
Blue Elephant (Phuket) · บลู เอเลเฟ่นท์ (สาขาภูเก็ต)
Thai · อาหารไทย — 96 ถนน กระบี่ ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต ภูเก็ต 83000
🎗 [Intro] เมื่อสองเดือนก่อนเราได้มีโอกาสเเวะไปทานอาหารไทยที่ร้าน Blue Elephant สาขากรุงเทพ ทั้งยังมีโอกาสพูดคุยกับเชฟ-เจ้าของร้านระดับตำนานของเมืองไทยอย่างเชฟนูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ เป็นระยะเวลาสั้นๆอีกด้วย ด้วยรสมือที่ดีชนิดหาใครเทียบได้ยากทำให้ Blue Elephant ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยพื้นบ้านที่ได้คะเเนนรีวิวสูงเป็นอันดับต้นๆของเพจเราในทันที ดังนั้นทริปท่องเที่ยวเชิงอาหารที่ภูเก็ตรอบนี้เราจึงตัดสินใจใส่ชื่อร้าน Blue Elephant สาขาภูเก็ตเข้าไว้เป็นอันดับเเรกๆ
🎗 [The Origin] เรื่องราวของร้าน Blue Elephant ต้องเล่าย้อนกลับไปราวๆ 40 ปีก่อน ช่วงเวลานั้นอาหารไทยในทวีปยุโรปยังไม่เป็นที่นิยมขนาดที่ว่าในเมืองใหญ่ๆก็ยังไม่มีห้องอาหารไทยโดยเฉพาะให้เห็น แต่เพราะความตั้งใจในการเผยแพร่วัฒนธรรมของเชฟนูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ รวมไปถึงการยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในสายตาของชาวโลก ร้าน Blue Elephant จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นสาขาแรกที่กรุง Brussels ในประเทศ Belgium คำว่า Blue Elephant ได้ไอเดียมาจากสามีของเชฟนูรอซึ่งเล็งเห็นว่าช้างเป็นสัตว์ประจำชาติและเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนสีฟ้านั้นได้มาจากแถบสีตรงกลางในในธงชาติไทย ทุกสาขามีจุดเด่นที่เหมือนกันคือการตกแต่งอันวิจิตรเเละงดงาม ตั้งเเต่การเลือกตัวอาคารที่จะนำมาปรับโฉมเป็นร้านอาหารไปจนถึงการตกแต่งภายในที่เก็บทุกรายละเอียดเสมือนกับส่งลูกค้าจากต่างประเทศให้มานั่งทานอาหารอยู่ในเมืองไทย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้งบประมาณด้านการตกแต่งของทุกสาขาอยู่ที่หลักหลายสิบล้านบาทรวมไปถึงสาขาภูเก็ตที่เชฟนูรอเลือกใช้คฤหาสถ์ “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” มาแปลงโฉมเป็นห้องอาหารไทย Fine Dining สุดหรู
🎗 [The Place] ประวัติของตัวอาคาร “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา“ ถูกสร้างขึ้นมาตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2446 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตัณฑวณิช) เศรษฐีเหมืองเเร่ดีบุกในขณะที่เขามีอายุเพียง 20 ปี การก่อสร้างใช้เเรงงานช่างทั้งจากจีน เนเธอแลนด์ และมาเลเซีย โดยได้สร้างบ้านหลังเเรกคือ “บ้านชินประชา” ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ชิโน-โปรตุกีสหลังเเรกสุดของเมืองภูเก็ต แล้วจึงสร้าง “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ขึ้นมาในภายหลัง ทั้งสองหลังมีเนื้อที่รวมกันถึง 20 ไร่ ในช่วงนั้นการค้าขายของภูเก็ตกับปีนังกำลังเฟื่องฟูทำให้เฟอร์นิเจอร์ดั้งเดิมถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศเกือบทั้งหมดกระทั่งกระเบื้องปูพื้นลายตารางก็ยังนำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ปัจจุบันบ้านชินประชาถูกใช้งานเป็นพิพิธภัณฑ์ของตระกูล “ตัณฑวานิช” ส่วน “บ้านพระพิทักษ์ชินประชา” ทั้งหลังถูกเชฟนูรอทำสัญญาเช่าระยะยาวเพื่อนำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร Blue Elephant Phuket จนถึงปัจจุบัน
🎗 ด้วยความที่บ้านพระพิทักษ์ชินประชาตั้งอยู่ในย่าน Phuket Old Town ทำให้การเดินทางไปร้านค่อนข้างสะดวกสบาย หลังจากขับรถผ่านประตูรั้วเข้ามาทุกคนจะพบกับตัวคฤหาสถ์พร้อมสวนขนาดใหญ่ ฝั่งหน้าร้านเป็นส่วนของ Blue Bar มีหน้าที่ชงเครื่องดื่มต้อนรับแขกและลูกค้าที่นั่งทานอาหารในร้าน ส่วนอาคารด้านหลังถูกจัดเป็น Cooking School สำหรับสอนทำอาหาร เดินถัดเข้ามาจะเป็นส่วนของ The Blue Elephant Shop สำหรับขายของที่ระลึกทั้งเครื่องเซรามิคเเละเทเบิ้ลเเวร์ภายใต้เเบรนด์ของตัวเองจากโรงงานในจังหวัดลำปาง นอกจากนี้ยังมีอาหารเเห้งอย่างพริกแกงและชารสเลิศที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของทางร้านอีกด้วย บนผนังมีรูปของเชฟนูรอที่ได้ถ่ายคู่กับเหล่าดารา นักร้อง และคนดังระดับโลกเช่น Rod Steward, เจ้าชาย Fumihito แห่งประเทศญี่ปุ่น, ประธานาธิบดี Vladimir Putin แต่รูปที่ดึงดูดสายตา Foodie อย่างเรามากที่สุดเห็นจะเป็นรูปคู่ระหว่างเชฟนูรอกับ Jordi Roca เชฟเจ้าของร้านระดับ 3 ดาวมิชลินชื่อก้องโลก El Celler de Can Roca ในเมือง Girona ประเทศสเปน ถัดไปคือห้องทานอาหารหลักที่ตกแต่งออกมาในรูปแบบไทยโบราณ ทางร้านเลือกใช้ผนังไม่สีเข้มเพื่อให้ตัดกับสีขาวดำลายตารางหมากรุกบนพื้น โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าขาวที่มีลวดลายรูปช้างไทย ส่วนใครอยากรับลมเย็นๆก็สามารถเลือกนั่งริมสวนนอกตัวอาคารก็บรรยากาศดีไม่แพ้กัน
🎗 [The Chef] เชฟ นูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ เกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทราเเละได้รับแรงบันดาลใจเรื่องการทำอาหารไทยโบราณมาจากคุณเเม่ตั้งเเต่อายุยังน้อย หลังจากพี่ชายเดินทางไปเรียนต่อด้านการโรงแรมที่ประเทศเบลเยี่ยมก็ได้ชักชวนให้เชฟนูรอเดินทางไปศึกษาต่อด้วยกัน ต่อมาเชฟนูรอพบรักและเเต่งงานกับคุณคาร์ล สเต็ปเป้ Art Dealer ผู้หลงไหลในศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านรวมไปถึงอาหารไทยและมีเเนวคิดที่จะเปิดร้านอาหารไทยสูตรต้นตำรับ ด้วยเหตุนี้เอง Blue Elephant สาขากรุง Brussels ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยแห่งแรกในประเทศ Belgium จึงได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1980 ตามมาด้วยสาขาอื่นๆในเมืองหลักทั่วทั้งประเทศยุโรป เช่น Paris, Lyon, London, Copenhagen, Malta สำหรับสาขาในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกัน 2 แห่งคือสาขากรุงเทพฯควบคุมครัวโดยเชฟนูรอเองเปิดทำการมาตั้งเเต่ปี 2002 (นับเป็นสาขาที่ 10 ของแฟรนไชส์) และสาขาภูเก็ตเปิดทำการในปี 2010 ควบคุมโดยเชฟกร อุบล ทองสุข มือขวาของเชฟนูรอมานานตั้งเเต่สมัยเปิดร้านที่กรุง Brussels (นับเป็นสาขาที่ 13 ของแฟรนไชส์)
🎗 [The Food] อาหารที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นอาหารไทยโบราณ, อาหารไทยร่วมสมัย และอาหารไทยโมเดิร์น ในวันนี้เราได้สั่งเมนู À La Carte มาลองทานกัน เริ่มต้นด้วย “ตับห่านซอสมะขาม” ผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของเชฟนูรอที่ถูกคิดค้นขึ้นตั้งเเต่ปี 1980 จนกลายมาเป็น Signature Dish ประจำร้านคือ Landes Foie Gras หรือตับห่านจากเมืองล็องด์ ประเทศฝรั่งเศสนำมาเซียจนสุกพอดีแล้วราดด้วยซอสมะขามรสเปรี้ยวหวานจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ข้าวกันคือมะม่วงน้ำดอกไม้จากจังหวัดฉะเชิงเทราที่ทอร์ชไฟมาเบาๆ ใครไม่สั่งจานนี้บอกเลยว่ามาไม่ถึงร้าน Blue Elephant ต่อด้วย “แกงสิงหลแก้มวัว ข้าวหมก โรตี” แกงโบราณที่ชาวสิงหลอพยพจากประเทศศรีลังกานำติดตัวเข้ามาในเมืองไทยตั้งเเต่สมัยรัชกาลที่ 2 รสชาติดีเลิศชนิดหาใครเทียบได้ยาก สุดท้ายคือ “หมูฮ้อง” เมนูท้องถิ่นเมืองภูเก็ตที่เราบอกเลยว่าเป็นหมูฮ้องที่อร่อยที่สุดจากที่ได้ทานมาตลอดทริปนี้ ตัวซอสซีอิ๊วว่ารสชาติหวานกลมกล่อมมากๆเเล้วเเต่ทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือหมูสามชั้นที่ได้จากหมูพันธุ์ดีเลี้ยงแบบปล่อยจาก Sloane’s Artisan ฟาร์มออร์แกนิคชื่อดังของคุณ Joe Sloane ร่วมกับเชฟ Bo และเชฟ Dylan จากร้าน Bo.lan ส่วนใครที่มาครั้งเเรกเราแอบกระซิบเชียร์ “แกงมัสมั่นแกะ โรตี ข้าวหอมมะลิ” และ “แกงคั่วปูใบชะพลู ชะคราม เส้นหมี่” โดยสามารถดูรีวิวอาหารจานอื่นๆได้จากรีวิวของสาขากรุงเทพในเพจเรา ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมพื้นเมืองของชาวภูเก็ตอย่าง “ตูโบ้” ซึ่งหาทานได้เฉพาะสาขานี้เท่านั้น
🎗 [Conclusion] รสชาติอาหารโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานมากๆโดยเฉพาะแกงไทยทุกจานซึ่งทำออกมาโดดเด่นกว่าใครเพื่อน ขอแนะนำให้เพื่อนๆเผื่อเวลาสำหรับเดินชมตัวอาคารเเละสถานที่เพราะเรามั่นใจว่าประสบการณ์การทานอาหารไทยรสเลิศระดับนี้ในบรรยากาศคฤหาสถ์เก่าอายุกว่า 100 ปีจะถูกบันทึกอยู่ในความทรงจำของเราทุกคนตลอดไป
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 35 รูป



































แกลเลอรี

