GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Bistrot de Venise
Selected

ItalyBistrot de Venise · บิสโตร เดอ เวนิส

Venetian · อาหารอิตาลีสไตล์เวนิส — calle dei Fabbri 4685, sestiere San Marco, Venice, 30124, Italy

🎗️ Bistrot de Venise เป็นห้องอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใจกลางนคร Venice ตัวร้านเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1992 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ระหว่าง Piazza San Marco และสะพาน Ponte Rialto ภายในมีจุดเด่นคือการตกแต่งที่พาเหล่านักชิมย้อนไปรำลึกถึงนคร Venice ในช่วงยุคศตวรรษที่ 18 ผนังร้านสีแดงเข้มและแสงไฟสลัว ๆ จากโคมแชนเดอเลียร์สร้างบรรยากาศที่หรูหราในรูปแบบที่แตกต่างจากร้านทั่ว ๆ ไป

🎗️ Stefano Novello เริ่มต้นเส้นทางการเป็นเชฟมืออาชีพกับเชฟ Giorgio Locatelli ที่ห้องอาหาร Locanda Locatelli (1 MICHELIN Star) ในกรุง London ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Gordon Ramsay และ Marcus Wareing ที่ห้องอาหาร Pétrus (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อมาเขาเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลียก่อนจะเดินทางต่อมายังนคร Venice เพื่อรับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารที่ Polo SpA จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2021 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าให้กับ Bistrot de Venise จนถึงปัจจุบัน

🎗️ หลังจากปี 1999 ห้องอาหาร Bistrot de Venise ได้ดำเนินการตามคอนเซปใหม่คือการค้นคว้าและมองหาเมนูเวนิสโบราณมาตีความและนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของอาหารดั้งเดิม ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte หรือ Tasting Menu หลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูอย่างง่ายที่มีราคาย่อมเยาจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงมื้อกลางวันอีกด้วย รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นหายากมากมาย ตัวอย่างเมนูที่น่าสนใจเช่น

✨ Spaghetti with “Sepe in tecia” - Classic Venetian Cuisine 19th century (28 €)

Bronze drawn durum wheat spaghetti with cuttlefish in black sauce and saffron cuttlefish roe

เราขอแนะนำเมนูอาหารอิตาลีสไตล์เวนิสสุดคลาสสิกอย่างพาสต้าเส้น Spaghetti คลุกเคล้ามากับดีหมึกเข้มข้นให้กลิ่นที่หอมเฉพาะตัว ในจานยังมีชิ้นหมึกปรุงสุกกำลังดีสร้างความเด้งและกรอบตัดกันกับเนื้อสัมผัส Al Dente ของเส้นพาสต้า ด้านบนคือไข่หมึกเคี้ยวหนึบที่มีสีเหลืองของหญ้าฝรั่น (14/20)

✨ Lasagnetta with beef ragout (28 €)

Handmade lasagnetta gratin with beef ragout, bechamel foam and parmesan crumble

พาสต้า Lasagnetta เสิร์ฟมาในรูปแบบของกราแตง เชฟราดด้วยซอสรสกูเนื้อวัวเข้มข้น รอบ ๆ คือโฟมซอสเบชาแมลตามสูตรต้นตำรับ นอกจากนี้ยังมีความกรอบของครัมเบิ้ลชีสพาเมซานใส่มาด้วย (14/20)

✨ Torta “Biancha Reale” (15 €)

Revised recipe by Bartolomeo Scappi, active in Venice and Papal Chef in the 16th century, Ginger cheesecake rose with a lemon cream center on an almond shortbread base, raspberry soil, rose sorbet and rose water

ของหวานห้ามพลาดจานที่เชฟหยิบยกมีเมนูของ Bartolomeo Scappi ผู้ซึ่งเคยทำงานเป็นเชฟให้กับสันตะปาปาในช่วงศตวรรษที่ 16 มีลักษณะเป็นชีสเค้กขิงรูปดอกกุหลาบเสิร์ฟมากับเลมอนครีม ด้านล่างคือขนมปังอัลมอนด์กรอบและครัมเบิ้ลราสเบอร์รี่ นอกจากนี้ยังมีซอร์เบท์กุหลาบและน้ำกุหลาบหอม ๆ ใส่มาด้วย (15/20)

🎗️ Bistrot de Venise ได้หยิบยกเมนูดั้งเดิมมานำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับใครที่ตามมาชิมอาจต้องเปิดใจกันสักนิดเพราะอาหารท้องถิ่นของนคร Venice นั้นมีรสชาติที่แตกต่างจากอาหารอิตาลีภูมิภาคอื่น ๆ ที่คนทั่วไปคุ้นลิ้นกันอย่างสิ้นเชิง ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูง การบริการยังคงเป็นแบบดั้งเดิม ลูกค้าสามารถลองวอร์คอินมาชิมได้ในช่วงมื้อกลางวันแต่ในช่วงมื้อเย็นอาจแนะนำให้จองกันมาก่อนล่วงหน้าเพื่อการันตีโต๊ะว่างนั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 19 รูป

🇮🇹 Bistrot de Venise - บิสโตร เดอ เวนิส🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Venetian - อาหารอิตาลีสไตล์เวนิส👨🏻‍🍳 Chef Stefano Novello - เชฟสเตฟาโน โนเวลโล่
รูปที่ 1
🇮🇹 Bistrot de Venise - บิสโตร เดอ เวนิส🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Venetian - อาหารอิตาลีสไตล์เวนิส👨🏻‍🍳 Chef Stefano Novello - เชฟสเตฟาโน โนเวลโล่
Bread And Olive Oilขนมปังและน้ำมันมะกอก
รูปที่ 2
Bread And Olive Oilขนมปังและน้ำมันมะกอก
Castradinaเริ่มต้นด้วยขอวว่างเรียกน้ำย่อยยอดนิยมของชาว Venise อย่าง Castradina มีลักษณะเป็นซุปเนื้อแกะโตรมควันเสิร์ฟมาคู่มันน้ำมันใบพาสลีย์และกะหล่ำปลี
รูปที่ 3
Castradinaเริ่มต้นด้วยขอวว่างเรียกน้ำย่อยยอดนิยมของชาว Venise อย่าง Castradina มีลักษณะเป็นซุปเนื้อแกะโตรมควันเสิร์ฟมาคู่มันน้ำมันใบพาสลีย์และกะหล่ำปลี
Spaghetti with “Sepe in tecia” - Classic Venetian Cuisine 19th century (28 €)Bronze drawn durum wheat spaghetti with cuttlefish in black sauce and saffron cuttlefish roeเราขอแนะนำเมนูอาหารอิตาลีสไตล์เวนิสสุดคลาสสิกอย่างพาสต้าเส้น Spaghetti คลุกเคล้ามากับดีหมึกเข้มข้นให้กลิ่นที่หอมเฉพาะตัว ในจานยังมีชิ้นหมึกปรุงสุกกำลังดีสร้างความเด้งและกรอบตัดกันกับเนื้อสัมผัส Al Dente ของเส้นพาสต้า ด้านบนคือไข่หมึกเคี้ยวหนึบที่มีสีเหลืองของหญ้าฝรั่น (14/20)
รูปที่ 4
Spaghetti with “Sepe in tecia” - Classic Venetian Cuisine 19th century (28 €)Bronze drawn durum wheat spaghetti with cuttlefish in black sauce and saffron cuttlefish roeเราขอแนะนำเมนูอาหารอิตาลีสไตล์เวนิสสุดคลาสสิกอย่างพาสต้าเส้น Spaghetti คลุกเคล้ามากับดีหมึกเข้มข้นให้กลิ่นที่หอมเฉพาะตัว ในจานยังมีชิ้นหมึกปรุงสุกกำลังดีสร้างความเด้งและกรอบตัดกันกับเนื้อสัมผัส Al Dente ของเส้นพาสต้า ด้านบนคือไข่หมึกเคี้ยวหนึบที่มีสีเหลืองของหญ้าฝรั่น (14/20)
Lasagnetta with beef ragout (28 €)Handmade lasagnetta gratin with beef ragout, bechamel foam and parmesan crumbleพาสต้า Lasagnetta เสิร์ฟมาในรูปแบบของกราแตง เชฟราดด้วยซอสรสกูเนื้อวัวเข้มข้น รอบ ๆ คือโฟมซอสเบชาแมลตามสูตรต้นตำรับ นอกจากนี้ยังมีความกรอบของครัมเบิ้ลชีสพาเมซานใส่มาด้วย (14/20)
รูปที่ 5
Lasagnetta with beef ragout (28 €)Handmade lasagnetta gratin with beef ragout, bechamel foam and parmesan crumbleพาสต้า Lasagnetta เสิร์ฟมาในรูปแบบของกราแตง เชฟราดด้วยซอสรสกูเนื้อวัวเข้มข้น รอบ ๆ คือโฟมซอสเบชาแมลตามสูตรต้นตำรับ นอกจากนี้ยังมีความกรอบของครัมเบิ้ลชีสพาเมซานใส่มาด้วย (14/20)
Linguine alla “Buzara” (34 €)Dalmato-Veneta old fashioned recipeDurum wheat pasta “Benedetto Cavalieri” with scampi, San Marzano tomato and scampi coulis, tomato flakes, chilli pepper oilหนึ่งในเมนูดั้งเดิมของแถบ Dalmato-Veneta ที่เชฟนำมาปรับปรุงใหม่แล้วเสิร์ฟมาในรูปแบบของตัวเองโดยใช้เส้น Linguine ราดด้วยซอสมะเจือเทศ San Marzano ช่วยสร้างความอุมามิคลุกเคล้าไปกับซอสของเปลือกและมันกุ้ง ด้านบนโรยด้วยเศษมะเขือเทศแห้งและน้ำมันพริก (13/20)
รูปที่ 6
Linguine alla “Buzara” (34 €)Dalmato-Veneta old fashioned recipeDurum wheat pasta “Benedetto Cavalieri” with scampi, San Marzano tomato and scampi coulis, tomato flakes, chilli pepper oilหนึ่งในเมนูดั้งเดิมของแถบ Dalmato-Veneta ที่เชฟนำมาปรับปรุงใหม่แล้วเสิร์ฟมาในรูปแบบของตัวเองโดยใช้เส้น Linguine ราดด้วยซอสมะเจือเทศ San Marzano ช่วยสร้างความอุมามิคลุกเคล้าไปกับซอสของเปลือกและมันกุ้ง ด้านบนโรยด้วยเศษมะเขือเทศแห้งและน้ำมันพริก (13/20)
Baked Eel in “Ara” - Historic Venetian Cuisine 16th century (34 €)Smoked eel, with scent of laurel and polenta di Storo.เมนูประวัติศาสตร์ของอาหารเวนิสในช่วงศตวรรษที่ 16 คือปลาไหลลมควันที่มีความหอมของ Laurel ด้านล่างรองด้วย Polenta di Storo หรือ Polenta ที่เตรียมมาจากแป้งข้าวโพด Storo อย่างไรก็ตามชิ้นปลามีกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างเด่นและอาจไม่ตอบโจทย์นักชิมที่คุ้นเคยกับปลาไหลจากฝั่งเอเชียย (13/20)
รูปที่ 7
Baked Eel in “Ara” - Historic Venetian Cuisine 16th century (34 €)Smoked eel, with scent of laurel and polenta di Storo.เมนูประวัติศาสตร์ของอาหารเวนิสในช่วงศตวรรษที่ 16 คือปลาไหลลมควันที่มีความหอมของ Laurel ด้านล่างรองด้วย Polenta di Storo หรือ Polenta ที่เตรียมมาจากแป้งข้าวโพด Storo อย่างไรก็ตามชิ้นปลามีกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างเด่นและอาจไม่ตอบโจทย์นักชิมที่คุ้นเคยกับปลาไหลจากฝั่งเอเชียย (13/20)
Torta “Biancha Reale” (15 €)Revised recipe by Bartolomeo Scappi, active in Venice and Papal Chef in the 16th century, Ginger cheesecake rose with a lemon cream center on an almond shortbread base, raspberry soil, rose sorbet and rose waterของหวานห้ามพลาดจานที่เชฟหยิบยกมีเมนูของ Bartolomeo Scappi ผู้ซึ่งเคยทำงานเป็นเชฟให้กับสันตะปาปาในช่วงศตวรรษที่ 16 มีลักษณะเป็นชีสเค้กขิงรูปดอกกุหลาบเสิร์ฟมากับเลมอนครีม ด้านล่างคือขนมปังอัลมอนด์กรอบและครัมเบิ้ลราสเบอร์รี่ นอกจากนี้ยังมีซอร์เบท์กุหลาบและน้ำกุหลาบหอม ๆ ใส่มาด้วย (15/20)
รูปที่ 8
Torta “Biancha Reale” (15 €)Revised recipe by Bartolomeo Scappi, active in Venice and Papal Chef in the 16th century, Ginger cheesecake rose with a lemon cream center on an almond shortbread base, raspberry soil, rose sorbet and rose waterของหวานห้ามพลาดจานที่เชฟหยิบยกมีเมนูของ Bartolomeo Scappi ผู้ซึ่งเคยทำงานเป็นเชฟให้กับสันตะปาปาในช่วงศตวรรษที่ 16 มีลักษณะเป็นชีสเค้กขิงรูปดอกกุหลาบเสิร์ฟมากับเลมอนครีม ด้านล่างคือขนมปังอัลมอนด์กรอบและครัมเบิ้ลราสเบอร์รี่ นอกจากนี้ยังมีซอร์เบท์กุหลาบและน้ำกุหลาบหอม ๆ ใส่มาด้วย (15/20)
Tarte Tatin de Venise (15 €)Caramelized apple tart, butter puff pastry, vanilla crème fraîche and Amaretto biscuits grainทาร์ตตาแตงในรูปแบบของร้านนำเสนอมาเป็นแป้งพัฟแพสทร่่ที่มีกลิ่นหอมเนย ด้านบนคือแอปเปิ้ลทาร์ตที่ผ่านการ Caramelization จนหวานหอม จากนั้นท็อปด้วยเครมเฟรซวานิลลาและบิสกิตอมาเร็ตโต้บด (14/20)
รูปที่ 9
Tarte Tatin de Venise (15 €)Caramelized apple tart, butter puff pastry, vanilla crème fraîche and Amaretto biscuits grainทาร์ตตาแตงในรูปแบบของร้านนำเสนอมาเป็นแป้งพัฟแพสทร่่ที่มีกลิ่นหอมเนย ด้านบนคือแอปเปิ้ลทาร์ตที่ผ่านการ Caramelization จนหวานหอม จากนั้นท็อปด้วยเครมเฟรซวานิลลาและบิสกิตอมาเร็ตโต้บด (14/20)
💰 ราคาอาหาร
รูปที่ 10
💰 ราคาอาหาร
🎗️ Bistrot de Venise เป็นห้องอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใจกลางนคร Venice ตัวร้านเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1992 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ระหว่าง Piazza San Marco และสะพาน Ponte Rialto
รูปที่ 11
🎗️ Bistrot de Venise เป็นห้องอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใจกลางนคร Venice ตัวร้านเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1992 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ระหว่าง Piazza San Marco และสะพาน Ponte Rialto
ภายในมีจุดเด่นคือการตกแต่งที่พาเหล่านักชิมย้อนไปรำลึกถึงนคร Venice ในช่วงยุคศตวรรษที่ 18
รูปที่ 12
ภายในมีจุดเด่นคือการตกแต่งที่พาเหล่านักชิมย้อนไปรำลึกถึงนคร Venice ในช่วงยุคศตวรรษที่ 18
ผนังร้านสีแดงเข้มแและแสงไฟสลัว ๆ จากโคมแชนเดอเลียร์สร้างบรรยากาศที่หรูหราในรูปแบบที่แตกต่างจากร้านทั่ว ๆ ไป
รูปที่ 13
ผนังร้านสีแดงเข้มแและแสงไฟสลัว ๆ จากโคมแชนเดอเลียร์สร้างบรรยากาศที่หรูหราในรูปแบบที่แตกต่างจากร้านทั่ว ๆ ไป
🎗️ Stefano Novello เริ่มต้นเส้นทางการเป็นเชฟมืออาชีพกับเชฟ Giorgio Locatelli ที่ห้องอาหาร Locanda Locatelli (1 MICHELIN Star) ในกรุง London ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Gordon Ramsay และ Marcus Wareing ที่ห้องอาหาร Pétrus (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น)
รูปที่ 14
🎗️ Stefano Novello เริ่มต้นเส้นทางการเป็นเชฟมืออาชีพกับเชฟ Giorgio Locatelli ที่ห้องอาหาร Locanda Locatelli (1 MICHELIN Star) ในกรุง London ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Gordon Ramsay และ Marcus Wareing ที่ห้องอาหาร Pétrus (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น)
ต่อมาเขาเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลียก่อนจะเดินทางต่อมายังนคร Venice เพื่อรับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารที่ Polo SpA จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2021 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าให้กับ Bistrot de Venise จนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 15
ต่อมาเขาเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลียก่อนจะเดินทางต่อมายังนคร Venice เพื่อรับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารที่ Polo SpA จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2021 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าให้กับ Bistrot de Venise จนถึงปัจจุบัน
🎗️ หลังจากปี 1999 ห้องอาหาร Bistrot de Venise ได้ดำเนินการตามคอนเซปใหม่คือการค้นคว้าและมองหาเมนูเวนิสโบราณมาตีความและนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของอาหารดั้งเดิม
รูปที่ 16
🎗️ หลังจากปี 1999 ห้องอาหาร Bistrot de Venise ได้ดำเนินการตามคอนเซปใหม่คือการค้นคว้าและมองหาเมนูเวนิสโบราณมาตีความและนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างออกไปแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของอาหารดั้งเดิม
ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte หรือ Tasting Menu หลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูอย่างง่ายที่มีราคาย่อมเยาจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงมื้อกลางวันอีกด้วย
รูปที่ 17
ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte หรือ Tasting Menu หลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูอย่างง่ายที่มีราคาย่อมเยาจัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงมื้อกลางวันอีกด้วย
รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นหายากมากมาย
รูปที่ 18
รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นหายากมากมาย
🎗️ Bistrot de Venise ได้หยิบยกเมนูดั้งเดิมมานำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับใครที่ตามมาชิมอาจต้องเปิดใจกันสักนิดเพราะอาหารท้องถิ่นของนคร Venice นั้นมีรสชาติที่แตกต่างจากอาหารอิตาลีภูมิภาคอื่น ๆ ที่คนทั่วไปคุ้นลิ้นกันอย่างสิ้นเชิง ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูง การบริการยังคงเป็นแบบดั้งเดิม ลูกค้าสามารถลองวอร์คอินมาชิมได้ในช่วงมื้อกลางวันแต่ในช่วงมื้อเย็นอาจแนะนำให้จองกันมาก่อนล่วงหน้าเพื่อการันตีโต๊ะว่างนั่นเอง
รูปที่ 19
🎗️ Bistrot de Venise ได้หยิบยกเมนูดั้งเดิมมานำเสนอใหม่ได้อย่างน่าสนใจ สำหรับใครที่ตามมาชิมอาจต้องเปิดใจกันสักนิดเพราะอาหารท้องถิ่นของนคร Venice นั้นมีรสชาติที่แตกต่างจากอาหารอิตาลีภูมิภาคอื่น ๆ ที่คนทั่วไปคุ้นลิ้นกันอย่างสิ้นเชิง ราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูง การบริการยังคงเป็นแบบดั้งเดิม ลูกค้าสามารถลองวอร์คอินมาชิมได้ในช่วงมื้อกลางวันแต่ในช่วงมื้อเย็นอาจแนะนำให้จองกันมาก่อนล่วงหน้าเพื่อการันตีโต๊ะว่างนั่นเอง