GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Bo Innovation
2 MICHELIN Stars

Hong KongBo Innovation · โบ อินโนเวชั่น

Innovative · อาหารเชิงนวัตกรรม — 1/F, 45 Pottinger St, Central, ฮ่องกง

🇨🇳 โบ อินโนเวชั่น ร้านอาหารเรือธงแนว Innovative ของเซเลบริตี้เชฟชื่อดังชาวฮ่องกง Alvin Leung ผู้ผันตัวจากอาชีพวิศวกร ฝึกฝนเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองจนกลายมาเป็นสุดยอดเชฟระดับ 3 ดาวมิชลินและได้รับการขนานนามว่าเป็น Demon Chef ตัวร้านตั้งอยู่ในตึกย่าน Wan Chai โดยต้องขึ้นลิฟท์จากชั้นล่างซึ่งมองหาได้ยากจากถนนใหญ่ ภายในตกแต่งโดยใช้โทนสีน้ำเงินเป็นหลักซึ่งจะตัดกันกับสีขาวของโต๊ะหินอ่อนและสีน้ำตาลของพื้นไม้ ครัวที่นี่เป็นแบบ Open kitchen ทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลา

👨🏻‍🍳 เชฟอัลวินนิยามอาหารของตัวเองว่าเป็น 'X-treme' Chinese Cuisine โดยใช้อาหารจีนมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสและเทคนิคการนำเสนอในรูปแบบ Molecular Gastronomy มีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Molecular หรือ x-treme “xiao long bao” ที่ได้รับอิทธิพลมาจากเมนู Olive Sphere อันโด่งดังของอดีตร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินและเป็นอดีตห้องอาหารอันดับ 1 ของโลกอย่าง El Bulli ในประเทศสเปน ยังมีเมนู No Shark Fin อาหารหวานที่เเสดงถึงเจตนารมย์การต่อต้านการทานหูฉลามของคนจีนโดยใช้ส้มยูซู ดอกหอมหมื่นลี้ และลูกพลับอบแห้งมาทำให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายหูฉลามของจริง แต่เมนูที่เราประทับใจที่สุดคงต้องยกให้ A3 Saga-Guu Beef นุดยอดเนื้อวัววากิวระดับ A3 ที่มีอัตราส่วนของเนื้อต่อมันลงตัวสุดๆ เนื่อวัวนุ่มจนแทบละลายในปาก ทานกับเห็ดทรัฟเฟิลดำ อร่อยสุดๆ

😛 Tips : เราขอแนะนำให้มาทานอาหาร Tasting Menu มื้อกลางวันเพราะทางร้านได้รวบรวมเมนูซิกเนเจอร์ไว้ค่อนข้างครบถ้วน และยังมีราคาย่อมเยากว่ามื้อกลางคืนมาก (ในปัจจุบันทางร้านเพิ่งปรับเปลี่ยนเมนูมื้อกลางวันใหม่เป็นเมนู 7 คอร์สในราคาคนละ 780 HKD ต่อคนทำให้ราคาต่อรวมภาษีคนตกอยู่เพียง 3,350 บาทและทั้งสองคนสามารถเลือกทานอาหารจานหลักที่แตกต่างกันได้ โดยเมนูทุกอย่างยังคงเป็นเมนูเดิมกับที่เราได้ไปทานมา

เราไม่แนะนำให้ทาน Set Lunch ของทางร้านเนื่องจากทางร้านตั้งราคาเอาไว้ที่ 630 HKD รวมภาษีต่อคนแล้วอยู่ที่ 2,700 บาทแต่ได้ทานอาหารเพียง 3 คอร์ส ส่วนมื้อกลางคืนทางร้านนำเสนอ I ❤️ HK Tasting Menu จำนวน 10 คอร์ส ราคา 1,380 HKD หรือ 6,000 บาทต่อคน และสุดยอดเมนูที่ดีที่สุดของทางร้านคือ Chef Blue Menu จำนวน 12 คอร์สและมีราคาสูงถึง 2,380 HKD หรือ 10,000 บาทต่อคนทำให้อาจต้องชั่งน้ำหนักเรื่องความคุ้มค่าดูสักหน่อย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 31 รูป

🇭🇰 Bo Innovation - โบ อินโนเวชั่น
รูปที่ 1
🇭🇰 Bo Innovation - โบ อินโนเวชั่น
Kinki tofu, vichyssoise, morel mushroom, scallion สำหรับคอร์สแรกคือปลากิงกิจากประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟมาแบบซาชิมิสไตล์ ออนทอปด้วยยูนนานแฮมจากจีน ข้างบนเป็นแผ่นกรอบทำจากเห็ดโมเรลเพื่อตัดรสเค็ม ข้าวล่างมีเพียวเรทำจาก Leek หรือกระเทียมต้น จานนี้เชฟทำปลาออกมาเนื้อนุ่ม ละมุนมากจนแทบละลายในปาก ยูนนานแฮมมีกลิ่นหอม อร่อยใช้ได้ เพียวเรกระเทียมต้นเนื้อเนียนละเอียด กลิ่นหอมมาก เข้ากับปลาได้ดี (16/20)
รูปที่ 2
Kinki tofu, vichyssoise, morel mushroom, scallion สำหรับคอร์สแรกคือปลากิงกิจากประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟมาแบบซาชิมิสไตล์ ออนทอปด้วยยูนนานแฮมจากจีน ข้างบนเป็นแผ่นกรอบทำจากเห็ดโมเรลเพื่อตัดรสเค็ม ข้าวล่างมีเพียวเรทำจาก Leek หรือกระเทียมต้น จานนี้เชฟทำปลาออกมาเนื้อนุ่ม ละมุนมากจนแทบละลายในปาก ยูนนานแฮมมีกลิ่นหอม อร่อยใช้ได้ เพียวเรกระเทียมต้นเนื้อเนียนละเอียด กลิ่นหอมมาก เข้ากับปลาได้ดี (16/20)
Brittany Lobster Wonton, tartare, har mi oil, semi dried tomato, black truffles จานถัดมาคือ Brittany Lobster Ravioli หรือเกี๊ยวกุ้งล็อบสเตอร์นำเข้าจากแคว้นนบริตานี ประเทศฝรั่งเศส โรยด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิลสีดำ สีแดงคือมะเขือเทศตากจน”เกือบ”แห้ง ปิดท้ายด้วยการราด Har Mi Oil หรือซอสสีส้มสดแบบจีนทำมาจากกุ้งแห้ง อีกองค์ประกอบข้างๆคือทาทาร์เนื้อล็อบสเตอร์ ทางร้านทำสับออกมาละเอียดพอดี มีรสหวานธรรมชาติ หอมกลิ่น Har Mi Oil (17/20)
รูปที่ 3
Brittany Lobster Wonton, tartare, har mi oil, semi dried tomato, black truffles จานถัดมาคือ Brittany Lobster Ravioli หรือเกี๊ยวกุ้งล็อบสเตอร์นำเข้าจากแคว้นนบริตานี ประเทศฝรั่งเศส โรยด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิลสีดำ สีแดงคือมะเขือเทศตากจน”เกือบ”แห้ง ปิดท้ายด้วยการราด Har Mi Oil หรือซอสสีส้มสดแบบจีนทำมาจากกุ้งแห้ง อีกองค์ประกอบข้างๆคือทาทาร์เนื้อล็อบสเตอร์ ทางร้านทำสับออกมาละเอียดพอดี มีรสหวานธรรมชาติ หอมกลิ่น Har Mi Oil (17/20)
Brittany Lobster Wonton, tartare, har mi oil, semi dried tomato, black truffles จานนี้เป็นอีกจานที่ชูรสวัตถุดิบได้ดีมาก รสธรรมชาติ ปรุงแต่งเล็กน้อย ออกมาอร่อยสุดๆ (17/20)
รูปที่ 4
Brittany Lobster Wonton, tartare, har mi oil, semi dried tomato, black truffles จานนี้เป็นอีกจานที่ชูรสวัตถุดิบได้ดีมาก รสธรรมชาติ ปรุงแต่งเล็กน้อย ออกมาอร่อยสุดๆ (17/20)
Brittany Lobster Wonton, tartare, har mi oil, semi dried tomato, black truffles Har Mi Oil ที่ใช้ราดล็อบสเตอร์ ทำจากกุ้งแห้งแบบจีน (17/20)
รูปที่ 5
Brittany Lobster Wonton, tartare, har mi oil, semi dried tomato, black truffles Har Mi Oil ที่ใช้ราดล็อบสเตอร์ ทำจากกุ้งแห้งแบบจีน (17/20)
Corn cauliflower, pinenut, “pat chun” vinegar ถัดมาคือคอร์นสลัด เป็นการเสิร์ฟข้าวโพดในหลากหลายรูปแบบในจานเดียว ประกอบด้วยข้าวโพดเผา ขนาบข้างด้วยเมล็ดไพน์นัท เพียวเรข้าวโพด คอร์นวาฟเฟิล เเละดอกกะหล่ำ ผงสีแดงข้างๆคือเปปเปอคอร์น ราดด้วยน้ำส้มสายชู Pat Chun Vinega จานนี้หอมกลิ่นข้าวโพดเพียวเรมาก แกมด้วยกลิ่นถ่านจากข้าวโพดเผา อร่อยใช้ได้ (15/20)
รูปที่ 6
Corn cauliflower, pinenut, “pat chun” vinegar ถัดมาคือคอร์นสลัด เป็นการเสิร์ฟข้าวโพดในหลากหลายรูปแบบในจานเดียว ประกอบด้วยข้าวโพดเผา ขนาบข้างด้วยเมล็ดไพน์นัท เพียวเรข้าวโพด คอร์นวาฟเฟิล เเละดอกกะหล่ำ ผงสีแดงข้างๆคือเปปเปอคอร์น ราดด้วยน้ำส้มสายชู Pat Chun Vinega จานนี้หอมกลิ่นข้าวโพดเพียวเรมาก แกมด้วยกลิ่นถ่านจากข้าวโพดเผา อร่อยใช้ได้ (15/20)
Corn cauliflower, pinenut, “pat chun” vinegar Pat Chun Vinegar ของจริง
รูปที่ 7
Corn cauliflower, pinenut, “pat chun” vinegar Pat Chun Vinegar ของจริง
Molecular x-treme “xiao long bao” คอร์สถัดมาถือเป็นคอร์ส Signature ของร้าน และเป็นคอร์สที่ถูกใส่ไว้ในเมนูตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงปัจจุบัน เชฟอัลวินได้แรงบันดาลใจจาก เสี่ยวหลงเป่าของ Din Tai Fung ร้านอาหารจีนระดับ Bib Gourmand ในไต้หวัน แต่เพิ่มความว้าวโดยการใส่ลูกเล่นแบบโมเลกุลโดยเปลี่ยนแป้งข้างนอกเป็นการผสมแคลเซียมในซุป นำไปหยดลงในสาหร่ายจนได้ของเหลวทรงกลมที่กัดแล้วแตกในปากออกมาเป็นรสเสี่ยวหลงเป่า ไม่บอกก็รู้ว่าเทคนิคโมเลกุลรูปแบบนี้มีต้นแบบมาจากร้าน El Bulli อดีตร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน และเป็นอดีตร้านอาหารอันดับหนึ่งของโลกในประเทศสเปน (และเป็นเทคนิคเดียวกันกับที่ร้าน Gaggan ใช้ทำซิกเนเจอร์คอร์สอย่าง Yogurt Explosion) ทันทีที่ทานเข้าไปเจลทรงกลมจะเเตกออกพร้อมด้วยรสชาติภายในที่ระเบิดออกมา ในด้านรสชาติค่อนข้างเค็มไปมากและไม่กลมกล่อมในแบบที่เสี่ยวหลงเป่าปกติควรจะเป็นอันเป็นผลมาจากการทำให้น้ำซุปให้เข้มข้นเพื่อจะได้เซ็ทตัวในรูปแบบเจลทรงกลมได้ง่าย (14/20)
รูปที่ 8
Molecular x-treme “xiao long bao” คอร์สถัดมาถือเป็นคอร์ส Signature ของร้าน และเป็นคอร์สที่ถูกใส่ไว้ในเมนูตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงปัจจุบัน เชฟอัลวินได้แรงบันดาลใจจาก เสี่ยวหลงเป่าของ Din Tai Fung ร้านอาหารจีนระดับ Bib Gourmand ในไต้หวัน แต่เพิ่มความว้าวโดยการใส่ลูกเล่นแบบโมเลกุลโดยเปลี่ยนแป้งข้างนอกเป็นการผสมแคลเซียมในซุป นำไปหยดลงในสาหร่ายจนได้ของเหลวทรงกลมที่กัดแล้วแตกในปากออกมาเป็นรสเสี่ยวหลงเป่า ไม่บอกก็รู้ว่าเทคนิคโมเลกุลรูปแบบนี้มีต้นแบบมาจากร้าน El Bulli อดีตร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน และเป็นอดีตร้านอาหารอันดับหนึ่งของโลกในประเทศสเปน (และเป็นเทคนิคเดียวกันกับที่ร้าน Gaggan ใช้ทำซิกเนเจอร์คอร์สอย่าง Yogurt Explosion) ทันทีที่ทานเข้าไปเจลทรงกลมจะเเตกออกพร้อมด้วยรสชาติภายในที่ระเบิดออกมา ในด้านรสชาติค่อนข้างเค็มไปมากและไม่กลมกล่อมในแบบที่เสี่ยวหลงเป่าปกติควรจะเป็นอันเป็นผลมาจากการทำให้น้ำซุปให้เข้มข้นเพื่อจะได้เซ็ทตัวในรูปแบบเจลทรงกลมได้ง่าย (14/20)
Duck foie gras preserved chinese mustard green, walnut, aged zhenjiang vinegar ถัดมาคือตับเป็ดนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส นำไปเซียบนกระทะจนสุกพอดี กินกับผลองุ่นเขียว และไอศกรีมทำมาจากสมุนไพรจีนดองรองข้างล่างด้วยถั่ววอลนัท ราดด้วยซอส Zhenjiang Vinegratte รสเปรี้ยว ให้ทานองค์ประกอบทั้งหมดพร้อมกัน (17/20)
รูปที่ 9
Duck foie gras preserved chinese mustard green, walnut, aged zhenjiang vinegar ถัดมาคือตับเป็ดนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส นำไปเซียบนกระทะจนสุกพอดี กินกับผลองุ่นเขียว และไอศกรีมทำมาจากสมุนไพรจีนดองรองข้างล่างด้วยถั่ววอลนัท ราดด้วยซอส Zhenjiang Vinegratte รสเปรี้ยว ให้ทานองค์ประกอบทั้งหมดพร้อมกัน (17/20)
Duck foie gras preserved chinese mustard green, walnut, aged zhenjiang vinegar ที่ต้องขอชมเลยคือตับเป็ดที่ทางร้านทำออกมาดีมากจริงๆ สุกกำลังดี มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนสุดๆ ไม่มีกลิ้นคาวใดๆ ทำให้จานนี้เป็นอีกจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้เลย ทานเปล่าๆแบบไม่ต้องมีซอสก็อร่อย หรือจะทานสลับกับองุ่นเขียวก็สดชื่นไม่แพ้กัน (17/20)
รูปที่ 10
Duck foie gras preserved chinese mustard green, walnut, aged zhenjiang vinegar ที่ต้องขอชมเลยคือตับเป็ดที่ทางร้านทำออกมาดีมากจริงๆ สุกกำลังดี มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนสุดๆ ไม่มีกลิ้นคาวใดๆ ทำให้จานนี้เป็นอีกจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้เลย ทานเปล่าๆแบบไม่ต้องมีซอสก็อร่อย หรือจะทานสลับกับองุ่นเขียวก็สดชื่นไม่แพ้กัน (17/20)
Mou Tai butterfly pea flower, calamansi ถัดมาคือ เหมา ไต๋ หรือเหล้าจีน ผสมดอกอัญชัญ และคาลามานซี่ (ส้มจีน) จานนี้ให้รสชาติเหมือนเหล้าขาวผสมแฟนต้าน้ำเขียวหรือยาสีฟัน รสชาติค่อนข้างแปลก กลืนลงคอก็รู้สึกร้อนไปถึงท้อง รสชาติใช้ได้เเละยังแปลกอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 11
Mou Tai butterfly pea flower, calamansi ถัดมาคือ เหมา ไต๋ หรือเหล้าจีน ผสมดอกอัญชัญ และคาลามานซี่ (ส้มจีน) จานนี้ให้รสชาติเหมือนเหล้าขาวผสมแฟนต้าน้ำเขียวหรือยาสีฟัน รสชาติค่อนข้างแปลก กลืนลงคอก็รู้สึกร้อนไปถึงท้อง รสชาติใช้ได้เเละยังแปลกอีกด้วย (15/20)
Mou Tai butterfly pea flower, calamansi ทางร้านเสิร์ฟมาเป็นเหยือกเลย (15/20)
รูปที่ 12
Mou Tai butterfly pea flower, calamansi ทางร้านเสิร์ฟมาเป็นเหยือกเลย (15/20)
Mou Tai butterfly pea flower, calamansi ทางร้านนำ เหมา ไต๋ ของจริงมาให้ดู (15/20)
รูปที่ 13
Mou Tai butterfly pea flower, calamansi ทางร้านนำ เหมา ไต๋ ของจริงมาให้ดู (15/20)
Leg of Suckling Pig sichuan peppercorn, pineapple, baby greens, “pat chun” ginger vinaigrette ถัดมาคือเมนคอร์สจานแรก ขาหมูหันหนังกรอบสไตล์ฮ่องกง โดยเชฟจะนำมาให้ดูก่อนทาน (16/20)
รูปที่ 14
Leg of Suckling Pig sichuan peppercorn, pineapple, baby greens, “pat chun” ginger vinaigrette ถัดมาคือเมนคอร์สจานแรก ขาหมูหันหนังกรอบสไตล์ฮ่องกง โดยเชฟจะนำมาให้ดูก่อนทาน (16/20)
Leg of Suckling Pig sichuan peppercorn, pineapple, baby greens, “pat chun” ginger vinaigrette ทานสลับกันกับสับปะรดที่เซียมาบนกระทะ มีรสชาติเปรี้ยวหวาน มีกลิ่นหอม (16/20)
รูปที่ 15
Leg of Suckling Pig sichuan peppercorn, pineapple, baby greens, “pat chun” ginger vinaigrette ทานสลับกันกับสับปะรดที่เซียมาบนกระทะ มีรสชาติเปรี้ยวหวาน มีกลิ่นหอม (16/20)
Leg of Suckling Pig sichuan peppercorn, pineapple, baby greens, “pat chun” ginger vinaigrette เสิร์ฟกับผักสลัดที่มีรสชาติอร่อยไม่เบา (16/20)
รูปที่ 16
Leg of Suckling Pig sichuan peppercorn, pineapple, baby greens, “pat chun” ginger vinaigrette เสิร์ฟกับผักสลัดที่มีรสชาติอร่อยไม่เบา (16/20)
A3 Saga-Gyu Beef (supplement $200) black truffle, “cheung fun”, first press superior soy หนึ่งในจานที่อร่อยที่สุดในมื้อนี้คือเนื้อวัวซากะกิวระดับ A3 นำเข้าจากญี่ปุ่นเสิร์ฟมาความสุกแบบ Medium-Rare สาเหตุที่ทางร้านไม่ใช้เลือกใช้เนื้อวัวระดับ A5 เพราะกลิ่นเนื้อเบามากเกินไป รองด้านล่างด้วย Cheung Fun หรือก๋วยเตี๋ยวหลอดฮ่องกง ราดด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิลจากออสเตรเลีย จานนี้รสชาติอร่อยมาก เนื้อวัวสุกระดับมีเดียมแรร์เท่ากันทั้งชิ้นทำให้มีความนุ่มที่พอดี ทีเด็คือซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำที่ทางร้านเคี่ยวจนเข้มข้นสุดๆ เสริมรสเเละกลิ่นของเนื้อได้ดีมาก สุดยอดจริงๆ (18/20)
รูปที่ 17
A3 Saga-Gyu Beef (supplement $200) black truffle, “cheung fun”, first press superior soy หนึ่งในจานที่อร่อยที่สุดในมื้อนี้คือเนื้อวัวซากะกิวระดับ A3 นำเข้าจากญี่ปุ่นเสิร์ฟมาความสุกแบบ Medium-Rare สาเหตุที่ทางร้านไม่ใช้เลือกใช้เนื้อวัวระดับ A5 เพราะกลิ่นเนื้อเบามากเกินไป รองด้านล่างด้วย Cheung Fun หรือก๋วยเตี๋ยวหลอดฮ่องกง ราดด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิลจากออสเตรเลีย จานนี้รสชาติอร่อยมาก เนื้อวัวสุกระดับมีเดียมแรร์เท่ากันทั้งชิ้นทำให้มีความนุ่มที่พอดี ทีเด็คือซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำที่ทางร้านเคี่ยวจนเข้มข้นสุดๆ เสริมรสเเละกลิ่นของเนื้อได้ดีมาก สุดยอดจริงๆ (18/20)
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras ก่อนเข้าของหวานคือข้าวมันไก่สูตร Signature ของทางร้าน โดยเชฟจะหุงข้าวออกมาคล้ายกับรีซอตโต้ของอิตาลี (16/20)
รูปที่ 18
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras ก่อนเข้าของหวานคือข้าวมันไก่สูตร Signature ของทางร้าน โดยเชฟจะหุงข้าวออกมาคล้ายกับรีซอตโต้ของอิตาลี (16/20)
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras ต่อมาจะใช้กังป๋วยหรือหอยเปาฮื้อตากแห้งจากญี่ปุ่น และฟัวกราส์ตากลมจากฝรั่งเศสมาขูดใส่ลงไปในจาน (16/20)
รูปที่ 19
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras ต่อมาจะใช้กังป๋วยหรือหอยเปาฮื้อตากแห้งจากญี่ปุ่น และฟัวกราส์ตากลมจากฝรั่งเศสมาขูดใส่ลงไปในจาน (16/20)
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras พนักงานจะขูดทั้งกังป๋วยและฟัวกราส์ลงไปเยอะมาก (16/20)
รูปที่ 20
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras พนักงานจะขูดทั้งกังป๋วยและฟัวกราส์ลงไปเยอะมาก (16/20)
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras สุดท้ายเราจะได้สุดยอดข้าวมันไก่ในรูปแบบที่แบบไม่เหมือนใคร จานนี้ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ข้าวหุงมานุ่มข้างนอก เเต่ข้างในเคี้ยวกรึบเล็กน้อยคล้ายรีซอตโต้ ตัดรสเค็มลงตัวกับกังป๋วยและฟัวกราส์ หอมกลิ่นทะเล ตัดกับความมันของข้าวพอดี อร่อยสุดๆเลย (16/20)
รูปที่ 21
Bo’s Signature Chicken Rice shaved sun-dried abalone, air dried foie gras สุดท้ายเราจะได้สุดยอดข้าวมันไก่ในรูปแบบที่แบบไม่เหมือนใคร จานนี้ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว ข้าวหุงมานุ่มข้างนอก เเต่ข้างในเคี้ยวกรึบเล็กน้อยคล้ายรีซอตโต้ ตัดรสเค็มลงตัวกับกังป๋วยและฟัวกราส์ หอมกลิ่นทะเล ตัดกับความมันของข้าวพอดี อร่อยสุดๆเลย (16/20)
No Shark Fin yuzu, osmanthus, peach resin, dried persimmon สำหรับของหวานที่นี่เป็นจานที่แสดงออกถึงการต่อต้านการล่าหูฉลามในจีน โดยเชฟเลือกใช้ส้มโอแทนเนื้อสัมผัสของหูฉลาม ตัดรสเปรี้ยวด้วยส้มยูซู มีเจลลี่ทำจากพีช ลูกพลับแห้ง ตกแต่งหน้าตาด้วยดอกหอมหมื่นลี้ สวยงามสุดๆ (14/20)
รูปที่ 22
No Shark Fin yuzu, osmanthus, peach resin, dried persimmon สำหรับของหวานที่นี่เป็นจานที่แสดงออกถึงการต่อต้านการล่าหูฉลามในจีน โดยเชฟเลือกใช้ส้มโอแทนเนื้อสัมผัสของหูฉลาม ตัดรสเปรี้ยวด้วยส้มยูซู มีเจลลี่ทำจากพีช ลูกพลับแห้ง ตกแต่งหน้าตาด้วยดอกหอมหมื่นลี้ สวยงามสุดๆ (14/20)
No Shark Fin yuzu, osmanthus, peach resin, dried persimmon ทางด้านรสชาติอยู่ในเกณฑ์พอรับได้ มีรสเปรี้ยวหวานจากผลไม้ต่างๆ แต่ยังถือว่าไม่ดีพอสำหรับห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน (14/20)
รูปที่ 23
No Shark Fin yuzu, osmanthus, peach resin, dried persimmon ทางด้านรสชาติอยู่ในเกณฑ์พอรับได้ มีรสเปรี้ยวหวานจากผลไม้ต่างๆ แต่ยังถือว่าไม่ดีพอสำหรับห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน (14/20)
Amuse-bouche Hong Kong Pan Cake สำหรับอาหารทานเล่นทางร้านเสิร์ฟเป็นวาฟเฟิลฮ่องกง
รูปที่ 24
Amuse-bouche Hong Kong Pan Cake สำหรับอาหารทานเล่นทางร้านเสิร์ฟเป็นวาฟเฟิลฮ่องกง
Amuse-bouche Hong Kong Pan Cake ตัววาฟเฟิลกรอบใช้ได้แต่มีกลิ่นฉุนของผักที่ใส่มากแรงมากไปเยอะ (10/20)
รูปที่ 25
Amuse-bouche Hong Kong Pan Cake ตัววาฟเฟิลกรอบใช้ได้แต่มีกลิ่นฉุนของผักที่ใส่มากแรงมากไปเยอะ (10/20)
ราคา 2,288 HKD หรือราวๆ 9,600 บาท
รูปที่ 26
ราคา 2,288 HKD หรือราวๆ 9,600 บาท
ภายในตกแต่งโดยใช้โทนสีน้ำเงินเป็นหลักซึ่งจะตัดกันกับสีขาวของโต๊ะหินอ่อนและสีน้ำตาลของพื้นไม้
รูปที่ 27
ภายในตกแต่งโดยใช้โทนสีน้ำเงินเป็นหลักซึ่งจะตัดกันกับสีขาวของโต๊ะหินอ่อนและสีน้ำตาลของพื้นไม้
ครัวที่นี่เป็นแบบ Open kitchen ทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลา
รูปที่ 28
ครัวที่นี่เป็นแบบ Open kitchen ทำให้ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลา
มิกกี้ในร้าน
รูปที่ 29
มิกกี้ในร้าน
อีกตัวหนึ่ง
รูปที่ 30
อีกตัวหนึ่ง
🇨🇳 โบ อินโนเวชั่น ร้านอาหารเรือธงแนว Innovative ของเซเลบริตี้เชฟชื่อดังชาวฮ่องกง Alvin Leung ผู้ผันตัวจากอาชีพวิศวกร ฝึกฝนเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองจนกลายมาเป็นสุดยอดเชฟระดับ 3 ดาวมิชลินและได้รับการขนานนามว่าเป็น Demon Chef ตัวร้านตั้งอยู่ในตึกย่าน Wan Chai โดยต้องขึ้นลิฟท์จากชั้นล่างซึ่งมองหาได้ยากจากถนนใหญ่
รูปที่ 31
🇨🇳 โบ อินโนเวชั่น ร้านอาหารเรือธงแนว Innovative ของเซเลบริตี้เชฟชื่อดังชาวฮ่องกง Alvin Leung ผู้ผันตัวจากอาชีพวิศวกร ฝึกฝนเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองจนกลายมาเป็นสุดยอดเชฟระดับ 3 ดาวมิชลินและได้รับการขนานนามว่าเป็น Demon Chef ตัวร้านตั้งอยู่ในตึกย่าน Wan Chai โดยต้องขึ้นลิฟท์จากชั้นล่างซึ่งมองหาได้ยากจากถนนใหญ่

แกลเลอรี