GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Blue Elephant (Phuket)
Selected

ThailandBlue Elephant (Phuket) · บลู เอเลเฟ่นท์ (สาขาภูเก็ต)

Thai · อาหารไทย — 96 ถนน กระบี่ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000

🎗 [Intro] เมื่อสองเดือนก่อนเราได้มีโอกาสเเวะไปทานอาหารไทยที่ร้าน Blue Elephant สาขากรุงเทพ ทั้งยังมีโอกาสพูดคุยกับเชฟ-เจ้าของร้านระดับตำนานของเมืองไทยอย่างเชฟนูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ เป็นระยะเวลาสั้นๆอีกด้วย ด้วยรสมือที่ดีชนิดหาใครเทียบได้ยากทำให้ Blue Elephant ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยพื้นบ้านที่ได้คะเเนนรีวิวสูงเป็นอันดับต้นๆของเพจเราในทันที ดังนั้นทริปท่องเที่ยวเชิงอาหารที่ภูเก็ตรอบนี้เราจึงตัดสินใจใส่ชื่อร้าน Blue Elephant สาขาภูเก็ตเข้าไว้เป็นอันดับเเรกๆ

🎗 [The Origin] เรื่องราวของร้าน Blue Elephant ต้องเล่าย้อนกลับไปราวๆ 40 ปีก่อน ช่วงเวลานั้นอาหารไทยในทวีปยุโรปยังไม่เป็นที่นิยมขนาดที่ว่าในเมืองใหญ่ๆก็ยังไม่มีห้องอาหารไทยโดยเฉพาะให้เห็น แต่เพราะความตั้งใจในการเผยแพร่วัฒนธรรมของเชฟนูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ รวมไปถึงการยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในสายตาของชาวโลก ร้าน Blue Elephant จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นสาขาแรกที่กรุง Brussels ในประเทศ Belgium คำว่า Blue Elephant ได้ไอเดียมาจากสามีของเชฟนูรอซึ่งเล็งเห็นว่าช้างเป็นสัตว์ประจำชาติและเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนสีฟ้านั้นได้มาจากแถบสีตรงกลางในในธงชาติไทย ทุกสาขามีจุดเด่นที่เหมือนกันคือการตกแต่งอันวิจิตรเเละงดงาม ตั้งเเต่การเลือกตัวอาคารที่จะนำมาปรับโฉมเป็นร้านอาหารไปจนถึงการตกแต่งภายในที่เก็บทุกรายละเอียดเสมือนกับส่งลูกค้าจากต่างประเทศให้มานั่งทานอาหารอยู่ในเมืองไทย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้งบประมาณด้านการตกแต่งของทุกสาขาอยู่ที่หลักหลายสิบล้านบาทรวมไปถึงสาขาภูเก็ตที่เชฟนูรอเลือกใช้คฤหาสถ์ “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” มาแปลงโฉมเป็นห้องอาหารไทย Fine Dining สุดหรู

🎗 [The Place] ประวัติของตัวอาคาร “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา“ ถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2446 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตัณฑวณิช) เศรษฐีเหมืองเเร่ดีบุกในขณะที่เขามีอายุเพียง 20 ปี การก่อสร้างใช้เเรงงานช่างทั้งจากจีน เนเธอแลนด์ และมาเลเซีย โดยได้สร้างบ้านหลังเเรกคือ “บ้านชินประชา” ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ชิโน-โปรตุกีสหลังเเรกสุดของเมืองภูเก็ต แล้วจึงสร้าง “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ขึ้นมาในภายหลัง ทั้งสองหลังมีเนื้อที่รวมกันถึง 20 ไร่ ในช่วงนั้นการค้าขายของภูเก็ตกับปีนังกำลังเฟื่องฟูทำให้เฟอร์นิเจอร์ดั้งเดิมถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดกระทั่งกระเบื้องปูพื้นลายตารางก็ยังนำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ปัจจุบันบ้านชินประชาถูกใช้งานเป็นพิพิธภัณฑ์ของตระกูล “ตัณฑวานิช” ส่วน “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ทั้งหลังถูกเชฟนูรอทำสัญญาเช่าระยะยาวเพื่อนำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร Blue Elephant Phuket จนถึงปัจจุบัน

🎗 ด้วยความที่บ้านพระพิทักษ์ชินประชาตั้งอยู่ในย่าน Phuket Old Town ทำให้การเดินทางไปร้านค่อนข้างสะดวกสบาย หลังจากขับรถผ่านประตูรั้วเข้ามาทุกคนจะพบกับตัวคฤหาสถ์พร้อมสวนขนาดใหญ่ ฝั่งหน้าร้านเป็นส่วนของ Blue Bar มีหน้าที่ชงเครื่องดื่มต้อนรับแขกและลูกค้าที่นั่งทานอาหารในร้าน ส่วนอาคารด้านหลังถูกจัดเป็น Cooking School สำหรับสอนทำอาหาร เดินถัดเข้ามาจะเป็นส่วนของ The Blue Elephant Shop สำหรับขายของที่ระลึกทั้งเครื่องเซรามิคเเละเทเบิ้ลเเวร์ภายใต้เเบรนด์ของตัวเองจากโรงงานในจังหวัดลำปาง นอกจากนี้ยังมีอาหารเเห้งอย่างพริกแกงและชารสเลิศที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของทางร้านอีกด้วย บนผนังมีรูปของเชฟนูรอที่ได้ถ่ายคู่กับเหล่าดารา นักร้อง และคนดังระดับโลกเช่น Rod Steward, เจ้าชาย Fumihito แห่งประเทศญี่ปุ่น, ประธานาธิบดี Vladimir Putin แต่รูปที่ดึงดูดสายตา Foodie อย่างเรามากที่สุดเห็นจะเป็นรูปคู่ระหว่างเชฟนูรอกับ Jordi Roca เชฟเจ้าของร้านระดับ 3 ดาวมิชลินชื่อก้องโลก El Celler de Can Roca ในเมือง Girona ประเทศสเปน ถัดไปคือห้องทานอาหารหลักที่ตกแต่งออกมาในรูปแบบไทยโบราณ ทางร้านเลือกใช้ผนังไม่สีเข้มเพื่อให้ตัดกับสีขาวดำลายตารางหมากรุกบนพื้น โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าขาวที่มีลวดลายรูปช้างไทย ส่วนใครอยากรับลมเย็นๆก็สามารถเลือกนั่งริมสวนนอกตัวอาคารก็บรรยากาศดีไม่แพ้กัน

🎗 [The Chef] เชฟ นูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ เกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทราเเละได้รับแรงบันดาลใจเรื่องการทำอาหารไทยโบราณมาจากคุณเเม่ตั้งเเต่อายุยังน้อย หลังจากพี่ชายเดินทางไปเรียนต่อด้านการโรงแรมที่ประเทศเบลเยี่ยมก็ได้ชักชวนให้เชฟนูรอเดินทางไปศึกษาต่อด้วยกัน ต่อมาเชฟนูรอพบรักและเเต่งงานกับคุณคาร์ล สเต็ปเป้ Art Dealer ผู้หลงไหลในศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านรวมไปถึงอาหารไทยและมีเเนวคิดที่จะเปิดร้านอาหารไทยสูตรต้นตำรับ ด้วยเหตุนี้เอง Blue Elephant สาขากรุง Brussels ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยแห่งแรกในประเทศ Belgium จึงได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1980 ตามมาด้วยสาขาอื่นๆในเมืองหลักทั่วทั้งประเทศยุโรป เช่น Paris, Lyon, London, Copenhagen, Malta สำหรับสาขาในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกัน 2 แห่งคือสาขากรุงเทพฯควบคุมครัวโดยเชฟนูรอเองเปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 2002 (นับเป็นสาขาที่ 10 ของแฟรนไชส์) และสาขาภูเก็ตเปิดทำการในปี 2010 ควบคุมโดยเชฟกร อุบล ทองสุข มือขวาของเชฟนูรอมานานตั้งเเต่สมัยเปิดร้านที่กรุง Brussels (นับเป็นสาขาที่ 13 ของแฟรนไชส์)

🎗 [The Food] อาหารที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นอาหารไทยโบราณ, อาหารไทยร่วมสมัย และอาหารไทยโมเดิร์น ในวันนี้เราได้สั่งเมนู À La Carte มาลองทานกัน เริ่มต้นด้วย “ตับห่านซอสมะขาม” ผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของเชฟนูรอที่ถูกคิดค้นขึ้นตั้งเเต่ปี 1980 จนกลายมาเป็น Signature Dish ประจำร้านคือ Landes Foie Gras หรือตับห่านจากเมืองล็องด์ ประเทศฝรั่งเศสนำมาเซียจนสุกพอดีแล้วราดด้วยซอสมะขามรสเปรี้ยวหวานจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ข้าวกันคือมะม่วงน้ำดอกไม้จากจังหวัดฉะเชิงเทราที่ทอร์ชไฟมาเบาๆ ใครไม่สั่งจานนี้บอกเลยว่ามาไม่ถึงร้าน Blue Elephant ต่อด้วย “แกงสิงหลแก้มวัว ข้าวหมก โรตี” แกงโบราณที่ชาวสิงหลอพยพจากประเทศศรีลังกานำติดตัวเข้ามาในเมืองไทยตั้งเเต่สมัยรัชกาลที่ 2 รสชาติดีเลิศชนิดหาใครเทียบได้ยาก สุดท้ายคือ “หมูฮ้อง” เมนูท้องถิ่นเมืองภูเก็ตที่เราบอกเลยว่าเป็นหมูฮ้องที่อร่อยที่สุดจากที่ได้ทานมาตลอดทริปนี้ ตัวซอสซีอิ๊วว่ารสชาติหวานกลมกล่อมมากๆเเล้วเเต่ทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือหมูสามชั้นที่ได้จากหมูพันธุ์ดีเลี้ยงแบบปล่อยจาก Sloane’s Artisan ฟาร์มออร์แกนิคชื่อดังของคุณ Joe Sloane ร่วมกับเชฟ Bo และเชฟ Dylan จากร้าน Bo.lan ส่วนใครที่มาครั้งเเรกเราแอบกระซิบเชียร์ “แกงมัสมั่นแกะ โรตี ข้าวหอมมะลิ” และ “แกงคั่วปูใบชะพลู ชะคราม เส้นหมี่” โดยสามารถดูรีวิวอาหารจานอื่นๆได้จากรีวิวของสาขากรุงเทพในเพจเรา ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมพื้นเมืองของชาวภูเก็ตอย่าง “ตูโบ้” ซึ่งหาทานได้เฉพาะสาขานี้เท่านั้น

🎗 [Conclusion] รสชาติอาหารโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานมากๆโดยเฉพาะแกงไทยทุกจานซึ่งทำออกมาโดดเด่นกว่าใครเพื่อน ขอแนะนำให้เพื่อนๆเผื่อเวลาสำหรับเดินชมตัวอาคารเเละสถานที่เพราะเรามั่นใจว่าประสบการณ์การทานอาหารไทยรสเลิศระดับนี้ในบรรยากาศคฤหาสถ์เก่าอายุกว่า 100 ปีจะถูกบันทึกอยู่ในความทรงจำของเราทุกคนตลอดไป

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 35 รูป

🇹🇭 Blue Elephant (Phuket) - บลู เอเลเฟ่นท์ (สาขาภูเก็ต) 🍴 Thai - อาหารไทย
รูปที่ 1
🇹🇭 Blue Elephant (Phuket) - บลู เอเลเฟ่นท์ (สาขาภูเก็ต) 🍴 Thai - อาหารไทย
ป้ายมิชลิน
รูปที่ 2
ป้ายมิชลิน
เรื่องราวของร้าน Blue Elephant ต้องเล่าย้อนกลับไปราวๆ 40 ปีก่อน ช่วงเวลานั้นอาหารไทยในทวีปยุโรปยังไม่เป็นที่นิยมขนาดที่ว่าในเมืองใหญ่ๆก็ยังไม่มีห้องอาหารไทยโดยเฉพาะให้เห็น แต่เพราะความตั้งใจในการเผยแพร่วัฒนธรรมของเชฟนูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ รวมไปถึงการยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในสายตาของชาวโลก ร้าน Blue Elephant จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นสาขาแรกที่กรุง Brussels ในประเทศ Belgium
รูปที่ 3
เรื่องราวของร้าน Blue Elephant ต้องเล่าย้อนกลับไปราวๆ 40 ปีก่อน ช่วงเวลานั้นอาหารไทยในทวีปยุโรปยังไม่เป็นที่นิยมขนาดที่ว่าในเมืองใหญ่ๆก็ยังไม่มีห้องอาหารไทยโดยเฉพาะให้เห็น แต่เพราะความตั้งใจในการเผยแพร่วัฒนธรรมของเชฟนูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ รวมไปถึงการยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในสายตาของชาวโลก ร้าน Blue Elephant จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นสาขาแรกที่กรุง Brussels ในประเทศ Belgium
พล่ากุ้งกระทงทองและลูกชิ้นปลาภูเก็ต AMUSE BOUCHE เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยพล่ากุ้งรสชาติจัดจ้าน เต็มไปด้วยเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ด เนื้อกุ้งนุ่ม เด้ง ใส่มาในกระทงทองกรอบๆ ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้อย่างดี (14/20) ถัดมาคือลูกชิ้นปลาภูเก็ต ทานแล้วได้เนื้อสัมผัสก้ำกึ่งระหว่างลูกชิ้นเเละทอดมัน มีกลิ่นหอมเครื่องแกง เนื้อเเน่นเเต่ไม่เเข็ง อร่อยมากๆ (14/20)
รูปที่ 4
พล่ากุ้งกระทงทองและลูกชิ้นปลาภูเก็ต AMUSE BOUCHE เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยพล่ากุ้งรสชาติจัดจ้าน เต็มไปด้วยเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ด เนื้อกุ้งนุ่ม เด้ง ใส่มาในกระทงทองกรอบๆ ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้อย่างดี (14/20) ถัดมาคือลูกชิ้นปลาภูเก็ต ทานแล้วได้เนื้อสัมผัสก้ำกึ่งระหว่างลูกชิ้นเเละทอดมัน มีกลิ่นหอมเครื่องแกง เนื้อเเน่นเเต่ไม่เเข็ง อร่อยมากๆ (14/20)
ตับห่านซอสมะขาม (780++) THAI TAMARIND & FRENCH “LANDES” FOIE GRAS Ambassador of Rougier, Chef Nooror’s Signature recipe was created 15 years ago. Sweet Potato - Bai Horapa - Caramelised Chachoengsao Fresh “Nam Dok Mai” Mango ขอเปิดจานเเรกด้วยสุดยอดเมนู Signature Dish ที่ดีที่สุดจานหนึ่งของร้าน Blue Elephant เป็นจานที่เชฟนูรอรังสรรค์เอาไว้เมื่อ 15 ปีก่อนสมัยอยู่ที่ต่างประเทศโดยมีคอนเซปคือการเลือกใช้วัตถุดิบล้ำค่าของต่างประเทศมาจับคู่กันกับซอสแบบไทยๆ เชฟเลือกใช้ Landes Foie Gras หรือตับห่านจากเมือล็องด์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นฟัวกราส์คุณภาพสูงที่พบเห็นได้ตามร้านอาหารในทวีปยุโรป ตัวฟัวกราส์จะมีความนุ่ม เนียน เนื่องจากปริมาณไขมันที่มากกว่าตับห่านทั่วไป เสิร์ฟมากับซอสมะขามจากจังหวัดเพชรบูรณ์และส้มเเขกชุมชนเเขนงแบบไทย จากนั้นเซียร์จนมีสีเหลืองอมน้ำตาล เสิร์ฟมาคู่กับมันบดสีเขียวที่มีส่วนผสมของใบโหระพา เผือกทอด เเละมะม่วงน้ำดอกไม้จากจังหวัดฉะเชิงเทราที่ผ่านการทอร์ชไฟมาเล็กน้อยจนมีเลเยอร์บางๆจากกระบวนการคาราเมลไลเซชั่น อร่อยสมกับเป็น Signature Dish ของร้าน Blue Elephant ทั้งสาขากรุงเทพและภูเก็ต (15/20)
รูปที่ 5
ตับห่านซอสมะขาม (780++) THAI TAMARIND & FRENCH “LANDES” FOIE GRAS Ambassador of Rougier, Chef Nooror’s Signature recipe was created 15 years ago. Sweet Potato - Bai Horapa - Caramelised Chachoengsao Fresh “Nam Dok Mai” Mango ขอเปิดจานเเรกด้วยสุดยอดเมนู Signature Dish ที่ดีที่สุดจานหนึ่งของร้าน Blue Elephant เป็นจานที่เชฟนูรอรังสรรค์เอาไว้เมื่อ 15 ปีก่อนสมัยอยู่ที่ต่างประเทศโดยมีคอนเซปคือการเลือกใช้วัตถุดิบล้ำค่าของต่างประเทศมาจับคู่กันกับซอสแบบไทยๆ เชฟเลือกใช้ Landes Foie Gras หรือตับห่านจากเมือล็องด์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นฟัวกราส์คุณภาพสูงที่พบเห็นได้ตามร้านอาหารในทวีปยุโรป ตัวฟัวกราส์จะมีความนุ่ม เนียน เนื่องจากปริมาณไขมันที่มากกว่าตับห่านทั่วไป เสิร์ฟมากับซอสมะขามจากจังหวัดเพชรบูรณ์และส้มเเขกชุมชนเเขนงแบบไทย จากนั้นเซียร์จนมีสีเหลืองอมน้ำตาล เสิร์ฟมาคู่กับมันบดสีเขียวที่มีส่วนผสมของใบโหระพา เผือกทอด เเละมะม่วงน้ำดอกไม้จากจังหวัดฉะเชิงเทราที่ผ่านการทอร์ชไฟมาเล็กน้อยจนมีเลเยอร์บางๆจากกระบวนการคาราเมลไลเซชั่น อร่อยสมกับเป็น Signature Dish ของร้าน Blue Elephant ทั้งสาขากรุงเทพและภูเก็ต (15/20)
ยำมะเขือม่วงโครงการณ์หลวงหอยเชลล์ (480++) ROYAL POJECT EGGPLANT Inspired by her collaboration with the Royal Project Vegetables and Herbs Farm, Purple Eggplant Salad with Grilled Scallops - Free Range Chicken - Andaman deep Sea Tiger Prawn, Herbal Spiciness and a hint of Truffle อาหารจานถัดมาคือยำมะเขือม่วง ทางร้านเลือกใช้มะเขือม่วงชิ้นโตจากโครงการณ์หลวงนำไปนึ่งจนสุกกำลังดี เนื้อสัมผัสนุ่ม ไม่เละ ไม่มีกลิ่นดินหรือ Earthy aroma ปนมารบกวนแม้แต่น้อย เชฟนำไปยำกับกุ้งสับ, ไก่สับ และหอยเชลล์ไทย มีรสเปรี้ยวหวานพอเหมาะ มีรสเผ็ดเบาๆ สุดท้ายจุดที่เรารู้สึกประทับใจมากๆคืออโรม่าของเห็ดทรัฟเฟิลที่จะไม่ได้โดดเด่นในตอนเเรกที่ตักเข้าปาก แต่จะเริ่มชัดขึ้นมาหลังกลืนอาหารลงไปแล้วสักพักเพื่อเลี่ยงการปะทะกันของกลิ่นน้ำยำเเละกลิ่นของทรัฟเฟิล (14/20)
รูปที่ 6
ยำมะเขือม่วงโครงการณ์หลวงหอยเชลล์ (480++) ROYAL POJECT EGGPLANT Inspired by her collaboration with the Royal Project Vegetables and Herbs Farm, Purple Eggplant Salad with Grilled Scallops - Free Range Chicken - Andaman deep Sea Tiger Prawn, Herbal Spiciness and a hint of Truffle อาหารจานถัดมาคือยำมะเขือม่วง ทางร้านเลือกใช้มะเขือม่วงชิ้นโตจากโครงการณ์หลวงนำไปนึ่งจนสุกกำลังดี เนื้อสัมผัสนุ่ม ไม่เละ ไม่มีกลิ่นดินหรือ Earthy aroma ปนมารบกวนแม้แต่น้อย เชฟนำไปยำกับกุ้งสับ, ไก่สับ และหอยเชลล์ไทย มีรสเปรี้ยวหวานพอเหมาะ มีรสเผ็ดเบาๆ สุดท้ายจุดที่เรารู้สึกประทับใจมากๆคืออโรม่าของเห็ดทรัฟเฟิลที่จะไม่ได้โดดเด่นในตอนเเรกที่ตักเข้าปาก แต่จะเริ่มชัดขึ้นมาหลังกลืนอาหารลงไปแล้วสักพักเพื่อเลี่ยงการปะทะกันของกลิ่นน้ำยำเเละกลิ่นของทรัฟเฟิล (14/20)
แกงสิงหลแก้มวัว ข้าวหมก โรตี (780++) SING HON CHAROLAIS BEEF CHEEK Influenced by Sri Lanka and dating back to the reign of King Rama II. Charolais beef cheek - Stewed in Coconut Milk - Organic Herbs Cinnamon - Unique Turmeric Rice - Roti - Organic Mini Cucumber Salad ด้วยความที่เราเคยทานเมนูเเนะนำอย่าง "แกงมัสมั่นแกะ โรตี ข้าวหอมมะลิ" และ "แกงคั่วปูใบชะพลู ชะคราม เส้นหมี่" ไปที่สาขากรุงเทพเเล้ว วันนี้จึงมีโอกาสได้ลองทานเมนูที่ไม่ค่อยได้สั่งในร้านอื่นอย่าง "แกงสิงหล" ซึ่งเป็นแกงที่ชาวพื้นเมืองประเทศศรีลังกาอย่างชาวสิงหลที่นิยมทำเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ ครั้นชาวสิงหลอพยพเข้ามาในกรุงรัตโกสินทร์ในสมัยสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่ได้นำเมนูนี้ติดตัวมาด้วยนั่นเอง สำหรับใครที่กลัวว่าแกงจากประเทศศรีลังกาดูน่ากลัว ไม่คุ้นเคย หรือแก้มวัวจะทานยาก มีกลิ่น เราอยากบอกว่าเวลาไปร้านอาหารไทยทั่วๆไปเราก็เราก็เป็นเหมือนกัน เเต่ขอให้มั่นใจกับฝีมือการทำแกงของเชฟนูรอเเล้วลองชิมดูสักครั้ง เนื้อแกงเนียน ละเอียดมากๆ มีความนุ่มของกะทิเคล้ากันกับกลิ่นสมุนไพร รสชาติเปรี้ยวเค็มหวานปรุงออกมาบาลานซ์กันอย่างไร้ที่ติ โปรตีนหลักอย่างแก้มวัวพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ถูกตุ๋นจนนุ่ม ส่วนไขมันที่แทรกอยู่ในเเก้มวัวไม่เละจนเกินไป สุดยอดมากๆ (16/20)
รูปที่ 7
แกงสิงหลแก้มวัว ข้าวหมก โรตี (780++) SING HON CHAROLAIS BEEF CHEEK Influenced by Sri Lanka and dating back to the reign of King Rama II. Charolais beef cheek - Stewed in Coconut Milk - Organic Herbs Cinnamon - Unique Turmeric Rice - Roti - Organic Mini Cucumber Salad ด้วยความที่เราเคยทานเมนูเเนะนำอย่าง "แกงมัสมั่นแกะ โรตี ข้าวหอมมะลิ" และ "แกงคั่วปูใบชะพลู ชะคราม เส้นหมี่" ไปที่สาขากรุงเทพเเล้ว วันนี้จึงมีโอกาสได้ลองทานเมนูที่ไม่ค่อยได้สั่งในร้านอื่นอย่าง "แกงสิงหล" ซึ่งเป็นแกงที่ชาวพื้นเมืองประเทศศรีลังกาอย่างชาวสิงหลที่นิยมทำเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ ครั้นชาวสิงหลอพยพเข้ามาในกรุงรัตโกสินทร์ในสมัยสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่ได้นำเมนูนี้ติดตัวมาด้วยนั่นเอง สำหรับใครที่กลัวว่าแกงจากประเทศศรีลังกาดูน่ากลัว ไม่คุ้นเคย หรือแก้มวัวจะทานยาก มีกลิ่น เราอยากบอกว่าเวลาไปร้านอาหารไทยทั่วๆไปเราก็เราก็เป็นเหมือนกัน เเต่ขอให้มั่นใจกับฝีมือการทำแกงของเชฟนูรอเเล้วลองชิมดูสักครั้ง เนื้อแกงเนียน ละเอียดมากๆ มีความนุ่มของกะทิเคล้ากันกับกลิ่นสมุนไพร รสชาติเปรี้ยวเค็มหวานปรุงออกมาบาลานซ์กันอย่างไร้ที่ติ โปรตีนหลักอย่างแก้มวัวพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ถูกตุ๋นจนนุ่ม ส่วนไขมันที่แทรกอยู่ในเเก้มวัวไม่เละจนเกินไป สุดยอดมากๆ (16/20)
แกงสิงหลแก้มวัว ข้าวหมก โรตี (780++) SING HON CHAROLAIS BEEF CHEEK Influenced by Sri Lanka and dating back to the reign of King Rama II. Charolais beef cheek - Stewed in Coconut Milk - Organic Herbs Cinnamon - Unique Turmeric Rice - Roti - Organic Mini Cucumber Salad จะเลือกทานกับโรตีเเบบพื้นบ้านหรือข้าวหุงแซฟรอนก็เข้ากันได้ดีกับเเกงสิงหลจริงๆ (16/20)
รูปที่ 8
แกงสิงหลแก้มวัว ข้าวหมก โรตี (780++) SING HON CHAROLAIS BEEF CHEEK Influenced by Sri Lanka and dating back to the reign of King Rama II. Charolais beef cheek - Stewed in Coconut Milk - Organic Herbs Cinnamon - Unique Turmeric Rice - Roti - Organic Mini Cucumber Salad จะเลือกทานกับโรตีเเบบพื้นบ้านหรือข้าวหุงแซฟรอนก็เข้ากันได้ดีกับเเกงสิงหลจริงๆ (16/20)
ซี่โครงแกะซอสกระเพรา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ควินัว ยําหน่อไม้ฝรั่ง (1,080++) WILD “KA-PAOW” LAMB CHOPS New Zealand Prime Lamb - Wild Basil Leaves - Lesser Ginger - Chili - Asparagus Chiang Rai Garlic - Black Peruvian Quinoa & Rice Berry Fried Rice ถัดมาคือเมนูบ้านๆอย่าง “ผัดกระเพรา” ที่เชฟนูรอตั้งใจเสิร์ฟแบบไม่ธรรมดาโดยใช้ซี่โครงเเกะนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ซูวีจนนุ่ม จากนั้นนำไปย่างจนสุก เนื้อเเกะทำออกมานุ่มพอประมาณ รสชาติกระเพราด้านบนมีความเป็นผู้ดีแฝงอยู่ เเม้จะไม่ได้มีความจัดจ้านแบบอาหารสตรีทฟู้ดแต่บอกได้เลยว่าอร่อย (13/20)
รูปที่ 9
ซี่โครงแกะซอสกระเพรา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ควินัว ยําหน่อไม้ฝรั่ง (1,080++) WILD “KA-PAOW” LAMB CHOPS New Zealand Prime Lamb - Wild Basil Leaves - Lesser Ginger - Chili - Asparagus Chiang Rai Garlic - Black Peruvian Quinoa & Rice Berry Fried Rice ถัดมาคือเมนูบ้านๆอย่าง “ผัดกระเพรา” ที่เชฟนูรอตั้งใจเสิร์ฟแบบไม่ธรรมดาโดยใช้ซี่โครงเเกะนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ซูวีจนนุ่ม จากนั้นนำไปย่างจนสุก เนื้อเเกะทำออกมานุ่มพอประมาณ รสชาติกระเพราด้านบนมีความเป็นผู้ดีแฝงอยู่ เเม้จะไม่ได้มีความจัดจ้านแบบอาหารสตรีทฟู้ดแต่บอกได้เลยว่าอร่อย (13/20)
ซี่โครงแกะซอสกระเพรา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ควินัว ยําหน่อไม้ฝรั่ง (1,080++) WILD “KA-PAOW” LAMB CHOPS New Zealand Prime Lamb - Wild Basil Leaves - Lesser Ginger - Chili - Asparagus Chiang Rai Garlic - Black Peruvian Quinoa & Rice Berry Fried Rice ด้านล่างเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ผัดกระเทียมจนหอมมันทานกับกระเพราซี่โครงแกะเข้ากันได้ดี (13/20)
รูปที่ 10
ซี่โครงแกะซอสกระเพรา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ควินัว ยําหน่อไม้ฝรั่ง (1,080++) WILD “KA-PAOW” LAMB CHOPS New Zealand Prime Lamb - Wild Basil Leaves - Lesser Ginger - Chili - Asparagus Chiang Rai Garlic - Black Peruvian Quinoa & Rice Berry Fried Rice ด้านล่างเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ผัดกระเทียมจนหอมมันทานกับกระเพราซี่โครงแกะเข้ากันได้ดี (13/20)
ซี่โครงแกะซอสกระเพรา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ควินัว ยําหน่อไม้ฝรั่ง (1,080++) WILD “KA-PAOW” LAMB CHOPS New Zealand Prime Lamb - Wild Basil Leaves - Lesser Ginger - Chili - Asparagus Chiang Rai Garlic - Black Peruvian Quinoa & Rice Berry Fried Rice ยังไม่หมดเเค่นั้นเพราะจานกระเพราเนื้อเเกะเสิร์ฟมาคู่กับ “ยำหน่อไม้ฝรั่ง” รสชาติเปรี้ยวหวานตัดรสกับความเค็มและเผ็ดของกระเพราเเละข้าวไรซ์เบอร์รี่ผัดกระเทียมได้เป็นอย่างดี (13/20)
รูปที่ 11
ซี่โครงแกะซอสกระเพรา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ควินัว ยําหน่อไม้ฝรั่ง (1,080++) WILD “KA-PAOW” LAMB CHOPS New Zealand Prime Lamb - Wild Basil Leaves - Lesser Ginger - Chili - Asparagus Chiang Rai Garlic - Black Peruvian Quinoa & Rice Berry Fried Rice ยังไม่หมดเเค่นั้นเพราะจานกระเพราเนื้อเเกะเสิร์ฟมาคู่กับ “ยำหน่อไม้ฝรั่ง” รสชาติเปรี้ยวหวานตัดรสกับความเค็มและเผ็ดของกระเพราเเละข้าวไรซ์เบอร์รี่ผัดกระเทียมได้เป็นอย่างดี (13/20)
แกงสับนกปลาอินทรีย์ ยําไข่เค็มไชยา ขนมจีนไรซ์เบอร์รี่ (Complimentary) ANCIENT STIR FRIED KING MACKEREL Ancient recipe: Samut Sakhon Minced King Mackerel - Kaffir Lime Leaves - Lesser Ginger Sweet Basil Leaves - Surat Thani Salted Egg Salad. In the past, people chopped a whole bird. Although it was changed to fish, people are still using the same name. จานนี้เป็นเมนูที่เพิ่งถูกใส่เข้ามาในเมนู เป็นจานที่พี่หนูผู้จัดการร้านจัดมาให้เราลองชิม (ขนาดในรูปจึงไม่ใช่ขนาดปกติที่จัดเสิร์ฟ) แกงสับนก เป็นแกงไทยโบราณที่หาทานได้ยาก เชฟใช้เป็นเครื่องแกงแดงที่เพิ่มเติมอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญคือกระชายลงไปด้วยนั่นเอง ตอนทานจะสัมผัสได้ถึงความครีมมี่ หอม นวล ของกะทิคล้ายเเกงเผ็ด เเต่เพิ่มเติมความเผ็ดร้อนของกระชายเเทรกเด่นชัดขึ้นมา สาเหตุที่ได้ชื่อเพราะคนโบราณเค้าสับนกลงไปในแกงจริงๆ แต่ปัจจุบันก็มีเปลี่ยนมาใช้โปรตีนหลักอื่นๆได้หลากหลาย จานนี้เชฟเลือกใช้ปลาอินทรีย์จากจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งยังทำระดับความสุกออกมาได้ดี เนื้อปลานุ่ม ไม่เละ อร่อยมากๆ (15/20)
รูปที่ 12
แกงสับนกปลาอินทรีย์ ยําไข่เค็มไชยา ขนมจีนไรซ์เบอร์รี่ (Complimentary) ANCIENT STIR FRIED KING MACKEREL Ancient recipe: Samut Sakhon Minced King Mackerel - Kaffir Lime Leaves - Lesser Ginger Sweet Basil Leaves - Surat Thani Salted Egg Salad. In the past, people chopped a whole bird. Although it was changed to fish, people are still using the same name. จานนี้เป็นเมนูที่เพิ่งถูกใส่เข้ามาในเมนู เป็นจานที่พี่หนูผู้จัดการร้านจัดมาให้เราลองชิม (ขนาดในรูปจึงไม่ใช่ขนาดปกติที่จัดเสิร์ฟ) แกงสับนก เป็นแกงไทยโบราณที่หาทานได้ยาก เชฟใช้เป็นเครื่องแกงแดงที่เพิ่มเติมอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญคือกระชายลงไปด้วยนั่นเอง ตอนทานจะสัมผัสได้ถึงความครีมมี่ หอม นวล ของกะทิคล้ายเเกงเผ็ด เเต่เพิ่มเติมความเผ็ดร้อนของกระชายเเทรกเด่นชัดขึ้นมา สาเหตุที่ได้ชื่อเพราะคนโบราณเค้าสับนกลงไปในแกงจริงๆ แต่ปัจจุบันก็มีเปลี่ยนมาใช้โปรตีนหลักอื่นๆได้หลากหลาย จานนี้เชฟเลือกใช้ปลาอินทรีย์จากจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งยังทำระดับความสุกออกมาได้ดี เนื้อปลานุ่ม ไม่เละ อร่อยมากๆ (15/20)
ผัดไทยกุ้งสดบลูเอเลเฟ่นท์ (780++) BLUE ELEPHANT TIGER PRAWN PHAD THAI “Chanthaburi” Rice Noodles - Fresh Deep Sea Tiger Prawns - Organic Egg ground roasted Peanuts – Tamarind - Banana Blossom - Kabok ใครที่อยากทานอาหารจานเดียวขอแนะนำสุดยอดผัดไทยซิกเนเจอร์ที่เชฟนูรอถึงขนาดนำชื่อร้านมาใส่เอาไว้ในชื่อเมนู เชฟเลือกใช้เส้นจันทน์จากจังหวัดจันทบุรีมาผัดกับไข่ออร์แกนิค ไฮไลท์คือการใส่กุ้งลายเสือตัวโตพร้อมซอสมะขามราดอยู่ด้านบน จานก็ใหญ่มากเเล้ว เเต่กุ้งก็ใหญ่ตามจานไปด้วย (14/20)
รูปที่ 13
ผัดไทยกุ้งสดบลูเอเลเฟ่นท์ (780++) BLUE ELEPHANT TIGER PRAWN PHAD THAI “Chanthaburi” Rice Noodles - Fresh Deep Sea Tiger Prawns - Organic Egg ground roasted Peanuts – Tamarind - Banana Blossom - Kabok ใครที่อยากทานอาหารจานเดียวขอแนะนำสุดยอดผัดไทยซิกเนเจอร์ที่เชฟนูรอถึงขนาดนำชื่อร้านมาใส่เอาไว้ในชื่อเมนู เชฟเลือกใช้เส้นจันทน์จากจังหวัดจันทบุรีมาผัดกับไข่ออร์แกนิค ไฮไลท์คือการใส่กุ้งลายเสือตัวโตพร้อมซอสมะขามราดอยู่ด้านบน จานก็ใหญ่มากเเล้ว เเต่กุ้งก็ใหญ่ตามจานไปด้วย (14/20)
ผัดไทยกุ้งสดบลูเอเลเฟ่นท์ (780++) BLUE ELEPHANT TIGER PRAWN PHAD THAI “Chanthaburi” Rice Noodles - Fresh Deep Sea Tiger Prawns - Organic Egg ground roasted Peanuts – Tamarind - Banana Blossom - Kabok เส้นจันทน์เหนียวนุ่ม ตัดเนื้อสัมผัสกับความเเน่นของเนื้อกุ้ง ซอสมะขามรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ จะทานกับผัดไทยหรือกุ้งก็อร่อยมากๆ เราแอบบอกร้านไปว่าน่าจะทำออกมาเป็นถ้วยเเยกต่างหากสำหรับเติมเพิ่มอีก ฝั่งขวาคือผักเคียงต่างๆ (14/20)
รูปที่ 14
ผัดไทยกุ้งสดบลูเอเลเฟ่นท์ (780++) BLUE ELEPHANT TIGER PRAWN PHAD THAI “Chanthaburi” Rice Noodles - Fresh Deep Sea Tiger Prawns - Organic Egg ground roasted Peanuts – Tamarind - Banana Blossom - Kabok เส้นจันทน์เหนียวนุ่ม ตัดเนื้อสัมผัสกับความเเน่นของเนื้อกุ้ง ซอสมะขามรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ จะทานกับผัดไทยหรือกุ้งก็อร่อยมากๆ เราแอบบอกร้านไปว่าน่าจะทำออกมาเป็นถ้วยเเยกต่างหากสำหรับเติมเพิ่มอีก ฝั่งขวาคือผักเคียงต่างๆ (14/20)
หมูฮ้อง (780++) MOO HONG Caramelized soy sauce & palm sugar - Sloane’s Prime organic pork belly - homemade organic riceberry ‘Mantou’ bun ใครมาภูเก็ตห้ามพลาดที่จะลิ้มลองอาหารพื้นบ้านอย่าง “หมูฮ้อง” โดยร้าน Blue Elephant จะจัดเสิร์ฟมาคู่กับหมั่นโถข้าวไรซ์เบอร์รี่ (15/20)
รูปที่ 15
หมูฮ้อง (780++) MOO HONG Caramelized soy sauce & palm sugar - Sloane’s Prime organic pork belly - homemade organic riceberry ‘Mantou’ bun ใครมาภูเก็ตห้ามพลาดที่จะลิ้มลองอาหารพื้นบ้านอย่าง “หมูฮ้อง” โดยร้าน Blue Elephant จะจัดเสิร์ฟมาคู่กับหมั่นโถข้าวไรซ์เบอร์รี่ (15/20)
หมูฮ้อง (780++) MOO HONG Caramelized soy sauce & palm sugar - Sloane’s Prime organic pork belly - homemade organic riceberry ‘Mantou’ bun “หมูฮ้อง” ของร้าน Blue Elephant สำหรับเราถือเป็นหมูฮ้องที่อร่อยที่สุดจากที่ได้ทานมาตลอดทริปนี้ ตัวซอสซีอิ๊วว่ารสชาติหวานกลมกล่อมมากเเล้วเเต่ทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือหมูสามชั้นที่เชฟเลือกใช้หมูเลี้ยงแบบปล่อยจาก Sloane’s Artisan ฟาร์มออร์แกนิคชื่อดังของคุณ Joe Sloane ร่วมกับเชฟ Bo และเชฟ Dylan จากร้าน Bo.lan นำมาตุ๋นจนนุ่ม เพียงใช้ลิ้นดันเบาๆเนื้อหมูก็เเยกออกจากกัน ชั้นไขมันหมูละลายในปากเเต่ไม่เลี่ยน น้ำซีอิ๊วมีรสหวานของน้ำตาลปี๊บกลมกล่อม ถือเป็นอีกจานที่ห้ามพลาดสำหรับใครที่มาทานสาขาภูเก็ต (แต่ที่กรุงเทพก็มีขายเหมือนกันนะ (15/20)
รูปที่ 16
หมูฮ้อง (780++) MOO HONG Caramelized soy sauce & palm sugar - Sloane’s Prime organic pork belly - homemade organic riceberry ‘Mantou’ bun “หมูฮ้อง” ของร้าน Blue Elephant สำหรับเราถือเป็นหมูฮ้องที่อร่อยที่สุดจากที่ได้ทานมาตลอดทริปนี้ ตัวซอสซีอิ๊วว่ารสชาติหวานกลมกล่อมมากเเล้วเเต่ทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือหมูสามชั้นที่เชฟเลือกใช้หมูเลี้ยงแบบปล่อยจาก Sloane’s Artisan ฟาร์มออร์แกนิคชื่อดังของคุณ Joe Sloane ร่วมกับเชฟ Bo และเชฟ Dylan จากร้าน Bo.lan นำมาตุ๋นจนนุ่ม เพียงใช้ลิ้นดันเบาๆเนื้อหมูก็เเยกออกจากกัน ชั้นไขมันหมูละลายในปากเเต่ไม่เลี่ยน น้ำซีอิ๊วมีรสหวานของน้ำตาลปี๊บกลมกล่อม ถือเป็นอีกจานที่ห้ามพลาดสำหรับใครที่มาทานสาขาภูเก็ต (แต่ที่กรุงเทพก็มีขายเหมือนกันนะ (15/20)
ข้าวหอมมะลิ (90++/p) SRI SAKET JASMINE RICE Steamed organic Jasmine Rice from Thoong Kula, Rasi-Salai in the Sri Saket Province. ใครอยากสั่งข้าวมาทานคู่กับอาหารจานหลักทางร้านมีให้เลือกสองแบบคือข้าวหอมมะลิคุณภาพจากทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ สังเกตุจากภาพจะพบว่าเมล็ดข้าวเรียงตัวสวย เต็มเมล็ดเกือบทั้งหมด ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (90++/p) BROWN RICE BERRY RICE The Acclaimed Antioxidant “Jao Hom Nin” and “Hom Ma Li” Rice ส่วนข้าวไรซ์เบอร์รี่ทางร้านผสมเจ้าหอมนิลเข้ากับข้าวหอมมะลิเพื่อลดทอนเนื้อสัมผัสของข้าวให้นุ่มเเละทานง่ายยิ่งขึ้นทั้งยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
รูปที่ 17
ข้าวหอมมะลิ (90++/p) SRI SAKET JASMINE RICE Steamed organic Jasmine Rice from Thoong Kula, Rasi-Salai in the Sri Saket Province. ใครอยากสั่งข้าวมาทานคู่กับอาหารจานหลักทางร้านมีให้เลือกสองแบบคือข้าวหอมมะลิคุณภาพจากทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ สังเกตุจากภาพจะพบว่าเมล็ดข้าวเรียงตัวสวย เต็มเมล็ดเกือบทั้งหมด ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (90++/p) BROWN RICE BERRY RICE The Acclaimed Antioxidant “Jao Hom Nin” and “Hom Ma Li” Rice ส่วนข้าวไรซ์เบอร์รี่ทางร้านผสมเจ้าหอมนิลเข้ากับข้าวหอมมะลิเพื่อลดทอนเนื้อสัมผัสของข้าวให้นุ่มเเละทานง่ายยิ่งขึ้นทั้งยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ช็อคโกแลตมูส (240++) CHOCOLATE MOUSSE A recipe brought back from Blue Elephant Brussels. Made with Dark Belgian “70% Callebaut” Chocolate. ขนมหวาน Signature Dish ของร้าน Blue Elephant ไม่ใช่ชนมไทยเเต่อย่างใด เเต่ช็อกโกแลตมูสจานนี้มีที่มาจากร้าน Blue Elephant สาขาแรกที่กรุง Brussels เมื่อกว่า 40 ปีก่อน ณ เวลานั้นขนมไทยยังไม่เเพร่หลายในยุโรป เชฟนูรอจึงใช้วัตถุดิบท้องถิ่นระดับโลกของประเทศเบลเยี่ยมอย่างดาร์คช็อกโกแลต Calebaut 70% มาทำเป็นมูสเนื้อเนียนละมุน มีรสขมเบาๆเเต่ไม่บาดคอ ทานกับช็อกโกแลตครัมเบิ้ลกรอบเเละผลเบอร์รี่สดก็เข้ากันได้ดี คลาสสิคมากๆ (13/20)
รูปที่ 18
ช็อคโกแลตมูส (240++) CHOCOLATE MOUSSE A recipe brought back from Blue Elephant Brussels. Made with Dark Belgian “70% Callebaut” Chocolate. ขนมหวาน Signature Dish ของร้าน Blue Elephant ไม่ใช่ชนมไทยเเต่อย่างใด เเต่ช็อกโกแลตมูสจานนี้มีที่มาจากร้าน Blue Elephant สาขาแรกที่กรุง Brussels เมื่อกว่า 40 ปีก่อน ณ เวลานั้นขนมไทยยังไม่เเพร่หลายในยุโรป เชฟนูรอจึงใช้วัตถุดิบท้องถิ่นระดับโลกของประเทศเบลเยี่ยมอย่างดาร์คช็อกโกแลต Calebaut 70% มาทำเป็นมูสเนื้อเนียนละมุน มีรสขมเบาๆเเต่ไม่บาดคอ ทานกับช็อกโกแลตครัมเบิ้ลกรอบเเละผลเบอร์รี่สดก็เข้ากันได้ดี คลาสสิคมากๆ (13/20)
คัสตาร์ดมะพร้าว (210++) COCONUT FLAN An international Blue Elephant favorite: creamy caramelized coconut flan topped with Thai golden threads and almond flakes ไม่ใช่เพียง Chocolate Mousse เท่านั้นที่เชฟนูรอนำสูตรติดมาจากร้าน Blue Elephant สาขากรุง Brussels เเต่ยังมีขนมฟลานแบบฝรั่งที่เพิ่มความเป็นไทยโดยการใส่น้ำกะทิสดลงไป เนื้อฟลานเนียนนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ทอปด้านบนด้วยฝอยทอง เสิร์ฟมากับวิปปิ้งครีมที่ทางร้านตีเอง ถั่วอัลมอนต์ฝาน และผลเบอร์รี่ (13/20)
รูปที่ 19
คัสตาร์ดมะพร้าว (210++) COCONUT FLAN An international Blue Elephant favorite: creamy caramelized coconut flan topped with Thai golden threads and almond flakes ไม่ใช่เพียง Chocolate Mousse เท่านั้นที่เชฟนูรอนำสูตรติดมาจากร้าน Blue Elephant สาขากรุง Brussels เเต่ยังมีขนมฟลานแบบฝรั่งที่เพิ่มความเป็นไทยโดยการใส่น้ำกะทิสดลงไป เนื้อฟลานเนียนนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ทอปด้านบนด้วยฝอยทอง เสิร์ฟมากับวิปปิ้งครีมที่ทางร้านตีเอง ถั่วอัลมอนต์ฝาน และผลเบอร์รี่ (13/20)
ตูโบ้ (380++) TUBO Baba heritage recipe ! - Andaman bird’s nest - Adzuki beans - sweet potato - taro - gingko - coconut cream Tubo is a family gathering Phuketian dessert! เเต่ใครที่มาทานสาขาภูเก็ตขอเเนะนำให้สั่ง “ตูโบ้” หรือ “โบโบ้จาจา” ขนมพื้นเมืองที่หาทานได้เฉพาะสาขานี้เท่านั้น จานดั้งเดิมเป็นต้มบวดรวมมิตรที่มีส่วนผสมของถั่วแดงเม็ดเล็ก (ถั่วย้อแย้) มันเทศ เผือก (หัวบอน) และแป้งมัน (แป้งตั้วจูหุ้น) สำหรับรูปแบบการนำเสนอของเชฟนูรอคือการเเยกเครื่องเสิร์ฟมาในตาข่ายคาราเมล ให้หยิบน้ำกะทิที่เติมน้ำตาลและเกลือในถ้วยที่วางอยู่ข้างกันราดลงไป ถือเป็นขนมไทยโบราณที่ทำออกมาได้น่าสนใจ (13/20)
รูปที่ 20
ตูโบ้ (380++) TUBO Baba heritage recipe ! - Andaman bird’s nest - Adzuki beans - sweet potato - taro - gingko - coconut cream Tubo is a family gathering Phuketian dessert! เเต่ใครที่มาทานสาขาภูเก็ตขอเเนะนำให้สั่ง “ตูโบ้” หรือ “โบโบ้จาจา” ขนมพื้นเมืองที่หาทานได้เฉพาะสาขานี้เท่านั้น จานดั้งเดิมเป็นต้มบวดรวมมิตรที่มีส่วนผสมของถั่วแดงเม็ดเล็ก (ถั่วย้อแย้) มันเทศ เผือก (หัวบอน) และแป้งมัน (แป้งตั้วจูหุ้น) สำหรับรูปแบบการนำเสนอของเชฟนูรอคือการเเยกเครื่องเสิร์ฟมาในตาข่ายคาราเมล ให้หยิบน้ำกะทิที่เติมน้ำตาลและเกลือในถ้วยที่วางอยู่ข้างกันราดลงไป ถือเป็นขนมไทยโบราณที่ทำออกมาได้น่าสนใจ (13/20)
ซอร์เบท และ ไอศกรีม (150++) SORBET & ICE CREAM (2 Scoops) Jasmine ice ceam อย่ามองข้ามไอศกรีมเเละซอร์เบท์ของที่นี่โดยเฉพาะไอศกรีมดอกมะลิที่มีกลิ่นหอมเด่นชัดมากๆ เสิร์ฟมากับวิปปิ้งครีมที่ทางร้านตีเองกับมือและสตรอว์เบอร์รี่ฝานบางๆ (13/20)
รูปที่ 21
ซอร์เบท และ ไอศกรีม (150++) SORBET & ICE CREAM (2 Scoops) Jasmine ice ceam อย่ามองข้ามไอศกรีมเเละซอร์เบท์ของที่นี่โดยเฉพาะไอศกรีมดอกมะลิที่มีกลิ่นหอมเด่นชัดมากๆ เสิร์ฟมากับวิปปิ้งครีมที่ทางร้านตีเองกับมือและสตรอว์เบอร์รี่ฝานบางๆ (13/20)
อีกหนึ่งไฮไลท์คือชาสูตรพิเศษของทางร้าน ใครติดใจสามารถหาซื้อได้ที่ The Blue Elephant Shop
รูปที่ 22
อีกหนึ่งไฮไลท์คือชาสูตรพิเศษของทางร้าน ใครติดใจสามารถหาซื้อได้ที่ The Blue Elephant Shop
เครื่องดื่ม Mocktail ที่เราดื่มในวันนี้มีส่วนผสมของสับปะรด ส้ม และมะม่วง
รูปที่ 23
เครื่องดื่ม Mocktail ที่เราดื่มในวันนี้มีส่วนผสมของสับปะรด ส้ม และมะม่วง
คำว่า Blue Elephant ได้ไอเดียมาจากสามีของเชฟนูรอซึ่งเล็งเห็นว่าช้างเป็นสัตว์ประจำชาติและเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนสีฟ้านั้นได้มาจากแถบสีตรงกลางในในธงชาติไทย
รูปที่ 24
คำว่า Blue Elephant ได้ไอเดียมาจากสามีของเชฟนูรอซึ่งเล็งเห็นว่าช้างเป็นสัตว์ประจำชาติและเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนสีฟ้านั้นได้มาจากแถบสีตรงกลางในในธงชาติไทย
Blue Elephant ทุกสาขามีจุดเด่นที่เหมือนกันคือการตกแต่งอันวิจิตรเเละงดงาม ตั้งเเต่การเลือกตัวอาคารที่จะนำมาปรับโฉมเป็นร้านอาหารไปจนถึงการตกแต่งภายในที่เก็บทุกรายละเอียดเสมือนกับส่งลูกค้าจากต่างประเทศให้มานั่งทานอาหารอยู่ในเมืองไทย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้งบประมาณด้านการตกแต่งของทุกสาขาอยู่ที่หลักหลายสิบล้านบาทรวมไปถึงสาขาภูเก็ตที่เชฟนูรอเลือกใช้คฤหาสถ์ “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” มาแปลงโฉมเป็นห้องอาหารไทย Fine Dining สุดหรู
รูปที่ 25
Blue Elephant ทุกสาขามีจุดเด่นที่เหมือนกันคือการตกแต่งอันวิจิตรเเละงดงาม ตั้งเเต่การเลือกตัวอาคารที่จะนำมาปรับโฉมเป็นร้านอาหารไปจนถึงการตกแต่งภายในที่เก็บทุกรายละเอียดเสมือนกับส่งลูกค้าจากต่างประเทศให้มานั่งทานอาหารอยู่ในเมืองไทย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้งบประมาณด้านการตกแต่งของทุกสาขาอยู่ที่หลักหลายสิบล้านบาทรวมไปถึงสาขาภูเก็ตที่เชฟนูรอเลือกใช้คฤหาสถ์ “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” มาแปลงโฉมเป็นห้องอาหารไทย Fine Dining สุดหรู
ฝั่งหน้าร้านเป็นส่วนของ Blue Bar มีหน้าที่ชงเครื่องดื่มต้อนรับแขกและลูกค้าที่นั่งทานอาหารในร้าน
รูปที่ 26
ฝั่งหน้าร้านเป็นส่วนของ Blue Bar มีหน้าที่ชงเครื่องดื่มต้อนรับแขกและลูกค้าที่นั่งทานอาหารในร้าน
เดินถัดเข้ามาจะเป็นส่วนของ The Blue Elephant Shop สำหรับขายของที่ระลึกทั้งเครื่องเซรามิคเเละเทเบิ้ลเเวร์ภายใต้เเบรนด์ของตัวเองจากโรงงานในจังหวัดลำปาง นอกจากนี้ยังมีอาหารเเห้งอย่างพริกแกงและชารสเลิศที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของทางร้านอีกด้วย
รูปที่ 27
เดินถัดเข้ามาจะเป็นส่วนของ The Blue Elephant Shop สำหรับขายของที่ระลึกทั้งเครื่องเซรามิคเเละเทเบิ้ลเเวร์ภายใต้เเบรนด์ของตัวเองจากโรงงานในจังหวัดลำปาง นอกจากนี้ยังมีอาหารเเห้งอย่างพริกแกงและชารสเลิศที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของทางร้านอีกด้วย
บนผนังมีรูปของเชฟนูรอที่ได้ถ่ายคู่กับเหล่าดารา นักร้อง และคนดังระดับโลกเช่น Rod Steward, เจ้าชาย Fumihito แห่งประเทศญี่ปุ่น, ประธานาธิบดี Vladimir Putin
รูปที่ 28
บนผนังมีรูปของเชฟนูรอที่ได้ถ่ายคู่กับเหล่าดารา นักร้อง และคนดังระดับโลกเช่น Rod Steward, เจ้าชาย Fumihito แห่งประเทศญี่ปุ่น, ประธานาธิบดี Vladimir Putin
แต่รูปที่ดึงดูดสายตา Foodie อย่างเรามากที่สุดเห็นจะเป็นรูปคู่ระหว่างเชฟนูรอกับ Joan Roca เชฟเจ้าของร้านระดับ 3 ดาวมิชลินชื่อก้องโลก El Celler de Can Roca ในเมือง Girona ประเทศสเปน
รูปที่ 29
แต่รูปที่ดึงดูดสายตา Foodie อย่างเรามากที่สุดเห็นจะเป็นรูปคู่ระหว่างเชฟนูรอกับ Joan Roca เชฟเจ้าของร้านระดับ 3 ดาวมิชลินชื่อก้องโลก El Celler de Can Roca ในเมือง Girona ประเทศสเปน
ห้องทานอาหารหลักที่ตกแต่งออกมาในรูปแบบไทยโบราณ ทางร้านเลือกใช้ผนังไม่สีเข้มเพื่อให้ตัดกับสีขาวดำลายตารางหมากรุกบนพื้น โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าขาวที่มีลวดลายรูปช้างไทย
รูปที่ 30
ห้องทานอาหารหลักที่ตกแต่งออกมาในรูปแบบไทยโบราณ ทางร้านเลือกใช้ผนังไม่สีเข้มเพื่อให้ตัดกับสีขาวดำลายตารางหมากรุกบนพื้น โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าขาวที่มีลวดลายรูปช้างไทย
ประวัติของตัวอาคาร “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา“ ถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2446 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตัณฑวณิช) เศรษฐีเหมืองเเร่ดีบุกในขณะที่เขามีอายุเพียง 20 ปี การก่อสร้างใช้เเรงงานช่างทั้งจากจีน เนเธอแลนด์ และมาเลเซีย โดยได้สร้างบ้านหลังเเรกคือ “บ้านชินประชา” ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ชิโน-โปรตุกีสหลังเเรกสุดของเมืองภูเก็ต แล้วจึงสร้าง “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ขึ้นมาในภายหลัง ทั้งสองหลังมีเนื้อที่รวมกันถึง 20 ไร่ ในช่วงนั้นการค้าขายของภูเก็ตกับปีนังกำลังเฟื่องฟูทำให้เฟอร์นิเจอร์ดั้งเดิมถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดกระทั่งกระเบื้องปูพื้นลายตารางก็ยังนำเข้ามาจากประเทศอิตาลี
รูปที่ 31
ประวัติของตัวอาคาร “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา“ ถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2446 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตัณฑวณิช) เศรษฐีเหมืองเเร่ดีบุกในขณะที่เขามีอายุเพียง 20 ปี การก่อสร้างใช้เเรงงานช่างทั้งจากจีน เนเธอแลนด์ และมาเลเซีย โดยได้สร้างบ้านหลังเเรกคือ “บ้านชินประชา” ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ชิโน-โปรตุกีสหลังเเรกสุดของเมืองภูเก็ต แล้วจึงสร้าง “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ขึ้นมาในภายหลัง ทั้งสองหลังมีเนื้อที่รวมกันถึง 20 ไร่ ในช่วงนั้นการค้าขายของภูเก็ตกับปีนังกำลังเฟื่องฟูทำให้เฟอร์นิเจอร์ดั้งเดิมถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดกระทั่งกระเบื้องปูพื้นลายตารางก็ยังนำเข้ามาจากประเทศอิตาลี
อาหารที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นอาหารไทยโบราณ, อาหารไทยร่วมสมัย และอาหารไทยโมเดิร์น
รูปที่ 32
อาหารที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นอาหารไทยโบราณ, อาหารไทยร่วมสมัย และอาหารไทยโมเดิร์น
ใครอยากรับลมเย็นๆก็สามารถเลือกนั่งริมสวนนอกตัวอาคารก็บรรยากาศดีไม่แพ้กัน
รูปที่ 33
ใครอยากรับลมเย็นๆก็สามารถเลือกนั่งริมสวนนอกตัวอาคารก็บรรยากาศดีไม่แพ้กัน
ด้วยความที่บ้านพระพิทักษ์ชินประชาตั้งอยู่ในย่าน Phuket Old Town ทำให้การเดินทางไปร้านค่อนข้างสะดวกสบาย ใครที่ขับรถผ่านประตูรั้วเข้ามาทุกคนจะพบกับตัวคฤหาสถ์พร้อมสวนขนาดใหญ่
รูปที่ 34
ด้วยความที่บ้านพระพิทักษ์ชินประชาตั้งอยู่ในย่าน Phuket Old Town ทำให้การเดินทางไปร้านค่อนข้างสะดวกสบาย ใครที่ขับรถผ่านประตูรั้วเข้ามาทุกคนจะพบกับตัวคฤหาสถ์พร้อมสวนขนาดใหญ่
ปัจจุบันบ้านชินประชาถูกใช้งานเป็นพิพิธภัณฑ์ของตระกูล “ตัณฑวานิช” ส่วน “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ทั้งหลังถูกเชฟนูรอทำสัญญาเช่าระยะยาวเพื่อนำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร Blue Elephant Phuket จนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 35
ปัจจุบันบ้านชินประชาถูกใช้งานเป็นพิพิธภัณฑ์ของตระกูล “ตัณฑวานิช” ส่วน “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ทั้งหลังถูกเชฟนูรอทำสัญญาเช่าระยะยาวเพื่อนำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร Blue Elephant Phuket จนถึงปัจจุบัน

แกลเลอรี