GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Aubergine Garden
Others

ThailandAubergine Garden · โอเบอร์จีน การ์เด้น

Classic French · อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค — 1/1 ซอยศาลาแดง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

🎗 Aubergine Garden เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชื่อดังที่ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง 1/1 มองจากภายนอกเป็นบ้านสองชั้นสไตล์โคโลเนียลสีขาวอายุเกือบ 100 ปีที่เคยถูกใช้งานเป็นสถานฑูตออสเตรเลีย รัสเซีย และอเมริกา บริเวณโดยรอบมีที่จอดรถกว้างขวางซึ่งหาได้ยากมากสำหรับห้องอาหารในย่านสีลม ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายสังเกตได้จากผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกันกับสีน้ำตาลเข้มของเฟอร์นิเจอร์ไม้ บนผนังมีภาพวาดสีน้ำของประเทศฝรั่งเศสแขวนประดับเอาไว้ ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณหน้าเคาเตอร์บาร์หรือโต๊ะหน้าห้องเก็บไวน์ ส่วนลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มทางร้านก็มีห้อง VIP สำหรับให้บริการที่ชั้นสองอีกด้วย

🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟเชฟสุมิตร เจตมาศ แม้จะเป็นคนไทยแต่การันตีด้วยประสบการณ์การทำอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนนานกว่า 40 ปี สังเกตได้จากลิสท์เมนูกว่า 80% เป็นอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคแซมด้วยรายการอาหารอิตาเลียนและเมดิเตอเรเนียนทั้ง Pasta และ Main Course หลายอย่างเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้นก่อนจะปิดท้ายด้วยชีสและของหวาน จานที่เด็ดจนเราขอปักหมุดให้เพื่อนๆลองแวะมาชิมกันก็คือ

✨ Escargot (6pcs) (490++)

Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูคลาสสิคอย่างเอสคาโกท์หรือ “หอยทาก” นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรง เชฟนำไปอบทั้งเปลือกกับซอสเนย-กระเทียมสุดคลาสสิคอย่าง Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่ตัวซอสกลับมีต้นกำเนิดมาจากร้านคาเฟ่ชื่อเดียวกันในรุงเจนีวาช่วงปี 1930 ก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ที่ร้าน Aubergine เชฟปรับสูตรโดยการเพิ่มแองโชวี่ลงไปเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น

✨ Pan Fried Foie Gras (790++)

French foie gras served with caramelized peaches, raspberry and port wine sauce

สำหรับ “ฟัวกราส์” เชฟคัดเลือกตับห่านคุณภาพนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรงนำไปแพนเซียจนผิวด้านนอกเต่งตึงแต่ด้านในหอม มัน ครีมมี่ จับคู่กับซอสราสเบอร์รี่และพอร์ทไวน์รีดัคชั่นสุดคลาสสิค ข้างกันคือบัลซามิครีดัคชั่น ยังมีลูกพีชที่ผ่านความร้อนจนเกิดการคาราเมลไลซ์มาอย่างพอเหมาะพอดีให้ทานสลับกัน

✨ Beef Cheek Bourguignon (790++)

Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato

สำหรับอาหารจานหลักเราขอแนะนำให้สั่ง “บูร์กอญ” หรือสตูว์เนื้อวัวตุ๋นไวน์แดงที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเบอร์กันดี เชฟเริ่มจากการคัดเนื้อส่วนส่วนแก้มวัวมาแต่งขอบ จากนั้นหมักข้ามคืนด้วยไวน์แดง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะนำไปจี่บนกระทะจนขึ้นสี นำไปตุ๋นต่อในไวน์แดงเดิมแล้วใส่หอมแดง แครอท หอมใหญ่ เบลีฟลงไปอีกอย่างน้อย 6 เพื่อให้เนื้อมีความฉ่ำนุ่มและดูดน้ำซอสเข้าไปแทรกในใยกล้ามเนื้อ จะเห็นได้ว่าเป็นจานที่ใช้เวลาในการเตรียมสูงมาก ตอนทานให้ใช้มีดตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เติมแมชโพเทโท่สักนิด ปิดด้วยการจิ้มซอสไวน์แดงก่อนนำเข้าปาก เนื้อแก้มนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ น้ำซอสไวน์แดงหอม มีความเข้มข้นกำลังดี บอกเลยว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำของร้านจริงๆ

🎗 รสชาติอาหารโดยรวมออกมาในแบบที่ควรจะเป็นทุกจาน Aubergine Garden ตอบโจทย์ลูกค้าที่เฟ้นหาสถานที่พบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยสามารถหลบหนีจากความวุ่นวายในย่านสีลมรวมไปถึงเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคคุณภาพซึ่งหาได้ไม่มากนักในเมืองไทย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 20 รูป

🇹🇭 Aubergine Garden - โอเบอร์จีน การ์เด้น 🍴 Classic French - อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค
รูปที่ 1
🇹🇭 Aubergine Garden - โอเบอร์จีน การ์เด้น 🍴 Classic French - อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค
รีวิววันนี้แอดได้รับเชิญจาก Aubergine Garden ห้องอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ในย่านสีลมให้มาเก็บภาพและนำเสนอเมนูอาหารที่น่าสนใจ
รูปที่ 2
รีวิววันนี้แอดได้รับเชิญจาก Aubergine Garden ห้องอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ในย่านสีลมให้มาเก็บภาพและนำเสนอเมนูอาหารที่น่าสนใจ
Deep Fried Frog Legs (490++) Fried frog legs sautéed with garlic butter, lemon wedge and sun-dried tomato ถัดมาคือเมนู “ขากบทอด” ที่ทางร้านคัดมาเฉพาะไซซ์ใหญ่ยักษ์เท่านั้น นำไปลงทอด แล้วจึงมาผัดกับซอส Café de Paris พร้อมเติมไวน์ขาวลงไปอีกทีหนึ่ง ปกติแล้วขากบเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มักทำออกมาสุกจนเกินไปด้วยขนาดที่เล็กกว่าน่องไก่ แต่ที่ Aubergine Garden กลับทำออกมาได้ดีคือมีความฉ่ำนุ่มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อกบ ซอสเนยกระเทียมหอมเด่นชัด เราแนะนำมากๆให้บีบเลมอนทั่วๆจานก่อนทานเพื่อช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติให้กลมกล่อม
รูปที่ 3
Deep Fried Frog Legs (490++) Fried frog legs sautéed with garlic butter, lemon wedge and sun-dried tomato ถัดมาคือเมนู “ขากบทอด” ที่ทางร้านคัดมาเฉพาะไซซ์ใหญ่ยักษ์เท่านั้น นำไปลงทอด แล้วจึงมาผัดกับซอส Café de Paris พร้อมเติมไวน์ขาวลงไปอีกทีหนึ่ง ปกติแล้วขากบเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มักทำออกมาสุกจนเกินไปด้วยขนาดที่เล็กกว่าน่องไก่ แต่ที่ Aubergine Garden กลับทำออกมาได้ดีคือมีความฉ่ำนุ่มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อกบ ซอสเนยกระเทียมหอมเด่นชัด เราแนะนำมากๆให้บีบเลมอนทั่วๆจานก่อนทานเพื่อช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติให้กลมกล่อม
Escargot (6pcs) (490++) Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูคลาสสิคอย่างเอสคาโกท์หรือ “หอยทาก” นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรง เชฟนำไปอบทั้งเปลือกกับซอสเนย-กระเทียมสุดคลาสสิคอย่าง Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่ตัวซอสกลับมีต้นกำเนิดมาจากร้านคาเฟ่ชื่อเดียวกันในรุงเจนีวาช่วงปี 1930 ก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ที่ร้าน Aubergine เชฟปรับสูตรโดยการเพิ่มแองโชวี่ลงไปเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 4
Escargot (6pcs) (490++) Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูคลาสสิคอย่างเอสคาโกท์หรือ “หอยทาก” นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรง เชฟนำไปอบทั้งเปลือกกับซอสเนย-กระเทียมสุดคลาสสิคอย่าง Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่ตัวซอสกลับมีต้นกำเนิดมาจากร้านคาเฟ่ชื่อเดียวกันในรุงเจนีวาช่วงปี 1930 ก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ที่ร้าน Aubergine เชฟปรับสูตรโดยการเพิ่มแองโชวี่ลงไปเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น
Escargot (6pcs) (490++) Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce ให้ใช้ Pince À Escargot ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษในการยึดตัวหอยเอาไว้ จากนั้นใช้ Fourchette À Escargot ดึงเนื้อหอยทากออกมาจากเปลือก คลุกกับซอสให้ทั่วๆก่อนทาน เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ มีความ Earthy เบาๆ เสริมกันกับกลิ่นหอมของซอสเนย-กระเทียมหอมๆ คลาสสิค ไม่ซับซ้อน แต่รสชาติออกมาในแบบที่ควรจะเป็น
รูปที่ 5
Escargot (6pcs) (490++) Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce ให้ใช้ Pince À Escargot ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษในการยึดตัวหอยเอาไว้ จากนั้นใช้ Fourchette À Escargot ดึงเนื้อหอยทากออกมาจากเปลือก คลุกกับซอสให้ทั่วๆก่อนทาน เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ มีความ Earthy เบาๆ เสริมกันกับกลิ่นหอมของซอสเนย-กระเทียมหอมๆ คลาสสิค ไม่ซับซ้อน แต่รสชาติออกมาในแบบที่ควรจะเป็น
Truffle Cappuccino Soup (490++) Black truffle soup topped with milk foam and truffle essence คั่นกลางด้วยซุปทรัฟเฟิลจากประเทศอิตาลีเสิร์ฟมาในแก้วเพื่อให้ยกดื่มได้ง่าย เนื้อสัมผัสนุ่ม หอม ด้านบนทอปด้วยโฟมนมสุดครีมมี่ เชฟเสิร์ฟมาร้อนๆ ตัดความมันจากรสของเนยและของทอดจานอื่นๆได้อย่างดี
รูปที่ 6
Truffle Cappuccino Soup (490++) Black truffle soup topped with milk foam and truffle essence คั่นกลางด้วยซุปทรัฟเฟิลจากประเทศอิตาลีเสิร์ฟมาในแก้วเพื่อให้ยกดื่มได้ง่าย เนื้อสัมผัสนุ่ม หอม ด้านบนทอปด้วยโฟมนมสุดครีมมี่ เชฟเสิร์ฟมาร้อนๆ ตัดความมันจากรสของเนยและของทอดจานอื่นๆได้อย่างดี
Pan Fried Foie Gras (790++) French foie gras served with caramelized peaches, raspberry and port wine sauce สำหรับ “ฟัวกราส์” เชฟคัดเลือกตับห่านคุณภาพนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรงนำไปแพนเซียจนผิวด้านนอกเต่งตึงแต่ด้านในหอม มัน ครีมมี่ จับคู่กับซอสราสเบอร์รี่และพอร์ทไวน์รีดัคชั่นสุดคลาสสิค ข้างกันคือบัลซามิครีดัคชั่น ยังมีลูกพีชที่ผ่านความร้อนจนเกิดการคาราเมลไลซ์มาอย่างพอเหมาะพอดีให้ทานสลับกัน
รูปที่ 7
Pan Fried Foie Gras (790++) French foie gras served with caramelized peaches, raspberry and port wine sauce สำหรับ “ฟัวกราส์” เชฟคัดเลือกตับห่านคุณภาพนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรงนำไปแพนเซียจนผิวด้านนอกเต่งตึงแต่ด้านในหอม มัน ครีมมี่ จับคู่กับซอสราสเบอร์รี่และพอร์ทไวน์รีดัคชั่นสุดคลาสสิค ข้างกันคือบัลซามิครีดัคชั่น ยังมีลูกพีชที่ผ่านความร้อนจนเกิดการคาราเมลไลซ์มาอย่างพอเหมาะพอดีให้ทานสลับกัน
Beef Cheek Bourguignon (790++) Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato มาถึงอาหารจานหลักเราขอแนะนำให้สั่ง “บูร์กอญ” หรือสตูว์เนื้อวัวตุ๋นไวน์แดงที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเบอร์กันดี เชฟเริ่มจากการคัดเนื้อส่วนส่วนแก้มวัวมาแต่งขอบ จากนั้นหมักข้ามคืนด้วยไวน์แดง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะนำไปจี่บนกระทะจนขึ้นสี นำไปตุ๋นต่อในไวน์แดงเดิมแล้วใส่หอมแดง แครอท หอมใหญ่ เบลีฟลงไปอีกอย่างน้อย 6 เพื่อให้เนื้อมีความฉ่ำนุ่มและดูดน้ำซอสเข้าไปแทรกในใยกล้ามเนื้อ จัดว่าเป็นจานที่ใช้เวลาในการเตรียมสูงมากที่สุดจานหนึ่งในร้านเลยก็ว่าได้
รูปที่ 8
Beef Cheek Bourguignon (790++) Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato มาถึงอาหารจานหลักเราขอแนะนำให้สั่ง “บูร์กอญ” หรือสตูว์เนื้อวัวตุ๋นไวน์แดงที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเบอร์กันดี เชฟเริ่มจากการคัดเนื้อส่วนส่วนแก้มวัวมาแต่งขอบ จากนั้นหมักข้ามคืนด้วยไวน์แดง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะนำไปจี่บนกระทะจนขึ้นสี นำไปตุ๋นต่อในไวน์แดงเดิมแล้วใส่หอมแดง แครอท หอมใหญ่ เบลีฟลงไปอีกอย่างน้อย 6 เพื่อให้เนื้อมีความฉ่ำนุ่มและดูดน้ำซอสเข้าไปแทรกในใยกล้ามเนื้อ จัดว่าเป็นจานที่ใช้เวลาในการเตรียมสูงมากที่สุดจานหนึ่งในร้านเลยก็ว่าได้
Beef Cheek Bourguignon (790++) Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato อย่าลืมใช้มีดตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เติมแมชโพเทโท่สักนิด ปิดด้วยการจิ้มซอสไวน์แดงก่อนนำเข้าปาก เนื้อแก้มนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ น้ำซอสไวน์แดงหอม มีความเข้มข้นกำลังดี บอกเลยว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำของร้านจริงๆ
รูปที่ 9
Beef Cheek Bourguignon (790++) Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato อย่าลืมใช้มีดตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เติมแมชโพเทโท่สักนิด ปิดด้วยการจิ้มซอสไวน์แดงก่อนนำเข้าปาก เนื้อแก้มนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ น้ำซอสไวน์แดงหอม มีความเข้มข้นกำลังดี บอกเลยว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำของร้านจริงๆ
Bread And Butter (Complimentary) ระหว่างรออาหารพนักงานจะนำเสิร์ฟเซ็ตขนมปังและเนยโดยลูกค้าสามารถขอเพิ่มได้เรื่อยๆตลอดมื้ออาหาร
รูปที่ 10
Bread And Butter (Complimentary) ระหว่างรออาหารพนักงานจะนำเสิร์ฟเซ็ตขนมปังและเนยโดยลูกค้าสามารถขอเพิ่มได้เรื่อยๆตลอดมื้ออาหาร
Warm Chocolate Fondant (390++) Chocolate cake lava served with vanilla ice cream and raspberry sauce สำหรับของหวานขอเริ่มต้นที่เมนูคลาสสิคอย่าง “ช็อกโกแลตฟองดองท์” เสิร์ฟมาอุ่นๆ ใช้ช้อนตัดเบาๆจะมีช็อกโกแลตลาวาไหลเยิ้มออกมาจากภายใน ทานสลับกับไอศกรีมวานิลลาเย็นๆเข้ากันดีเป็นที่สุด
รูปที่ 11
Warm Chocolate Fondant (390++) Chocolate cake lava served with vanilla ice cream and raspberry sauce สำหรับของหวานขอเริ่มต้นที่เมนูคลาสสิคอย่าง “ช็อกโกแลตฟองดองท์” เสิร์ฟมาอุ่นๆ ใช้ช้อนตัดเบาๆจะมีช็อกโกแลตลาวาไหลเยิ้มออกมาจากภายใน ทานสลับกับไอศกรีมวานิลลาเย็นๆเข้ากันดีเป็นที่สุด
Poached Peaches (240++) With with whipped cream, truffle ice cream and raspberry sauce จานนี้เชฟนำ “ลูกพีช” หั่นเป็นชิ้นบางๆ นำไปโพชจนนุ่ม ด้านล่างรองด้วยวิปปิ้งครีม ด้านบนทอปด้วยทรัฟเฟิลไอศกรีมและซอสราสเบอร์รี่ ตักทุกองค์ประกอบทานพร้อมกันจะได้เนื้อสัมผัสความนุ่มของลูกพีช กลิ่นอโรม่าจากไอศกรีมทรัฟเฟิล ความหอมมันของวิปปิ้งครีม โดยมีรสเปรี้ยวเบาๆจากซอสราสเบอร์รี่เพื่อบาลานซ์รสชาติโดยรวมให้ลงตัวพอดี
รูปที่ 12
Poached Peaches (240++) With with whipped cream, truffle ice cream and raspberry sauce จานนี้เชฟนำ “ลูกพีช” หั่นเป็นชิ้นบางๆ นำไปโพชจนนุ่ม ด้านล่างรองด้วยวิปปิ้งครีม ด้านบนทอปด้วยทรัฟเฟิลไอศกรีมและซอสราสเบอร์รี่ ตักทุกองค์ประกอบทานพร้อมกันจะได้เนื้อสัมผัสความนุ่มของลูกพีช กลิ่นอโรม่าจากไอศกรีมทรัฟเฟิล ความหอมมันของวิปปิ้งครีม โดยมีรสเปรี้ยวเบาๆจากซอสราสเบอร์รี่เพื่อบาลานซ์รสชาติโดยรวมให้ลงตัวพอดี
อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟเชฟสุมิตร เจตมาศ แม้จะเป็นคนไทยแต่การันตีด้วยประสบการณ์การทำอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนนานกว่า 40 ปี สังเกตได้จากลิสท์เมนูกว่า 80% เป็นอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคแซมด้วยรายการอาหารอิตาเลียนและเมดิเตอเรเนียนทั้ง Pasta และ Main Course หลายอย่างเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้นก่อนจะปิดท้ายด้วยชีสและของหวาน
รูปที่ 13
อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟเชฟสุมิตร เจตมาศ แม้จะเป็นคนไทยแต่การันตีด้วยประสบการณ์การทำอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนนานกว่า 40 ปี สังเกตได้จากลิสท์เมนูกว่า 80% เป็นอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคแซมด้วยรายการอาหารอิตาเลียนและเมดิเตอเรเนียนทั้ง Pasta และ Main Course หลายอย่างเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้นก่อนจะปิดท้ายด้วยชีสและของหวาน
ทางร้านเลือกใช้ชาจาก TWG
รูปที่ 14
ทางร้านเลือกใช้ชาจาก TWG
รสชาติอาหารโดยรวมออกมาในแบบที่ควรจะเป็นทุกจาน Aubergine Garden ตอบโจทย์ลูกค้าที่เฟ้นหาสถานที่พบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยสามารถหลบหนีจากความวุ่นวายในย่านสีลมรวมไปถึงเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคคุณภาพซึ่งหาได้ไม่มากนักในเมืองไทย
รูปที่ 15
รสชาติอาหารโดยรวมออกมาในแบบที่ควรจะเป็นทุกจาน Aubergine Garden ตอบโจทย์ลูกค้าที่เฟ้นหาสถานที่พบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยสามารถหลบหนีจากความวุ่นวายในย่านสีลมรวมไปถึงเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคคุณภาพซึ่งหาได้ไม่มากนักในเมืองไทย
บนผนังมีภาพวาดสีน้ำของประเทศฝรั่งเศสแขวนประดับเอาไว้
รูปที่ 16
บนผนังมีภาพวาดสีน้ำของประเทศฝรั่งเศสแขวนประดับเอาไว้
ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายสังเกตได้จากผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกันกับสีน้ำตาลเข้มของเฟอร์นิเจอร์ไม้
รูปที่ 17
ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายสังเกตได้จากผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกันกับสีน้ำตาลเข้มของเฟอร์นิเจอร์ไม้
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณหน้าเคาเตอร์บาร์หรือโต๊ะหน้าห้องเก็บไวน์
รูปที่ 18
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณหน้าเคาเตอร์บาร์หรือโต๊ะหน้าห้องเก็บไวน์
ส่วนลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มทางร้านก็มีห้อง VIP สำหรับให้บริการที่ชั้นสองอีกด้วย
รูปที่ 19
ส่วนลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มทางร้านก็มีห้อง VIP สำหรับให้บริการที่ชั้นสองอีกด้วย
Aubergine Garden ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง 1/1 มองจากภายนอกเป็นบ้านสองชั้นสไตล์โคโลเนียลสีขาวอายุเกือบ 100 ปีที่เคยถูกใช้งานเป็นสถานฑูตออสเตรเลีย รัสเซีย และอเมริกา บริเวณโดยรอบมีที่จอดรถกว้างขวางซึ่งหาได้ยากมากสำหรับห้องอาหารในย่านสีลม
รูปที่ 20
Aubergine Garden ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง 1/1 มองจากภายนอกเป็นบ้านสองชั้นสไตล์โคโลเนียลสีขาวอายุเกือบ 100 ปีที่เคยถูกใช้งานเป็นสถานฑูตออสเตรเลีย รัสเซีย และอเมริกา บริเวณโดยรอบมีที่จอดรถกว้างขวางซึ่งหาได้ยากมากสำหรับห้องอาหารในย่านสีลม

แกลเลอรี