GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Au Crocodile
1 MICHELIN Star

FranceAu Crocodile · อู คร็อคโคดีล

Classic Cuisine · อาหารคลาสสิค — 10 Rue de l'Outre, 67000 Strasbourg, France

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1989 นอกจากนี้ตัวร้านในปัจจุบันยังขึ้นชื่อในการนำเสนออาหารฝรั่งเศสคลาสสิคควบคู่ไปกับและไวน์เก่ามาในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย

🎗 [THE PLACE] เรื่องราวของ Au Crocodile ต้องเล่าย้อนไปในช่วงที่มหาวิหารแห่งนคร Strasbourg ตัดสินใจประกาศขายอาคารแห่งนี้ในปี 1801 จนกระทั่งกัปตัน Ackermann ซึ่งเป็นทหารคู่ใจของจอมกษัตริย์ Napolean Bonaparte เดินทางกลับมาจากการเข้าพิชิตอิยิปต์พร้อมกับสมบัติมากมาย หนึ่งในนั้นคือจระเข้แม่น้ำ Nile ตัวใหญ่ที่ถูกสตัฟฟ์และแขวนอยู่ไว้ในห้องโถง ต่อมาในปี 1840 กัปตัน Ackermann ได้ขายที่ดินและตัวอาคารให้กับคุณ Bentz เพื่อปรับปรุงให้กลายเป็นห้องอาหาร วันหนึ่งในปี 1921 คุณ Maurice Edmond Sailland เจ้าของนามปากกา Curnonsky และได้รับการยกย่องให้เป็น Prince of Gastronomy ได้เขียนบทความถึงห้องอาหารแห่งนี้พร้อมกับกล่าวถึงจระเข้สตัฟฟ์จนกลายมาเป็นชื่อติดปากของนักชิมทั่วไป ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในผี 1958 ภายใต้การควบคุมของคุณ Ernest Schenck ก่อนจะถูกถอดดาวในปี 1969 ภายใต้การควบคุมของพี่น้อง Hollaender อย่างไรก็ตามเริ่องราวที่กลายมาเป็นตำนานของห้องอาหาร Au Crocodile เริ่มต้นเมื่อคุณ Monique และเชฟ Emile Jung ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการในปี 1971 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1972 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1975 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 1989 สร้างประวัติศาสตร์เป็นห้องอาหารแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้สำเร็จ เชฟ Emile Jung สามารถรักษาดาวทั้งสามเอาไว้ได้จนถึงปี 2002 ก่อนจะถูกปรับลดให้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars และขายกิจการต่อให้กับเชฟ Philippe Bohrer ในปี 2009 สำหรับเรื่องราวในยุคปัจจุบันนั้นเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 โดยคุณ Cédric Moulot ตัดสินใจซื้อต่อกิจการและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star พ่วงด้วยคะแนน 15.5/20 จาก Gault&Millau มาครอง ตัวร้านได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2019 ภายใต้การสนับสนุนของ The Salpa Group ก่อนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 23 มกราคม 2020 สำหรับใครที่นำรถส่วนตัวมาเราขอแนะนำให้เลือกจอดที่ Parking Guthenberg ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเดินเท้าอีก 350 เมตรเดินมายังร้าน หลังจากตรวจสอบการจองพนักงานจะนำทางเราเดินผ่านจระเข้แม่น้ำไนล์สตัฟฟ์ที่ทางร้านเก็บเอาไว้ในตู้กระจกขนาดใหญ่ ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยภาพวาดขนาดมหึมาของ Place Sainte-Madeleine แห่งนคร Strasbourg ที่ศิลปินนามว่า Francois Adolphe Grison เคยรังสรรค์เอาไว้ในปี 1874 สำหรับใครที่อยากชมทีมเชฟเตรียมอาหารกันแบบสด ๆ สามารถเลือกจอง La Table Emile Jung ซึ่งตั้งอยู่ในห้องครัวและรองรับลูกค้ามากถึง 6 คน นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวคือ The Monique Jung Lounge, The Big Room, The Lalique Lounge และ The Europe Show สำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่มากถึง 12 คนอีกด้วย

🎗[THE CHEF & FOOD] Romain Brillat เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยมือหนึ่งของเชฟ Mathieu Viannay ที่ห้องอาหาร Mère Brazier (2 MICHELIN Stars) ในนคร Lyon และเชฟ Gilles Goujon ที่ห้องอาหาร Auberge du Vieux Puits (3 MICHELIN Stars) ในเมือง Fontjoncouse แต่ก่อนที่จะพูดถึงอาหารเราขอเล่าถึงสิ่งที่ประทับใจที่สุดของห้องอาหาร Au Crocodile นั่นก็คือรายการไวน์เก่าจำนวนมากที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผลยกตัวอย่างเช่น 1983 AOP Jasnières Clos Saint-Jacques นำเสนอมาที่ราคาขวดละ 90 € หรือจะเป็น 1964 AOP Vouvray Demi-Sec Haut Lieu และไฮไลท์ประจำมื้ออย่าง Barbaresco Prunotto 1982 ที่เราได้ชิมในราคาเพียงราคาขวดละ 100 € เท่านั้น อาหารที่นี่เตรียมออกมาในรูปแบบฝรั่งเศสคลาสสิค ลูกค้าสามารถแวะชิม Weekday Lunch Menu มื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สจัดเสิร์ฟมาในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 52 € ถัดมาคือ Discovery Menu นำเสนออาหารจำนวน 4 คอร์สมาแบบตามใจเชฟและมีคุณภาพของวัตถุดิบที่ดียิ่งขึ้นในราคา 108 € สุดท้ายคือ Tastimg Menu นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์สมาในราคา 142 € และมีจานที่โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Scallops, beetroot and white wine sauce

หอยเชลล์ที่จี่มาอย่างดี เนื้อนุ่มหวานโดยธรรมชาติ จับคู่กับ Earthy Flavor ของซอสบีทรูทแดง เชฟเพิ่มความกรอบด้วยแผ่นกรอบเตรียมมาจากบีทรูท ข้างกันคือบีทรูทสีเหลืองสอดไส้หอยเชลล์อีกทีหนึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมขึ้นมาจากไวน์ขาวท้องถิ่นของภูมิภาค Alsace ให้รสหวานและความครีมมี่เชื่อมเนื้อสัมผัสทุกอวค์ประกอยเข้าด้วยกัน (16/20)

✨ Grilled “Calçot”, mackerel and mustard ice cream Violette

สำหรับคอร์สนี้พนักงานจะเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟ Calçot หรือพืชในตระกูลต้นหอมย่างแล้วเสิร์ฟมาบนก้างปลา ส่วนองค์ประกอบในจานคือไอศกรีม Violette Mustard (มัสตาร์ดผสมไวน์แดง) ที่เชฟบาลานซ์รสชาติและกลิ่นมาอย่างดีโดยตัวไอศกรีมให้กลิ่นฉุนเฉพาะตัวแต่ไม่มีความเผ็ดร้อนมากนัก ข้างกันคือปลาแมคเคอเรลหมักในน้ำส้มสายชูฝรั่งและนำไปรมควันต่ออีกทีหนึ่งจนได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกันกับ Calçot หรือต้นหอมกรอบ ๆ จากนั้นจึงราดซอสที่เตรียมมาจากองุ่น Silvaner ลงไปนั่นเอง (16/20)

✨ Sole, mushroom, truffle, artichoke and bone juice

สำหรับคอร์สปลาเชฟเสิร์ฟมาเป็น Dover Sole จากแคว้น Brittany ตรงกลางของชิ้นปลาสอดไส้เห็ด Black Mushroom และ Truffle ผสมผสานกันมาอย่างลงตัวโดยจะมีพนักงานมาแล่ให้ถึงข้าง ๆ โต๊ะ จากนั้นจึงจัดลงจาน เนื้อปลานุ่มละมุนเสริมด้วยความหอมของ Truffle ได้อย่างพอเหมาะ ข้างกันคือองค์ประกอบของแก่นตะวันเสิร์ฟมาทั้งแบบย่าง ชิปส์ และมูสเนื้อเนียนละเอียด ตรงกลางคือ Winter Black Truffle สไลซ์มาเป็นชิ้นหนาพอที่เคี้ยวแล้วเรียกความกรอบให้กับจานได้ ทุกอย่างเชื่อมด้วย Fish Bone Juice หรือซอสกระดูกปลาเข้มข้น (16/20)

🎗 [WHY GO] Au Crocodile เป็นห้องอาหารระดับตำนานของภูมิภาค Alsace และประเทศฝรั่งเศสที่ให้บรรยากาศย้อนยุคชวนนึกถึงห้องอาหารระดับสูงในสมัยก่อน อาหารทุกจานมีเทคนิคและรสชาติที่ดี พนักงานบริการอย่างสุภาพและเป็นกันเอง อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของมื้อคงหนีไม่พ้นบรรดาไวน์เก่าหายากที่ทางร้านเก็ยเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาที่จับต้องได้ เพื่อน ๆ ที่แวะมาท่องเที่ยวแถบเมือง Strasbourg ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 35 รูป

🇫🇷 Au Crocodile - อู คร็อคโคดีล 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 15/20 Gault&Millau - 15/20 โก&มีโย 🍴 Classic Cuisine - อาหารคลาสสิค 👨🏻‍🍳 Chef Romain Brillat - เชฟโรมาน บรียาร์ท
รูปที่ 1
🇫🇷 Au Crocodile - อู คร็อคโคดีล 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 15/20 Gault&Millau - 15/20 โก&มีโย 🍴 Classic Cuisine - อาหารคลาสสิค 👨🏻‍🍳 Chef Romain Brillat - เชฟโรมาน บรียาร์ท
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1989 นอกจากนี้ตัวร้านในปัจจุบันยังขึ้นชื่อในการนำเสนออาหารฝรั่งเศสคลาสสิคควบคู่ไปกับและไวน์เก่ามาในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย
รูปที่ 2
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1989 นอกจากนี้ตัวร้านในปัจจุบันยังขึ้นชื่อในการนำเสนออาหารฝรั่งเศสคลาสสิคควบคู่ไปกับและไวน์เก่ามาในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย
🥄 AMUSE BOUCHE เริ่มต้นด้วย Amuse Bouche เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่างคือ Goose Liver Mousse หรือมูสตับห่านให้ความหอม มัน ครีมมี่ และมีความละมุนเทียบเท่ากับ Whipping Cream ถัดมาคือ Tartelette กรอบ ๆ บรรจุเนื้อปลาเทร้าต์และไข่ปลาแซลมอนผสมผสานกันกับกลิ่นเฉพาะตัวของกะหล่ำ สุดท้ายคือ Bon Bon สอดไส้ Celery และได้ความฉุนที่ได้จาก Horseradish ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีมาก ๆ (15/20)
รูปที่ 3
🥄 AMUSE BOUCHE เริ่มต้นด้วย Amuse Bouche เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่างคือ Goose Liver Mousse หรือมูสตับห่านให้ความหอม มัน ครีมมี่ และมีความละมุนเทียบเท่ากับ Whipping Cream ถัดมาคือ Tartelette กรอบ ๆ บรรจุเนื้อปลาเทร้าต์และไข่ปลาแซลมอนผสมผสานกันกับกลิ่นเฉพาะตัวของกะหล่ำ สุดท้ายคือ Bon Bon สอดไส้ Celery และได้ความฉุนที่ได้จาก Horseradish ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีมาก ๆ (15/20)
🥄 BREAD สำหรับขนมปังพรักงานเสิร์ฟเป็น Homemade French Brioche with Salt กรอบนอกแต่ตรงกลางฟู นุ่ม มีรสเค็มนิด ๆ กำลังพอดี
รูปที่ 4
🥄 BREAD สำหรับขนมปังพรักงานเสิร์ฟเป็น Homemade French Brioche with Salt กรอบนอกแต่ตรงกลางฟู นุ่ม มีรสเค็มนิด ๆ กำลังพอดี
Eggs with Bufflonne yogurt and pumpkin Fake Egg หรือไข่แดงปลอมเตรียมมาขึ้นมาจากเจลลี่ฟักทอง เชฟเสิร์ฟมากับโยเกิร์ตนมควายขนาบข้างด้วยองค์ประกอบของเมล็ดฟักทอง แผ่น Buckwheat Chips และเกาลัด (15/20)
รูปที่ 5
Eggs with Bufflonne yogurt and pumpkin Fake Egg หรือไข่แดงปลอมเตรียมมาขึ้นมาจากเจลลี่ฟักทอง เชฟเสิร์ฟมากับโยเกิร์ตนมควายขนาบข้างด้วยองค์ประกอบของเมล็ดฟักทอง แผ่น Buckwheat Chips และเกาลัด (15/20)
Eggs with Bufflonne yogurt and pumpkin ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซุปฟักทองอุ่น ๆ รสชาติหวานละมุนลงไป เชฟแนะนำให้รับประทานคู่กับขนมปัง Brioche ท้องถิ่นที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า Dampfnudel (15/20)
รูปที่ 6
Eggs with Bufflonne yogurt and pumpkin ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซุปฟักทองอุ่น ๆ รสชาติหวานละมุนลงไป เชฟแนะนำให้รับประทานคู่กับขนมปัง Brioche ท้องถิ่นที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า Dampfnudel (15/20)
Matelotte of Ebersheim snails and smoked bacon หอยทากท้องถิ่นจากเมือง Ebersheim ในเขต Bas-Rhin เตรียมมานุ่มหนึบพอดีมาก ๆ มี Earthy Flavor ที่พอเหมาะและรับประทานได้ง่าย เชฟนำไปตุ๋นแล้วเสิร์ฟมาในรูปแบบที่เรียกว่า Matelotte ตัดกันกับความกรอบของเบคอนรมควัน เนื้อสัมผัสทั้งหมดถูกเชื่อมด้วยซอส Sabayon หอม มัน ครีมมี่ที่เชฟเตรียมมาจากการปรุงหอยทากนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 7
Matelotte of Ebersheim snails and smoked bacon หอยทากท้องถิ่นจากเมือง Ebersheim ในเขต Bas-Rhin เตรียมมานุ่มหนึบพอดีมาก ๆ มี Earthy Flavor ที่พอเหมาะและรับประทานได้ง่าย เชฟนำไปตุ๋นแล้วเสิร์ฟมาในรูปแบบที่เรียกว่า Matelotte ตัดกันกับความกรอบของเบคอนรมควัน เนื้อสัมผัสทั้งหมดถูกเชื่อมด้วยซอส Sabayon หอม มัน ครีมมี่ที่เชฟเตรียมมาจากการปรุงหอยทากนั่นเอง (15/20)
Scallops, beetroot and white wine sauce หอยเชลล์ที่จี่มาอย่างดี เนื้อนุ่มหวานโดยธรรมชาติ จับคู่กับ Earthy Flavor ของซอสบีทรูทแดง เชฟเพิ่มความกรอบด้วยแผ่นกรอบเตรียมมาจากบีทรูท ข้างกันคือบีทรูทสีเหลืองสอดไส้หอยเชลล์อีกทีหนึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมขึ้นมาจากไวน์ขาวท้องถิ่นของภูมิภาค Alsace ให้รสหวานและความครีมมี่เชื่อมเนื้อสัมผัสทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (16/20)
รูปที่ 8
Scallops, beetroot and white wine sauce หอยเชลล์ที่จี่มาอย่างดี เนื้อนุ่มหวานโดยธรรมชาติ จับคู่กับ Earthy Flavor ของซอสบีทรูทแดง เชฟเพิ่มความกรอบด้วยแผ่นกรอบเตรียมมาจากบีทรูท ข้างกันคือบีทรูทสีเหลืองสอดไส้หอยเชลล์อีกทีหนึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมขึ้นมาจากไวน์ขาวท้องถิ่นของภูมิภาค Alsace ให้รสหวานและความครีมมี่เชื่อมเนื้อสัมผัสทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (16/20)
Grilled “Calçot”, mackerel and mustard ice cream Violette สำหรับคอร์สนี้พนักงานจะเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟ Calçot หรือพืชในตระกูลต้นหอมย่างแล้วเสิร์ฟมาบนก้างปลา (16/20)
รูปที่ 9
Grilled “Calçot”, mackerel and mustard ice cream Violette สำหรับคอร์สนี้พนักงานจะเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟ Calçot หรือพืชในตระกูลต้นหอมย่างแล้วเสิร์ฟมาบนก้างปลา (16/20)
Grilled “Calçot”, mackerel and mustard ice cream Violette ส่วนองค์ประกอบในจานคือไอศกรีม Violette Mustard (มัสตาร์ดผสมไวน์แดง) ที่เชฟบาลานซ์รสชาติและกลิ่นมาอย่างดีโดยตัวไอศกรีมให้กลิ่นฉุนเฉพาะตัวแต่ไม่มีความเผ็ดร้อนมากนัก ข้างกันคือปลาแมคเคอเรลหมักในน้ำส้มสายชูฝรั่งและนำไปรมควันต่ออีกทีหนึ่งจนได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกันกับ Calçot หรือต้นหอมกรอบ ๆ จากนั้นจึงราดซอสที่เตรียมมาจากองุ่น Silvaner ลงไปนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 10
Grilled “Calçot”, mackerel and mustard ice cream Violette ส่วนองค์ประกอบในจานคือไอศกรีม Violette Mustard (มัสตาร์ดผสมไวน์แดง) ที่เชฟบาลานซ์รสชาติและกลิ่นมาอย่างดีโดยตัวไอศกรีมให้กลิ่นฉุนเฉพาะตัวแต่ไม่มีความเผ็ดร้อนมากนัก ข้างกันคือปลาแมคเคอเรลหมักในน้ำส้มสายชูฝรั่งและนำไปรมควันต่ออีกทีหนึ่งจนได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกันกับ Calçot หรือต้นหอมกรอบ ๆ จากนั้นจึงราดซอสที่เตรียมมาจากองุ่น Silvaner ลงไปนั่นเอง (16/20)
🥄 BREAD จากนั้นพนักงานจึงเสิร์ฟขนมปังต่อมาคู่กับเนยมาตรฐาน
รูปที่ 11
🥄 BREAD จากนั้นพนักงานจึงเสิร์ฟขนมปังต่อมาคู่กับเนยมาตรฐาน
Sole, mushroom, truffle, artichoke and bone juice สำหรับคอร์สปลาเชฟเสิร์ฟมาเป็น Dover Sole จากแคว้น Brittany ตรงกลางของชิ้นปลาสอดไส้เห็ด Black Mushroom และ Truffle ผสมผสานกันมาอย่างลงตัวโดยจะมีพนักงานมาแล่ให้ถึงข้าง ๆ โต๊ะ (16/20)
รูปที่ 12
Sole, mushroom, truffle, artichoke and bone juice สำหรับคอร์สปลาเชฟเสิร์ฟมาเป็น Dover Sole จากแคว้น Brittany ตรงกลางของชิ้นปลาสอดไส้เห็ด Black Mushroom และ Truffle ผสมผสานกันมาอย่างลงตัวโดยจะมีพนักงานมาแล่ให้ถึงข้าง ๆ โต๊ะ (16/20)
Sole, mushroom, truffle, artichoke and bone juice จากนั้นจึงจัดลงจาน เนื้อปลานุ่มละมุนเสริมด้วยความหอมของ Truffle ได้อย่างพอเหมาะ ข้างกันคือองค์ประกอบของแก่นตะวันเสิร์ฟมาทั้งแบบย่าง ชิปส์ และมูสเนื้อเนียนละเอียด ตรงกลางคือ Winter Black Truffle สไลซ์มาเป็นชิ้นหนาพอที่เคี้ยวแล้วเรียกความกรอบให้กับจานได้ ทุกอย่างเชื่อมด้วย Fish Bone Juice หรือซอสกระดูกปลาเข้มข้น (16/20)
รูปที่ 13
Sole, mushroom, truffle, artichoke and bone juice จากนั้นจึงจัดลงจาน เนื้อปลานุ่มละมุนเสริมด้วยความหอมของ Truffle ได้อย่างพอเหมาะ ข้างกันคือองค์ประกอบของแก่นตะวันเสิร์ฟมาทั้งแบบย่าง ชิปส์ และมูสเนื้อเนียนละเอียด ตรงกลางคือ Winter Black Truffle สไลซ์มาเป็นชิ้นหนาพอที่เคี้ยวแล้วเรียกความกรอบให้กับจานได้ ทุกอย่างเชื่อมด้วย Fish Bone Juice หรือซอสกระดูกปลาเข้มข้น (16/20)
Veal sweetbreads like a grenobloise, roasted salsify and veal juice Sweetbreads หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มเฉพาะตัวในแบบที่อวัยวะอื่น ๆ ทดแทนได้ยาก เชฟเสิร์ฟมาในสไตล์ที่เรียกว่า À La Grenobloise ซึ่งเป็นชื่อเทคนิคการปรุงที่มีต้นกำเนิดมาจากนคร Grenoble ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ชิ้น Sweetbreads คลุกเคล้าไปกับ Brown Butter, Capers, Parsley และ Lemon ให้ความเข้มข้นหอมมันเคลือบอยู่รอบ ๆ ตัดความความฉ่ำและเปรี้ยวของส้ม Grapefruit และ Lemon นอกจากนี้ยังมีความกรอบของ Salsify ย่างและ Capers จากนั้นจึงราดด้วยซอส Veal Jus ผสมผสานกับ Yellow Wine แล้วเคี่ยวจนเข้มข้นลงไปเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ (16/20)
รูปที่ 14
Veal sweetbreads like a grenobloise, roasted salsify and veal juice Sweetbreads หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มเฉพาะตัวในแบบที่อวัยวะอื่น ๆ ทดแทนได้ยาก เชฟเสิร์ฟมาในสไตล์ที่เรียกว่า À La Grenobloise ซึ่งเป็นชื่อเทคนิคการปรุงที่มีต้นกำเนิดมาจากนคร Grenoble ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ชิ้น Sweetbreads คลุกเคล้าไปกับ Brown Butter, Capers, Parsley และ Lemon ให้ความเข้มข้นหอมมันเคลือบอยู่รอบ ๆ ตัดความความฉ่ำและเปรี้ยวของส้ม Grapefruit และ Lemon นอกจากนี้ยังมีความกรอบของ Salsify ย่างและ Capers จากนั้นจึงราดด้วยซอส Veal Jus ผสมผสานกับ Yellow Wine แล้วเคี่ยวจนเข้มข้นลงไปเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ (16/20)
Sliced rib of Jersiais beef from the “Belles robes” farm and lemongrass juice เนื้อซี่โครงวัวสายพันธุ์ Jersey จาก La Ferme des Belles Robes แล่บาง ๆ เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ข้างกันคือ Ravioli หรือเกี๊ยวนุ่ม ๆ สอดไส้ Radish จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Beef Jus ที่ผสมผสานอโรมาหอม ๆ ของตะไคร้ลงไปด้วย (15/20)
รูปที่ 15
Sliced rib of Jersiais beef from the “Belles robes” farm and lemongrass juice เนื้อซี่โครงวัวสายพันธุ์ Jersey จาก La Ferme des Belles Robes แล่บาง ๆ เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ข้างกันคือ Ravioli หรือเกี๊ยวนุ่ม ๆ สอดไส้ Radish จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Beef Jus ที่ผสมผสานอโรมาหอม ๆ ของตะไคร้ลงไปด้วย (15/20)
🥄 PRE-DESSERT ล้างปากด้วยลูกแพร์เสิร์ฟมาหลายหลายรูปแบบจับคู่กับไอศกรีมสีเขียวเตรียมมาจากผักชีลาวและเลมอน ด้านบนคือ Caviar ที่เตรียมมาจากลูกแพร์และเลมอน องค์ประกอบสีขาวตรงกลางคือ Creme Diplomat เชื่อมเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน จากนั้นจบด้วยการราด Pear Juice ลงไปนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 16
🥄 PRE-DESSERT ล้างปากด้วยลูกแพร์เสิร์ฟมาหลายหลายรูปแบบจับคู่กับไอศกรีมสีเขียวเตรียมมาจากผักชีลาวและเลมอน ด้านบนคือ Caviar ที่เตรียมมาจากลูกแพร์และเลมอน องค์ประกอบสีขาวตรงกลางคือ Creme Diplomat เชื่อมเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน จากนั้นจบด้วยการราด Pear Juice ลงไปนั่นเอง (16/20)
Iced and creamy Madagascar vanilla served in a crystal sugar ball, olive oil ของหวานจานแรกคือ Vanilla จาก Madagascar หอม ๆ เสิร์ฟมาทั้งมูสและไอศกรีมในคริสตัลทรงกลมเตรียมขึ้นมาจากน้ำตาล Muscovado รอบ ๆ คือน้ำมันมะกอกที่มีอโรมาหอม ๆ ของ Vanilla เข้ากันอย่างลงตัว นอกจากนี้เชฟยังโรยผง Vanilla ลงไปรอบ ๆ อีกด้วย (16/20)
รูปที่ 17
Iced and creamy Madagascar vanilla served in a crystal sugar ball, olive oil ของหวานจานแรกคือ Vanilla จาก Madagascar หอม ๆ เสิร์ฟมาทั้งมูสและไอศกรีมในคริสตัลทรงกลมเตรียมขึ้นมาจากน้ำตาล Muscovado รอบ ๆ คือน้ำมันมะกอกที่มีอโรมาหอม ๆ ของ Vanilla เข้ากันอย่างลงตัว นอกจากนี้เชฟยังโรยผง Vanilla ลงไปรอบ ๆ อีกด้วย (16/20)
Iced and creamy Madagascar vanilla served in a crystal sugar ball, olive oil ภาพแสดงน้ำมันมะกอกที่พนักงานเติมลงไปในจาน (16/20)
รูปที่ 18
Iced and creamy Madagascar vanilla served in a crystal sugar ball, olive oil ภาพแสดงน้ำมันมะกอกที่พนักงานเติมลงไปในจาน (16/20)
Schaal's cigar, fir tree and Lehmann Whisky ice cream ช็อกโกแลตเตรียมขึ้นมาเป็นรูป Schaal's Cigar ด้านในสอดไส้ White & Dark Chocolate ตรงกลางคือองค์ประกอบของ Lehmann Whisky Ice Cream รองด้วยองค์ประกอบสีดำของถ่านนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 19
Schaal's cigar, fir tree and Lehmann Whisky ice cream ช็อกโกแลตเตรียมขึ้นมาเป็นรูป Schaal's Cigar ด้านในสอดไส้ White & Dark Chocolate ตรงกลางคือองค์ประกอบของ Lehmann Whisky Ice Cream รองด้วยองค์ประกอบสีดำของถ่านนั่นเอง (15/20)
🥄 PETITS FOURS ปิดท้ายด้วย Petits Fours เสิร์ฟมาสามอย่างปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างน่าประทับใจ
รูปที่ 20
🥄 PETITS FOURS ปิดท้ายด้วย Petits Fours เสิร์ฟมาสามอย่างปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างน่าประทับใจ
รายการไวน์ในวันนี้
รูปที่ 21
รายการไวน์ในวันนี้
รายการไวน์ในวันนี้
รูปที่ 22
รายการไวน์ในวันนี้
รายการไวน์ในวันนี้
รูปที่ 23
รายการไวน์ในวันนี้
ของฝากกลับบ้าน
รูปที่ 24
ของฝากกลับบ้าน
💰 ราคา 730 €
รูปที่ 25
💰 ราคา 730 €
🎗[THE CHEF & FOOD] Romain Brillat เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยมือหนึ่งของเชฟ Mathieu Viannay ที่ห้องอาหาร Mère Brazier (2 MICHELIN Stars) ในนคร Lyon และเชฟ Gilles Goujon ที่ห้องอาหาร Auberge du Vieux Puits (3 MICHELIN Stars) ในเมือง Fontjoncouse
รูปที่ 26
🎗[THE CHEF & FOOD] Romain Brillat เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยมือหนึ่งของเชฟ Mathieu Viannay ที่ห้องอาหาร Mère Brazier (2 MICHELIN Stars) ในนคร Lyon และเชฟ Gilles Goujon ที่ห้องอาหาร Auberge du Vieux Puits (3 MICHELIN Stars) ในเมือง Fontjoncouse
ก่อนที่จะพูดถึงอาหารเราขอเล่าถึงสิ่งที่ประทับใจที่สุดของห้องอาหาร Au Crocodile นั่นก็คือรายการไวน์เก่าจำนวนมากที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผลยกตัวอย่างเช่น 1983 AOP Jasnières Clos Saint-Jacques นำเสนอมาที่ราคาขวดละ 90 € หรือจะเป็น 1964 AOP Vouvray Demi-Sec Haut Lieu และไฮไลท์ประจำมื้ออย่าง Barbaresco Prunotto 1982 ที่เราได้ชิมในราคาเพียงราคาขวดละ 100 € เท่านั้น อาหารที่นี่เตรียมออกมาในรูปแบบฝรั่งเศสคลาสสิค ลูกค้าสามารถแวะชิม Weekday Lunch Menu มื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สจัดเสิร์ฟมาในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 52 € ถัดมาคือ Discovery Menu นำเสนออาหารจำนวน 4 คอร์สมาแบบตามใจเชฟและมีคุณภาพของวัตถุดิบที่ดียิ่งขึ้นในราคา 108 € สุดท้ายคือ Tastimg Menu นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์สมาในราคา 142 €
รูปที่ 27
ก่อนที่จะพูดถึงอาหารเราขอเล่าถึงสิ่งที่ประทับใจที่สุดของห้องอาหาร Au Crocodile นั่นก็คือรายการไวน์เก่าจำนวนมากที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผลยกตัวอย่างเช่น 1983 AOP Jasnières Clos Saint-Jacques นำเสนอมาที่ราคาขวดละ 90 € หรือจะเป็น 1964 AOP Vouvray Demi-Sec Haut Lieu และไฮไลท์ประจำมื้ออย่าง Barbaresco Prunotto 1982 ที่เราได้ชิมในราคาเพียงราคาขวดละ 100 € เท่านั้น อาหารที่นี่เตรียมออกมาในรูปแบบฝรั่งเศสคลาสสิค ลูกค้าสามารถแวะชิม Weekday Lunch Menu มื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สจัดเสิร์ฟมาในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 52 € ถัดมาคือ Discovery Menu นำเสนออาหารจำนวน 4 คอร์สมาแบบตามใจเชฟและมีคุณภาพของวัตถุดิบที่ดียิ่งขึ้นในราคา 108 € สุดท้ายคือ Tastimg Menu นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์สมาในราคา 142 €
🎗 [THE PLACE] เรื่องราวของ Au Crocodile ต้องเล่าย้อนไปในช่วงที่มหาวิหารแห่งนคร Strasbourg ตัดสินใจประกาศขายอาคารแห่งนี้ในปี 1801 จนกระทั่งกัปตัน Ackermann ซึ่งเป็นทหารคู่ใจของจอมกษัตริย์ Napolean Bonaparte เดินทางกลับมาจากการเข้าพิชิตอิยิปต์พร้อมกับสมบัติมากมาย หนึ่งในนั้นคือจระเข้แม่น้ำ Nile ตัวใหญ่ที่ถูกสตัฟฟ์และแขวนอยู่ไว้ในห้องโถง ต่อมาในปี 1840 กัปตัน Ackermann ได้ขายที่ดินและตัวอาคารให้กับคุณ Bentz เพื่อปรับปรุงให้กลายเป็นห้องอาหาร
รูปที่ 28
🎗 [THE PLACE] เรื่องราวของ Au Crocodile ต้องเล่าย้อนไปในช่วงที่มหาวิหารแห่งนคร Strasbourg ตัดสินใจประกาศขายอาคารแห่งนี้ในปี 1801 จนกระทั่งกัปตัน Ackermann ซึ่งเป็นทหารคู่ใจของจอมกษัตริย์ Napolean Bonaparte เดินทางกลับมาจากการเข้าพิชิตอิยิปต์พร้อมกับสมบัติมากมาย หนึ่งในนั้นคือจระเข้แม่น้ำ Nile ตัวใหญ่ที่ถูกสตัฟฟ์และแขวนอยู่ไว้ในห้องโถง ต่อมาในปี 1840 กัปตัน Ackermann ได้ขายที่ดินและตัวอาคารให้กับคุณ Bentz เพื่อปรับปรุงให้กลายเป็นห้องอาหาร
วันหนึ่งในปี 1921 คุณ Maurice Edmond Sailland เจ้าของนามปากกา Curnonsky และได้รับการยกย่องให้เป็น Prince of Gastronomy ได้เขียนบทความถึงห้องอาหารแห่งนี้พร้อมกับกล่าวถึงจระเข้สตัฟฟ์จนกลายมาเป็นชื่อติดปากของนักชิมทั่วไป ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในผี 1958 ภายใต้การควบคุมของคุณ Ernest Schenck ก่อนจะถูกถอดดาวในปี 1969 ภายใต้การควบคุมของพี่น้อง Hollaender อย่างไรก็ตามเริ่องราวที่กลายมาเป็นตำนานของห้องอาหาร Au Crocodile เริ่มต้นเมื่อคุณ Monique และเชฟ Emile Jung ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการในปี 1971 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1972 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1975 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 1989 สร้างประวัติศาสตร์เป็นห้องอาหารแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้สำเร็จ เชฟ Emile Jung สามารถรักษาดาวทั้งสามเอาไว้ได้จนถึงปี 2002 ก่อนจะถูกปรับลดให้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars และขายกิจการต่อให้กับเชฟ Philippe Bohrer ในปี 2009
รูปที่ 29
วันหนึ่งในปี 1921 คุณ Maurice Edmond Sailland เจ้าของนามปากกา Curnonsky และได้รับการยกย่องให้เป็น Prince of Gastronomy ได้เขียนบทความถึงห้องอาหารแห่งนี้พร้อมกับกล่าวถึงจระเข้สตัฟฟ์จนกลายมาเป็นชื่อติดปากของนักชิมทั่วไป ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในผี 1958 ภายใต้การควบคุมของคุณ Ernest Schenck ก่อนจะถูกถอดดาวในปี 1969 ภายใต้การควบคุมของพี่น้อง Hollaender อย่างไรก็ตามเริ่องราวที่กลายมาเป็นตำนานของห้องอาหาร Au Crocodile เริ่มต้นเมื่อคุณ Monique และเชฟ Emile Jung ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการในปี 1971 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1972 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1975 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 1989 สร้างประวัติศาสตร์เป็นห้องอาหารแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้สำเร็จ เชฟ Emile Jung สามารถรักษาดาวทั้งสามเอาไว้ได้จนถึงปี 2002 ก่อนจะถูกปรับลดให้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars และขายกิจการต่อให้กับเชฟ Philippe Bohrer ในปี 2009
สำหรับเรื่องราวในยุคปัจจุบันนั้นเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 โดยคุณ Cédric Moulot ตัดสินใจซื้อต่อกิจการและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star พ่วงด้วยคะแนน 15.5/20 จาก Gault&Millau มาครอง ตัวร้านได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2019 ภายใต้การสนับสนุนของ The Salpa Group ก่อนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 23 มกราคม 2020
รูปที่ 30
สำหรับเรื่องราวในยุคปัจจุบันนั้นเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 โดยคุณ Cédric Moulot ตัดสินใจซื้อต่อกิจการและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star พ่วงด้วยคะแนน 15.5/20 จาก Gault&Millau มาครอง ตัวร้านได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2019 ภายใต้การสนับสนุนของ The Salpa Group ก่อนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 23 มกราคม 2020
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยภาพวาดขนาดมหึมาของ Place Sainte-Madeleine แห่งนคร Strasbourg ที่ศิลปินนามว่า Francois Adolphe Grison เคยรังสรรค์เอาไว้ในปี 1874
รูปที่ 31
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยภาพวาดขนาดมหึมาของ Place Sainte-Madeleine แห่งนคร Strasbourg ที่ศิลปินนามว่า Francois Adolphe Grison เคยรังสรรค์เอาไว้ในปี 1874
จระเข้สตัฟฟ์ตัวจริงที่กัปตัน Ackermann ซึ่งเป็นทหารคู่ใจของจอมกษัตริย์ Napolean Bonaparte นำกลับมาจากลุ่มแม่น้ำ Nile
รูปที่ 32
จระเข้สตัฟฟ์ตัวจริงที่กัปตัน Ackermann ซึ่งเป็นทหารคู่ใจของจอมกษัตริย์ Napolean Bonaparte นำกลับมาจากลุ่มแม่น้ำ Nile
สำหรับใครที่อยากชมทีมเชฟเตรียมอาหารกันแบบสด ๆ สามารถเลือกจอง La Table Emile Jung ซึ่งตั้งอยู่ในห้องครัวและรองรับลูกค้ามากถึง 6 คน นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวคือ The Monique Jung Lounge, The Big Room, The Lalique Lounge และ The Europe Show สำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่มากถึง 12 คนอีกด้วย
รูปที่ 33
สำหรับใครที่อยากชมทีมเชฟเตรียมอาหารกันแบบสด ๆ สามารถเลือกจอง La Table Emile Jung ซึ่งตั้งอยู่ในห้องครัวและรองรับลูกค้ามากถึง 6 คน นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวคือ The Monique Jung Lounge, The Big Room, The Lalique Lounge และ The Europe Show สำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่มากถึง 12 คนอีกด้วย
สำหรับใครที่นำรถส่วนตัวมาเราขอแนะนำให้เลือกจอดที่ Parking Guthenberg ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเดินเท้าอีก 350 เมตรเดินมายังร้าน หลังจากตรวจสอบการจองพนักงานจะนำทางเราเดินผ่านจระเข้แม่น้ำไนล์สตัฟฟ์ที่ทางร้านเก็บเอาไว้ในตู้กระจกขนาดใหญ่
รูปที่ 34
สำหรับใครที่นำรถส่วนตัวมาเราขอแนะนำให้เลือกจอดที่ Parking Guthenberg ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเดินเท้าอีก 350 เมตรเดินมายังร้าน หลังจากตรวจสอบการจองพนักงานจะนำทางเราเดินผ่านจระเข้แม่น้ำไนล์สตัฟฟ์ที่ทางร้านเก็บเอาไว้ในตู้กระจกขนาดใหญ่
🎗 [WHY GO] Au Crocodile เป็นห้องอาหารระดับตำนานของภูมิภาค Alsace และประเทศฝรั่งเศสที่ให้บรรยากาศย้อนยุคชวนนึกถึงห้องอาหารระดับสูงในสมัยก่อน อาหารทุกจานมีเทคนิคและรสชาติที่ดี พนักงานบริการอย่างสุภาพและเป็นกันเอง อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของมื้อคงหนีไม่พ้นบรรดาไวน์เก่าหายากที่ทางร้านเก็ยเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาที่จับต้องได้ เพื่อน ๆ ที่แวะมาท่องเที่ยวแถบเมือง Strasbourg ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
รูปที่ 35
🎗 [WHY GO] Au Crocodile เป็นห้องอาหารระดับตำนานของภูมิภาค Alsace และประเทศฝรั่งเศสที่ให้บรรยากาศย้อนยุคชวนนึกถึงห้องอาหารระดับสูงในสมัยก่อน อาหารทุกจานมีเทคนิคและรสชาติที่ดี พนักงานบริการอย่างสุภาพและเป็นกันเอง อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของมื้อคงหนีไม่พ้นบรรดาไวน์เก่าหายากที่ทางร้านเก็ยเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาที่จับต้องได้ เพื่อน ๆ ที่แวะมาท่องเที่ยวแถบเมือง Strasbourg ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

แกลเลอรี