GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Artur
Selected

ThailandArtur · อาเธอร์

French · อาหารฝรั่งเศส — ชั้น G โรงแรมบลิสตัน สุวรรณ พาร์ควิว 9 ซ.ต้นสน ถ.เพลินจิต เขตปทุมวัน, กรุงงเทพ, 10330, ประเทศไทย

🎗 รีวิววันนี้ขอกล่าวถึง Artur Restaurant ห้องอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคชั้นเลิศชนิดหาใครเทียบได้ยากในกรุงเทพ เจ้าของร้านคุณ Artur Kluczewski เป็นคนฝรั่งเศสโดยกำเนิด ทั้งยังผ่านประสบการณ์ในห้องอาหาร Fine Dining ระดับโลกแล้วมากมาย เริ่มจากการร่วมงานกับห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินในช่วงปี 1989 อย่าง Le Taillevent ตามมาด้วยงานในห้องอาหาร La Table de l'Espadon ระดับ 2 ดาวมิชลินของโรงแรม The Ritz Paris ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยและเปิดร้านอาหารแห่งนี้เป็นของตัวเองขึ้นในปี 2009 โดย Restaurant Artur ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโรงแรม Bliston Suwan Park View Hotel ห่างจากปากซอยต้นสนเพียง 200 เมตร สิ่งที่เราประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มาคือการตกแต่งที่ให้บรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปในห้องอาหารสุดหรูใจกลางกรุงปารีส เริ่มจากเคาเตอร์บาร์ด้านหน้าที่ใช้สีโทนแดงกำมะหยี่ตัดสลับกับสีขาว ห้องทานอาหารหลักถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง โต๊ะแต่ละตัวปูด้วยผ้าสีขาวตามแบบฉบับห้องอาหาร Fine Dining บนเพดานมีโคมไฟส่องแสงสีส้มสลัวช่วยเพิ่มความโรแมคติคสำหรับอาหารมื้อค่ำ ในบางครั้งคุณ Artur เจ้าของร้านจะออกมาต้อนรับลูกค้าและแนะนำเมนูอาหารด้วยตัวเองอีกด้วย

🎗 อาหารที่นี่ปรุงออกมาในสไตล์ Classic French มีเมนูให้เลือกหลากหลาย เช่น “Burgundy Escargots” หรือหอยทากฝรั่งเศสเสิร์ฟมากับพาสลีย์และเนยกระเทียม, “Cuisses de Grenouille” หรือขากบนำเข้าจากฝรั่งเศสเสิร์ฟมากับเลมอนและพาสลีย์อีมัลชั่น สุดท้ายเมนูที่เราประทับใจสุดๆย้อนไปเมื่อครั้งแรกที่มาทานจนต้องหยิบมาพูดในวันนี้คือ “Canard à l'Orange” หรือเป็ดฝรั่งเศสเพศเมีย Canette de Challans อบมากับซอสส้มสูตรเดียวกับห้องอาหารแห่งโรงแรม The Ritz ใน Place Vendôme กรุงปารีส ทั้งยังเสิร์ฟมาให้ถึง 2 คอร์ส จัดเป็นเมนูเด็ดระดับคะแนน 15/20 ที่ยังคงตราตรึงใจเรามาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเมนูที่โดดเด่นในมื้ออาหารนี้ขอยกมาเล่าคร่าวๆสัก 2-3 อย่างคือ

✨ Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++)

150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries

เมนูอาหารเรียกน้ำย่อย Signature ที่คุณ Artur เลือกใช้เนื้อวัวไพรม์ออสเตรเลียนแบล็คแองกัสปริมาณ 150 กรัม เตรียมสับมาจนละเอียดจากในครัว นำเนื้อสับที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในชามขนาดใหญ่ที่มีน้ำแข็งรองอยู่ด้านล่าง แล้วจึงค่อยๆเติมวัตถุดิบเสริมและซอสที่มากเกิน 10 ชนิดลงไปทีละอย่างๆ เริ่มต้นด้วยการใส่เนยและไข่แดงลงไปตีกับเนื้อสับ ความเย็นของชามจะทำให้ไข่แดงเริ่มจับตัวไม่เหลวจนเกินไป จากนั้นใส่เครื่องปรุงต่างๆลงไปอีกหลายชนิดทั้งมัสตาร์ด แองโชวี่ หอม กระเทียม ยังมีซอสอย่างทาบัสโก้ คอนยัค พาสลีย์ และอีกมากมายหลายอย่างจริงๆ สุดท้ายคือขั้นตอนการเสิร์ฟที่คุณ Artur จะตักแบ่งออกมาเป็นกอขนาดพอดีจำนวนคน โรยพริกไทยลงไป เสิร์ฟมาคู่กับเฟรนช์ฟรายส์เพื่อให้มีสองอุณหภูมิที่แตกต่างกันในอาหารคอร์สเดียว คลาสสิคมากๆ (15/20)

✨ Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g)

Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc”

อีกหนึ่งเมนูที่เราตั้งใจมาทานในวันนี้คือ “ปลาโดเวอร์โซล” นำเข้า คุณ Artur จะเตรียมโดยวิธีการ “เมอร์นิแยร์” ซึ่งก็คือการนำปลาไปคลุกเคล้ากับแป้ง จากนั้น Sauteed บนกระทะร้อนกับเนยจนสุกมีสีเหลืองอร่าม จากนั้นค่อยๆเลาะก้างปลาออกและจัดลงจานอย่างสวยงาม สุดท้ายคือขั้นตอนการเทราด “ซอสเบลอบล็องก์” ที่ทำเตรียมเอาไว้ลงไป เนื้อปลาสุกพอดีมากๆ มีความนุ่ม หอมกลิ่นเนย ซอสเบลอบล็องก์ที่ได้ทานก็เนียน ครีมมี่ อร่อยแบบหาใครเทียบได้ยากในกรุงเทพ จะทานกับซอสเลยหรือบีบเลมอนลงไปเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวก็อร่อยไม่แพ้กัน (15/20)

✨ Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions)

เมนู Signature Dish ที่โดดเด่นที่สุดจานหนึ่งของร้าน Artur คือ ”ฟิเลท์ เดอ เบิร์ฟ“ ที่ใช้เนื้อส่วนใจกลางของ ”ฟิเลท์ มินญอง“ ของวัวไพรม์ออสเตรเลียนอบมาในกระดาษฟอย เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare มีความนุ่ม ฉ่ำ ดีงามในแบบที่สเต๊กชั้นดีควรจะเป็น แล้วจึงนำมาแล่เตรียมเสิร์ฟที่ข้างโต๊ะลูกค้า คุณ Artur แนะนำให้จับคู่กับซอส Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่แท้จริงแล้วเป็นซอสที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Café de Paris ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Rue du Mont-Blanc ในกรุง Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ตัวซอสมีเนยเป็นเบสหลักและมีสีเขียวจากใบไทม์ นิยมทานกับเนื้อ บอกเลยว่าเข้ากันดีสุดๆ (15/20)

🎗 สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจนอกเหนือไปจากนั้นก็คือ “Service à la Française” หรือการนำเสิร์ฟสไตล์ฝรั่งเศสที่คุณ Artur จะเตรียมอาหารบางส่วนจากในครัว จากนั้นจึงนำมาปรุงต่อที่ข้างโต๊ะลูกค้าไปจนถึงขั้นตอนการจัดจานและนำเสิร์ฟ ด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนทั้งยังต้องใช้เทคนิคระดับสูงชนิดที่พลาดไม่ได้เลยต่อหน้าลูกค้าจึงทำให้การเสิร์ฟแบบนี้แทบจะหาไม่ได้แล้วในประเทศไทย เราขอแนะนำให้เลือกสั่งเมนูที่เขียนเอาไว้ว่า Prepared Tableside อย่างน้อยหนึ่งจานเพื่อชมความเป็นมืออาชีพของคุณ Artur เจ้าของร้าน อาหารทุกจานทำออกมาได้ดีชนิดหาใครเทียบได้ยาก ห้ามพลาดเมนู Signature ต่างๆ ที่คุณอาเธอร์ใส่สัญลักษณ์รูปหมวกเชฟแนะนำเอาไว้ในสมุดเมนู ราคามองผ่านๆอาจสูงกว่าร้านทั่วไปแต่เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพวัตถุดิบ บริการมืออาชีพชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานของห้องอาหารชั้นสูงในประเทศไทย และรสชาติอาหารทุกจานแล้วกลับรู้สึกคุ้มค่าขึ้นมาจนอยากกลับไปซ้ำอีกหลายๆครั้ง Restaurant Artur คือห้องอาหาร Fine Dining ที่ยกระดับมาตรฐานอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพให้ขึ้นไปทัดเทียมกับเมืองใหญ่อื่นๆในทวีปเอเชีย และควรคู่กับการบรรจุลงในสมุดปกแดงฉบับประเทศไทยอย่างไร้ข้อกังขา

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 47 รูป

🇹🇭 Artur - อาเธอร์ 🍴 French - อาหารฝรั่งเศส
รูปที่ 1
🇹🇭 Artur - อาเธอร์ 🍴 French - อาหารฝรั่งเศส
🍽 Selected by Michelin Guide
รูปที่ 2
🍽 Selected by Michelin Guide
Amuse Bouche Vegetable Soup เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยซุปผักรวมเสิร์ฟมาแบบเย็น ด้านบนทอปด้วยฟองนม ช่วยกระตุ้นความสดชื่นก่อนเข้าสู่มื้ออาหารได้เป็นอย่างดี (12/20)
รูปที่ 3
Amuse Bouche Vegetable Soup เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยซุปผักรวมเสิร์ฟมาแบบเย็น ด้านบนทอปด้วยฟองนม ช่วยกระตุ้นความสดชื่นก่อนเข้าสู่มื้ออาหารได้เป็นอย่างดี (12/20)
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries ขอแนะนำเมนูอาหารเรียกน้ำย่อย Signature อย่างทาทาร์เนื้อวัวซึ่งเป็นจานแรกที่คุณ Artur จะนำเสิร์ฟในรูปแบบ Service à la Française ปรุงให้ชมกันสดๆข้างโต๊ะเราในค่ำคืนนี้ (15/20)
รูปที่ 4
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries ขอแนะนำเมนูอาหารเรียกน้ำย่อย Signature อย่างทาทาร์เนื้อวัวซึ่งเป็นจานแรกที่คุณ Artur จะนำเสิร์ฟในรูปแบบ Service à la Française ปรุงให้ชมกันสดๆข้างโต๊ะเราในค่ำคืนนี้ (15/20)
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries คุณ Artur เลือกใช้เนื้อวัวไพรม์ออสเตรเลียนแบล็คแองกัสปริมาณ 150 กรัม เตรียมสับมาจนละเอียดจากในครัว (15/20)
รูปที่ 5
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries คุณ Artur เลือกใช้เนื้อวัวไพรม์ออสเตรเลียนแบล็คแองกัสปริมาณ 150 กรัม เตรียมสับมาจนละเอียดจากในครัว (15/20)
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries นำเนื้อสับที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในชามขนาดใหญ่ที่มีน้ำแข็งรองอยู่ด้านล่าง แล้วจึงค่อยๆเติมวัตถุดิบเสริมและซอสที่มากเกิน 10 ชนิดลงไปทีละอย่างๆ เริ่มต้นด้วยการใส่เนยและไข่แดงลงไปตีกับเนื้อสับ ความเย็นของชามจะทำให้ไข่แดงเริ่มจับตัวไม่เหลวจนเกินไป จากนั้นใส่เครื่องปรุงต่างๆลงไปอีกหลายชนิดทั้งมัสตาร์ด แองโชวี่ หอม กระเทียม ยังมีซอสอย่างทาบัสโก้ คอนยัค พาสลีย์ และอีกมากมายหลายอย่างจริงๆ (15/20)
รูปที่ 6
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries นำเนื้อสับที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในชามขนาดใหญ่ที่มีน้ำแข็งรองอยู่ด้านล่าง แล้วจึงค่อยๆเติมวัตถุดิบเสริมและซอสที่มากเกิน 10 ชนิดลงไปทีละอย่างๆ เริ่มต้นด้วยการใส่เนยและไข่แดงลงไปตีกับเนื้อสับ ความเย็นของชามจะทำให้ไข่แดงเริ่มจับตัวไม่เหลวจนเกินไป จากนั้นใส่เครื่องปรุงต่างๆลงไปอีกหลายชนิดทั้งมัสตาร์ด แองโชวี่ หอม กระเทียม ยังมีซอสอย่างทาบัสโก้ คอนยัค พาสลีย์ และอีกมากมายหลายอย่างจริงๆ (15/20)
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries จนได้ออกมาเป็นลักษณะนี้ คุณ Artur จะลองตักชิมรสชาติและปรุงรสเพิ่มอีกนิดหน่อย (15/20)
รูปที่ 7
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries จนได้ออกมาเป็นลักษณะนี้ คุณ Artur จะลองตักชิมรสชาติและปรุงรสเพิ่มอีกนิดหน่อย (15/20)
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries จากนั้นจะแบ่งออกมาเป็นกอขนาดพอดีจำนวนคน โรยพริกไทยลงไป เสิร์ฟมาคู่กับเฟรนช์ฟรายส์เพื่อให้มีสองอุณหภูมิที่แตกต่างกันในอาหารคอร์สเดียว คลาสสิคมากๆ (15/20)
รูปที่ 8
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries จากนั้นจะแบ่งออกมาเป็นกอขนาดพอดีจำนวนคน โรยพริกไทยลงไป เสิร์ฟมาคู่กับเฟรนช์ฟรายส์เพื่อให้มีสองอุณหภูมิที่แตกต่างกันในอาหารคอร์สเดียว คลาสสิคมากๆ (15/20)
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries ทาทาร์ที่นี่รสชาติดีไม่มีใครเทียบจริงๆ เนื้อวัวสับมาจนละเอียด มีความนุ่ม ละมุนลิ้น หอมกลิ่นเครื่องเทศที่มีมากเกิน 10 ชนิด ทุกอย่างเชื่อมเป็นเนื้อสัมผัสหนึ่งเดียวกัน บอกเลยว่าหาใครในกรุงเทพเทียบชั้นได้ยากมากๆ (15/20)
รูปที่ 9
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries ทาทาร์ที่นี่รสชาติดีไม่มีใครเทียบจริงๆ เนื้อวัวสับมาจนละเอียด มีความนุ่ม ละมุนลิ้น หอมกลิ่นเครื่องเทศที่มีมากเกิน 10 ชนิด ทุกอย่างเชื่อมเป็นเนื้อสัมผัสหนึ่งเดียวกัน บอกเลยว่าหาใครในกรุงเทพเทียบชั้นได้ยากมากๆ (15/20)
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries ส่วนเฟรนช์ฟรายส์ก็ดีงามตามมาตรฐาน ไม่อมน้ำมัน มีรสเค็มนิดๆ ทานสลับกับทาทาร์เข้ากันได้ดี (15/20)
รูปที่ 10
Artur's Steak Tartar Prepared Tableside (790++) 150 gm of Prime Australian Black Angus Beef Served with French Fries ส่วนเฟรนช์ฟรายส์ก็ดีงามตามมาตรฐาน ไม่อมน้ำมัน มีรสเค็มนิดๆ ทานสลับกับทาทาร์เข้ากันได้ดี (15/20)
Lobster Bisque Flavored with a Dash of X.O. Cognac (390++) With Pan-Roasted Crustacean Ragout ถัดมาคือ “ล็อบสเตอร์ บิสก์” หรือซุปข้นกุ้งล็อบสเตอร์ คุณ Artur นำกุ้งไปเสียบตะไคร้แล้วย่างจนสุก (14/20)
รูปที่ 11
Lobster Bisque Flavored with a Dash of X.O. Cognac (390++) With Pan-Roasted Crustacean Ragout ถัดมาคือ “ล็อบสเตอร์ บิสก์” หรือซุปข้นกุ้งล็อบสเตอร์ คุณ Artur นำกุ้งไปเสียบตะไคร้แล้วย่างจนสุก (14/20)
Lobster Bisque Flavored with a Dash of X.O. Cognac (390++) With Pan-Roasted Crustacean Ragout จากนั้นจึงเทซุปลงไปต่อหน้าลูกค้าที่โต๊ะ (14/20)
รูปที่ 12
Lobster Bisque Flavored with a Dash of X.O. Cognac (390++) With Pan-Roasted Crustacean Ragout จากนั้นจึงเทซุปลงไปต่อหน้าลูกค้าที่โต๊ะ (14/20)
Lobster Bisque Flavored with a Dash of X.O. Cognac (390++) With Pan-Roasted Crustacean Ragout ตัวซุปมีความข้นที่พอเหมาะ มีกลิ่นหอมกุ้งเด่นชัดเจน ตรงปลายมีกลิ่นอายความเผ็ดและขมเพียงเบาๆของคอนยัคที่ใส่มาด้วย ทานสลับกับเนื้อกุ้งย่างถือว่าเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว ถือเป็นจานที่คุณ Artur พลิกแพลงใส่ความเป็นไทยลงไปอย่างลงตัวโดยไม่ทิ้งรากเหง้าของอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม (14/20)
รูปที่ 13
Lobster Bisque Flavored with a Dash of X.O. Cognac (390++) With Pan-Roasted Crustacean Ragout ตัวซุปมีความข้นที่พอเหมาะ มีกลิ่นหอมกุ้งเด่นชัดเจน ตรงปลายมีกลิ่นอายความเผ็ดและขมเพียงเบาๆของคอนยัคที่ใส่มาด้วย ทานสลับกับเนื้อกุ้งย่างถือว่าเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว ถือเป็นจานที่คุณ Artur พลิกแพลงใส่ความเป็นไทยลงไปอย่างลงตัวโดยไม่ทิ้งรากเหง้าของอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม (14/20)
Black Truffle Cream Risotto (550++) With Mushroom & Parmesan Shavings คั่นกลางด้วย “รีซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิล” ซึ่งที่นี่แน่นอนว่าทำออกมาสไตล์ฝรั่งเศสจึงอาจไม่คุ้นลิ้นของเพื่อนๆที่เป็นคออาหารอิตาเลียนเท่าไหร่นัก ข้าวรีซอตโต้สุกกำลังดี หอมกลิ่นทรัฟเฟิบพอประมาณ ทานคู่กับเห็ด หน่อไม้ฝรั่ง พริกหวาน ตัดด้วยรสเค็มจากชีสพาเมซานที่ด้านบน (13/20)
รูปที่ 14
Black Truffle Cream Risotto (550++) With Mushroom & Parmesan Shavings คั่นกลางด้วย “รีซอตโต้เห็ดทรัฟเฟิล” ซึ่งที่นี่แน่นอนว่าทำออกมาสไตล์ฝรั่งเศสจึงอาจไม่คุ้นลิ้นของเพื่อนๆที่เป็นคออาหารอิตาเลียนเท่าไหร่นัก ข้าวรีซอตโต้สุกกำลังดี หอมกลิ่นทรัฟเฟิบพอประมาณ ทานคู่กับเห็ด หน่อไม้ฝรั่ง พริกหวาน ตัดด้วยรสเค็มจากชีสพาเมซานที่ด้านบน (13/20)
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” อีกหนึ่งเมนูที่เราตั้งใจมาทานในวันนี้คือ “ปลาโดเวอร์โซล” นำเข้า คุณ Artur จะเตรียมโดยวิธีการ “เมอร์นิแยร์” ซึ่งก็คือการนำปลาไปคลุกเคล้ากับแป้ง จากนั้น Sauteed บนกระทะร้อนกับเนยจนสุกมีสีเหลืองอร่ามดูน่าทานมากจริงๆ (15/20)
รูปที่ 15
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” อีกหนึ่งเมนูที่เราตั้งใจมาทานในวันนี้คือ “ปลาโดเวอร์โซล” นำเข้า คุณ Artur จะเตรียมโดยวิธีการ “เมอร์นิแยร์” ซึ่งก็คือการนำปลาไปคลุกเคล้ากับแป้ง จากนั้น Sauteed บนกระทะร้อนกับเนยจนสุกมีสีเหลืองอร่ามดูน่าทานมากจริงๆ (15/20)
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” และเช่นกัน นี่เป็นอีกหนึ่งจานที่มีการนำเสิร์ฟแบบ Service à la Française คุณ Artur จะค่อยๆเลาะก้างปลาออกและจัดลงจานอย่างสวยงาม (15/20)
รูปที่ 16
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” และเช่นกัน นี่เป็นอีกหนึ่งจานที่มีการนำเสิร์ฟแบบ Service à la Française คุณ Artur จะค่อยๆเลาะก้างปลาออกและจัดลงจานอย่างสวยงาม (15/20)
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” ไม่เพียงแค่นั้นเพราะที่โต๊ะคุณ Artur จะเทราด “ซอสเบลอบล็องก์” ที่ทำเตรียมเอาไว้ลงไปในจานด้วย (15/20)
รูปที่ 17
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” ไม่เพียงแค่นั้นเพราะที่โต๊ะคุณ Artur จะเทราด “ซอสเบลอบล็องก์” ที่ทำเตรียมเอาไว้ลงไปในจานด้วย (15/20)
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” เนื้อปลาสุกพอดีมากๆ เนื้อสัมผัสนุ่ม หอมกลิ่นเนย ซอสเบลอบล็องก์ที่ได้ทานก็เนียน ครีมมี่ อร่อยแบบหาใครเทียบได้ยากมากแล้วในกรุงเทพ จะทานกับซอสเลยหรือบีบเลมอนลงไปเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวก็อร่อยไม่แพ้กัน (15/20)
รูปที่ 18
Imported Whole Dover Sole Prepared at Your Table Side (1,950++/520g) Cooked Meunière and Served with Addition of “Beurre Blanc” เนื้อปลาสุกพอดีมากๆ เนื้อสัมผัสนุ่ม หอมกลิ่นเนย ซอสเบลอบล็องก์ที่ได้ทานก็เนียน ครีมมี่ อร่อยแบบหาใครเทียบได้ยากมากแล้วในกรุงเทพ จะทานกับซอสเลยหรือบีบเลมอนลงไปเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยวก็อร่อยไม่แพ้กัน (15/20)
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside สุดท้ายคือเมนู Signature Dish ที่โดดเด่นที่สุดจานหนึ่งของร้าน Artur คือ ”ฟิเลท์ เดอ เบิร์ฟ“ ที่ใช้เนื้อส่วนใจกลางของ ”ฟิเลท์ มินญอง“ ของวัวไพรม์ออสเตรเลียน อบมาในกระดาษฟอย (15/20)
รูปที่ 19
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside สุดท้ายคือเมนู Signature Dish ที่โดดเด่นที่สุดจานหนึ่งของร้าน Artur คือ ”ฟิเลท์ เดอ เบิร์ฟ“ ที่ใช้เนื้อส่วนใจกลางของ ”ฟิเลท์ มินญอง“ ของวัวไพรม์ออสเตรเลียน อบมาในกระดาษฟอย (15/20)
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside ปกติราคาเมนูนี้จะอยู่ที่ 1,290++/1 Portion แต่ลูกค้าต้องสั่งอย่างน้อย 2 Portions เท่ากับว่าราคาขั้นต่ำจะอยู่ที่ 2,580++/2 Portions นั่นเอง ทางร้านแนะนำให้ทานคู่กับ Café de Paris Sauce ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 175++ จึงรวมราคาเป็น 2,755++ นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 20
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside ปกติราคาเมนูนี้จะอยู่ที่ 1,290++/1 Portion แต่ลูกค้าต้องสั่งอย่างน้อย 2 Portions เท่ากับว่าราคาขั้นต่ำจะอยู่ที่ 2,580++/2 Portions นั่นเอง ทางร้านแนะนำให้ทานคู่กับ Café de Paris Sauce ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 175++ จึงรวมราคาเป็น 2,755++ นั่นเอง (15/20)
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside สำหรับซอส Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่แท้จริงแล้วเป็นซอสที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Café de Paris ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Rue du Mont-Blanc ในกรุง Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา (15/20)
รูปที่ 21
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside สำหรับซอส Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่แท้จริงแล้วเป็นซอสที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Café de Paris ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Rue du Mont-Blanc ในกรุง Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และกลายเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา (15/20)
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside ตัวซอสมีเนยเป็นเบสหลักและมีสีเขียวจากใบไทม์ นิยมทานกับเนื้อ บอกเลยว่าเข้ากันดีสุดๆ (15/20)
รูปที่ 22
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside ตัวซอสมีเนยเป็นเบสหลักและมีสีเขียวจากใบไทม์ นิยมทานกับเนื้อ บอกเลยว่าเข้ากันดีสุดๆ (15/20)
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside Fillet Mignon เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare มีความนุ่ม ฉ่ำ ดีงามในแบบที่สเต๊กชั้นดีควรจะเป็น ด้านบนโรยด้วยพริกไทย ใช้มีดหั่นออกทานกับซอส Café de Paris ที่มีความหอมละมุนของเนย สีเหลืองด้านข้างคือพูเรฟักทองและผักเคียงต่างๆ เป็นจานคลาสสิคที่ทำออกมาได้ไร้ที่ติจริงๆ (15/20)
รูปที่ 23
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside Fillet Mignon เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare มีความนุ่ม ฉ่ำ ดีงามในแบบที่สเต๊กชั้นดีควรจะเป็น ด้านบนโรยด้วยพริกไทย ใช้มีดหั่นออกทานกับซอส Café de Paris ที่มีความหอมละมุนของเนย สีเหลืองด้านข้างคือพูเรฟักทองและผักเคียงต่างๆ เป็นจานคลาสสิคที่ทำออกมาได้ไร้ที่ติจริงๆ (15/20)
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside Perfect Medium Rare ! สุดยอดจริงๆ (15/20)
รูปที่ 24
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside Perfect Medium Rare ! สุดยอดจริงๆ (15/20)
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside ลูกค้าสามารถเลือกทานคู่กับมัสตาร์ด 3 อย่างคือ Dijon, English และ Whole Grain (15/20)
รูปที่ 25
Fillet de Bœf Artur Style with Café de Paris Sauce (2,755++/2 Portions) A Very Center Cut of Prime Australian Fillet Mignon Cooked with Herbs and Carved at Your Tableside ลูกค้าสามารถเลือกทานคู่กับมัสตาร์ด 3 อย่างคือ Dijon, English และ Whole Grain (15/20)
French Baguette ส่วนขนมปังที่นี่เป็นบาเก็ตมาตรฐาน ทานกับเนยจืดคุณภาพดี
รูปที่ 26
French Baguette ส่วนขนมปังที่นี่เป็นบาเก็ตมาตรฐาน ทานกับเนยจืดคุณภาพดี
French Baguette ชิ้นนี้มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างกรอบ เคี้ยวเพลินมากๆ
รูปที่ 27
French Baguette ชิ้นนี้มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างกรอบ เคี้ยวเพลินมากๆ
Pre-Dessert Raspberry Sherbet ก่อนเข้าสู่ของหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟราสเบอร์รี่เชอร์เบทให้กับลูกค้าทุกคน (10/20)
รูปที่ 28
Pre-Dessert Raspberry Sherbet ก่อนเข้าสู่ของหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟราสเบอร์รี่เชอร์เบทให้กับลูกค้าทุกคน (10/20)
Iced Nougat (330++) Passion Fruit Coulis “นูแก็ท” เป็นขนมหวานที่ชาวยุโรปได้รับอิทธิพลมาจากเปอเซีย มีลักษณะคล้ายไอศกรีมหวานเย็น มีถั่วกรอบอยู่ตรวกลาง เสิร์ฟมากับซอสเสาวรสรสเปรี้ยว ผลองุ่น และสตรอว์เบอร์รี่ (12/20)
รูปที่ 29
Iced Nougat (330++) Passion Fruit Coulis “นูแก็ท” เป็นขนมหวานที่ชาวยุโรปได้รับอิทธิพลมาจากเปอเซีย มีลักษณะคล้ายไอศกรีมหวานเย็น มีถั่วกรอบอยู่ตรวกลาง เสิร์ฟมากับซอสเสาวรสรสเปรี้ยว ผลองุ่น และสตรอว์เบอร์รี่ (12/20)
Warm Rich Valrhona Chocolate Fondant (390++) Served with Raspberry Sherbet เราแนะนำให้ลองสั่ง “ช็อกโกแลต ฟองดองท์” ตัวเค้กทำมาจาก Valrhona Chocolate อบมาอุ่นๆ ด้านบนโรยด้วยผงไอซิ่ง ทานคู่กับเชอร์เบทราสเบอร์รี่รสเปรี้ยว องุ่น และมาการอง (13/20)
รูปที่ 30
Warm Rich Valrhona Chocolate Fondant (390++) Served with Raspberry Sherbet เราแนะนำให้ลองสั่ง “ช็อกโกแลต ฟองดองท์” ตัวเค้กทำมาจาก Valrhona Chocolate อบมาอุ่นๆ ด้านบนโรยด้วยผงไอซิ่ง ทานคู่กับเชอร์เบทราสเบอร์รี่รสเปรี้ยว องุ่น และมาการอง (13/20)
Warm Rich Valrhona Chocolate Fondant (390++) Served with Raspberry Sherbet แป้งด้านนอกนุ่มพอดี ไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป เพียงใช้ช้อนตักเบาๆจะพบกับช็อกโกแลตเข้มข้นไหลเยิ้มออกมาเป็นลาวา ดูน่าทานเป็นที่สุด (13/30)
รูปที่ 31
Warm Rich Valrhona Chocolate Fondant (390++) Served with Raspberry Sherbet แป้งด้านนอกนุ่มพอดี ไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป เพียงใช้ช้อนตักเบาๆจะพบกับช็อกโกแลตเข้มข้นไหลเยิ้มออกมาเป็นลาวา ดูน่าทานเป็นที่สุด (13/30)
Warm Tarte-Tartin (290++) Served with French Crème Fraîche สุดท้ายคือ “ทาร์ตตาแต็ง” แป้งทาร์ตบางกรอบเสิร์ฟมาคู่กับแอปเปิ้ลเชื่อมรสหวานที่ใส่อยู่ที่ด้านบน ข้างกันมีไอศกรีมวานิลลาและผลเบอร์รี่ต่างๆให้ทานตัดรสชาติกัน (13/20)
รูปที่ 32
Warm Tarte-Tartin (290++) Served with French Crème Fraîche สุดท้ายคือ “ทาร์ตตาแต็ง” แป้งทาร์ตบางกรอบเสิร์ฟมาคู่กับแอปเปิ้ลเชื่อมรสหวานที่ใส่อยู่ที่ด้านบน ข้างกันมีไอศกรีมวานิลลาและผลเบอร์รี่ต่างๆให้ทานตัดรสชาติกัน (13/20)
Mignardise Macaron and Madeleine ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย “มิกนาดีส” เป็นขนม Macaron และ Madeleine คนละชิ้น
รูปที่ 33
Mignardise Macaron and Madeleine ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย “มิกนาดีส” เป็นขนม Macaron และ Madeleine คนละชิ้น
💰 ราคา 8,597.98 บาท
รูปที่ 34
💰 ราคา 8,597.98 บาท
อาหารทุกจานทำออกมาได้ดีชนิดหาใครเทียบได้ยาก ห้ามพลาดเมนู Signature ต่างๆ ที่คุณอาเธอร์ใส่สัญลักษณ์รูปหมวกเชฟแนะนำเอาไว้ในสมุดเมนู ราคามองผ่านๆอาจสูงกว่าร้านทั่วไปแต่เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพวัตถุดิบ บริการมืออาชีพชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานของห้องอาหารชั้นสูงในประเทศไทย และรสชาติอาหารทุกจานแล้วกลับรู้สึกคุ้มค่าขึ้นมาจนอยากกลับไปซ้ำอีกหลายๆครั้ง
รูปที่ 35
อาหารทุกจานทำออกมาได้ดีชนิดหาใครเทียบได้ยาก ห้ามพลาดเมนู Signature ต่างๆ ที่คุณอาเธอร์ใส่สัญลักษณ์รูปหมวกเชฟแนะนำเอาไว้ในสมุดเมนู ราคามองผ่านๆอาจสูงกว่าร้านทั่วไปแต่เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพวัตถุดิบ บริการมืออาชีพชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นบรรทัดฐานของห้องอาหารชั้นสูงในประเทศไทย และรสชาติอาหารทุกจานแล้วกลับรู้สึกคุ้มค่าขึ้นมาจนอยากกลับไปซ้ำอีกหลายๆครั้ง
สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจนอกเหนือไปจากนั้นก็คือ “Service à la Française” หรือการนำเสิร์ฟสไตล์ฝรั่งเศสที่คุณ Artur จะเตรียมอาหารบางส่วนจากในครัว จากนั้นจึงนำมาปรุงต่อที่ข้างโต๊ะลูกค้าไปจนถึงขั้นตอนการจัดจานและนำเสิร์ฟ ด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนทั้งยังต้องใช้เทคนิคระดับสูงชนิดที่พลาดไม่ได้เลยต่อหน้าลูกค้าจึงทำให้การเสิร์ฟแบบนี้แทบจะหาไม่ได้แล้วในประเทศไทย เราขอแนะนำให้เลือกสั่งเมนูที่เขียนเอาไว้ว่า Prepared Tableside อย่างน้อยหนึ่งจานเพื่อชมความเป็นมืออาชีพของคุณ Artur เจ้าของร้าน
รูปที่ 36
สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจนอกเหนือไปจากนั้นก็คือ “Service à la Française” หรือการนำเสิร์ฟสไตล์ฝรั่งเศสที่คุณ Artur จะเตรียมอาหารบางส่วนจากในครัว จากนั้นจึงนำมาปรุงต่อที่ข้างโต๊ะลูกค้าไปจนถึงขั้นตอนการจัดจานและนำเสิร์ฟ ด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนทั้งยังต้องใช้เทคนิคระดับสูงชนิดที่พลาดไม่ได้เลยต่อหน้าลูกค้าจึงทำให้การเสิร์ฟแบบนี้แทบจะหาไม่ได้แล้วในประเทศไทย เราขอแนะนำให้เลือกสั่งเมนูที่เขียนเอาไว้ว่า Prepared Tableside อย่างน้อยหนึ่งจานเพื่อชมความเป็นมืออาชีพของคุณ Artur เจ้าของร้าน
สิ่งที่เราประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มาคือการตกแต่งที่ให้บรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปในห้องอาหารสุดหรูใจกลางกรุงปารีส
รูปที่ 37
สิ่งที่เราประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มาคือการตกแต่งที่ให้บรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปในห้องอาหารสุดหรูใจกลางกรุงปารีส
ห้องทานอาหารหลักถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง บนเพดานมีโคมไฟส่องแสงสีส้มสลัวช่วยเพิ่มความโรแมคติคสำหรับอาหารมื้อค่ำ
รูปที่ 38
ห้องทานอาหารหลักถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง บนเพดานมีโคมไฟส่องแสงสีส้มสลัวช่วยเพิ่มความโรแมคติคสำหรับอาหารมื้อค่ำ
บนเพดานมีโคมไฟส่องแสงสีส้มสลัวช่วยเพิ่มความโรแมคติคสำหรับอาหารมื้อค่ำ
รูปที่ 39
บนเพดานมีโคมไฟส่องแสงสีส้มสลัวช่วยเพิ่มความโรแมคติคสำหรับอาหารมื้อค่ำ
โต๊ะแต่ละตัวปูด้วยผ้าสีขาวตามแบบฉบับห้องอาหาร Fine Dining
รูปที่ 40
โต๊ะแต่ละตัวปูด้วยผ้าสีขาวตามแบบฉบับห้องอาหาร Fine Dining
เคาเตอร์บาร์ด้านหน้าที่ใช้สีโทนแดงกำมะหยี่ตัดสลับกับสีขาว
รูปที่ 41
เคาเตอร์บาร์ด้านหน้าที่ใช้สีโทนแดงกำมะหยี่ตัดสลับกับสีขาว
อาหารที่นี่ปรุงออกมาในสไตล์ Classic French มีเมนูให้เลือกหลากหลาย
รูปที่ 42
อาหารที่นี่ปรุงออกมาในสไตล์ Classic French มีเมนูให้เลือกหลากหลาย
บนผนังมีรูปวาดแขวนประดับเอาไว้
รูปที่ 43
บนผนังมีรูปวาดแขวนประดับเอาไว้
เจ้าของร้านคุณ Artur Kluczewski เป็นคนฝรั่งเศสโดยกำเนิด ทั้งยังผ่านประสบการณ์ในห้องอาหาร Fine Dining ระดับโลกแล้วมากมาย เริ่มจากการร่วมงานกับห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินในช่วงปี 1989 อย่าง Le Taillevent ตามมาด้วยงานในห้องอาหาร La Table de l'Espadon ระดับ 2 ดาวมิชลินของโรงแรม The Ritz Paris ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยและเปิดร้านอาหารแห่งนี้เป็นของตัวเองขึ้นในปี 2009
รูปที่ 44
เจ้าของร้านคุณ Artur Kluczewski เป็นคนฝรั่งเศสโดยกำเนิด ทั้งยังผ่านประสบการณ์ในห้องอาหาร Fine Dining ระดับโลกแล้วมากมาย เริ่มจากการร่วมงานกับห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินในช่วงปี 1989 อย่าง Le Taillevent ตามมาด้วยงานในห้องอาหาร La Table de l'Espadon ระดับ 2 ดาวมิชลินของโรงแรม The Ritz Paris ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยและเปิดร้านอาหารแห่งนี้เป็นของตัวเองขึ้นในปี 2009
Restaurant Artur คือห้องอาหาร Fine Dining ที่ยกระดับมาตรฐานอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพให้ขึ้นไปทัดเทียมกับเมืองใหญ่อื่นๆในทวีปเอเชีย และควรคู่กับการบรรจุลงในสมุดปกแดงฉบับประเทศไทยอย่างไร้ข้อกังขา
รูปที่ 45
Restaurant Artur คือห้องอาหาร Fine Dining ที่ยกระดับมาตรฐานอาหารฝรั่งเศสในกรุงเทพให้ขึ้นไปทัดเทียมกับเมืองใหญ่อื่นๆในทวีปเอเชีย และควรคู่กับการบรรจุลงในสมุดปกแดงฉบับประเทศไทยอย่างไร้ข้อกังขา
Restaurant Artur ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโรงแรม Bliston Suwan Park View Hotel ห่างจากปากซอยต้นสนเพียง 200 เมตร
รูปที่ 46
Restaurant Artur ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโรงแรม Bliston Suwan Park View Hotel ห่างจากปากซอยต้นสนเพียง 200 เมตร
ก่อนกลับบ้านคุณ Artur มอบขนม Madeleine ให้เรากติดไม้ติดมือกลับไปทานที่บ้านด้วย
รูปที่ 47
ก่อนกลับบ้านคุณ Artur มอบขนม Madeleine ให้เรากติดไม้ติดมือกลับไปทานที่บ้านด้วย

แกลเลอรี