
Au Crocodile · อู คร็อคโคดีล
Classic Cuisine · อาหารคลาสสิค — 10 Rue de l'Outre, 67000 Strasbourg, France
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1989 นอกจากนี้ตัวร้านในปัจจุบันยังขึ้นชื่อในการนำเสนออาหารฝรั่งเศสคลาสสิคควบคู่ไปกับและไวน์เก่ามาในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย
🎗 [THE PLACE] เรื่องราวของ Au Crocodile ต้องเล่าย้อนไปในช่วงที่มหาวิหารแห่งนคร Strasbourg ตัดสินใจประกาศขายอาคารแห่งนี้ในปี 1801 จนกระทั่งกัปตัน Ackermann ซึ่งเป็นทหารคู่ใจของจอมกษัตริย์ Napolean Bonaparte เดินทางกลับมาจากการเข้าพิชิตอิยิปต์พร้อมกับสมบัติมากมาย หนึ่งในนั้นคือจระเข้แม่น้ำ Nile ตัวใหญ่ที่ถูกสตัฟฟ์และแขวนอยู่ไว้ในห้องโถง ต่อมาในปี 1840 กัปตัน Ackermann ได้ขายที่ดินและตัวอาคารให้กับคุณ Bentz เพื่อปรับปรุงให้กลายเป็นห้องอาหาร วันหนึ่งในปี 1921 คุณ Maurice Edmond Sailland เจ้าของนามปากกา Curnonsky และได้รับการยกย่องให้เป็น Prince of Gastronomy ได้เขียนบทความถึงห้องอาหารแห่งนี้พร้อมกับกล่าวถึงจระเข้สตัฟฟ์จนกลายมาเป็นชื่อติดปากของนักชิมทั่วไป ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ครั้งแรกในผี 1958 ภายใต้การควบคุมของคุณ Ernest Schenck ก่อนจะถูกถอดดาวในปี 1969 ภายใต้การควบคุมของพี่น้อง Hollaender อย่างไรก็ตามเริ่องราวที่กลายมาเป็นตำนานของห้องอาหาร Au Crocodile เริ่มต้นเมื่อคุณ Monique และเชฟ Emile Jung ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการในปี 1971 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1972 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1975 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 1989 สร้างประวัติศาสตร์เป็นห้องอาหารแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้สำเร็จ เชฟ Emile Jung สามารถรักษาดาวทั้งสามเอาไว้ได้จนถึงปี 2002 ก่อนจะถูกปรับลดให้กลายมาเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars และขายกิจการต่อให้กับเชฟ Philippe Bohrer ในปี 2009 สำหรับเรื่องราวในยุคปัจจุบันนั้นเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 โดยคุณ Cédric Moulot ตัดสินใจซื้อต่อกิจการและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star พ่วงด้วยคะแนน 15.5/20 จาก Gault&Millau มาครอง ตัวร้านได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2019 ภายใต้การสนับสนุนของ The Salpa Group ก่อนจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 23 มกราคม 2020 สำหรับใครที่นำรถส่วนตัวมาเราขอแนะนำให้เลือกจอดที่ Parking Guthenberg ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเดินเท้าอีก 350 เมตรเดินมายังร้าน หลังจากตรวจสอบการจองพนักงานจะนำทางเราเดินผ่านจระเข้แม่น้ำไนล์สตัฟฟ์ที่ทางร้านเก็บเอาไว้ในตู้กระจกขนาดใหญ่ ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยภาพวาดขนาดมหึมาของ Place Sainte-Madeleine แห่งนคร Strasbourg ที่ศิลปินนามว่า Francois Adolphe Grison เคยรังสรรค์เอาไว้ในปี 1874 สำหรับใครที่อยากชมทีมเชฟเตรียมอาหารกันแบบสด ๆ สามารถเลือกจอง La Table Emile Jung ซึ่งตั้งอยู่ในห้องครัวและรองรับลูกค้ามากถึง 6 คน นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวคือ The Monique Jung Lounge, The Big Room, The Lalique Lounge และ The Europe Show สำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่มากถึง 12 คนอีกด้วย
🎗[THE CHEF & FOOD] Romain Brillat เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยมือหนึ่งของเชฟ Mathieu Viannay ที่ห้องอาหาร Mère Brazier (2 MICHELIN Stars) ในนคร Lyon และเชฟ Gilles Goujon ที่ห้องอาหาร Auberge du Vieux Puits (3 MICHELIN Stars) ในเมือง Fontjoncouse แต่ก่อนที่จะพูดถึงอาหารเราขอเล่าถึงสิ่งที่ประทับใจที่สุดของห้องอาหาร Au Crocodile นั่นก็คือรายการไวน์เก่าจำนวนมากที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผลยกตัวอย่างเช่น 1983 AOP Jasnières Clos Saint-Jacques นำเสนอมาที่ราคาขวดละ 90 € หรือจะเป็น 1964 AOP Vouvray Demi-Sec Haut Lieu และไฮไลท์ประจำมื้ออย่าง Barbaresco Prunotto 1982 ที่เราได้ชิมในราคาเพียงราคาขวดละ 100 € เท่านั้น อาหารที่นี่เตรียมออกมาในรูปแบบฝรั่งเศสคลาสสิค ลูกค้าสามารถแวะชิม Weekday Lunch Menu มื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สจัดเสิร์ฟมาในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 52 € ถัดมาคือ Discovery Menu นำเสนออาหารจำนวน 4 คอร์สมาแบบตามใจเชฟและมีคุณภาพของวัตถุดิบที่ดียิ่งขึ้นในราคา 108 € สุดท้ายคือ Tastimg Menu นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์สมาในราคา 142 € และมีจานที่โดดเด่นอย่างเช่น
✨ Scallops, beetroot and white wine sauce
หอยเชลล์ที่จี่มาอย่างดี เนื้อนุ่มหวานโดยธรรมชาติ จับคู่กับ Earthy Flavor ของซอสบีทรูทแดง เชฟเพิ่มความกรอบด้วยแผ่นกรอบเตรียมมาจากบีทรูท ข้างกันคือบีทรูทสีเหลืองสอดไส้หอยเชลล์อีกทีหนึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมขึ้นมาจากไวน์ขาวท้องถิ่นของภูมิภาค Alsace ให้รสหวานและความครีมมี่เชื่อมเนื้อสัมผัสทุกอวค์ประกอยเข้าด้วยกัน (16/20)
✨ Grilled “Calçot”, mackerel and mustard ice cream Violette
สำหรับคอร์สนี้พนักงานจะเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟ Calçot หรือพืชในตระกูลต้นหอมย่างแล้วเสิร์ฟมาบนก้างปลา ส่วนองค์ประกอบในจานคือไอศกรีม Violette Mustard (มัสตาร์ดผสมไวน์แดง) ที่เชฟบาลานซ์รสชาติและกลิ่นมาอย่างดีโดยตัวไอศกรีมให้กลิ่นฉุนเฉพาะตัวแต่ไม่มีความเผ็ดร้อนมากนัก ข้างกันคือปลาแมคเคอเรลหมักในน้ำส้มสายชูฝรั่งและนำไปรมควันต่ออีกทีหนึ่งจนได้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกันกับ Calçot หรือต้นหอมกรอบ ๆ จากนั้นจึงราดซอสที่เตรียมมาจากองุ่น Silvaner ลงไปนั่นเอง (16/20)
✨ Sole, mushroom, truffle, artichoke and bone juice
สำหรับคอร์สปลาเชฟเสิร์ฟมาเป็น Dover Sole จากแคว้น Brittany ตรงกลางของชิ้นปลาสอดไส้เห็ด Black Mushroom และ Truffle ผสมผสานกันมาอย่างลงตัวโดยจะมีพนักงานมาแล่ให้ถึงข้าง ๆ โต๊ะ จากนั้นจึงจัดลงจาน เนื้อปลานุ่มละมุนเสริมด้วยความหอมของ Truffle ได้อย่างพอเหมาะ ข้างกันคือองค์ประกอบของแก่นตะวันเสิร์ฟมาทั้งแบบย่าง ชิปส์ และมูสเนื้อเนียนละเอียด ตรงกลางคือ Winter Black Truffle สไลซ์มาเป็นชิ้นหนาพอที่เคี้ยวแล้วเรียกความกรอบให้กับจานได้ ทุกอย่างเชื่อมด้วย Fish Bone Juice หรือซอสกระดูกปลาเข้มข้น (16/20)
🎗 [WHY GO] Au Crocodile เป็นห้องอาหารระดับตำนานของภูมิภาค Alsace และประเทศฝรั่งเศสที่ให้บรรยากาศย้อนยุคชวนนึกถึงห้องอาหารระดับสูงในสมัยก่อน อาหารทุกจานมีเทคนิคและรสชาติที่ดี พนักงานบริการอย่างสุภาพและเป็นกันเอง อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของมื้อคงหนีไม่พ้นบรรดาไวน์เก่าหายากที่ทางร้านเก็ยเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาที่จับต้องได้ เพื่อน ๆ ที่แวะมาท่องเที่ยวแถบเมือง Strasbourg ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 35 รูป

![🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานแห่งแรกในภูมิภาค Alsace ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 1989 นอกจากนี้ตัวร้านในปัจจุบันยังขึ้นชื่อในการนำเสนออาหารฝรั่งเศสคลาสสิคควบคู่ไปกับและไวน์เก่ามาในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/337156310_1203873633823269_1467885663675222222_n.webp)























![🎗[THE CHEF & FOOD] Romain Brillat เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยมือหนึ่งของเชฟ Mathieu Viannay ที่ห้องอาหาร Mère Brazier (2 MICHELIN Stars) ในนคร Lyon และเชฟ Gilles Goujon ที่ห้องอาหาร Auberge du Vieux Puits (3 MICHELIN Stars) ในเมือง Fontjoncouse](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/330312033_564432912138418_5477313904512212031_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] เรื่องราวของ Au Crocodile ต้องเล่าย้อนไปในช่วงที่มหาวิหารแห่งนคร Strasbourg ตัดสินใจประกาศขายอาคารแห่งนี้ในปี 1801 จนกระทั่งกัปตัน Ackermann ซึ่งเป็นทหารคู่ใจของจอมกษัตริย์ Napolean Bonaparte เดินทางกลับมาจากการเข้าพิชิตอิยิปต์พร้อมกับสมบัติมากมาย หนึ่งในนั้นคือจระเข้แม่น้ำ Nile ตัวใหญ่ที่ถูกสตัฟฟ์และแขวนอยู่ไว้ในห้องโถง ต่อมาในปี 1840 กัปตัน Ackermann ได้ขายที่ดินและตัวอาคารให้กับคุณ Bentz เพื่อปรับปรุงให้กลายเป็นห้องอาหาร](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/337053723_955580289122184_1710532824444269436_n.webp)






![🎗 [WHY GO] Au Crocodile เป็นห้องอาหารระดับตำนานของภูมิภาค Alsace และประเทศฝรั่งเศสที่ให้บรรยากาศย้อนยุคชวนนึกถึงห้องอาหารระดับสูงในสมัยก่อน อาหารทุกจานมีเทคนิคและรสชาติที่ดี พนักงานบริการอย่างสุภาพและเป็นกันเอง อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของมื้อคงหนีไม่พ้นบรรดาไวน์เก่าหายากที่ทางร้านเก็ยเอาไว้อย่างดีและนำเสนอมาในราคาที่จับต้องได้ เพื่อน ๆ ที่แวะมาท่องเที่ยวแถบเมือง Strasbourg ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/03/337246686_234543172280625_5584769726370092744_n.webp)
แกลเลอรี

