
Anne-Sophie Pic At Le Normandie · แอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี
Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — ชั้น 5 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ 48 ซ.เจริญกรุง 40 ถ.เจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก, กรุงเทพ
🎗️ Anne-Sophie Pic เป็นเชฟหญิงชาวฝรั่งเศสผู้ถือครองรางวัล 3 MICHELIN Stars เป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ถือครอง MICHELIN Star จำนวนมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามชีวิตของเธอกลับเริ่มต้นในสายงานเกี่ยวกับการจัดการในบริษัทชั้นนำอย่าง Cartier และ Moët & Chandon จนกระทั่งในปี 1992 เธอเดินกลับมายัง Maison Pic เพื่อช่วยงานคุณพ่ออย่างเชฟ Jacques Pic ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสและเป็นผู้ริเริ่มเทรนด์อาหารแบบ Nouvelle Cuisine เธอได้สืบทอดเจตนารมย์การเป็นเชฟจากคุณพ่อโดยไม่ผ่านโรงเรียนสอนทำอาหารใด ๆ มาก่อน ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars กลับมาครองได้ในปี 2007 หลังจากสูญเสียดาวดวงที่สามไปตั้งแต่ 1995 ทำให้เชฟ Anne-Sophie สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าดาวทั้งสามดวงเกิดขึ้นจากฝีมือและตัวตนของเธออย่างแทัจริง สำหรับห้องอาหาร Anne-Sophie Pic At Le Normandie นี้ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดย Humbert & Poyet ซึ่งเป็นบริษัทตกแต่งภายในชื่อดังจากราชรัฐโมนาโก กระจกใสบานใหญ่ปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามากระทบกับผนังที่ตกแต่งด้วยโทนสีทอง ส่วนใครที่แวะมาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพมุมกว้างของโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย
🎗️ เชฟ Anne-Sophie อาศัยเทคนิค Suffusion ในการสร้างกลิ่นและเลเยอร์ของรสชาติซึ่งจะค่อย ๆ กระจายตัวและสัมผัสได้อย่างเด่นชัดมากขึ้นในอาหารแต่ละคำ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Lunch Menu จัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันและ Voyage Menu ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้ได้ลองสั่งกันตามใจชอบอีกด้วย ส่วนตัวเรานั้นวันนี้ได้ลองชิม Set Menu ชุดพิเศษที่รวบรวมจานที่บ่งบอกถึงตัวตนของเชฟ Anne-Sophie มานำเสนอได้อย่างน่าประทับใจอย่างเช่น Les Berlingots ©ASP ซึ่งเป็นสุดยอดเมนู Signature Dish มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงพิระมิดที่เตรียมขึ้นมาจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละร้าร ในวันนี้เชฟ Anne-Sophie เลือกสอดไส้ด้านในเป็นชีส Camembert รมควัน ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากคาโมมายล์และหญ้าฝรั่นให้อโรมาที่แตกต่างไปจากชีสได้อย่างสมดุลและมีมิติ นอกจากนี้ยังมะเขือเทศกงฟีเพิ่มความเปรี้ยวอูมามิกับจานนี้อีกด้วย ถัดมาคือ Brittany Blue Lobster หรือกุ้งล็อบสเตอร์จากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำส่วนลำตัวไปรมควันเบา ๆ จนมีระดับความสุกพอดีไร้ที่ติ อีกส่วนหนึ่งนำไปปรุงกับกากสาเกและเปลือกกุ้ง ยังมีแผ่น Veil มะพร้าวที่ปกคลุมสตรอว์เบอร์รี่ชาล็อตดิบดองรวมไปถึงสาหร่ายอาโอโมริที่ไม่มีความฉุนมากนักแต่กลับเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอูมามิกับจานนี้ได้อย่างลงตัว จากนั้นพนักงานจะค่อย ๆ เทซอสดาชิที่มีความเปรี้ยวเพียงเบา ๆ มาบาลานซ์กับความหวานอ่อน ๆ ของเนื้อกุ้งได้อย่างพอเหมาะ มื้อนี้ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง White Lotus Millefeuille เชฟนำเสนอ Chantilly Cream ที่มีความหอมของวานิลลาและดอกมะลิเสริมด้วยความสดชื่นของส้มโอ กลีบดอกบัวด้านนอกเตรียมมาจากกุหลาบและ Soba Cha หรือชาเมล็ดบัควีทคั่วให้ความหอมที่มีมิติ ตัวร้านเริ่มกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปจองโต๊ะผ่านเว็บไซต์ของร้านได้โดยตรง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 24 รูป
























