GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Baankhao
Others

ThailandBaankhao · บ้านข้าว

Creative · อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ — บ้านเลขที่ 8​ ซอยบางกระดี่ ซอย 1 เเยก 16-1-2​, เเสมดำ, บางขุนเทียน, กรุงเทพ, 10150

🎗️ ”บ้านข้าว“ เป็นร้านอาหารเชิง Creative สร้างสรรค์ผลัดเปลี่ยนเมนูทั้งเซ็ตหมุนเวียนไปทุก 2 เดือนเพื่อให้เหล่าลูกค้าประจำได้สัมผัสกับเมนูเซ็ตใหม่ตลอดเวลา สำหรับเมนูชุดที่ 29 นี้ เชฟข้าวโพดได้หยิบยกเมนูอาหารไทยที่เราคุ้นหูกันดีมาปรับรูปแบบการนำเสนอใหม่ในสไตล์ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ

🎗️ ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีเขียวเข้มสลับกับสีน้ำตาล รอบ ๆ ร้านตกแต่งด้วยของตกแต่งสุดแปลกที่เชฟหาซื้อมาวางตกแต่งสลับกันไปในแต่ละช่วง ตรงกลางคือโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่เชฟข้าวโพดลงทุนประกอบขึ้นเองกับมือสำหรับรองรับลูกค้าได้ราว 8-10 คน ในส่วนของห้องครัวนั้นถูกจัดแยกห่างออกไปอีกสองห้องโดยเชฟข้าวโพดและเชฟของหวานประจำร้านจะสลับกันยกอาหารมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าด้วยตัวเองแบบคอร์สต่อคอร์ส เชฟข้าวโพดเสิร์ฟอาหารมาในสไตล์ Chef’s Table จำนวนถึง 8 คอร์สรวมน้ำเปล่าและค่าเปิดเครื่องดื่มฟรีที่ราคาเพียง 1,990 บาทเท่านั้น (ราคานี้รวมน้ำเปล่าและค่าเปิดเครื่องดื่มแล้ว) โดยมีอาหารคอร์สที่น่าสนใจคือ

✨ ปีกไก่ยัดไส้

แจงลอน / อาจาดสมุนไพร

ปีกไก่ที่เชฟเลาะกระดูกออก จากนั้นนำไป Brine หนึ่งคืนแล้ว Dry-aged ต่ออีกหนึ่งวัน ด้านในยัดไส้ด้วยแจงลอนปลากรายผสมผสานกับพริกแกงแดง ถั่วฝักยาว มะพร้าวขูดขาวที่เชฟทำขึ้นมาเอง ทอดจนมีสีเหลืองทอง ด้านนอกทาบาง ๆ ด้วยอาจาดที่เตรียมขึ้นจากน้ำส้มสายชูและน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวกับข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ด้านบนท็อปด้วยแตงกวาผัดกับพริกชี้ฟ้านั่นเอง (15/20)

✨ ซาวน้ำ

หอยเชลล์ / สับปะรด / คาเวียร์

หอยเชลล์ไซ์ XXL จากฮอกไกโดแพนเซียมาจนสุกพอเหมาะไร้ที่ติ ด้านล่างรองด้วยสับปะรดที่ผ่านการอบจนได้รสหวานกลมกล่อม เชฟจับคู่กับขิงอ่อนที่ทีความฉุนเฉพาะตัวและพริกขี้หนูซอยรสเผ็ด สุดท้ายคือซอสซาวน้ำที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกหอยและน้ำกะทิ เชฟบาลานซ์ด้วยความเผ็ดของน้ำมันพริกรวมไปถึงความอุมามิจากออสซีตร้าคาเวียร์ของประเทศรัสเซีย (14/20)

✨ หม้อแกงฟักทองกับชามะตูม

ปิดท้ายด้วยของหวานคือหม้อแกงฟักทองรองด้วยทาร์ตหอมเจียวแบบไทย ๆ เนื้อหม้อแกงเนียน ให้รสหวานแบบละมุน หอมเจียวกรอบและมีความฉุนเบา ๆ ข้างกันคือไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วโฮมเมด ด้านบนท็อปด้วยคาราเมลน้ำตาลบ้านแพ้วและเกลือรมควัน เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับชามะตูมเก๊กฮวยแบบไทย ๆ (14/20)

🎗️ ตัวร้านเปิดทำการวันละ 2 รอบคือช่วงกลางวันและเย็น ทั้งยังรับลูกค้าเริ่มต้นเพียง 2 ต่อรอบเท่านั้น สำหรับใครที่สนใจสามารถติดต่อเชฟข้าวโพดไปได้ที่ Line ID: @baankhao เพื่อติดต่อจองวันกันได้เลย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 15 รูป

🇹🇭 Baankhao - บ้านข้าว🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Kawpod - เชฟข้าวโพด
รูปที่ 1
🇹🇭 Baankhao - บ้านข้าว🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Kawpod - เชฟข้าวโพด
🎗️ ”บ้านข้าว“ เป็นร้านอาหารเชิง Creative สร้างสรรค์ผลัดเปลี่ยนเมนูทั้งเซ็ตหมุนเวียนไปทุก 2 เดือนเพื่อให้เหล่าลูกค้าประจำได้สัมผัสกับเมนูเซ็ตใหม่ตลอดเวลา สำหรับเมนูชุดที่ 29 นี้ เชฟข้าวโพดได้หยิบยกเมนูอาหารไทยที่เราคุ้นหูกันดีมาปรับรูปแบบการนำเสนอใหม่ในสไตล์ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ
รูปที่ 2
🎗️ ”บ้านข้าว“ เป็นร้านอาหารเชิง Creative สร้างสรรค์ผลัดเปลี่ยนเมนูทั้งเซ็ตหมุนเวียนไปทุก 2 เดือนเพื่อให้เหล่าลูกค้าประจำได้สัมผัสกับเมนูเซ็ตใหม่ตลอดเวลา สำหรับเมนูชุดที่ 29 นี้ เชฟข้าวโพดได้หยิบยกเมนูอาหารไทยที่เราคุ้นหูกันดีมาปรับรูปแบบการนำเสนอใหม่ในสไตล์ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ
ทานเล่นเมี่ยงคำ / โป๊งเหน่งปูเริ่มต้นคำแรกด้วยเมี่ยงคำที่ปรับรูปแบบมาเสิร์ฟในมินิทาร์ตใบชะพลูตากแห้งก่อนจะนำมาทำเป็นผง ตัวทาร์ตกรอบพอเหมาะ ด้านในคือเครื่องเมี่ยงคำเช่นมะพร้าวคั่ว ถั่วฮาเซลนัท ส้มนาเบล ขิงอ่อน กุ้งแห้งทอด และซอสที่เชฟเคี่ยวขึ้นเอง จากนั้นด้านบนท็อปด้วยกลีบดอกบัวหลวง (14/20)
รูปที่ 3
ทานเล่นเมี่ยงคำ / โป๊งเหน่งปูเริ่มต้นคำแรกด้วยเมี่ยงคำที่ปรับรูปแบบมาเสิร์ฟในมินิทาร์ตใบชะพลูตากแห้งก่อนจะนำมาทำเป็นผง ตัวทาร์ตกรอบพอเหมาะ ด้านในคือเครื่องเมี่ยงคำเช่นมะพร้าวคั่ว ถั่วฮาเซลนัท ส้มนาเบล ขิงอ่อน กุ้งแห้งทอด และซอสที่เชฟเคี่ยวขึ้นเอง จากนั้นด้านบนท็อปด้วยกลีบดอกบัวหลวง (14/20)
ทานเล่นเมี่ยงคำ / โป๊งเหน่งปูถัดมาคือโป๊งเหน่งซึ่งเป็นขนมที่พบเจอได้ตามงานวัดสมัยก่อน เชฟปรับรูปแบบมาเสิร์ฟสอดไส้หลนปูผสมกันกับมันปูคานิมิโสะ ด้านบนท็อปด้วยครีมเมนไทโกะและทรัฟเฟิลฝานบาง (14/20)
รูปที่ 4
ทานเล่นเมี่ยงคำ / โป๊งเหน่งปูถัดมาคือโป๊งเหน่งซึ่งเป็นขนมที่พบเจอได้ตามงานวัดสมัยก่อน เชฟปรับรูปแบบมาเสิร์ฟสอดไส้หลนปูผสมกันกับมันปูคานิมิโสะ ด้านบนท็อปด้วยครีมเมนไทโกะและทรัฟเฟิลฝานบาง (14/20)
ผัดไทยทูน่า / กุ้งชากุระ / เมล็ดสนผัดไทยที่เชฟนำเสนอมาในรูปแบบของตัวเองโดยใช้ปลาทูน่าส่วนอากามิหั่นเป็นเส้น จากนั้นนำไปหมักกับซอสผัดไทยนานประมาณครึ่งชั่วโมง ยังมีถั่วลันเตาอ่อนที่นำไปผัดกับถ่านโดยตรง เมล็ดสนรวมไปถึงชิ้นใบแว่นแก้วรองด้านล่างด้วยกุ้งซากุระทอดกรอบรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส สุดท้ายคือซอสที่ผสมผสานซอสพอนซึกับซอสผัดไทยเข้าไว้ด้วยกัน เชฟค่อย ๆ โรยผงพริกปาปริก้าจากสเปนลงไปช่วยเพิ่มทั้งความหอมและความจัดจ้านได้อย่างลงตัว (14/20)
รูปที่ 5
ผัดไทยทูน่า / กุ้งชากุระ / เมล็ดสนผัดไทยที่เชฟนำเสนอมาในรูปแบบของตัวเองโดยใช้ปลาทูน่าส่วนอากามิหั่นเป็นเส้น จากนั้นนำไปหมักกับซอสผัดไทยนานประมาณครึ่งชั่วโมง ยังมีถั่วลันเตาอ่อนที่นำไปผัดกับถ่านโดยตรง เมล็ดสนรวมไปถึงชิ้นใบแว่นแก้วรองด้านล่างด้วยกุ้งซากุระทอดกรอบรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส สุดท้ายคือซอสที่ผสมผสานซอสพอนซึกับซอสผัดไทยเข้าไว้ด้วยกัน เชฟค่อย ๆ โรยผงพริกปาปริก้าจากสเปนลงไปช่วยเพิ่มทั้งความหอมและความจัดจ้านได้อย่างลงตัว (14/20)
ปีกไก่ยัดไส้แจงลอน / อาจาดสมุนไพรปีกไก่ที่เชฟเลาะกระดูกออก จากนั้นนำไป Brine หนึ่งคืนแล้ว Dry-aged ต่ออีกหนึ่งวัน ด้านในยัดไส้ด้วยแจงลอนปลากรายผสมผสานกับพริกแกงแดง ถั่วฝักยาว มะพร้าวขูดขาวที่เชฟทำขึ้นมาเอง ทอดจนมีสีเหลืองทอง ด้านนอกทาบาง ๆ ด้วยอาจาดที่เตรียมขึ้นจากน้ำส้มสายชูและน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวกับข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ด้านบนท็อปด้วยแตงกวาผัดกับพริกชี้ฟ้านั่นเอง (15/20)
รูปที่ 6
ปีกไก่ยัดไส้แจงลอน / อาจาดสมุนไพรปีกไก่ที่เชฟเลาะกระดูกออก จากนั้นนำไป Brine หนึ่งคืนแล้ว Dry-aged ต่ออีกหนึ่งวัน ด้านในยัดไส้ด้วยแจงลอนปลากรายผสมผสานกับพริกแกงแดง ถั่วฝักยาว มะพร้าวขูดขาวที่เชฟทำขึ้นมาเอง ทอดจนมีสีเหลืองทอง ด้านนอกทาบาง ๆ ด้วยอาจาดที่เตรียมขึ้นจากน้ำส้มสายชูและน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวกับข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ด้านบนท็อปด้วยแตงกวาผัดกับพริกชี้ฟ้านั่นเอง (15/20)
ซาวน้ำหอยเชลล์ / สับปะรด / คาเวียร์หอยเชลล์ไซ์ XXL จากฮอกไกโดแพนเซียมาจนสุกพอเหมาะไร้ที่ติ ด้านล่างรองด้วยสับปะรดที่ผ่านการอบจนได้รสหวานกลมกล่อม เชฟจับคู่กับขิงอ่อนที่ทีความฉุนเฉพาะตัวและพริกขี้หนูซอยรสเผ็ด สุดท้ายคือซอสซาวน้ำที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกหอยและน้ำกะทิ เชฟบาลานซ์ด้วยความเผ็ดของน้ำมันพริกรวมไปถึงความอุมามิจากออสซีตร้าคาเวียร์ของประเทศรัสเซีย (14/20)
รูปที่ 7
ซาวน้ำหอยเชลล์ / สับปะรด / คาเวียร์หอยเชลล์ไซ์ XXL จากฮอกไกโดแพนเซียมาจนสุกพอเหมาะไร้ที่ติ ด้านล่างรองด้วยสับปะรดที่ผ่านการอบจนได้รสหวานกลมกล่อม เชฟจับคู่กับขิงอ่อนที่ทีความฉุนเฉพาะตัวและพริกขี้หนูซอยรสเผ็ด สุดท้ายคือซอสซาวน้ำที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกหอยและน้ำกะทิ เชฟบาลานซ์ด้วยความเผ็ดของน้ำมันพริกรวมไปถึงความอุมามิจากออสซีตร้าคาเวียร์ของประเทศรัสเซีย (14/20)
ต้มยำกุ้งแม่น้ำ / ข้าวหุงน้ำมะพร้าวคอร์สนี้คือข้าวหอมปทุมที่ผ่านการหุงกับน้ำมะพร้าว เชฟเสิร์ฟมากับต้มยำกุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ผ่านการ Sous-vide ในน้ำมันกุ้งที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสนาน 10 นาทีก่อนจะนำมาย่างต่อจนได้เนื้อเด้งกรอบ ซอสต้มยำเตรียมมาจากเปลือกกุ้งเผา แผ่น Tuile กรอบด้านบนเตรียมมาจากมันกุ้ง ในหัวกุ้งคือมันกุ้งที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดแล้วเสิร์ฟมากับเนื้อส่วนต้นคอกุ้ง จากนั้นนำไปทำเป็นกราแตง ด้านบนคือยำขมิ้นขาวและตะไคร้สร้างอโรมาที่หอมลงตัว (14/20)
รูปที่ 8
ต้มยำกุ้งแม่น้ำ / ข้าวหุงน้ำมะพร้าวคอร์สนี้คือข้าวหอมปทุมที่ผ่านการหุงกับน้ำมะพร้าว เชฟเสิร์ฟมากับต้มยำกุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ผ่านการ Sous-vide ในน้ำมันกุ้งที่อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียสนาน 10 นาทีก่อนจะนำมาย่างต่อจนได้เนื้อเด้งกรอบ ซอสต้มยำเตรียมมาจากเปลือกกุ้งเผา แผ่น Tuile กรอบด้านบนเตรียมมาจากมันกุ้ง ในหัวกุ้งคือมันกุ้งที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดแล้วเสิร์ฟมากับเนื้อส่วนต้นคอกุ้ง จากนั้นนำไปทำเป็นกราแตง ด้านบนคือยำขมิ้นขาวและตะไคร้สร้างอโรมาที่หอมลงตัว (14/20)
แกงรัญจวนลาซานญา / หมูตุ๋นกะปิแผ่นลาซานญาโฮมเมดเสิร์ฟมากับเนื้อแก้มหมูที่ตุ๋นกับกะปิจนนุ่ม น้ำซุปเตรียมมาจากกระดูกหมูอบแล้วปรุงให้มีความหอมแบบต้มโคล้ง (13/20)
รูปที่ 9
แกงรัญจวนลาซานญา / หมูตุ๋นกะปิแผ่นลาซานญาโฮมเมดเสิร์ฟมากับเนื้อแก้มหมูที่ตุ๋นกับกะปิจนนุ่ม น้ำซุปเตรียมมาจากกระดูกหมูอบแล้วปรุงให้มีความหอมแบบต้มโคล้ง (13/20)
แกงกะหรี่ไทยไก่ / เม็ดขนุน / มันฝรั่ง / ทรัฟเฟิลเนื้อสะโพกไก่เลี้ยงแบบปล่อยที่เชฟนำไป Brine ก่อนแล้วค่อยย่างต่อจนสุก เชฟเสิร์ฟมากับเครื่องเคียงคือเม็ดขนุนบดเนื้อเนียนท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิล ยังมีมันฝรั่งที่หมักในน้ำมันไก่ จากนั้นวางเรียงซ้อนกันมาเป็นมิลเฟย ด้านบนคือไหลบัวดอง ไฮไลต์คือซอสแกงกะหรี่ไทยที่ผสานเข้สกันกับเนื้อไก่ได้อย่างลงตัว (13/20)
รูปที่ 10
แกงกะหรี่ไทยไก่ / เม็ดขนุน / มันฝรั่ง / ทรัฟเฟิลเนื้อสะโพกไก่เลี้ยงแบบปล่อยที่เชฟนำไป Brine ก่อนแล้วค่อยย่างต่อจนสุก เชฟเสิร์ฟมากับเครื่องเคียงคือเม็ดขนุนบดเนื้อเนียนท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิล ยังมีมันฝรั่งที่หมักในน้ำมันไก่ จากนั้นวางเรียงซ้อนกันมาเป็นมิลเฟย ด้านบนคือไหลบัวดอง ไฮไลต์คือซอสแกงกะหรี่ไทยที่ผสานเข้สกันกับเนื้อไก่ได้อย่างลงตัว (13/20)
มัสมั่นวากิว (+Supplement)เนื้อวากิว / เม็ดขนุน / มันฝรั่ง / ทรัฟเฟิลเนื้อวัววากิวระดับ A3 ย่างจนสุก เชฟเสิร์ฟมากับเครื่องเคียงคือเม็ดขนุนบดเนื้อเนียนท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิลและมันฝรั่งหมักในน้ำมันไก่วางเรียงซ้อนกันมาเป็นมิลเฟยเช่นกัน ด้านบนคือไหลบัวดอง ตัวซอสมัสมั่นขึ้นมาจากน้ำสต๊อกเนื้อก่อนจะปรุงรสในรูปแบบของมัสมั่นไทย (13/20)
รูปที่ 11
มัสมั่นวากิว (+Supplement)เนื้อวากิว / เม็ดขนุน / มันฝรั่ง / ทรัฟเฟิลเนื้อวัววากิวระดับ A3 ย่างจนสุก เชฟเสิร์ฟมากับเครื่องเคียงคือเม็ดขนุนบดเนื้อเนียนท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิลและมันฝรั่งหมักในน้ำมันไก่วางเรียงซ้อนกันมาเป็นมิลเฟยเช่นกัน ด้านบนคือไหลบัวดอง ตัวซอสมัสมั่นขึ้นมาจากน้ำสต๊อกเนื้อก่อนจะปรุงรสในรูปแบบของมัสมั่นไทย (13/20)
ล้างปากล้างปากด้วยหลอดทดลอง ด้านในเตรียมมาจากน้ำทับทิม ลิ้นจี่ องุ่น และน้ำส้มสายชูเชอร์รี่
รูปที่ 12
ล้างปากล้างปากด้วยหลอดทดลอง ด้านในเตรียมมาจากน้ำทับทิม ลิ้นจี่ องุ่น และน้ำส้มสายชูเชอร์รี่
หม้อแกงฟักทองกับชามะตูมปิดท้ายด้วยของหวานคือหม้อแกงฟักทองรองด้วยทาร์ตหอมเจียวแบบไทย ๆ เนื้อหม้อแกงเนียน ให้รสหวานแบบละมุน หอมเจียวกรอบและมีความฉุนเบา ๆ ข้างกันคือไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วโฮมเมด ด้านบนท็อปด้วยคาราเมลน้ำตาลบ้านแพ้วและเกลือรมควัน เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับชามะตูมเก๊กฮวยแบบไทย ๆ (14/20)
รูปที่ 13
หม้อแกงฟักทองกับชามะตูมปิดท้ายด้วยของหวานคือหม้อแกงฟักทองรองด้วยทาร์ตหอมเจียวแบบไทย ๆ เนื้อหม้อแกงเนียน ให้รสหวานแบบละมุน หอมเจียวกรอบและมีความฉุนเบา ๆ ข้างกันคือไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วโฮมเมด ด้านบนท็อปด้วยคาราเมลน้ำตาลบ้านแพ้วและเกลือรมควัน เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับชามะตูมเก๊กฮวยแบบไทย ๆ (14/20)
🎗️ ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีเขียวเข้มสลับกับสีน้ำตาล รอบ ๆ ร้านตกแต่งด้วยของตกแต่งสุดแปลกที่เชฟหาซื้อมาวางตกแต่งสลับกันไปในแต่ละช่วง ตรงกลางคือโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่เชฟข้าวโพดลงทุนประกอบขึ้นเองกับมือสำหรับรองรับลูกค้าได้ราว 8-10 คน ในส่วนของห้องครัวนั้นถูกจัดแยกห่างออกไปอีกสองห้องโดยเชฟข้าวโพดและเชฟของหวานประจำร้านจะสลับกันยกอาหารมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าด้วยตัวเองแบบคอร์สต่อคอร์ส
รูปที่ 14
🎗️ ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีเขียวเข้มสลับกับสีน้ำตาล รอบ ๆ ร้านตกแต่งด้วยของตกแต่งสุดแปลกที่เชฟหาซื้อมาวางตกแต่งสลับกันไปในแต่ละช่วง ตรงกลางคือโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่เชฟข้าวโพดลงทุนประกอบขึ้นเองกับมือสำหรับรองรับลูกค้าได้ราว 8-10 คน ในส่วนของห้องครัวนั้นถูกจัดแยกห่างออกไปอีกสองห้องโดยเชฟข้าวโพดและเชฟของหวานประจำร้านจะสลับกันยกอาหารมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าด้วยตัวเองแบบคอร์สต่อคอร์ส
เชฟข้าวโพดเสิร์ฟอาหารมาในสไตล์ Chef’s Table จำนวนถึง 8 คอร์สรวมน้ำเปล่าและค่าเปิดเครื่องดื่มฟรีที่ราคาเพียง 1,990 บาทเท่านั้น (ราคานี้รวมน้ำเปล่าและค่าเปิดเครื่องดื่มแล้ว)
รูปที่ 15
เชฟข้าวโพดเสิร์ฟอาหารมาในสไตล์ Chef’s Table จำนวนถึง 8 คอร์สรวมน้ำเปล่าและค่าเปิดเครื่องดื่มฟรีที่ราคาเพียง 1,990 บาทเท่านั้น (ราคานี้รวมน้ำเปล่าและค่าเปิดเครื่องดื่มแล้ว)