GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Baan Tepa
2 MICHELIN Stars

ThailandBaan Tepa · บ้านเทพา

Thai Contemporary · อาหารไทยร่วมสมัย — 561 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับผลงานของเชฟหญิงรุ่นใหม่มากความสามารถผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากรายการ Top Chef Thailand อย่างเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ณ ห้องอาหารบ้านเทพาซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 1 MICHELIN Star เพียงหนึ่งเดียวในย่านรามคำแหงเมื่อเดือนก่อนนี้นั่นเอง

🎗 [THE PLACE] Baan Tepa Culinary Space ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหงในย่านหัวหมากแต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เมื่อขับรถผ่านประตูเข้ามาจะพบกับความเงียบสงบแตกต่างออกไปจากบริเวณโดยรอบ ตัวอาคารหลักเป็นบ้านสองชั้นที่เคยถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของ พล.ท. นพ. อัศวิน และ ท่านผู้หญิงสุวรี เทพาคำ หรือคุณปู่และคุณย่าของเชฟตามนั่นเอง ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งได้อย่างมีสไตล์ มุมฝั่งหนึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม ข้างกันคือเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สำหรับตกแต่งจานอาหารก่อนนำเสิร์ฟ เบื้องหลังคือประตูที่เปิดให้เห็นห้องครัวขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ระดับสูงครบครัน บริเวณชั้นสองเป็นห้องนอนและห้องพระเดิม สุดท้ายคือ The Garden Wing มีลักษณะเป็นห้องส่วนตัวขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องรับรองทรง 8 เหลี่ยมสำหรับต้อนรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่วนใครที่เดินอ้อมไปบริเวณหลังบ้านจะพบกับอีกหนึ่งหัวใจสำคัญนั่นก็คือ Tepa Garden สวนผักตามฤดูกาลและสมุนไพรออร์แกนิคที่เชฟตามปลูกขึ้นเองโดยไม่อาศัยสารเคมีอันตรายหรือสารเร่งโต ถัดไปคือ Tepa Garden and Cafe พื้นที่สีเขียวที่เชฟตามตั้งใจใช้ต้อนรับลูกค้าที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาหาความสงบเงียบในช่วงกลางวัน สุดท้ายคือบ้านอีกหนึ่งหลังที่คุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ หรือคุณพ่อและคุณแม่ของเชฟตามปลูกขึ้นเพื่อใช้เป็นเรือนหอก่อนจะได้รับการปรับปรุงให้กลายมาเป็นสำนักงานในปัจจุบันนั่นเอง

🎗 [THE CHEF] เชฟชุดารี เทพาคำ หรือเชฟตาม เป็นลูกสาวคนกลางของคุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ โดยตัวเธอนั้นจบการศึกษาด้านโภชนศาสตร์จาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับเชฟ Mirco Keller ที่ห้องอาหาร Water Library (Chamchuri Square) อยู่พักหนึ่ง ต่อมาเธอตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร International Culinary Center ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งยังได้ร่วมงานกับเชฟ Dan Barber ที่ห้องอาหารระดับโลกอย่าง Blue Hill at Stone Barns (2 MICHELIN Stars) นานกว่า 3 ปีและไต่ระดับขึ้นไปถึงตำแหน่ง Sous Chef หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟตามจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 และคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จนั่นเอง ในส่วนของห้องอาหารบ้านเทพานั้นเปิดทำการเป็นครั้งแรกในช่วงราว ๆ ปี 2020 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างมากจากนักชิมและสื่อหลากหลายสำนักจนคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงฉบับปี 2023 ล่าสุด

🎗 [THE FOOD] เชฟตามได้หยิบยกเมนูพื้นบ้านที่หารับประทานได้ยากมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคอันซับซ้อนที่เธอเรียนรู้มาประกอบกันไปกับเครื่องครัวชั้นสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูอาหารที่มีความร่วมสมัย, แปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร ด้วยคอนเซปความยั่งยืนทำให้วัตถุดิบส่วนมากล้วนได้มาจากเกษตรกร, ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ยังมีผักและสมุนไพรที่ปลูกกันแบบออร์แกนิคที่ Tepa Garden หลังบ้านตามคอนเซป Farm to Table ที่เธอได้รับอิทธิพลมาจากห้องอาหาร Blue Hill at Stone Barns ณ ชานนคร New York ลูกค้าจำเป็นต้องจองล่วงหน้าเข้ามาทางเวปไซต์พร้อมกับระบุชนิดของ Tasting Menu ระหว่าง Introduction 6 Courses (3,900++) และ Full Experience 9 Courses (4,500++) โดยเมื่อพิจารณาจากราคาแล้วเซ็ตหลังดูจะคุ้มค่ากว่ามาก บรรดาคอไวน์สามารถปรึกษา Sommelier ประจำร้านซึ่งเป็นชาว Napoli ทำให้รายการ Wine List ล้วนเต็มไปด้วยไวน์อิตาลี (และฝรั่งเศส) คุณภาพดีจำนวนมากนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล สำหรับจานที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราในครั้งนี้ได้อย่างเช่น

✨ HEART OF THAILAND: NAM PRIK

North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking

Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet

South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura

คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูที่เปรียบได้กับหัวใจของอาหารไทยคือน้ำพริกเสิร์ฟมาในคอนเซปน้ำพริก 3 ภาคเริ่มต้นด้วยน้ำพริกมะเขือส้มจากภาคเหนือเสิร์ฟมาในถ้วยสีดำ ด้านล่างคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากมะเขือเทศต้นและมะเขือเทศเชอร์รี่ให้รสเผ็ดแซมด้วยความเปรี้ยวอุมามิ ด้านบนท็อปด้วยกากหมูช่วยเพิ่มความกรอบได้อย่างมีมิติ ต่อมาคือน้ำพริกหลนปลาส้มจากภาคกลางมีลักษณะเป็น Tartelette ขนาดจิ๋วเตรียมมาจากผงถ่าน ด้านในบรรจุมูสปลาส้มให้ความนุ่มละมุนละมุนตัดกันกับความกรอบของแตงกวาญี่ปุ่นและอโรมาเฉพาะตัวของขมิ้นขาว สุดท้ายคือน้ำพริกเคยแห้งจากภาคใต้โดยเชฟนำกระจับเขาควายไปปั่นจนกลายเป็น Purée เนียนละเอียดเสริมเ้วยกลิ่นหอมของกะปิเคยชั้นดีแล้วเสิร์ฟมากับเบคอนเนื้อหมูและใบยี่หร่าทอดกรอบนั่นเอง (17/20)

✨ FOURTH

BLACK SQUID INK 'DONG DANG' NOODLES

Black squid sauce with Lemongrass

อีกหนึ่งคอร์สที่ดีที่สุดของวันนี้คือการผสมรวมกันของเมนูหมึกน้ำดำและเส้นด๊องแด๊งโดยเชฟนำเสนออกมาในรูปแบบของเส้นพาสต้าโฮมเมดทำมาจากแป้งข้าวหอมกระดังงามีลักษณะหนาคล้ายเกี้ยมอี๋ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบคลุกเคล้ากันกับน้ำหมึกดำ ด้านล่างรองด้วยตะไคร้ให้ความกรอบและอโรมาหอมเฉพาะตัว ด้านบนคือหนวดหมึกแห้งจากเลลันตาเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังให้รสชาติที่จัดจ้านจนเหงื่อตกอีกด้วย (17/20)

✨ FIFTH

CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM

River Prawn, Tom yam Cambodia soup

Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic

ต้มยำกุ้งในคอร์สนี้ไม่ใช่เมนูที่เราคุ้นเคยกันแต่อย่างใดเพราะเชฟตามตั้งใจนำเสนอต้มยำกุ้งแม่น้ำเขมรสูตรโบราณโดยอาศัยการปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะดันและตะลิงปลิงแทนที่มะนาวอย่างไทย ในด้านรสชาติเค็มนั้นเชฟตามใช้น้ำมันที่เตรียมมาจากเคยแทนที่น้ำปลาหมักแบบบ้านเรา ผลที่ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนโปรตีนหลักนั้นแต่เดิมในแถบกัมพูชานิยมเลือกใช้ปลาน้ำจืดแต่เชฟตามเลือกใช้กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่กระด้างเสิร์ฟมาคู่กันกับลูกชิ้นกุ้ง ด้านบนท็อปด้วย Celtuce หรือผักกาดต้น, ขิง และตะลิงปลิงช่วยเพิ่มมิติทางความกรอบ เสริมด้วยความเค็มอีกเล็กน้อยจากใบชะคราม ยังมีข้าวเวสสันตะระที่ปรุงขึ้นมาในสไตล์ Paella ท็อปด้วยมันกุ้งเข้มข้นและกระเทียมดอง เมล็ดข้าวผัดมาให้ความร่วนที่พอเหมาะเข้ากันดีกับความมันของมันกุ้ง อย่างไรก็ตามในแง่ของการนิยามนั้นเรารู้สึกว่าข้าวผัดจานนี้มีความใกล้เคียงกับข้าวผัดอย่างจีน (ที่ไม่มี Wok Hei) มากกว่า Paella เพราะทั้งจานไม่มีส่วนใดเลยที่สามารถพบเจอ Socarrat หรือความกรอบของข้าวได้เลยนั่นเอง สำหรับใครที่อยากปรุงรสสามารถเติมผงโรยข้าวเตรียมมาจากใบมะกรูดหรือน้ำปลาจากเคยลงไปก็ได้เช่นกัน (17/20)

🎗 [WHY GO] เชฟตามสามารถหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคชั้นสูงและอุปกรณ์ครัวชั้นยอดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากนักชิมทุกกลุ่ม ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพทำให้ราคาอาหารระดับนี้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พนักงานในร้านให้บริการได้อย่างมืออาชีพ รายการไวน์ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี หากจะให้กล่าวโดยสรุปห้องอาหารบ้านเทพาถือว่าควรค่าเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางมาแวะชิมด้วยประการทั้งปวง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 50 รูป

🇹🇭 Baan Tepa - บ้านเทพา 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Thai Contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Chudaree Debhakam (Chef Tam) - เชฟชุดารี เทพาคำ (เชฟตาม)
รูปที่ 1
🇹🇭 Baan Tepa - บ้านเทพา 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Thai Contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Chudaree Debhakam (Chef Tam) - เชฟชุดารี เทพาคำ (เชฟตาม)
AMUSE-BOUCHE เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยสองอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน ฝั่งซ้ายมือคือ Tartelette ขนาดจิ๋ว ด้านล่างเป็นชิ้นบัวหิมะกรอบ ๆ ท็อปด้วยเมล็ดบัวผสมกับ Ricotta Cheese ให้ความครีมและมัน องค์ประกอบสุดท้ายคือผงปลาจิ้งจั้งโรยเอาไว้ด้านบน ฝั่งขวามือคือข้าวเกรียบหมึกกรอบ ๆ หอม ๆ ท็อปด้วยผงผักชีและพริกจินดาป่น อย่างไรก็ตามการเลือกใช้หมึกอาจทำให้เกิดรสชาติและกลิ่นที่ตกค้างไปจนถึงคอร์สถัด ๆ ไปได้บ้างเล็กน้อย (14/20)
รูปที่ 2
AMUSE-BOUCHE เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยสองอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน ฝั่งซ้ายมือคือ Tartelette ขนาดจิ๋ว ด้านล่างเป็นชิ้นบัวหิมะกรอบ ๆ ท็อปด้วยเมล็ดบัวผสมกับ Ricotta Cheese ให้ความครีมและมัน องค์ประกอบสุดท้ายคือผงปลาจิ้งจั้งโรยเอาไว้ด้านบน ฝั่งขวามือคือข้าวเกรียบหมึกกรอบ ๆ หอม ๆ ท็อปด้วยผงผักชีและพริกจินดาป่น อย่างไรก็ตามการเลือกใช้หมึกอาจทำให้เกิดรสชาติและกลิ่นที่ตกค้างไปจนถึงคอร์สถัด ๆ ไปได้บ้างเล็กน้อย (14/20)
AMUSE-BOUCHE ถัดมาคือคอร์สที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาเขียวญี่ปุ่นโดยเชฟตามปรับรูปแบบมาใช้เป็น Onion Dashi อุ่น ๆ ที่ได้สีเขียวมาจากผักก้านตรง ข้างกันคือดอกขจรทอดกรอบเสิร์ฟมาให้รับประทานคู่กัน (14/20)
รูปที่ 3
AMUSE-BOUCHE ถัดมาคือคอร์สที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาเขียวญี่ปุ่นโดยเชฟตามปรับรูปแบบมาใช้เป็น Onion Dashi อุ่น ๆ ที่ได้สีเขียวมาจากผักก้านตรง ข้างกันคือดอกขจรทอดกรอบเสิร์ฟมาให้รับประทานคู่กัน (14/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูที่เปรียบได้กับหัวใจของอาหารไทยคือน้ำพริกเสิร์ฟมาในคอนเซปน้ำพริก 3 ภาค (17/20)
รูปที่ 4
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูที่เปรียบได้กับหัวใจของอาหารไทยคือน้ำพริกเสิร์ฟมาในคอนเซปน้ำพริก 3 ภาค (17/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura เริ่มต้นด้วยน้ำพริกมะเขือส้มจากภาคเหนือเสิร์ฟมาในถ้วยสีดำ ด้านล่างคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากมะเขือเทศต้นและมะเขือเทศเชอร์รี่ให้รสเผ็ดแซมด้วยความเปรี้ยวอุมามิ ด้านบนท็อปด้วยกากหมูช่วยเพิ่มความกรอบได้อย่างมีมิติ (17/20)
รูปที่ 5
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura เริ่มต้นด้วยน้ำพริกมะเขือส้มจากภาคเหนือเสิร์ฟมาในถ้วยสีดำ ด้านล่างคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากมะเขือเทศต้นและมะเขือเทศเชอร์รี่ให้รสเผ็ดแซมด้วยความเปรี้ยวอุมามิ ด้านบนท็อปด้วยกากหมูช่วยเพิ่มความกรอบได้อย่างมีมิติ (17/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura ต่อมาคือน้ำพริกหลนปลาส้มจากภาคกลางมีลักษณะเป็น Tartelette ขนาดจิ๋วเตรียมมาจากผงถ่าน ด้านในบรรจุมูสปลาส้มให้ความนุ่มละมุนละมุนตัดกันกับความกรอบของแตงกวาญี่ปุ่นและอโรมาเฉพาะตัวของขมิ้นขาว (17/20)
รูปที่ 6
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura ต่อมาคือน้ำพริกหลนปลาส้มจากภาคกลางมีลักษณะเป็น Tartelette ขนาดจิ๋วเตรียมมาจากผงถ่าน ด้านในบรรจุมูสปลาส้มให้ความนุ่มละมุนละมุนตัดกันกับความกรอบของแตงกวาญี่ปุ่นและอโรมาเฉพาะตัวของขมิ้นขาว (17/20)
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura สุดท้ายคือน้ำพริกเคยแห้งจากภาคใต้โดยเชฟนำกระจับเขาควายไปปั่นจนกลายเป็น Purée เนียนละเอียดเสริมเ้วยกลิ่นหอมของกะปิเคยชั้นดีแล้วเสิร์ฟมากับเบคอนเนื้อหมูและใบยี่หร่าทอดกรอบนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 7
HEART OF THAILAND: NAM PRIK North: Tamarillo Sorbet, Northen Tomato Relish, Pork Cracking Central: Lon Miso, Preserved Fish, Charcoal Tartlet South: Koo kwai Namprik, Kapi, Cumin aioli, Pork bacon, Cumin leaves tempura สุดท้ายคือน้ำพริกเคยแห้งจากภาคใต้โดยเชฟนำกระจับเขาควายไปปั่นจนกลายเป็น Purée เนียนละเอียดเสริมเ้วยกลิ่นหอมของกะปิเคยชั้นดีแล้วเสิร์ฟมากับเบคอนเนื้อหมูและใบยี่หร่าทอดกรอบนั่นเอง (17/20)
FIRST FISHTAKE Giant Trevally Fish, Shiitake Mushrooms, Mushroom Stock, Omm Herbs เชฟตามตั้งใจนำเสนอเนื้อปลาท้องถิ่นของประเทศไทยโดยรังสรรค์ออกมาเป็นคอร์สที่ชื่อว่า FishTake (อ่านว่า ฟิช-ทา-เกะ) โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือเนื้อปลากะมงที่ผ่านการบ่มจนได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบและรสชาติเข้มข้นแล้วท็อปด้านบนด้วย Shiitake หรือเห็ดหอมเคี้ยวหนึบสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ดี รอบ ๆ คือ Ponzu Sauce รสเปรี้ยวจับคู่กับซอสสีเข้มรูปหัวใจเตรียมมาจากน้ำมันงาขี้ม่อนให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว (15/20)
รูปที่ 8
FIRST FISHTAKE Giant Trevally Fish, Shiitake Mushrooms, Mushroom Stock, Omm Herbs เชฟตามตั้งใจนำเสนอเนื้อปลาท้องถิ่นของประเทศไทยโดยรังสรรค์ออกมาเป็นคอร์สที่ชื่อว่า FishTake (อ่านว่า ฟิช-ทา-เกะ) โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือเนื้อปลากะมงที่ผ่านการบ่มจนได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบและรสชาติเข้มข้นแล้วท็อปด้านบนด้วย Shiitake หรือเห็ดหอมเคี้ยวหนึบสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ดี รอบ ๆ คือ Ponzu Sauce รสเปรี้ยวจับคู่กับซอสสีเข้มรูปหัวใจเตรียมมาจากน้ำมันงาขี้ม่อนให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว (15/20)
SECOND CRAB CRAB CRAB! Soft shell crab warm crab salad, Crab roe, Crab Chawanmushi Bamboo, yellow curry, Nampoo ถัดมาคือคอร์สที่เชฟตามตั้งใจนำเสนอความหลากหลายของเนื้อปูในธรรมชาติเริ่มต้นจาก Chawanmushi หรือไข่ตุ๋นเนื้อปูม้าเสิร์ฟมาคู่กับสลัดปูม้าและน้ำพริกไข่ปูให้รสชาติหวานมันชวนหลงไหล ข้างกันคือปูนิ่มจากจังหวัดตรังที่เชฟนำไปแช่ในน้ำกะทินานถึง 1 คืนก่อนจะนำมาทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ความหอมของเนื้อปูผสานกันได้อย่างดีกับความหอมของน้ำกะทิ ด้านบนทาด้วยน้ำปู๋ (น้ำปู) จากภาคเหนือที่เตรียมขึ้นมาจากปูนา ยังมีองค์ประกอบของกระยาสารทและถั่วแมคาเดเมีย พนักงานแนะนำให้จิ้มปูนิ่มลงไปกับซอสที่เตรียมขึ้นมาจากแกงเหลืองหน่อไม้ดองให้รสชาติครบทั้งเผ็ด เปรี้ยว และเค็มกลมกล่อม (16/20)
รูปที่ 9
SECOND CRAB CRAB CRAB! Soft shell crab warm crab salad, Crab roe, Crab Chawanmushi Bamboo, yellow curry, Nampoo ถัดมาคือคอร์สที่เชฟตามตั้งใจนำเสนอความหลากหลายของเนื้อปูในธรรมชาติเริ่มต้นจาก Chawanmushi หรือไข่ตุ๋นเนื้อปูม้าเสิร์ฟมาคู่กับสลัดปูม้าและน้ำพริกไข่ปูให้รสชาติหวานมันชวนหลงไหล ข้างกันคือปูนิ่มจากจังหวัดตรังที่เชฟนำไปแช่ในน้ำกะทินานถึง 1 คืนก่อนจะนำมาทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ความหอมของเนื้อปูผสานกันได้อย่างดีกับความหอมของน้ำกะทิ ด้านบนทาด้วยน้ำปู๋ (น้ำปู) จากภาคเหนือที่เตรียมขึ้นมาจากปูนา ยังมีองค์ประกอบของกระยาสารทและถั่วแมคาเดเมีย พนักงานแนะนำให้จิ้มปูนิ่มลงไปกับซอสที่เตรียมขึ้นมาจากแกงเหลืองหน่อไม้ดองให้รสชาติครบทั้งเผ็ด เปรี้ยว และเค็มกลมกล่อม (16/20)
THIRD STREET CART Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche จานนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารริมทางอย่างตับปิ้งน้ำจิ้มแจ่วโดยนำเสนอออกมาในรูปแบบคล้ายคลึงกับ Liver Pâté แบบตะวันตก (16/20)
รูปที่ 10
THIRD STREET CART Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche จานนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารริมทางอย่างตับปิ้งน้ำจิ้มแจ่วโดยนำเสนอออกมาในรูปแบบคล้ายคลึงกับ Liver Pâté แบบตะวันตก (16/20)
THIRD STREET CART Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche องค์ประกอบแรกคือมูสตับไก่เนื้อเนียน ละมุนลิ้น ทั้งยังมีความครีมมี่และหนาแน่นที่พอเหมาะ รอบ ๆ คือแผ่นเจลที่เตรียมมาจากน้ำจิ้มแจ่วให้เนื้อสัมผัสที่หนึบขึ้นมาเล็กน้อย ด้านล่างได้ความกรอบจากข้าวคั่วและ ข้างกันคือแยมฝรั่งสีชมพูเทียบเคียงได้กับแยมเบอร์รี่ที่เรามักพบได้ในห้องอาหารฝรั่งเศส (16/20)
รูปที่ 11
THIRD STREET CART Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche องค์ประกอบแรกคือมูสตับไก่เนื้อเนียน ละมุนลิ้น ทั้งยังมีความครีมมี่และหนาแน่นที่พอเหมาะ รอบ ๆ คือแผ่นเจลที่เตรียมมาจากน้ำจิ้มแจ่วให้เนื้อสัมผัสที่หนึบขึ้นมาเล็กน้อย ด้านล่างได้ความกรอบจากข้าวคั่วและ ข้างกันคือแยมฝรั่งสีชมพูเทียบเคียงได้กับแยมเบอร์รี่ที่เรามักพบได้ในห้องอาหารฝรั่งเศส (16/20)
THIRD STREET CART Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche เชฟแนะนำให้ใช้มีดทามูสตับไก่และแยมลงบนขนมปัง Sourdough Brioche ที่เตรียมขึ้นมาจากข้าวเหนียวดำเป็นอันพร้อมรับประทาน (16/20)
รูปที่ 12
THIRD STREET CART Chicken Liver Mousse, Jaew Gel, Toasted Rice, “Santol Jam” served with ‘samerng’ Sticky Rice Brioche เชฟแนะนำให้ใช้มีดทามูสตับไก่และแยมลงบนขนมปัง Sourdough Brioche ที่เตรียมขึ้นมาจากข้าวเหนียวดำเป็นอันพร้อมรับประทาน (16/20)
FOURTH BLACK SQUID INK 'DONG DANG' NOODLES Black squid sauce with Lemongrass อีกหนึ่งคอร์สที่ดีที่สุดของวันนี้คือการผสมรวมกันของเมนูหมึกน้ำดำและเส้นด๊องแด๊งโดยเชฟนำเสนออกมาในรูปแบบของเส้นพาสต้าโฮมเมดทำมาจากแป้งข้าวหอมกระดังงามีลักษณะหนาคล้ายเกี้ยมอี๋ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบคลุกเคล้ากันกับน้ำหมึกดำ ด้านล่างรองด้วยตะไคร้ให้ความกรอบและอโรมาหอมเฉพาะตัว ด้านบนคือหนวดหมึกแห้งจากเลลันตาเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังให้รสชาติที่จัดจ้านจนเหงื่อตกอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 13
FOURTH BLACK SQUID INK 'DONG DANG' NOODLES Black squid sauce with Lemongrass อีกหนึ่งคอร์สที่ดีที่สุดของวันนี้คือการผสมรวมกันของเมนูหมึกน้ำดำและเส้นด๊องแด๊งโดยเชฟนำเสนออกมาในรูปแบบของเส้นพาสต้าโฮมเมดทำมาจากแป้งข้าวหอมกระดังงามีลักษณะหนาคล้ายเกี้ยมอี๋ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบคลุกเคล้ากันกับน้ำหมึกดำ ด้านล่างรองด้วยตะไคร้ให้ความกรอบและอโรมาหอมเฉพาะตัว ด้านบนคือหนวดหมึกแห้งจากเลลันตาเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังให้รสชาติที่จัดจ้านจนเหงื่อตกอีกด้วย (17/20)
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic ต้มยำกุ้งในคอร์สนี้ไม่ใช่เมนูที่เราคุ้นเคยกันแต่อย่างใดเพราะเชฟตามตั้งใจนำเสนอต้มยำกุ้งแม่น้ำเขมรสูตรโบราณโดยอาศัยการปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะดันและตะลิงปลิงแทนที่มะนาวอย่างไทย (17/20)
รูปที่ 14
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic ต้มยำกุ้งในคอร์สนี้ไม่ใช่เมนูที่เราคุ้นเคยกันแต่อย่างใดเพราะเชฟตามตั้งใจนำเสนอต้มยำกุ้งแม่น้ำเขมรสูตรโบราณโดยอาศัยการปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะดันและตะลิงปลิงแทนที่มะนาวอย่างไทย (17/20)
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic ในด้านรสชาติเค็มนั้นเชฟตามใช้น้ำมันที่เตรียมมาจากเคยแทนที่น้ำปลาหมักแบบบ้านเรา ผลที่ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนโปรตีนหลักนั้นแต่เดิมในแถบกัมพูชานิยมเลือกใช้ปลาน้ำจืดแต่เชฟตามเลือกใช้กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่กระด้างเสิร์ฟมาคู่กันกับลูกชิ้นกุ้ง ด้านบนท็อปด้วย Celtuce หรือผักกาดต้น, ขิง และตะลิงปลิงช่วยเพิ่มมิติทางความกรอบ เสริมด้วยความเค็มอีกเล็กน้อยจากใบชะคราม
รูปที่ 15
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic ในด้านรสชาติเค็มนั้นเชฟตามใช้น้ำมันที่เตรียมมาจากเคยแทนที่น้ำปลาหมักแบบบ้านเรา ผลที่ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนโปรตีนหลักนั้นแต่เดิมในแถบกัมพูชานิยมเลือกใช้ปลาน้ำจืดแต่เชฟตามเลือกใช้กุ้งแม่น้ำจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่กระด้างเสิร์ฟมาคู่กันกับลูกชิ้นกุ้ง ด้านบนท็อปด้วย Celtuce หรือผักกาดต้น, ขิง และตะลิงปลิงช่วยเพิ่มมิติทางความกรอบ เสริมด้วยความเค็มอีกเล็กน้อยจากใบชะคราม
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic ยังมีข้าวเวสสันตะระที่ปรุงขึ้นมาในสไตล์ Paella ท็อปด้วยมันกุ้งเข้มข้นและกระเทียมดอง เมล็ดข้าวผัดมาให้ความร่วนที่พอเหมาะเข้ากันดีกับความมันของมันกุ้ง อย่างไรก็ตามในแง่ของการนิยามนั้นเรารู้สึกว่าข้าวผัดจานนี้มีความใกล้เคียงกับข้าวผัดอย่างจีน (ที่ไม่มี Wok Hei) มากกว่า Paella เพราะทั้งจานไม่มีส่วนใดเลยที่สามารถพบเจอ Socarrat หรือความกรอบของข้าวได้เลยนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 16
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic ยังมีข้าวเวสสันตะระที่ปรุงขึ้นมาในสไตล์ Paella ท็อปด้วยมันกุ้งเข้มข้นและกระเทียมดอง เมล็ดข้าวผัดมาให้ความร่วนที่พอเหมาะเข้ากันดีกับความมันของมันกุ้ง อย่างไรก็ตามในแง่ของการนิยามนั้นเรารู้สึกว่าข้าวผัดจานนี้มีความใกล้เคียงกับข้าวผัดอย่างจีน (ที่ไม่มี Wok Hei) มากกว่า Paella เพราะทั้งจานไม่มีส่วนใดเลยที่สามารถพบเจอ Socarrat หรือความกรอบของข้าวได้เลยนั่นเอง (17/20)
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic สำหรับใครที่อยากปรุงรสสามารถเติมผงโรยข้าวเตรียมมาจากใบมะกรูดหรือน้ำปลาจากเคยลงไปก็ได้เช่นกัน (17/20)
รูปที่ 17
FIFTH CAMBODIAN RIVER PRAWN TOM YUM River Prawn, Tom yam Cambodia soup Rice cooked in prawn stock, prawn fat emulsion and pickled garlic สำหรับใครที่อยากปรุงรสสามารถเติมผงโรยข้าวเตรียมมาจากใบมะกรูดหรือน้ำปลาจากเคยลงไปก็ได้เช่นกัน (17/20)
SIXTH KHAO TOM HANG Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอเป็นข้าวต้มแห้งในรูปแบบของบ้านเทพาโดยปรับรูปแบบการนำเสนอจากหมูและเครื่องในหมูมาเป็นหอยชนิดต่าง ๆ (15/20)
รูปที่ 18
SIXTH KHAO TOM HANG Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอเป็นข้าวต้มแห้งในรูปแบบของบ้านเทพาโดยปรับรูปแบบการนำเสนอจากหมูและเครื่องในหมูมาเป็นหอยชนิดต่าง ๆ (15/20)
SIXTH KHAO TOM HANG Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth ในจานประกอบไปด้วยหอยเป๋าฮื้อจากจังหวัดตราดและหอยมะระ ด้านล่างรองด้วยข้าวต้มแห้งปรุงรสแบบต้นฉบับจับคู่กับซอสรสชาติเข้มข้นเตรียมมาจากตับหอยเป๋าฮื้อ (15/20)
รูปที่ 19
SIXTH KHAO TOM HANG Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth ในจานประกอบไปด้วยหอยเป๋าฮื้อจากจังหวัดตราดและหอยมะระ ด้านล่างรองด้วยข้าวต้มแห้งปรุงรสแบบต้นฉบับจับคู่กับซอสรสชาติเข้มข้นเตรียมมาจากตับหอยเป๋าฮื้อ (15/20)
SIXTH KHAO TOM HANG Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth ข้างกันคือซุปหมูและหอยอบแห้งรสชาติเข้มข้นอุมามิ (15/20)
รูปที่ 20
SIXTH KHAO TOM HANG Abalone, Clam, Rice, Liver sauce Miso, Clam broth ข้างกันคือซุปหมูและหอยอบแห้งรสชาติเข้มข้นอุมามิ (15/20)
SEVENTH TAWEE FARM PORK Pork Collar with pickled vegetables จานนี้เชฟเลือกใช้สันคอหมูจาก Tawee Farm ซึ่งเป็น Bionic Farm สำหรับหมูแห่งแรกในประเทศไทย ข้าวกันคือ Condiments รวมกัน 3 อย่างที่คนเลี้ยงหมูใช้เลี้ยงเป็นอาหารด้วยเริ่มจากด้านบนคือหัวฟลีเสิร์ฟมาในรูปแบบของสลัด ตรงกลางคือน้ำจิ้มแจ่วที่ได้รสชาติเปรี้ยวอันซับซ้อนจากลูกหม่อนแทนที่มะนาวแบบปกติ สุดท้ายคือถั่วพูช่วยเพิ่มความกรอบให้กับจาน (15/20)
รูปที่ 21
SEVENTH TAWEE FARM PORK Pork Collar with pickled vegetables จานนี้เชฟเลือกใช้สันคอหมูจาก Tawee Farm ซึ่งเป็น Bionic Farm สำหรับหมูแห่งแรกในประเทศไทย ข้าวกันคือ Condiments รวมกัน 3 อย่างที่คนเลี้ยงหมูใช้เลี้ยงเป็นอาหารด้วยเริ่มจากด้านบนคือหัวฟลีเสิร์ฟมาในรูปแบบของสลัด ตรงกลางคือน้ำจิ้มแจ่วที่ได้รสชาติเปรี้ยวอันซับซ้อนจากลูกหม่อนแทนที่มะนาวแบบปกติ สุดท้ายคือถั่วพูช่วยเพิ่มความกรอบให้กับจาน (15/20)
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) อาหารคาวจานสุดท้ายเชฟตั้งใจนำเสนอแกงกะหรี่แบบไทยมาคู่กับเนื้อแกะจาก Karim’s Farm อำเภอปากช่อง (15/20)
รูปที่ 22
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) อาหารคาวจานสุดท้ายเชฟตั้งใจนำเสนอแกงกะหรี่แบบไทยมาคู่กับเนื้อแกะจาก Karim’s Farm อำเภอปากช่อง (15/20)
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) นอกจากนี้ยังมีโรตีนุ่มหนึบเตรียมมาจากแป้งข้าวเจ้าพันธุ์เม็ดฝ้ายให้หยิบจิ้มลงในตัวแกง (15/20)
รูปที่ 23
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) นอกจากนี้ยังมีโรตีนุ่มหนึบเตรียมมาจากแป้งข้าวเจ้าพันธุ์เม็ดฝ้ายให้หยิบจิ้มลงในตัวแกง (15/20)
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) เชฟเลือกใช้ส่วน Saddle หรือส่วนสันนอกของแกะซึ่งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสอันนุ่ม ฉ่ำ มีชั้นไขมันที่หนาและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเสิร์ฟมาคู่กับ Collar หรือสันคอที่จะมีความเฟิร์มมากกว่าโดยเชฟได้นำไปฉีกต่อด้วยกงฟีในน้ำมันแล้วค่อยอบจนกรอบแล้วท็อปด้านบนด้วยถั่วกาหยี อย่างไรก็ตามต้องยอมรับตามจริงว่าถึงเชฟจะเตรียมเนื้อแกะออกมาได้อย่างดีที่สุดแล้วแต่เนื้อสัมผัสโดยธรรมชาติอาจยังเทียบเคียงกับเนื้อแกะจากฝั่งยุโรปไม่ได้ ข้างกันคือแกงกะหรี่อย่างไทยให้ความหอม มัน หวาน ครีมมี่ บาลานซ์กันได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
รูปที่ 24
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) เชฟเลือกใช้ส่วน Saddle หรือส่วนสันนอกของแกะซึ่งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสอันนุ่ม ฉ่ำ มีชั้นไขมันที่หนาและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวเสิร์ฟมาคู่กับ Collar หรือสันคอที่จะมีความเฟิร์มมากกว่าโดยเชฟได้นำไปฉีกต่อด้วยกงฟีในน้ำมันแล้วค่อยอบจนกรอบแล้วท็อปด้านบนด้วยถั่วกาหยี อย่างไรก็ตามต้องยอมรับตามจริงว่าถึงเชฟจะเตรียมเนื้อแกะออกมาได้อย่างดีที่สุดแล้วแต่เนื้อสัมผัสโดยธรรมชาติอาจยังเทียบเคียงกับเนื้อแกะจากฝั่งยุโรปไม่ได้ ข้างกันคือแกงกะหรี่อย่างไทยให้ความหอม มัน หวาน ครีมมี่ บาลานซ์กันได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) น้ำอาจาดรสชาติเปรี้ยว เผ็ด และฉุนสำหรับตัดรสกับความมันของแกงกะหรี่อย่างไทยนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 25
EIGHT LAMB CURRY Karim’s Farm Lamb with Garee Curry Roti and Ajard (pickled condiments) น้ำอาจาดรสชาติเปรี้ยว เผ็ด และฉุนสำหรับตัดรสกับความมันของแกงกะหรี่อย่างไทยนั่นเอง (15/20)
PRE DESSERT MELON CUCUMBER ล้างปากก่อนเข้าของหวานด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของแตงกวาญี่ปุ่นและเมลอน องค์ประกอบด้านนอกเตรียมมาจากแตงกวาญี่ปุ่นให้ความกรอบที่พอเหมาะ ภายในบรรจุแยมเมลอนและแลคโตเจลลี่เมลอนนุ่มหนึบ ตรงกลางคือกรานิต้าเตรียมมาจาก Tarragon ที่เชฟปลูกเองบริเวณสวน Tepa Garde หลังบ้าน ยังมีซอร์เบท์แตงกวาผสมกับแอปเปิ้ลเขียวช่วยเรียกความสดชื่นและแตงกวาฝานบางช่วยเพิ่มมิติความกรอบให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยความที่เชฟเลือกใช้เป็นแตงกวาญี่ปุ่นทำให้เมื่อหยิบชิมดูแล้วพบว่าไม่มีกลิ่นเขียวเฉพาะตัวของแตงกวาโดดขึ้นมาแม้แต่น้อย สุดยอดมาก ๆ (16/20)
รูปที่ 26
PRE DESSERT MELON CUCUMBER ล้างปากก่อนเข้าของหวานด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของแตงกวาญี่ปุ่นและเมลอน องค์ประกอบด้านนอกเตรียมมาจากแตงกวาญี่ปุ่นให้ความกรอบที่พอเหมาะ ภายในบรรจุแยมเมลอนและแลคโตเจลลี่เมลอนนุ่มหนึบ ตรงกลางคือกรานิต้าเตรียมมาจาก Tarragon ที่เชฟปลูกเองบริเวณสวน Tepa Garde หลังบ้าน ยังมีซอร์เบท์แตงกวาผสมกับแอปเปิ้ลเขียวช่วยเรียกความสดชื่นและแตงกวาฝานบางช่วยเพิ่มมิติความกรอบให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยความที่เชฟเลือกใช้เป็นแตงกวาญี่ปุ่นทำให้เมื่อหยิบชิมดูแล้วพบว่าไม่มีกลิ่นเขียวเฉพาะตัวของแตงกวาโดดขึ้นมาแม้แต่น้อย สุดยอดมาก ๆ (16/20)
NINTH JACK JACK JACK Thai Chocolate Miso Tart สำหรับอาหารหวานจานหลักคือทาร์ตกรอบ ๆ ภายในบรรจุช็อกโกแลตจากจังหวัดชุมพรแบรนด์ Kad Kokoa เราประทับใจมาก ๆ ที่เชฟบาลานซ์รสชาติด้วย Miso ทำให้รสเปรี้ยวแปร่ง ๆ ที่มักพบได้ในช็อกโกแลตชุมพรกลับไม่แสดงออกมาโดดเด่นจนเกินไป ตรงกลางเป็นช็อกโกแลตเหลวเข้มข้น เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมขนุนหอมมันเข้ากันได้เป็นอย่างดี (15/20)
รูปที่ 27
NINTH JACK JACK JACK Thai Chocolate Miso Tart สำหรับอาหารหวานจานหลักคือทาร์ตกรอบ ๆ ภายในบรรจุช็อกโกแลตจากจังหวัดชุมพรแบรนด์ Kad Kokoa เราประทับใจมาก ๆ ที่เชฟบาลานซ์รสชาติด้วย Miso ทำให้รสเปรี้ยวแปร่ง ๆ ที่มักพบได้ในช็อกโกแลตชุมพรกลับไม่แสดงออกมาโดดเด่นจนเกินไป ตรงกลางเป็นช็อกโกแลตเหลวเข้มข้น เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ด้านบนท็อปด้วยไอศกรีมขนุนหอมมันเข้ากันได้เป็นอย่างดี (15/20)
COCONUT PANDAN CAKE สำหรับใครที่มาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษทางร้านจะมอบเค้กมะพร้าวใบเตยให้อีก 1 จานอีกด้วย
รูปที่ 28
COCONUT PANDAN CAKE สำหรับใครที่มาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษทางร้านจะมอบเค้กมะพร้าวใบเตยให้อีก 1 จานอีกด้วย
MIGNARDISES ปิดท้ายด้วยของฝากกลับบ้านเริ่มจากขนมชั้นฝังซ้ายมือเตรียมมาจากข้าวโพดและกะทิ ถัดมาที่มีหน้าตาคล้าย Madeleine เตรียมมาจากข้าวเหนียวดำเคี้ยวหนึบ ช็อกโกแลตชมพู่ตรงกลางให้เนื้อสัมผัสคล้ายแยมรสเปรี้ยว ปิดท้ายด้วยเยลลี่เสาวรสพริกเกลือนั่นเอง
รูปที่ 29
MIGNARDISES ปิดท้ายด้วยของฝากกลับบ้านเริ่มจากขนมชั้นฝังซ้ายมือเตรียมมาจากข้าวโพดและกะทิ ถัดมาที่มีหน้าตาคล้าย Madeleine เตรียมมาจากข้าวเหนียวดำเคี้ยวหนึบ ช็อกโกแลตชมพู่ตรงกลางให้เนื้อสัมผัสคล้ายแยมรสเปรี้ยว ปิดท้ายด้วยเยลลี่เสาวรสพริกเกลือนั่นเอง
💰 ราคา 16,360 บาท (3 คน)
รูปที่ 30
💰 ราคา 16,360 บาท (3 คน)
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับผลงานของเชฟหญิงรุ่นใหม่มากความสามารถผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากรายการ Top Chef Thailand อย่างเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ณ ห้องอาหารบ้านเทพาซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 1 MICHELIN Star เพียงหนึ่งเดียวในย่านรามคำแหงเมื่อเดือนก่อนนี้นั่นเอง
รูปที่ 31
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับผลงานของเชฟหญิงรุ่นใหม่มากความสามารถผู้คว้ารางวัลชนะเลิศจากรายการ Top Chef Thailand อย่างเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ณ ห้องอาหารบ้านเทพาซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 1 MICHELIN Star เพียงหนึ่งเดียวในย่านรามคำแหงเมื่อเดือนก่อนนี้นั่นเอง
🎗 [THE FOOD] เชฟตามได้หยิบยกเมนูพื้นบ้านที่หารับประทานได้ยากมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคอันซับซ้อนที่เธอเรียนรู้มาประกอบกันไปกับเครื่องครัวชั้นสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูอาหารที่มีความร่วมสมัย, แปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร ด้วยคอนเซปความยั่งยืนทำให้วัตถุดิบส่วนมากล้วนได้มาจากเกษตรกร, ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ยังมีผักและสมุนไพรที่ปลูกกันแบบออร์แกนิคที่ Tepa Garden หลังบ้านตามคอนเซป Farm to Table ที่เธอได้รับอิทธิพลมาจากห้องอาหาร Blue Hill at Stone Barns ณ ชานนคร New York
รูปที่ 32
🎗 [THE FOOD] เชฟตามได้หยิบยกเมนูพื้นบ้านที่หารับประทานได้ยากมาตีความในรูปแบบของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคอันซับซ้อนที่เธอเรียนรู้มาประกอบกันไปกับเครื่องครัวชั้นสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูอาหารที่มีความร่วมสมัย, แปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร ด้วยคอนเซปความยั่งยืนทำให้วัตถุดิบส่วนมากล้วนได้มาจากเกษตรกร, ชาวประมง และผู้ผลิตรายย่อยตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ยังมีผักและสมุนไพรที่ปลูกกันแบบออร์แกนิคที่ Tepa Garden หลังบ้านตามคอนเซป Farm to Table ที่เธอได้รับอิทธิพลมาจากห้องอาหาร Blue Hill at Stone Barns ณ ชานนคร New York
ลูกค้าจำเป็นต้องจองล่วงหน้าเข้ามาทางเวปไซต์พร้อมกับระบุชนิดของ Tasting Menu ระหว่าง Introduction 6 Courses (3,900++) และ Full Experience 9 Courses (4,500++) โดยเมื่อพิจารณาจากราคาแล้วเซ็ตหลังดูจะคุ้มค่ากว่ามาก
รูปที่ 33
ลูกค้าจำเป็นต้องจองล่วงหน้าเข้ามาทางเวปไซต์พร้อมกับระบุชนิดของ Tasting Menu ระหว่าง Introduction 6 Courses (3,900++) และ Full Experience 9 Courses (4,500++) โดยเมื่อพิจารณาจากราคาแล้วเซ็ตหลังดูจะคุ้มค่ากว่ามาก
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งได้อย่างมีสไตล์
รูปที่ 34
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งได้อย่างมีสไตล์
ข้างกันคือเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สำหรับตกแต่งจานอาหารก่อนนำเสิร์ฟ
รูปที่ 35
ข้างกันคือเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สำหรับตกแต่งจานอาหารก่อนนำเสิร์ฟ
ภายในตกแต่งในแบบที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป
รูปที่ 36
ภายในตกแต่งในแบบที่ไม่เป็นทางการจนเกินไป
มุมฝั่งหนึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 37
มุมฝั่งหนึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม
บริเวณชั้นสองเป็นห้องนอนและห้องพระเดิม
รูปที่ 38
บริเวณชั้นสองเป็นห้องนอนและห้องพระเดิม
สุดท้ายคือ The Garden Wing มีลักษณะเป็นห้องส่วนตัวขนาดใหญ่
รูปที่ 39
สุดท้ายคือ The Garden Wing มีลักษณะเป็นห้องส่วนตัวขนาดใหญ่
ภายในเชื่อมต่อกับห้องรับรองทรง 8 เหลี่ยมสำหรับต้อนรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
รูปที่ 40
ภายในเชื่อมต่อกับห้องรับรองทรง 8 เหลี่ยมสำหรับต้อนรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
บรรดาคอไวน์สามารถปรึกษา Sommelier ประจำร้านซึ่งเป็นชาว Napoli ทำให้รายการ Wine List ล้วนเต็มไปด้วยไวน์อิตาลี (และฝรั่งเศส) คุณภาพดีจำนวนมากนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล
รูปที่ 41
บรรดาคอไวน์สามารถปรึกษา Sommelier ประจำร้านซึ่งเป็นชาว Napoli ทำให้รายการ Wine List ล้วนเต็มไปด้วยไวน์อิตาลี (และฝรั่งเศส) คุณภาพดีจำนวนมากนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล
🎗 [THE CHEF] เชฟชุดารี เทพาคำ หรือเชฟตา ม เป็นลูกสาวคนกลางของคุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ โดยตัวเธอนั้นจบการศึกษาด้านโภชนศาสตร์จาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับเชฟ Mirco Keller ที่ห้องอาหาร Water Library (Chamchuri Square) อยู่พักหนึ่ง ต่อมาเธอตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร International Culinary Center ประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งยังได้ร่วมงานกับเชฟ Dan Barber ที่ห้องอาหารระดับโลกอย่าง Blue Hill at Stone Barns (2 MICHELIN Stars) นานกว่า 3 ปีและไต่ระดับขึ้นไปถึงตำแหน่ง Sous Chef หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟตามจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 และคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จนั่นเอง ในส่วนของห้องอาหารบ้านเทพานั้นเปิดทำการเป็นครั้งแรกในช่วงราว ๆ ปี 2020 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างมากจากนักชิมและสื่อหลากหลายสำนักจนคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงฉบับปี 2023 ล่าสุด
รูปที่ 42
🎗 [THE CHEF] เชฟชุดารี เทพาคำ หรือเชฟตา ม เป็นลูกสาวคนกลางของคุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ โดยตัวเธอนั้นจบการศึกษาด้านโภชนศาสตร์จาก University of Nottingham ประเทศอังกฤษก่อนจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับเชฟ Mirco Keller ที่ห้องอาหาร Water Library (Chamchuri Square) อยู่พักหนึ่ง ต่อมาเธอตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหาร International Culinary Center ประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งยังได้ร่วมงานกับเชฟ Dan Barber ที่ห้องอาหารระดับโลกอย่าง Blue Hill at Stone Barns (2 MICHELIN Stars) นานกว่า 3 ปีและไต่ระดับขึ้นไปถึงตำแหน่ง Sous Chef หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟตามจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Top Chef Thailand Season 1 และคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จนั่นเอง ในส่วนของห้องอาหารบ้านเทพานั้นเปิดทำการเป็นครั้งแรกในช่วงราว ๆ ปี 2020 ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างมากจากนักชิมและสื่อหลากหลายสำนักจนคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงฉบับปี 2023 ล่าสุด
เบื้องหลังคือประตูที่เปิดให้เห็นห้องครัวขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ระดับสูงครบครัน
รูปที่ 43
เบื้องหลังคือประตูที่เปิดให้เห็นห้องครัวขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ระดับสูงครบครัน
ส่วนใครที่เดินอ้อมไปบริเวณหลังบ้านจะพบกับอีกหนึ่งหัวใจสำคัญนั่นก็คือ Tepa Garden สวนผักตามฤดูกาลและสมุนไพรออร์แกนิคที่เชฟตามปลูกขึ้นเองโดยไม่อาศัยสารเคมีอันตรายหรือสารเร่งโต
รูปที่ 44
ส่วนใครที่เดินอ้อมไปบริเวณหลังบ้านจะพบกับอีกหนึ่งหัวใจสำคัญนั่นก็คือ Tepa Garden สวนผักตามฤดูกาลและสมุนไพรออร์แกนิคที่เชฟตามปลูกขึ้นเองโดยไม่อาศัยสารเคมีอันตรายหรือสารเร่งโต
พืนที่ Tepa Garden and Cafe พื้นที่สีเขียวที่เชฟตามตั้งใจใช้ต้อนรับลูกค้าที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาหาความสงบเงียบในช่วงกลางวัน
รูปที่ 45
พืนที่ Tepa Garden and Cafe พื้นที่สีเขียวที่เชฟตามตั้งใจใช้ต้อนรับลูกค้าที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาหาความสงบเงียบในช่วงกลางวัน
เบื้องหลังแสดงถึงบ้านอีกหนึ่งหลังที่คุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ หรือคุณพ่อและคุณแม่ของเชฟตามปลูกขึ้นเพื่อใช้เป็นเรือนหอก่อนจะได้รับการปรับปรุงให้กลายมาเป็นสำนักงานในปัจจุบันนั่นเอง
รูปที่ 46
เบื้องหลังแสดงถึงบ้านอีกหนึ่งหลังที่คุณโรจน์ฤทธิ์ และ ม.ร.ว.อรอนงค์ เทพาคำ หรือคุณพ่อและคุณแม่ของเชฟตามปลูกขึ้นเพื่อใช้เป็นเรือนหอก่อนจะได้รับการปรับปรุงให้กลายมาเป็นสำนักงานในปัจจุบันนั่นเอง
🎗 [WHY GO] เชฟตามสามารถหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคชั้นสูงและอุปกรณ์ครัวชั้นยอดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากนักชิมทุกกลุ่ม ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพทำให้ราคาอาหารระดับนี้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พนักงานในร้านให้บริการได้อย่างมืออาชีพ รายการไวน์ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี หากจะให้กล่าวโดยสรุปห้องอาหารบ้านเทพาถือว่าควรค่าเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางมาแวะชิมด้วยประการทั้งปวง
รูปที่ 47
🎗 [WHY GO] เชฟตามสามารถหยิบยกเมนูอาหารไทยพื้นบ้านนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยเทคนิคชั้นสูงและอุปกรณ์ครัวชั้นยอดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายจากนักชิมทุกกลุ่ม ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพทำให้ราคาอาหารระดับนี้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พนักงานในร้านให้บริการได้อย่างมืออาชีพ รายการไวน์ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี หากจะให้กล่าวโดยสรุปห้องอาหารบ้านเทพาถือว่าควรค่าเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางมาแวะชิมด้วยประการทั้งปวง
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 48
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
ตัวอาคารหลักเป็นบ้านสองชั้นที่เคยถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของ พล.ท. นพ. อัศวิน และ ท่านผู้หญิงสุวรี เทพาคำ หรือคุณปู่และคุณย่าของเชฟตามนั่นเอง
รูปที่ 49
ตัวอาคารหลักเป็นบ้านสองชั้นที่เคยถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของ พล.ท. นพ. อัศวิน และ ท่านผู้หญิงสุวรี เทพาคำ หรือคุณปู่และคุณย่าของเชฟตามนั่นเอง
Baan Tepa Culinary Space ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหงในย่านหัวหมากแต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เมื่อขับรถผ่านประตูเข้ามาจะพบกับความเงียบสงบแตกต่างออกไปจากบริเวณโดยรอบ
รูปที่ 50
Baan Tepa Culinary Space ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหงในย่านหัวหมากแต่ด้วยขนาดของพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้เมื่อขับรถผ่านประตูเข้ามาจะพบกับความเงียบสงบแตกต่างออกไปจากบริเวณโดยรอบ

แกลเลอรี