสวยงามหลากหลายชั้น ตัดรสด้วยหอมแดงและเทอร์รากอนคาราเมลทำให้เมนูนี้กลายมาเป็นจานที่ทุกโต๊ะต้องสั่ง (14/20)
Gigot d'Agneau Rôti, Croustillant d'Epaule Confite et Ail en Chemise Main Course จานแรกเราเลือกชิมขาแกะย่าง เสิร์ฟมากับส่วนไหล่แกะที่ผ่านการกงฟีจนนุ่มละมุน จากนั้นจึงราดด้วยซอส Lamb Jus เข้มข้น (12/20)
รูปที่ 4
Gigot d'Agneau Rôti, Croustillant d'Epaule Confite et Ail en Chemise Main Course จานแรกเราเลือกชิมขาแกะย่าง เสิร์ฟมากับส่วนไหล่แกะที่ผ่านการกงฟีจนนุ่มละมุน จากนั้นจึงราดด้วยซอส Lamb Jus เข้มข้น (12/20)
Truite Grillée à la Plancha, servie mi-cuite et Beurre rouge สำหรับจานปลาเราเลือกชิมปลาเทร้าต์จากทะเลสาบย่างแล้วเสิร์ฟมาแบบ Half-cooked หนังกรอบ ด้านบนโรยด้วยเกลือ รอบ ๆ คือซอสเนยที่มีส่วนผสมของไวน์แดงรสชาติหอมมันเช้มข้น (13/20)
รูปที่ 5
Truite Grillée à la Plancha, servie mi-cuite et Beurre rouge สำหรับจานปลาเราเลือกชิมปลาเทร้าต์จากทะเลสาบย่างแล้วเสิร์ฟมาแบบ Half-cooked หนังกรอบ ด้านบนโรยด้วยเกลือ รอบ ๆ คือซอสเนยที่มีส่วนผสมของไวน์แดงรสชาติหอมมันเช้มข้น (13/20)
Pommes de Terre Grenailles Confits dans un Beurre au Foin เครื่องเคียงจานแรกเราเลือกมันฝรั่งที่ผ่านการกงฟีในเนยที่มีกลิ่นหอมของหญ้าฟาง
รูปที่ 6
Pommes de Terre Grenailles Confits dans un Beurre au Foin เครื่องเคียงจานแรกเราเลือกมันฝรั่งที่ผ่านการกงฟีในเนยที่มีกลิ่นหอมของหญ้าฟาง
Risotto de Petit Epeautre, Emulsion Citron อีกจานหนึ่งคือ Engrain Risotto เคี้ยวหนึบปรุงมาใน Citron Emulsion รสเปรี้ยวช่วยตัดรสชาติกับ Main Course แต่ละจานได้เป็นอย่างดี
รูปที่ 7
Risotto de Petit Epeautre, Emulsion Citron อีกจานหนึ่งคือ Engrain Risotto เคี้ยวหนึบปรุงมาใน Citron Emulsion รสเปรี้ยวช่วยตัดรสชาติกับ Main Course แต่ละจานได้เป็นอย่างดี
Focaccia เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยขนมปัง Focaccia คนละชิ้น
รูปที่ 8
Focaccia เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยขนมปัง Focaccia คนละชิ้น
Bread
รูปที่ 9
Bread
Premières Fraises, Meringue et Glace au Poivre du jardin ของหวานจานแรกคือสตรอว์เบอร์รี่เสิร์ฟมากับเมอแรงก์หวานกรอบและ Chantilly Cream หอมมันตรงกลาง (13/20)
รูปที่ 10
Premières Fraises, Meringue et Glace au Poivre du jardin ของหวานจานแรกคือสตรอว์เบอร์รี่เสิร์ฟมากับเมอแรงก์หวานกรอบและ Chantilly Cream หอมมันตรงกลาง (13/20)
Gaufre et Glace au sarrasin, Pâte à tartiner Maison ของหวานอีกจานหนึ่งคือวาฟเฟิลที่เตรียมเนื้อสัมผัสมาไม่ดีเท่าที่ควรเพราะค่อนข้างเหนียว ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมบัควีท (11/20)
รูปที่ 11
Gaufre et Glace au sarrasin, Pâte à tartiner Maison ของหวานอีกจานหนึ่งคือวาฟเฟิลที่เตรียมเนื้อสัมผัสมาไม่ดีเท่าที่ควรเพราะค่อนข้างเหนียว ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมบัควีท (11/20)
เซ็ตเมนูมื้อกลางวันสำหรับสองคนจับคู่กับไวน์ท้องถิ่นสักแก้วราคา 82.50 €
รูปที่ 12
เซ็ตเมนูมื้อกลางวันสำหรับสองคนจับคู่กับไวน์ท้องถิ่นสักแก้วราคา 82.50 €
🎗 [INTRO] หลังจากเขียนบทความเกี่ยวกับห้องอาหารระดับสูงไปมากแล้วคราวนี้เราขอยกร้านอาหารบ้าน ๆ สไตล์ Brasserie แต่บริหารและกำกับเมนูโดยเชฟระดับ 3 MICHELIN Stars ทั้งยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายมาเล่าสู่กันฟังดูบ้าง
รูปที่ 13
🎗 [INTRO] หลังจากเขียนบทความเกี่ยวกับห้องอาหารระดับสูงไปมากแล้วคราวนี้เราขอยกร้านอาหารบ้าน ๆ สไตล์ Brasserie แต่บริหารและกำกับเมนูโดยเชฟระดับ 3 MICHELIN Stars ทั้งยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายมาเล่าสู่กันฟังดูบ้าง
🎗 [THE FOOD] เชฟ Laurent Petit และเชฟ Nicolas Guignard กำกับและดูแลอาหารโดยการนำอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคและอาหารซาวอยมาปรับปรุงวิธีการนำเสนอเสียใหม่โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นจำพวกพืช ผัก สมุนไพร และปลาในทะเลสาบ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ในราคาสุดคุ้มค่าเริ่มต้นที่ Appetizer + Main Course หรือ Main Course + Dessert ที่ราคา 32 € หรือจัดเต็มสามคอร์สคือ Appetizer + Main Course + Dessert ในราคาเพียง 38 € เท่านั้น ส่วนใครที่ไม่หิวมากนักก็สามารถสั่งแยกเป็น Appetizer (11 €), Main Course (23 €) และ Dessert (10 €) ได้เช่นกัน สุดท้ายคือรายการเมนูแบบ À La Carte ซึ่งได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านอย่างเช่น ‘La Bouillabaisse’ หรือ ‘Tête du Cochon Grillée’ นำเสนอมาในราคาที่สูงขึ้นมาเล็กน้อย
รูปที่ 14
🎗 [THE FOOD] เชฟ Laurent Petit และเชฟ Nicolas Guignard กำกับและดูแลอาหารโดยการนำอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคและอาหารซาวอยมาปรับปรุงวิธีการนำเสนอเสียใหม่โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นจำพวกพืช ผัก สมุนไพร และปลาในทะเลสาบ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ในราคาสุดคุ้มค่าเริ่มต้นที่ Appetizer + Main Course หรือ Main Course + Dessert ที่ราคา 32 € หรือจัดเต็มสามคอร์สคือ Appetizer + Main Course + Dessert ในราคาเพียง 38 € เท่านั้น ส่วนใครที่ไม่หิวมากนักก็สามารถสั่งแยกเป็น Appetizer (11 €), Main Course (23 €) และ Dessert (10 €) ได้เช่นกัน สุดท้ายคือรายการเมนูแบบ À La Carte ซึ่งได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านอย่างเช่น ‘La Bouillabaisse’ หรือ ‘Tête du Cochon Grillée’ นำเสนอมาในราคาที่สูงขึ้นมาเล็กน้อย
🎗 [THE PLACE] Brasserie Brunet เปิดทำการครั้งแรกในปี 2018 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Annecy ห่างจากสถานีรถไฟ Gare d'Annecy เพียง 160 เมตร
รูปที่ 15
🎗 [THE PLACE] Brasserie Brunet เปิดทำการครั้งแรกในปี 2018 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง Annecy ห่างจากสถานีรถไฟ Gare d'Annecy เพียง 160 เมตร
ทันทีที่ก้าวเข้ามาคุณ Delphine Perrier และลูกทีมจะรับหน้าที่ต้อนรับและแนะนำเมนูอาหารต่าง ๆ ให้กับลูกค้า
รูปที่ 16
ทันทีที่ก้าวเข้ามาคุณ Delphine Perrier และลูกทีมจะรับหน้าที่ต้อนรับและแนะนำเมนูอาหารต่าง ๆ ให้กับลูกค้า
ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีตัดกันกับแบคกราวด์สีเขียวเข้ม ผนังหินบางส่วนประดับตกแต่งด้วยรูปวาดของเมนูแนะนำประจำร้าน
รูปที่ 17
ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีตัดกันกับแบคกราวด์สีเขียวเข้ม ผนังหินบางส่วนประดับตกแต่งด้วยรูปวาดของเมนูแนะนำประจำร้าน
ห้องครัวที่นี่เป็นแบบเปิดช่วยสร้างความไดนามิคให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่ใกล้กัน
รูปที่ 18
ห้องครัวที่นี่เป็นแบบเปิดช่วยสร้างความไดนามิคให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่ใกล้กัน
สำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านยังมีห้องรับรองเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกด้วย
รูปที่ 19
สำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านยังมีห้องรับรองเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกด้วย
ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม
รูปที่ 20
ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม
ด้านหน้าเป็นที่นั่งเอ้าท์ดอร์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในวันที่อากาศเป็นใจ
รูปที่ 21
ด้านหน้าเป็นที่นั่งเอ้าท์ดอร์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในวันที่อากาศเป็นใจ
🎗 [WHY GO] เชฟ Laurent Petit และเชฟ Nicolas Guignard ได้หยิบยกเมนูคลาสสิคของภูมิภาค Savoie มาปรับรูปแบบการเสิร์ฟให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟและราคาเข้าถึงได้โดยง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่มทำให้ Brasserie Brunet เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการใช้ฝากท้องสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเมือง Annecy แห่งนี้
รูปที่ 22
🎗 [WHY GO] เชฟ Laurent Petit และเชฟ Nicolas Guignard ได้หยิบยกเมนูคลาสสิคของภูมิภาค Savoie มาปรับรูปแบบการเสิร์ฟให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟและราคาเข้าถึงได้โดยง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่มทำให้ Brasserie Brunet เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการใช้ฝากท้องสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเมือง Annecy แห่งนี้