
Aponiente · อโปเนียนเต้
Creative Restaurant · อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ — C/ Francisco Cossi Ochoa, s/n El Puerto de Santa María, Cádiz
🌊 หากพูดถึงห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน หลายคนคงนึกถึงภัตตาคารหรู จัดเสิร์ฟอาหารรสเลิศชนิดหาใครเทียบได้ยาก แต่รู้หรือไม่ว่าที่เมือง El Puerto de Santa Maria ทางตอนใต้ของประเทศสเปน มีห้องอาหารสุดแปลกที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลเป็นส่วนผสมของอาหารเกือบทุกคอร์สไม่เว้นกระทั่งของหวาน เชฟ Ángel León เจ้าของร้านมีความรักในท้องทะเลจนได้รับการขนานนามว่าเป็น Chef of The Sea (El Chef del Mar) ... เรากำลังพูดถึง Aponiente ห้องอาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ระดับ 3 ดาวมิชลินเพียงหนึ่งเดียวในเเคว้นแอนดาลูเซีย และเป็นหนึ่งในประเด็นชวนถกเถียงกันในหมู่นักชิมชาวยุโรปว่าร้านคู่ควรกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้จริงหรือไม่ ... วันนี้ เราจะมาพิสูจน์กัน
🌊 ก่อนที่จะมาเป็นร้านอาหาร Aponiente อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานธรรมชาติ Bahía de Cádiz Natural Park โดยถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เคยถูกใช้งานเป็น Tide mill หรือโรงสีเก่าแห่ง San José salt pan มีหน้าที่ผลิตแป้งและอาหารให้กับผู้คนท้องถิ่นและเป็นโรงสีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปตอนใต้ ต่อมาหลังจากวิกฤตเกลือหรือ salt crisis และการพัฒนาของอุตสาหกรรมการผลิตแป้งที่ทันสมัยมากขึ้นทำให้อาคารแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานนับร้อยปี จนไม่นานมานี้ SALARTE องค์กรท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่พัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำเค็มในเเคว้นแอนดาลูเซียตั้งใจที่จะปรับปรุงพื้นที่ในบริเวณอ่าวคาดิซ และเป็นเวลาเดียวกับที่เชฟ Ángel León เกิดความรู้สึกต้องการที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับทะเลและกำลังมองหาพื้นที่ก่อตั้งร้านอาหารใหม่แทนที่ร้านเดิมซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง โรงสีเเห่งนี้ซึ่งมีตัวอาคารหลักยื่นเข้าไปในอ้อมกอดของท้องทะเล ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ... Aponiente แห่งใหม่จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2015
🌊 เชฟ Ángel León มีความคุ้นเคยกับท้องทะเลตั้งเเต่อายุยังน้อย เริ่มจากการเติบโตมาในครอบครัวชาวประมงก่อนจะผันตัวมาเป็นกะลาสีเรือ เเล้วจึงเปลี่ยนมาเริ่มงานในสายอาชีพเชฟด้วยการทำงานให้กับร้าน Taberna del Alabardero เน้นเสิร์ฟเมนูอาหารแอนดาลูเซียนท้องถิ่นในเมือง Sevilla ถึงสามปี ก่อนที่จะย้ายไปทำงานที่ร้านอาหาร Fine Dining ท้องถิ่นอย่าง Casa Irene และ Restaurante El Faro หลังจากมีประสบการณ์มากขึ้นเชฟได้ย้ายไปทำงานที่เมือง Bordeaux ในห้องอาหาร Chapeau Femme ก่อนจะย้ายมาทำงานเป็น Chef de partie ที่ Hotel Alfonso XIII ใน Sevilla จากนั้นย้ายไปเป็น Chef de cuisine ที่ La Casa del Temple ในเมือง Toledo และสุดท้าย El Tambuche ในเมือง Cadiz ก่อนที่จะเปิดร้าน Aponiente ในที่สุด ตัวร้านได้รางวัล 1 ดาวมิชลินในปี 2010, 2 ดาวมิชลินในปี 2014 และรางวัลสูงสุดคือ 3 ดาวมิชลินในปี 2017 (ในมิชลินไกด์ฉบับปี 2018) และยังคงรักษาดาว 3 ดวงมาได้จนถึงปัจจุบัน
🌊 ทันทีที่ลูกค้าลงจากรถที่บริเวณหน้าร้าน พนักงานจะนำรถของเราไปจอดให้เเบบ Valet parking จากนั้นจะพาเราเข้าไปนั่งผ่อนคลายในอาคารที่มีผนังเป็นกระจกใส ณ จุดนี้จะมีการนำเสิร์ฟไวน์พื้นเมืองพร้อมกับอาหารทานเล่นแบบ Finger food แล้วจึงพาลูกค้าเดินเข้าสู่ตัวอาคารหลัก ด้านหน้ามีรูปปั้นจำลองของปลา Ocean sunfish ขนาดใหญ่ และ Merbibendum หรือตุ๊กตามิชลินเวอชั่นนางเงือก ตรงนี้พนักงานจะเริ่มอธิบายที่มาที่ไปของร้านอาหารพอสังเขป จากนั้นจึงพาเดินผ่านครัวเปิดแบบ Open kitchen โดยในบริเวณนี้เราสามารถมองเห็นพนักงานจำนวนมากปรุงอาหารตั้งเเต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการจัดจาน ถัดมาคือส่วนของห้องทานอาหารหลักที่ตั้งอยู่ในโรงสีเก่ายื่นเข้ามาในทะเล โต๊ะอาหารถูกปูด้วยผ้าสีขาว มีโคมไฟระย้าห้อยลงมาจานด้านบนเพื่อให้แสงสว่าง บริเวณผนังมีกระจกใสบานใหญ่โดยในช่วงกลางวันลูกค้าสามารถชมวิวของอดีตเหมืองเกลือและทะเลของเมืองคาดิซออกไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา พนักงานที่นี่บริการเเบบเป็นกันเอง เเต่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยชัดมากนัก หลังทานอาหารเสร็จพนักงานจะมอบสมุดเมนูขนาดใหญ่(มาก)เป็นของที่ระลึกให้กับลูกค้าทุกคนที่ให้เกียรติเดินทางมาชิมอาหารที่นี่ สุดท้ายพนักงานหน้าร้านจะนำรถมาจอดรอเเละส่งมอบกุญเเจคืนให้ ปิดท้ายด้วยการวางจดหมายขอบคุณและขวดโหลเกลือที่ระลึกไว้ที่หน้ารถของลูกค้าทุกคัน
🌊 ลูกค้าสามารถเลือกเซ็ตเมนูได้สองแบบ คือ Calm Sea Menu ในราคาคนละ 195 € และ เมนูเซ็ตใหญ่คือ Groundswell Menu ในราคาคนละ 225 € และเพื่อเป็นการพิสูจน์รสชาติที่แท้จริงของที่นี่เราจึงตัดสินใจลองเสี่ยงเลือก Groundswell Menu หรือ Mar de Fondo เซ็ตใหญ่สุดมาลองชิมดูโดยในเซ็ตจะประกอบไปด้วยอาหารทานเล่น 7 ชิ้น และอาหารใน Set Menu อีกจำนวน 16 คอร์ส ทุกจานมีเอกลักษณ์จากการเลือกใช้วัตถุดิบจากทะเลท้องถิ่นมาผสานเข้ากับเทคนิคการปรุงชั้นสูง เช่นเพรียงคอห่านที่ปรุงโดยใช้ Aponiente's instant sea salt cooking tecnique หรือจะเป็นขนมปังที่มีส่วนผสมของสาหร่ายเเละน้ำทะเลทานกับน้ำมันมะกอกผสมแพลงก์ตอน รสชาติอาหารทุกจานมีกลิ่นเเละรสของทะเลค่อนข้างแรงจึงไม่แปลกใจที่จะมีเสียงของนักวิจารย์อาหารแตกออเป็นสองฝั่ง
🌊 หากจะให้สรุปสั้นๆ Aponiente เป็นห้องอาหารที่เหมาะกับผู้ที่เปิดใจกว้างและต้องการสัมผัสวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาทานที่อื่นได้ยาก มีเทคนิคการทำที่หาไม่ได้จากห้องอาหารอื่นๆ แต่อาจไม่เหมาะกับผู้ที่เเสวงหาอาหารรสเลิศเหมือนกับห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินทั่วไป ร้านอยู่ค่อนข้างไกลจากเมืองใหญ่และมีราคาสูงพอสมควร
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 51 รูป



















































แกลเลอรี

