GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Appia
Others

ThailandAppia · แอพเพีย

Italian · อาหารอิตาลี — 20/4 Soi Sukhumvit 31, Klongton Nua Watthana, Bangkok 10110

🎗 รีวิวฉบับนี้เราขอแนะนำหนึ่งในห้องอาหารสไตล์โรมันที่หาทานได้ยากในกรุงเทพ ตัวร้านมีชื่อว่า Appia ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 เจ้าของร้านคุณ Paolo Vitaletti เติบโตขึ้นมาในครอบครัวของพ่อค้าเนื้อและตั้งใจเปิดร้านให้ออกมาในรูปแบบ Trattoria ขนาดย่อมทำให้บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเรียบง่ายเป็นกันเอง ภายในตกแต่งโดยมีผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยรูปวาดและรูปถ่ายมากมายจากประเทศอิตาลี โต๊ะและเก้าอี้เลือกใช้โทนสีน้ำตาลเข้ม ด้านหลังเป็นเคาเตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม ด้านในเป็นครัวแบบปิดโดยมีจุดจัดเตรียมอาหารแยกต่างหากอยู่ด้านหน้า ลูกค้าจะเห็นทีมเชฟปรุงอาหารบางส่วนจากตรงนี้ ด้านนอกเป็นโซนเอ้าท์ดอร์สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีเสียงดังภายในร้าน

🎗 อาหารที่นี่ทำออกมาในรูปแบบโฮมเมด สิ่งที่เราชอบมากที่สุดคือการที่เชฟปรุงรสชาติอาหารให้ออกมาจากตรงตามต้นฉบับมากที่สุดเช่นการใส่ชีส Pecorino ลงไปจนล้นจานในเมนู Cacio e Pepe จนรสชาติเค็มจัดถูกใจคออาหารอิตาเลียนแต่อาจไม่คุ้นลิ้นคนไทยทั่วไปซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากจากร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไปในกรุงเทพ รวมไปถึงการตั้งใจนำเสนอ Roman Cuisine หรืออาหารสไตล์โรมันขนานแท้ให้ชาวกรุงได้รู้จัก ขอแนะนำเมนูที่เราสั่งทุกครั้งเมื่อแวะมาทานที่นี่อย่าง

✨ Cold Cuts (600++)

A selection of artisan cold cuts made by hand by the Cocchia family in Viterbo

ขอแนะนำ “โคลคัทส์” เสิ์ฟมาบนเทสติ้งบอร์ดขนาดใหญ่ ทางร้านการันตีว่าทุกชิ้นตัดด้วยมือจากครอบครัว Cocchia ในเมือง Viterbo ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโรม มีทั้ง Parma Ham, Mortadella, Coppa di Testa และ Salami Milano ส่วนฝั่งชีสประกอบไปด้วย Pecirino และ Parmisan จะทานกับน้ำผึ้งหรือทานเปล่า ๆ ก็อร่อยช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (13/20)

✨ Cacio e Pepe (390++)

Troccoli fresh pasta, pecorino and pepper

พาสต้าจานที่ดีที่สุดซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของ Roman Cuisine คือ “คาชิโอ้ อี เปเป้” เชฟเลือกใช้ทร็อคโคลี่เส้นสดหรือพาสต้าที่มีหน้าตาคล้ายสปาเก็ตตี้ แต่จะมีความหนาที่มากกว่า มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบนำไปคลุกกับชีสเปอโคริโน่ โรมาโน่แบบไม่หวงของ รสชาติเค็มจัดตรงตามสูตรต้นฉบับแต่ในความเค็มจะมีความละมุน หอม เสริมด้วยกลิ่นของพริกไทย ใครมาที่นี่ต้องสั่งจานนี้ ไม่งั้นถือว่าพลาดมาก ๆ (13/20)

✨ Porchetta Like in Rome (700++)

Roast pork, fennel pollen, apple compote

อีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของร้านแอพเพียคือ “พอเชตต้า” หรือส่วนท้องของหมู สำหรับจานใหญ่จะเสิร์ฟมา 2 ชิ้นด้วยกัน เนื้อหมูสุกพอดี มีกลิ่นหอมจากผงเฟนเนล กระเทียม และโรสแมรี่เด่นชัด หนังด้านนอกกรอบใช้ได้ ทานกับแอปเปิ้ลกอมโปตรสชาติหวานที่เสิร์ฟมาคู่กัน (12/20)

🎗 รสชาติอาหารอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่สิ่งที่โดดเด่นคือ Authenticity หรือความเป็นต้นตำรับ หากให้เปรียบเทียบนี่คือร้านอาหารไทยในต่างแดนที่เสิร์ฟอาหารพื้นบ้านอย่างผัดกระเพราหรือผัดไทยตามสูตรคนไทยอย่างแท้จริง ราคาอาหารค่อนไปทางสูงแต่ก็แลกมาด้วยวัตถุดิบนำเข้าชั้นดี ในสถาณการณ์ปกติอย่าลืมจองก่อนล่วงหน้าราว ๆ 2-3 วันเท่านั้นเพราะที่นั่งมักเต็มตลอดไปจนถึงเวลาปิดทำการเลยทีเดียว

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 19 รูป

🇹🇭 Appia - แอพเพีย 🍴 Italian - อาหารอิตาลี
รูปที่ 1
🇹🇭 Appia - แอพเพีย 🍴 Italian - อาหารอิตาลี
รีวิวฉบับนี้เราขอแนะนำหนึ่งในห้องอาหารสไตล์โรมันที่หาทานได้ยากในกรุงเทพ ตัวร้านมีชื่อว่า Appia ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31
รูปที่ 2
รีวิวฉบับนี้เราขอแนะนำหนึ่งในห้องอาหารสไตล์โรมันที่หาทานได้ยากในกรุงเทพ ตัวร้านมีชื่อว่า Appia ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31
Focaccia ระหว่างรออาหารหนักงานจะนำ ”โฟกัชช่า” นุ่ม ๆ มาเสิร์ฟให้ทานกันก่อน กัดเข้าไปจะพบกับขนมปังนุ่ม ๆ และมะเขือเทศเชอร์รี่แห้งเพิ่มความอุมา และกลิ่นหอมเบา ๆ จากหอมใหญ่
รูปที่ 3
Focaccia ระหว่างรออาหารหนักงานจะนำ ”โฟกัชช่า” นุ่ม ๆ มาเสิร์ฟให้ทานกันก่อน กัดเข้าไปจะพบกับขนมปังนุ่ม ๆ และมะเขือเทศเชอร์รี่แห้งเพิ่มความอุมา และกลิ่นหอมเบา ๆ จากหอมใหญ่
Cold Cuts (600++) A selection of artisan cold cuts made by hand by the Cocchia family in Viterbo ขอแนะนำ “โคลคัทส์” เสิ์ฟมาบนเทสติ้งบอร์ดขนาดใหญ่ ทางร้านการันตีว่าทุกชิ้นตัดด้วยมือจากครอบครัว Cocchia ในเมือง Viterbo ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโรม มีทั้ง Parma Ham, Mortadella, Coppa di Testa และ Salami Milano ส่วนฝั่งชีสประกอบไปด้วย Pecirino และ Parmisan จะทานกับน้ำผึ้งหรือทานเปล่า ๆ ก็อร่อยช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (13/20)
รูปที่ 4
Cold Cuts (600++) A selection of artisan cold cuts made by hand by the Cocchia family in Viterbo ขอแนะนำ “โคลคัทส์” เสิ์ฟมาบนเทสติ้งบอร์ดขนาดใหญ่ ทางร้านการันตีว่าทุกชิ้นตัดด้วยมือจากครอบครัว Cocchia ในเมือง Viterbo ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโรม มีทั้ง Parma Ham, Mortadella, Coppa di Testa และ Salami Milano ส่วนฝั่งชีสประกอบไปด้วย Pecirino และ Parmisan จะทานกับน้ำผึ้งหรือทานเปล่า ๆ ก็อร่อยช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (13/20)
Spaghetti Amatriciana (390++) Tomato, cured pork cheek and pecorino เริ่มต้นพาสต้าจานแรกด้วยเมนูคลาสสิค เส้นสปาเก็ตตี้เสิร์ฟมากับซอส “อมาตริชาน่า” หรือซอสมะเขือเทศที่ความสุกแบบอัลเด้นเต้พอดิบพอดี ทานแล้วจะได้ความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสกับแก้มหมูหมักกรอบ ๆ และความหอมครีมมี่ของชีสเปอโคริโน่ที่โรยมาจนล้นจาน (12/20)
รูปที่ 5
Spaghetti Amatriciana (390++) Tomato, cured pork cheek and pecorino เริ่มต้นพาสต้าจานแรกด้วยเมนูคลาสสิค เส้นสปาเก็ตตี้เสิร์ฟมากับซอส “อมาตริชาน่า” หรือซอสมะเขือเทศที่ความสุกแบบอัลเด้นเต้พอดิบพอดี ทานแล้วจะได้ความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสกับแก้มหมูหมักกรอบ ๆ และความหอมครีมมี่ของชีสเปอโคริโน่ที่โรยมาจนล้นจาน (12/20)
Cacio e Pepe (390++) Troccoli fresh pasta, pecorino and pepper พาสต้าจานที่ดีที่สุดซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของ Roman Cuisine คือ “คาชิโอ้ อี เปเป้” เชฟเลือกใช้ทร็อคโคลี่เส้นสดหรือพาสต้าที่มีหน้าตาคล้ายสปาเก็ตตี้ แต่จะมีความหนาที่มากกว่า มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบนำไปคลุกกับชีสเปอโคริโน่ โรมาโน่แบบไม่หวงของ รสชาติเค็มจัดตรงตามสูตรต้นฉบับแต่ในความเค็มจะมีความละมุน หอม เสริมด้วยกลิ่นของพริกไทย ใครมาที่นี่ต้องสั่งจานนี้ ไม่งั้นถือว่าพลาดมาก ๆ (13/20)
รูปที่ 6
Cacio e Pepe (390++) Troccoli fresh pasta, pecorino and pepper พาสต้าจานที่ดีที่สุดซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของ Roman Cuisine คือ “คาชิโอ้ อี เปเป้” เชฟเลือกใช้ทร็อคโคลี่เส้นสดหรือพาสต้าที่มีหน้าตาคล้ายสปาเก็ตตี้ แต่จะมีความหนาที่มากกว่า มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบนำไปคลุกกับชีสเปอโคริโน่ โรมาโน่แบบไม่หวงของ รสชาติเค็มจัดตรงตามสูตรต้นฉบับแต่ในความเค็มจะมีความละมุน หอม เสริมด้วยกลิ่นของพริกไทย ใครมาที่นี่ต้องสั่งจานนี้ ไม่งั้นถือว่าพลาดมาก ๆ (13/20)
The Appia Raviolo (720++) Truffle egg yolk, ricotta, parmesan fondue ถัดมาคือราวิโอโล่ชิ้นโตที่เชฟนำไปปรุงโดยใส่บราวบัตเตอร์ลงไปด้วย ด้านในสอดไส้ผักโขมและไข่แดงเยิ้ม ๆ ทานกับซอสพาเมซานที่ทำออกมาเป็นฟองดู ด้านบนสไลด์ด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสด อร่อยตามมาตรฐานพาสต้าโฮมเมดชั้นดี (12/20)
รูปที่ 7
The Appia Raviolo (720++) Truffle egg yolk, ricotta, parmesan fondue ถัดมาคือราวิโอโล่ชิ้นโตที่เชฟนำไปปรุงโดยใส่บราวบัตเตอร์ลงไปด้วย ด้านในสอดไส้ผักโขมและไข่แดงเยิ้ม ๆ ทานกับซอสพาเมซานที่ทำออกมาเป็นฟองดู ด้านบนสไลด์ด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสด อร่อยตามมาตรฐานพาสต้าโฮมเมดชั้นดี (12/20)
The Appia Raviolo (720++) Truffle egg yolk, ricotta, parmesan fondue ตัดออกมาจะพบไข่แดงไหลเยิ้มออกมา น่าทานสุด ๆ (12/20)
รูปที่ 8
The Appia Raviolo (720++) Truffle egg yolk, ricotta, parmesan fondue ตัดออกมาจะพบไข่แดงไหลเยิ้มออกมา น่าทานสุด ๆ (12/20)
Pappardelle with Crab (550++) Roasted cherry tomatoes, rocket พาสต้าจานสุดท้ายคือเส้น “ปับปาเดลเล่” โฮมเมดที่เชฟใส่เนื้อปูลงไปจนล้น ทานกับมะเขือเทศเชอร์รี่เผาหอม ๆ เข้ากันกับกลิ่นของเนื้อปูแต่ยังคงความฉ่ำเอาไว้ได้อย่างดี (12/20)
รูปที่ 9
Pappardelle with Crab (550++) Roasted cherry tomatoes, rocket พาสต้าจานสุดท้ายคือเส้น “ปับปาเดลเล่” โฮมเมดที่เชฟใส่เนื้อปูลงไปจนล้น ทานกับมะเขือเทศเชอร์รี่เผาหอม ๆ เข้ากันกับกลิ่นของเนื้อปูแต่ยังคงความฉ่ำเอาไว้ได้อย่างดี (12/20)
Porchetta Like in Rome (700++) Roast pork, fennel pollen, apple compote อีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของร้านแอพเพียคือ “พอเชตต้า” หรือส่วนท้องของหมู สำหรับจานใหญ่จะเสิร์ฟมา 2 ชิ้นด้วยกัน เนื้อหมูสุกพอดี มีกลิ่นหอมจากผงเฟนเนล กระเทียม และโรสแมรี่เด่นชัด หนังด้านนอกกรอบใช้ได้ ทานกับแอปเปิ้ลกอมโปตรสชาติหวานที่เสิร์ฟมาคู่กัน (12/20)
รูปที่ 10
Porchetta Like in Rome (700++) Roast pork, fennel pollen, apple compote อีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อของร้านแอพเพียคือ “พอเชตต้า” หรือส่วนท้องของหมู สำหรับจานใหญ่จะเสิร์ฟมา 2 ชิ้นด้วยกัน เนื้อหมูสุกพอดี มีกลิ่นหอมจากผงเฟนเนล กระเทียม และโรสแมรี่เด่นชัด หนังด้านนอกกรอบใช้ได้ ทานกับแอปเปิ้ลกอมโปตรสชาติหวานที่เสิร์ฟมาคู่กัน (12/20)
The 'Lemon Cappuccino' (250++) Layers of cream, lemon curd, almond cake ส่วนของหวานเราขอแนะนำ “เลม่อนคาปูชิโน่” เสิร์ฟมาในถ้วยกาแฟดูน่าทานด้านในเป็นครีมวางเรียงตัวเป็นชั้น ๆ มีชั้นของเลมอนรสชาติอมเปรี้ยว และชั้นของอัลมอนด์ส่งกลิ่นหอมละมุน (12/20)
รูปที่ 11
The 'Lemon Cappuccino' (250++) Layers of cream, lemon curd, almond cake ส่วนของหวานเราขอแนะนำ “เลม่อนคาปูชิโน่” เสิร์ฟมาในถ้วยกาแฟดูน่าทานด้านในเป็นครีมวางเรียงตัวเป็นชั้น ๆ มีชั้นของเลมอนรสชาติอมเปรี้ยว และชั้นของอัลมอนด์ส่งกลิ่นหอมละมุน (12/20)
The 'Lemon Cappuccino' (250++) Layers of cream, lemon curd, almond cake ตักขึ้นมาจะพบว่าเลเยอร์ด้านล่างเป็นเค้กอัลมอนต์ (12/20)
รูปที่ 12
The 'Lemon Cappuccino' (250++) Layers of cream, lemon curd, almond cake ตักขึ้นมาจะพบว่าเลเยอร์ด้านล่างเป็นเค้กอัลมอนต์ (12/20)
Paolo's Mother's Tiramisu (350++) Same as it ever was สุดท้ายคือ “ทิรามิสุ” ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมกาแฟเข้มข้นเข้ากันดีกับมัสคาโปเน่หอมมัน คลาสสิคแต่อร่อย (12/20)
รูปที่ 13
Paolo's Mother's Tiramisu (350++) Same as it ever was สุดท้ายคือ “ทิรามิสุ” ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมกาแฟเข้มข้นเข้ากันดีกับมัสคาโปเน่หอมมัน คลาสสิคแต่อร่อย (12/20)
💰 ราคา 4,708 บาท
รูปที่ 14
💰 ราคา 4,708 บาท
ภายในตกแต่งโดยมีผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยรูปวาดและรูปถ่ายมากมายจากประเทศอิตาลี โต๊ะและเก้าอี้เลือกใช้โทนสีน้ำตาลเข้ม
รูปที่ 15
ภายในตกแต่งโดยมีผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยรูปวาดและรูปถ่ายมากมายจากประเทศอิตาลี โต๊ะและเก้าอี้เลือกใช้โทนสีน้ำตาลเข้ม
ด้านหลังเป็นเคาเตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม ด้านนอกเป็นโซนเอ้าท์ดอร์สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีเสียงดังภายในร้าน
รูปที่ 16
ด้านหลังเป็นเคาเตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม ด้านนอกเป็นโซนเอ้าท์ดอร์สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีเสียงดังภายในร้าน
ด้านในเป็นครัวแบบปิดโดยมีจุดจัดเตรียมอาหารแยกต่างหากอยู่ด้านหน้า ลูกค้าจะเห็นทีมเชฟปรุงอาหารบางส่วนจากตรงนี้
รูปที่ 17
ด้านในเป็นครัวแบบปิดโดยมีจุดจัดเตรียมอาหารแยกต่างหากอยู่ด้านหน้า ลูกค้าจะเห็นทีมเชฟปรุงอาหารบางส่วนจากตรงนี้
อาหารที่นี่ทำออกมาในรูปแบบโฮมเมด สิ่งที่เราชอบมากที่สุดคือการที่เชฟปรุงรสชาติอาหารให้ออกมาจากตรงตามต้นฉบับมากที่สุดเช่นการใส่ชีส Pecorino ลงไปจนล้นจานในเมนู Cacio e Pepe จนรสชาติเค็มจัดถูกใจคออาหารอิตาเลียนแต่อาจไม่คุ้นลิ้นคนไทยทั่วไปซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากจากร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไปในกรุงเทพ รวมไปถึงการตั้งใจนำเสนอ Roman Cuisine หรืออาหารสไตล์โรมันขนานแท้ให้ชาวกรุงได้รู้จัก
รูปที่ 18
อาหารที่นี่ทำออกมาในรูปแบบโฮมเมด สิ่งที่เราชอบมากที่สุดคือการที่เชฟปรุงรสชาติอาหารให้ออกมาจากตรงตามต้นฉบับมากที่สุดเช่นการใส่ชีส Pecorino ลงไปจนล้นจานในเมนู Cacio e Pepe จนรสชาติเค็มจัดถูกใจคออาหารอิตาเลียนแต่อาจไม่คุ้นลิ้นคนไทยทั่วไปซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากจากร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไปในกรุงเทพ รวมไปถึงการตั้งใจนำเสนอ Roman Cuisine หรืออาหารสไตล์โรมันขนานแท้ให้ชาวกรุงได้รู้จัก
เจ้าของร้านคุณ Paolo Vitaletti เติบโตขึ้นมาในครอบครัวขอวพ่อค้าเนื้อและตั้งใจเปิดร้านให้ออกมาในรูปแบบ Trattoria ขนาดย่อมทำให้บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเรียบง่ายเป็นกันเอง
รูปที่ 19
เจ้าของร้านคุณ Paolo Vitaletti เติบโตขึ้นมาในครอบครัวขอวพ่อค้าเนื้อและตั้งใจเปิดร้านให้ออกมาในรูปแบบ Trattoria ขนาดย่อมทำให้บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเรียบง่ายเป็นกันเอง

แกลเลอรี