GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
ARIA
1 MICHELIN Star

ItalyARIA · อาเรีย

Contemporary, Modern Cuisine · อาหารร่วมสมัย, อาหารโมเดิร์น — via Loggia dei Pisani 2, Naples, 80121, Italy

🎗 [INTRO] Naples เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบชั้นยอดและความเป็นต้นตำรับอาหารอิตาลีสไตล์ Neapolitan โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้านสูตรคุณยายที่อร่อยชนิดหาใครเทียบได้ยาก อย่างไรก็ตามในช่วงหลัง ๆ บรรดาเชฟรุ่นใหม่ได้เริ่มหยิบอาหารพื้นบ้านเหล่านี้มาดัดแปลงโดยใช้เทคนิคและใส่ลายเซ็นต์ของตัวเองลงไปให้มีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของตัวอาหารเดิม หนึ่งในนั้นคือห้องอาหาร ARIA ที่เพิ่งคว้ารางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้ไม่นานนี้นั่นเอง

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ARIA ตั้งอยู่ใจกลางนคร Naples ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Castel Nuovo ออกมาเพียง 650 เมตรหรือใครที่เดินทางมาโดยรถไฟฟ้าใต้ดินสามารถลงที่สถานี Università ก็ได้เช่นกัน เมื่อถึงจุดหมายจะพบกับซอยเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Via Loggia dei Pisani โดยตัวร้านจะตั้งอยู่หัวมุมถนนพอดิบพอดีแต่มีประตูทางเข้าขยับเข้าไปอยู่ในซอยเล็กน้อย ผนังไม้สีน้ำตาลช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความ Minimalism ยังมีโคมไฟขนาดใหญ่ส่องสว่างลงมายังกลางโต๊ะเพื่อสร้างความโดดเด่นกับอาหารแต่ละจานที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาอย่างปราณีตอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของห้องอาหาร ARIA คือเชฟ Paolo Barrale ผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาใน Cefalù เมืองเล็ก ๆ บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำโรงงานพาสต้า หลังจากจบการศึกษาจาก Istituto Professionale Alberghiero Di Stato ในเมือง Cefalù บ้านเกิดเขาจึงเริ่มออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามห้องอาหารชั้นนำมากมายอย่าง La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในกรุง Rome ในตำแหน่งของ Chef de Partie Entremetier และ Patissier และห้องอาหาร Torre del Saracino (2 MICHELIN Stars) เป็นระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย หลังจากนั้นในปี 2005 เขาตัดสินใจรับตำแหน่ง Head Chef ให้กับห้องอาหาร Marennà ซึ่งตั้งอยู่ในไร่ไวน์ชื่อดังของภูมิภาค Campania อย่าง Feudi di San Gregorio Winery และเริ่มต้นผสมผสานเทคนิคการเตรียมอาหารยุคใหม่เข้ากับอาหารคลาสสิคทั้งยังคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกด้วย กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนมิถุนายน 2021 เชฟ Paolo Barrale ได้รับงานควบคุม ARIA ห้องอาหารเปิดใหม่ใจกลางนคร Naples ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปี 2022 นับเป็นระยะเวลาเพียง 5 เดือนเท่านั้นซึ่งจัดว่ารวดเร็วมากสำหรับห้องอาหารในแถบยุโรป

🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร ARIA มีจุดเด่นคือการหยิบยกเมนูพื้นบ้านที่เราอาจคุ้นเคยกันดีมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงระดับสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปบกใหม่ไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ ARIA DI CASA (120 €) จำนวน 5 คอร์สพร้อมกับ Wine Paring ในราคา 50 € ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราได้ชิมกันในวันนี้โดยเชฟตั้งใจหยิบยกเมนูพื้นบ้านมานำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นชวนให้ลูกค้าย้อนรำลึกไปถึงประสบการณ์ในวัยเด็กตามคอนเซปที่แปลตรงตัวได้ว่า Feel of Home ถัดมาคือ BOCCATA D’ARIA (150 €) นำเสนอมาจำนวน 7 คอร์สนำเสนออาหารที่คิดค้นขึ้นมาจากรากเหง้าของตัวเชฟเอง สุดท้ายคือ CAMPATO IN ARIA (120 €) ที่ลูกค้าสามารถเลือกอาหารจำนวน 3 คอร์สได้จากรายการ À LA CARTE ได้ตามใจชอบโดยมีจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ

✨ BOTTONI ALLA PIROZZI

eggplant, tomato, parmigiano cheese, smoked buttermilk

เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Parmigiana di Melanzane (Eggplant Parmigiana) ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นยอดนิยมในพื้นที่แถบ Campania และ Sicily เชฟนำเสนออกมาเป็นพาสต้าเส้นสดโฮมเมดทรงเกี๊ยวทรงเกี๊ยว ภายในสอดไส้มะเขือ มะเขือเทศ และชีส Parmigiano รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำสต๊อกมะเขือผสมผสานกับมะเขือเทศและชีส Parmigiano อีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความหอมของฟักทองน้ำเต้ารมควันผสมผสานกันได้อย่างกลมกล่อม (15/20)

✨ ROYALE ALL’ISCHITANA

rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato

องค์ประกอบแรกคือเนื้อกระต่ายเสิร์ฟมาในรูปแบบ Royale โดยเชฟปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำจับคู่กับความฉ่ำ เปรี้ยว อุมามิของ Concassé มะเขือเทศ ด้านบนมีอโรมาหอม ๆ ของใบเบซิลและใบพาสลีย์ ข้างกันคือ Mashed Potato และ Pate ตับกระต่ายที่เตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุน เชฟแนะนำให้รับประทานคู่กับ Pan Brioche นุ่ม ๆ ที่มีรสหวานกลมกล่อมของน้ำผึ้ง (15/20)

✨ PORK, BLACK MOLE SAUCE, ENDIVE, ORANGE

เนื้อส่วนซี่โครงหมูย่างเสิร์ฟมากับซอสรสชาติเข้มข้น องค์ประกอบข้างกันคือ Endive องค์ประกอบด้านบนคือครีมที่มีกลิ่นหอมของกาแฟและมะกอกดำผสมผสานกันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีอีกคอร์สย่อยที่เสิร์ฟมาคู่กับ Taco สไตล์เม็กซิกัน ตรงกลางบรรจุหมูสามชั้น พริกหวาน และหัวหอมแดง (15/20)

🎗 [WHY GO] ARIA เป็นห้องอาหารที่นำเสนอเมนูพื้นบ้านออกมาในสไตล์โมเดิร์นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติที่คุ้นเคยในรูปแบบที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตามจากการที่เราเลือกจับคู่อาหารกับ Wine Pairing พบว่าทางร้านตั้งใจเสิร์ฟไวน์ชนิดเดียวกันในอาหาร 2 คอร์สและนับเป็น 2 แก้ว ส่วนไวน์หวานที่ควรจะจับคู่กับอาหารหวานและมีอยู่ในรายการไวน์นั้นกลับไม่ได้นำเสิร์ฟแต่อย่างใด ราคาอาหารถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบริบทของตัวร้านแต่ก็แลกมาด้วยทำเลใจกลางนครหลวงแห่งภูมิภาคนี้นั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 44 รูป

🇮🇹 ARIA - อาเรีย 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Contemporary, Modern Cuisine - อาหารร่วมสมัย, อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Paolo Barrale - เชฟเปาโล บาร์ราเล่
รูปที่ 1
🇮🇹 ARIA - อาเรีย 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Contemporary, Modern Cuisine - อาหารร่วมสมัย, อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Paolo Barrale - เชฟเปาโล บาร์ราเล่
AMUSE-BOUCHE เริ่มต้น Amuse-bouche เพื่อเรียกน้ำย่อยคำแรกคือ Meringue กรอบ ๆ ด้านบนท็อปด้วย องค์ประกอบของมะนาวและ Chartreuse Jelly (15/20)
รูปที่ 2
AMUSE-BOUCHE เริ่มต้น Amuse-bouche เพื่อเรียกน้ำย่อยคำแรกคือ Meringue กรอบ ๆ ด้านบนท็อปด้วย องค์ประกอบของมะนาวและ Chartreuse Jelly (15/20)
AMUSE-BOUCHE ผักสลัดโรยด้านบนด้วย Parmesan Cheese ขนาบข้างด้วยหนังไก่กรอบ วิธีรับประทานให้จุ่มลงไปใน Mayonnaise ที่มีอโรมาเฉพาะตัวของ Worcestershire Sauce และ Anchovy มาช่วยเสริมกลิ่นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น (15/20)
รูปที่ 3
AMUSE-BOUCHE ผักสลัดโรยด้านบนด้วย Parmesan Cheese ขนาบข้างด้วยหนังไก่กรอบ วิธีรับประทานให้จุ่มลงไปใน Mayonnaise ที่มีอโรมาเฉพาะตัวของ Worcestershire Sauce และ Anchovy มาช่วยเสริมกลิ่นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น (15/20)
AMUSE-BOUCHE หอยแมลงภู่ปรุงรสด้วย Lemon Ice ช่วยเรียกความสดชื่นโดยมีอโรมาหอม ๆ จาก Sichuan Pepper ที่โรยอยู่ด้านบน (15/20)
รูปที่ 4
AMUSE-BOUCHE หอยแมลงภู่ปรุงรสด้วย Lemon Ice ช่วยเรียกความสดชื่นโดยมีอโรมาหอม ๆ จาก Sichuan Pepper ที่โรยอยู่ด้านบน (15/20)
AMUSE-BOUCHE Celeriac Cone เสิร์ฟมากับ Celriac Cream, ถั่ว Hazelnut และอโรมาหอม ๆ ของ Black Truffle (15/20)
รูปที่ 5
AMUSE-BOUCHE Celeriac Cone เสิร์ฟมากับ Celriac Cream, ถั่ว Hazelnut และอโรมาหอม ๆ ของ Black Truffle (15/20)
AMUSE-BOUCHE Donut ทอดกรอบตรงกลางสอดไส้ครีมมันฝรั่ง ด้านบนคือองค์ประกอบของมะเขือเทศ ชีส Mozzarella และใบเบซิล (15/20)
รูปที่ 6
AMUSE-BOUCHE Donut ทอดกรอบตรงกลางสอดไส้ครีมมันฝรั่ง ด้านบนคือองค์ประกอบของมะเขือเทศ ชีส Mozzarella และใบเบซิล (15/20)
AMUSE-BOUCHE Caponata เมนูยอดนิยมจากแคว้น Sicily บ้านเกิดของเชฟจับคู่กับมะเขือ Eggplant, มะเขือเทศ, มะกอกดำ, เคเปอร์, น้ำตาล และน้ำส้มสายชู (15/20)
รูปที่ 7
AMUSE-BOUCHE Caponata เมนูยอดนิยมจากแคว้น Sicily บ้านเกิดของเชฟจับคู่กับมะเขือ Eggplant, มะเขือเทศ, มะกอกดำ, เคเปอร์, น้ำตาล และน้ำส้มสายชู (15/20)
AMUSE-BOUCHE ลูกกลม ๆ นี้ภายในบรรจุ Zucchini ทอดท็อปด้านบนด้วยชีสหอมมัน (15/20)
รูปที่ 8
AMUSE-BOUCHE ลูกกลม ๆ นี้ภายในบรรจุ Zucchini ทอดท็อปด้านบนด้วยชีสหอมมัน (15/20)
AMUSE-BOUCHE จบด้วย Pizza Fritta Napoletana หรือพิซซ่าทอดสไตล์ Neapolitan ที่เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่ ด้านล่างมีองค์ประกอบของมะเขือเทศและมันหมู ครีมสีขาวด้านบนเตรียมมาจากชีสหลายชนิดคือ Ricotta, Provola Cheese และขนมปังกรอบ (15/20)
รูปที่ 9
AMUSE-BOUCHE จบด้วย Pizza Fritta Napoletana หรือพิซซ่าทอดสไตล์ Neapolitan ที่เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่ ด้านล่างมีองค์ประกอบของมะเขือเทศและมันหมู ครีมสีขาวด้านบนเตรียมมาจากชีสหลายชนิดคือ Ricotta, Provola Cheese และขนมปังกรอบ (15/20)
BREAD ยังมีขนมปังให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบเริ่มจาก Grissini ทั้งแบบ Classic และ Butter with Seaweed และ Trarallo กรอบ ๆ อีกด้วย
รูปที่ 10
BREAD ยังมีขนมปังให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบเริ่มจาก Grissini ทั้งแบบ Classic และ Butter with Seaweed และ Trarallo กรอบ ๆ อีกด้วย
BREAD Sfincione เป็นพิซซ่าท้องถิ่นจากแคว้น Sicily ด้านบนมีองค์ประกอบของมะเขือเทศ, แองโชวี่, มะกอกดำ เคเปอร์ และหัวหอม
รูปที่ 11
BREAD Sfincione เป็นพิซซ่าท้องถิ่นจากแคว้น Sicily ด้านบนมีองค์ประกอบของมะเขือเทศ, แองโชวี่, มะกอกดำ เคเปอร์ และหัวหอม
BREAD ยังมีขนมปังชิ้นโตที่เตรียมขึ้นมาจากเมล็ดแฟลกซ์และเมล็ดทานตะวันเสิร์ฟมากับ Salted Butter หรือเนยที่ได้รสชาติเค็มจาก Miso
รูปที่ 12
BREAD ยังมีขนมปังชิ้นโตที่เตรียมขึ้นมาจากเมล็ดแฟลกซ์และเมล็ดทานตะวันเสิร์ฟมากับ Salted Butter หรือเนยที่ได้รสชาติเค็มจาก Miso
AMUSE-BOUCHE เซ็ตเรียกน้ำย่อยทั้งหมดจัดเสิร์ฟมาอย่างต่อเนื่อง
รูปที่ 13
AMUSE-BOUCHE เซ็ตเรียกน้ำย่อยทั้งหมดจัดเสิร์ฟมาอย่างต่อเนื่อง
AMUSE-BOUCHE ภาพถ่ายโดยรวมของเซ็ตเรียกน้ำย่อย
รูปที่ 14
AMUSE-BOUCHE ภาพถ่ายโดยรวมของเซ็ตเรียกน้ำย่อย
ALICI COME PRIMA anchovies, parsley, lemon เมนูคอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือปลา Anchovies ที่มีส่วนผสมของที่ให้รสชาติเค็มนำค่อนข้างโดด ด้านบนคือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากปบา Anchovies, ใบ Pasley และกระเทียม อย่างไรก็ตามกลิ่นอายของทะเลที่ได้จาก Anchovies และอโรมาของ Parsley แสดงออกมาค่อนข้างโดดจนอาจไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน (14/20)
รูปที่ 15
ALICI COME PRIMA anchovies, parsley, lemon เมนูคอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือปลา Anchovies ที่มีส่วนผสมของที่ให้รสชาติเค็มนำค่อนข้างโดด ด้านบนคือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากปบา Anchovies, ใบ Pasley และกระเทียม อย่างไรก็ตามกลิ่นอายของทะเลที่ได้จาก Anchovies และอโรมาของ Parsley แสดงออกมาค่อนข้างโดดจนอาจไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน (14/20)
ALICI COME PRIMA anchovies, parsley, lemon ข้างกันคือขนมปังกรอบท็อปด้านบนด้วย Smoked Cream หอมมันโดยมีความเค็มของชิ้นปลา Anchovies ผสมผสานกับ Oscietra Caviar ได้อย่างลงตัว (14/20)
รูปที่ 16
ALICI COME PRIMA anchovies, parsley, lemon ข้างกันคือขนมปังกรอบท็อปด้านบนด้วย Smoked Cream หอมมันโดยมีความเค็มของชิ้นปลา Anchovies ผสมผสานกับ Oscietra Caviar ได้อย่างลงตัว (14/20)
BOTTONI ALLA PIROZZI eggplant, tomato, parmigiano cheese, smoked buttermilk เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Parmigiana di Melanzane (Eggplant Parmigiana) ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นยอดนิยมในพื้นที่แถบ Campania และ Sicily เชฟนำเสนออกมาเป็นพาสต้าเส้นสดโฮมเมดทรงเกี๊ยวทรงเกี๊ยว ภายในสอดไส้มะเขือ มะเขือเทศ และชีส Parmigiano รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำสต๊อกมะเขือผสมผสานกับมะเขือเทศและชีส Parmigiano อีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความหอมของฟักทองน้ำเต้ารมควันผสมผสานกันได้อย่างกลมกล่อม (15/20)
รูปที่ 17
BOTTONI ALLA PIROZZI eggplant, tomato, parmigiano cheese, smoked buttermilk เมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Parmigiana di Melanzane (Eggplant Parmigiana) ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นยอดนิยมในพื้นที่แถบ Campania และ Sicily เชฟนำเสนออกมาเป็นพาสต้าเส้นสดโฮมเมดทรงเกี๊ยวทรงเกี๊ยว ภายในสอดไส้มะเขือ มะเขือเทศ และชีส Parmigiano รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากน้ำสต๊อกมะเขือผสมผสานกับมะเขือเทศและชีส Parmigiano อีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความหอมของฟักทองน้ำเต้ารมควันผสมผสานกันได้อย่างกลมกล่อม (15/20)
FUSILLONE PASTA, SAUSAGE AND FRIARIELLI Fusillone พาสต้าทรงเกลียวเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente ทำให้ตัวเส้นมีความกรึบ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความนุ่มของ Beef Tartare เสริมด้วยความหอมของ Saffron ยังมีองค์ประกอบของ Friarielli ซึ่งเป็นผักท้องถิ่นในพื้นที่แถบ Naples มีลักษณะและรสชาติติดขมคล้าย Broccoli เชฟผสมผสานกับไขมันหมูเพื่อเกลารสชาติให้กลมกล่อม (14/20)
รูปที่ 18
FUSILLONE PASTA, SAUSAGE AND FRIARIELLI Fusillone พาสต้าทรงเกลียวเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente ทำให้ตัวเส้นมีความกรึบ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความนุ่มของ Beef Tartare เสริมด้วยความหอมของ Saffron ยังมีองค์ประกอบของ Friarielli ซึ่งเป็นผักท้องถิ่นในพื้นที่แถบ Naples มีลักษณะและรสชาติติดขมคล้าย Broccoli เชฟผสมผสานกับไขมันหมูเพื่อเกลารสชาติให้กลมกล่อม (14/20)
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato สำหรับ Main Course ในเซ็ตเมนูหลักเชฟตั้งใจนำเสนอวัตถุดิบอย่างเนื้อกระต่ายออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน (16/20)
รูปที่ 19
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato สำหรับ Main Course ในเซ็ตเมนูหลักเชฟตั้งใจนำเสนอวัตถุดิบอย่างเนื้อกระต่ายออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน (16/20)
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato องค์ประกอบแรกคือเนื้อกระต่ายเสิร์ฟมาในรูปแบบ Royale โดยเชฟปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำจับคู่กับความฉ่ำ เปรี้ยว อุมามิของ Concassé มะเขือเทศ ด้านบนมีอโรมาหอม ๆ ของใบเบซิลและใบพาสลีย์ (16/20)
รูปที่ 20
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato องค์ประกอบแรกคือเนื้อกระต่ายเสิร์ฟมาในรูปแบบ Royale โดยเชฟปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำจับคู่กับความฉ่ำ เปรี้ยว อุมามิของ Concassé มะเขือเทศ ด้านบนมีอโรมาหอม ๆ ของใบเบซิลและใบพาสลีย์ (16/20)
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato ข้างกันคือ Mashed Potato และ Pate ตับกระต่ายที่เตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุน (16/20)
รูปที่ 21
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato ข้างกันคือ Mashed Potato และ Pate ตับกระต่ายที่เตรียมมาอย่างดีให้เนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุน (16/20)
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato เชฟแนะนำให้รับประทานคู่กับ Pan Brioche นุ่ม ๆ ที่มีรสหวานกลมกล่อมของน้ำผึ้ง (16/20)
รูปที่ 22
ROYALE ALL’ISCHITANA rabbit, tomato, savory, rabbit liver pate, mashed potato เชฟแนะนำให้รับประทานคู่กับ Pan Brioche นุ่ม ๆ ที่มีรสหวานกลมกล่อมของน้ำผึ้ง (16/20)
PORK, BLACK MOLE SAUCE, ENDIVE, ORANGE จานนี้คือเมนคอร์สที่มีวัตถุดิบหลักคือเนื้อหมู (15/20)
รูปที่ 23
PORK, BLACK MOLE SAUCE, ENDIVE, ORANGE จานนี้คือเมนคอร์สที่มีวัตถุดิบหลักคือเนื้อหมู (15/20)
PORK, BLACK MOLE SAUCE, ENDIVE, ORANGE เนื้อส่วนซี่โครงหมูย่างเสิร์ฟมากับซอสรสชาติเข้มข้น องค์ประกอบข้างกันคือ Endive องค์ประกอบด้านบนคือครีมที่มีกลิ่นหอมของกาแฟและมะกอกดำผสมผสานกันได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 24
PORK, BLACK MOLE SAUCE, ENDIVE, ORANGE เนื้อส่วนซี่โครงหมูย่างเสิร์ฟมากับซอสรสชาติเข้มข้น องค์ประกอบข้างกันคือ Endive องค์ประกอบด้านบนคือครีมที่มีกลิ่นหอมของกาแฟและมะกอกดำผสมผสานกันได้อย่างลงตัว (15/20)
PORK, BLACK MOLE SAUCE, ENDIVE, ORANGE นอกจากนี้ยังมีอีกคอร์สย่อยที่เสิร์ฟมาคู่กับ Taco สไตล์เม็กซิกัน ตรงกลางบรรจุหมูสามชั้น พริกหวาน และหัวหอมแดง (15/20)
รูปที่ 25
PORK, BLACK MOLE SAUCE, ENDIVE, ORANGE นอกจากนี้ยังมีอีกคอร์สย่อยที่เสิร์ฟมาคู่กับ Taco สไตล์เม็กซิกัน ตรงกลางบรรจุหมูสามชั้น พริกหวาน และหัวหอมแดง (15/20)
PRE-DESSERT ล้างปากด้วย Pre-dessert ที่เตรียมขึ้นมาจากดอก Sambuco ด้านบนท็อปด้วย Liquorice Gel (13/20)
รูปที่ 26
PRE-DESSERT ล้างปากด้วย Pre-dessert ที่เตรียมขึ้นมาจากดอก Sambuco ด้านบนท็อปด้วย Liquorice Gel (13/20)
NON CHIAMATELA DELIZIA meringue, lemon sorbet, limoncello mousse, extra virgin olive oil biscuit ของหวานจานหลักเชฟตั้งใจประกอบ Lemon Sorbet รสเปรี้ยวกลมกล่อมจับคู่มากับ Limoncello Mousse โดยมีความกรอบของถั่วอัลมอนด์, บิสกิตน้ำมันมะกอก EVO และเมอแรงก์เพื่อตัดรสหวานนั่นเอง (14/20)
รูปที่ 27
NON CHIAMATELA DELIZIA meringue, lemon sorbet, limoncello mousse, extra virgin olive oil biscuit ของหวานจานหลักเชฟตั้งใจประกอบ Lemon Sorbet รสเปรี้ยวกลมกล่อมจับคู่มากับ Limoncello Mousse โดยมีความกรอบของถั่วอัลมอนด์, บิสกิตน้ำมันมะกอก EVO และเมอแรงก์เพื่อตัดรสหวานนั่นเอง (14/20)
MIGNARDISES ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Mognardises เสิร์ฟมาชุดใหญ่
รูปที่ 28
MIGNARDISES ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Mognardises เสิร์ฟมาชุดใหญ่
MIGNARDISES เริ่มต้นด้วย Caramelized Passionfruit ท็อปด้านบนด้วย Quinoa กรอบ
รูปที่ 29
MIGNARDISES เริ่มต้นด้วย Caramelized Passionfruit ท็อปด้านบนด้วย Quinoa กรอบ
MIGNARDISES Churros เสิร์ฟมากับเครื่องจิ้มที่เตรียมมาจาก Sambuca และกาแฟ
รูปที่ 30
MIGNARDISES Churros เสิร์ฟมากับเครื่องจิ้มที่เตรียมมาจาก Sambuca และกาแฟ
MIGNARDISES Sponge Cake สไตล์ Neapolitan เตรียมมาจากแป้ง Pastiera
รูปที่ 31
MIGNARDISES Sponge Cake สไตล์ Neapolitan เตรียมมาจากแป้ง Pastiera
MIGNARDISES เครื่องดื่มที่เตรียมมาจากผลไม้จำพวกเบอร์รี่ผสมกับเห็ดหอม Shiitake
รูปที่ 32
MIGNARDISES เครื่องดื่มที่เตรียมมาจากผลไม้จำพวกเบอร์รี่ผสมกับเห็ดหอม Shiitake
MIGNARDISES ถัดมาคือขนมปังช็อกโกแลต
รูปที่ 33
MIGNARDISES ถัดมาคือขนมปังช็อกโกแลต
MIGNARDISES ขนมปังสามารถใช้รับประทานคู่กับมากับ Whipping Cream
รูปที่ 34
MIGNARDISES ขนมปังสามารถใช้รับประทานคู่กับมากับ Whipping Cream
MIGNARDISES หรือจะเลือกชิมคู่กับเชอร์รี่ก็ได้
รูปที่ 35
MIGNARDISES หรือจะเลือกชิมคู่กับเชอร์รี่ก็ได้
💰 ราคา 428 €
รูปที่ 36
💰 ราคา 428 €
🎗 [INTRO] Naples เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบชั้นยอดและความเป็นต้นตำรับอาหารอิตาลีสไตล์ Neapolitan โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้านสูตรคุณยายที่อร่อยชนิดหาใครเทียบได้ยาก อย่างไรก็ตามในช่วงหลัง ๆ บรรดาเชฟรุ่นใหม่ได้เริ่มหยิบอาหารพื้นบ้านเหล่านี้มาดัดแปลงโดยใช้เทคนิคและใส่ลายเซ็นต์ของตัวเองลงไปให้มีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของตัวอาหารเดิม หนึ่งในนั้นคือห้องอาหาร ARIA ที่เพิ่งคว้างรางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้ไม่นานนี้นั่นเอง
รูปที่ 37
🎗 [INTRO] Naples เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบชั้นยอดและความเป็นต้นตำรับอาหารอิตาลีสไตล์ Neapolitan โดยเฉพาะเมนูพื้นบ้านสูตรคุณยายที่อร่อยชนิดหาใครเทียบได้ยาก อย่างไรก็ตามในช่วงหลัง ๆ บรรดาเชฟรุ่นใหม่ได้เริ่มหยิบอาหารพื้นบ้านเหล่านี้มาดัดแปลงโดยใช้เทคนิคและใส่ลายเซ็นต์ของตัวเองลงไปให้มีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของตัวอาหารเดิม หนึ่งในนั้นคือห้องอาหาร ARIA ที่เพิ่งคว้างรางวัล 1 MICHELIN Star มาครองได้ไม่นานนี้นั่นเอง
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ARIA ตั้งอยู่ใจกลางนคร Naples ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Castel Nuovo ออกมาเพียง 650 เมตร
รูปที่ 38
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ARIA ตั้งอยู่ใจกลางนคร Naples ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Castel Nuovo ออกมาเพียง 650 เมตร
ผนังไม้สีน้ำตาลช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความ Minimalism
รูปที่ 39
ผนังไม้สีน้ำตาลช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความ Minimalism
โคมไฟขนาดใหญ่ส่องสว่างลงมายังกลางโต๊ะเพื่อสร้างความโดดเด่นกับอาหารแต่ละจานที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาอย่างปราณีตอีกด้วย
รูปที่ 40
โคมไฟขนาดใหญ่ส่องสว่างลงมายังกลางโต๊ะเพื่อสร้างความโดดเด่นกับอาหารแต่ละจานที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาอย่างปราณีตอีกด้วย
🎗 [THE CHEF] บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของห้องอาหาร ARIA คือเชฟ Paolo Barrale ผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาใน Cefalù เมืองเล็ก ๆ บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำโรงงานพาสต้า หลังจากจบการศึกษาจาก Istituto Professionale Alberghiero Di Stato ในเมือง Cefalù บ้านเกิดเขาจึงเริ่มออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามห้องอาหารชั้นนำมากมายอย่าง La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในกรุง Rome ในตำแหน่งของ Chef de Partie Entremetier และ Patissier และห้องอาหาร Torre del Saracino (2 MICHELIN Stars) เป็นระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย หลังจากนั้นในปี 2005 เขาตัดสินใจรับตำแหน่ง Head Chef ให้กับห้องอาหาร Marennà ซึ่งตั้งอยู่ในไร่ไวน์ชื่อดังของภูมิภาค Campania อย่าง Feudi di San Gregorio Winery และเริ่มต้นผสมผสานเทคนิคการเตรียมอาหารยุคใหม่เข้ากับอาหารคลาสสิคทั้งยังคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกด้วย กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนมิถุนายน 2021 เชฟ Paolo Barrale ได้รับงานควบคุม ARIA ห้องอาหารเปิดใหม่ใจกลางนคร Naples ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปี 2022 นับเป็นระยะเวลาเพียง 5 เดือนเท่านั้นซึ่งจัดว่ารวดเร็วมากสำหรับห้องอาหารในแถบยุโรป
รูปที่ 41
🎗 [THE CHEF] บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของห้องอาหาร ARIA คือเชฟ Paolo Barrale ผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาใน Cefalù เมืองเล็ก ๆ บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำโรงงานพาสต้า หลังจากจบการศึกษาจาก Istituto Professionale Alberghiero Di Stato ในเมือง Cefalù บ้านเกิดเขาจึงเริ่มออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามห้องอาหารชั้นนำมากมายอย่าง La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในกรุง Rome ในตำแหน่งของ Chef de Partie Entremetier และ Patissier และห้องอาหาร Torre del Saracino (2 MICHELIN Stars) เป็นระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย หลังจากนั้นในปี 2005 เขาตัดสินใจรับตำแหน่ง Head Chef ให้กับห้องอาหาร Marennà ซึ่งตั้งอยู่ในไร่ไวน์ชื่อดังของภูมิภาค Campania อย่าง Feudi di San Gregorio Winery และเริ่มต้นผสมผสานเทคนิคการเตรียมอาหารยุคใหม่เข้ากับอาหารคลาสสิคทั้งยังคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกด้วย กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนมิถุนายน 2021 เชฟ Paolo Barrale ได้รับงานควบคุม ARIA ห้องอาหารเปิดใหม่ใจกลางนคร Naples ทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปี 2022 นับเป็นระยะเวลาเพียง 5 เดือนเท่านั้นซึ่งจัดว่ารวดเร็วมากสำหรับห้องอาหารในแถบยุโรป
🎗 [WHY GO] ARIA เป็นห้องอาหารที่นำเสนอเมนูพื้นบ้านออกมาในสไตล์โมเดิร์นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติที่คุ้นเคยในรูปแบบที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตามจากการที่เราเลือกจับคู่อาหารกับ Wine Pairing พบว่าทางร้านตั้งใจเสิร์ฟไวน์ชนิดเดียวกันในอาหาร 2 คอร์สและนับเป็น 2 แก้ว ส่วนไวน์หวานที่ควรจะจับคู่กับอาหารหวานและมีอยู่ในรายการไวน์นั้นกลับไม่ได้นำเสิร์ฟแต่อย่างใด ราคาอาหารถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบริบทของตัวร้านแต่ก็แลกมาด้วยทำเลใจกลางนครหลวงแห่งภูมิภาคนี้นั่นเอง
รูปที่ 42
🎗 [WHY GO] ARIA เป็นห้องอาหารที่นำเสนอเมนูพื้นบ้านออกมาในสไตล์โมเดิร์นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติที่คุ้นเคยในรูปแบบที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตามจากการที่เราเลือกจับคู่อาหารกับ Wine Pairing พบว่าทางร้านตั้งใจเสิร์ฟไวน์ชนิดเดียวกันในอาหาร 2 คอร์สและนับเป็น 2 แก้ว ส่วนไวน์หวานที่ควรจะจับคู่กับอาหารหวานและมีอยู่ในรายการไวน์นั้นกลับไม่ได้นำเสิร์ฟแต่อย่างใด ราคาอาหารถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบริบทของตัวร้านแต่ก็แลกมาด้วยทำเลใจกลางนครหลวงแห่งภูมิภาคนี้นั่นเอง
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร ARIA มีจุดเด่นคือการหยิบยกเมนูพื้นบ้านที่เราอาจคุ้นเคยกันดีมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงระดับสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปบกใหม่ไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ ARIA DI CASA (120 €) จำนวน 5 คอร์สพร้อมกับ Wine Paring ในราคา 50 € ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราได้ชิมกันในวันนี้โดยเชฟตั้งใจหยิบยกเมนูพื้นบ้านมานำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นชวนให้ลูกค้าย้อนรำลึกไปถึงประสบการณ์ในวัยเด็กตามคอนเซปที่แปลตรงตัวได้ว่า Feel of Home ถัดมาคือ BOCCATA D’ARIA (150 €) นำเสนอมาจำนวน 7 คอร์สนำเสนออาหารที่คิดค้นขึ้นมาจากรากเหง้าของตัวเชฟเอง สุดท้ายคือ CAMPATO IN ARIA (120 €) ที่ลูกค้าสามารถเลือกอาหารจำนวน 3 คอร์สได้จากรายการ À LA CARTE ได้ตามใจชอบ
รูปที่ 43
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร ARIA มีจุดเด่นคือการหยิบยกเมนูพื้นบ้านที่เราอาจคุ้นเคยกันดีมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงระดับสูงจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปบกใหม่ไม่ซ้ำใคร ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ ARIA DI CASA (120 €) จำนวน 5 คอร์สพร้อมกับ Wine Paring ในราคา 50 € ซึ่งเป็นเซ็ตที่เราได้ชิมกันในวันนี้โดยเชฟตั้งใจหยิบยกเมนูพื้นบ้านมานำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นชวนให้ลูกค้าย้อนรำลึกไปถึงประสบการณ์ในวัยเด็กตามคอนเซปที่แปลตรงตัวได้ว่า Feel of Home ถัดมาคือ BOCCATA D’ARIA (150 €) นำเสนอมาจำนวน 7 คอร์สนำเสนออาหารที่คิดค้นขึ้นมาจากรากเหง้าของตัวเชฟเอง สุดท้ายคือ CAMPATO IN ARIA (120 €) ที่ลูกค้าสามารถเลือกอาหารจำนวน 3 คอร์สได้จากรายการ À LA CARTE ได้ตามใจชอบ
สำหรับใครที่เดินทางมาโดยรถไฟฟ้าใต้ดินสามารถลงที่สถานี Università ก็ได้เช่นกัน เมื่อถึงจุดหมายจะพบกับซอยเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Via Loggia dei Pisani โดยตัวร้านจะตั้งอยู่หัวมุมถนนพอดิบพอดีแต่มีประตูทางเข้าขยับเข้าไปอยู่ในซอยเล็กน้อย
รูปที่ 44
สำหรับใครที่เดินทางมาโดยรถไฟฟ้าใต้ดินสามารถลงที่สถานี Università ก็ได้เช่นกัน เมื่อถึงจุดหมายจะพบกับซอยเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Via Loggia dei Pisani โดยตัวร้านจะตั้งอยู่หัวมุมถนนพอดิบพอดีแต่มีประตูทางเข้าขยับเข้าไปอยู่ในซอยเล็กน้อย

แกลเลอรี