GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Anne-Sophie Pic At Le Normandie
1 MICHELIN Star

ThailandAnne-Sophie Pic At Le Normandie · แอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — ชั้น 5 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ 48 ซ.เจริญกรุง 40 ถ.เจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก, กรุงเทพ

🎗️ Anne-Sophie Pic เป็นเชฟหญิงชาวฝรั่งเศสผู้ถือครองรางวัล 3 MICHELIN Stars เป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ถือครอง MICHELIN Star จำนวนมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามชีวิตของเธอกลับเริ่มต้นในสายงานเกี่ยวกับการจัดการในบริษัทชั้นนำอย่าง Cartier และ Moët & Chandon จนกระทั่งในปี 1992 เธอเดินกลับมายัง Maison Pic เพื่อช่วยงานคุณพ่ออย่างเชฟ Jacques Pic ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสและเป็นผู้ริเริ่มเทรนด์อาหารแบบ Nouvelle Cuisine เธอได้สืบทอดเจตนารมย์การเป็นเชฟจากคุณพ่อโดยไม่ผ่านโรงเรียนสอนทำอาหารใด ๆ มาก่อน ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars กลับมาครองได้ในปี 2007 หลังจากสูญเสียดาวดวงที่สามไปตั้งแต่ 1995 ทำให้เชฟ Anne-Sophie สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าดาวทั้งสามดวงเกิดขึ้นจากฝีมือและตัวตนของเธออย่างแทัจริง สำหรับห้องอาหาร Anne-Sophie Pic At Le Normandie นี้ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดย Humbert & Poyet ซึ่งเป็นบริษัทตกแต่งภายในชื่อดังจากราชรัฐโมนาโก กระจกใสบานใหญ่ปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามากระทบกับผนังที่ตกแต่งด้วยโทนสีทอง ส่วนใครที่แวะมาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพมุมกว้างของโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย

🎗️ เชฟ Anne-Sophie อาศัยเทคนิค Suffusion ในการสร้างกลิ่นและเลเยอร์ของรสชาติซึ่งจะค่อย ๆ กระจายตัวและสัมผัสได้อย่างเด่นชัดมากขึ้นในอาหารแต่ละคำ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Lunch Menu จัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันและ Voyage Menu ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้ได้ลองสั่งกันตามใจชอบอีกด้วย ส่วนตัวเรานั้นวันนี้ได้ลองชิม Set Menu ชุดพิเศษที่รวบรวมจานที่บ่งบอกถึงตัวตนของเชฟ Anne-Sophie มานำเสนอได้อย่างน่าประทับใจอย่างเช่น Les Berlingots ©ASP ซึ่งเป็นสุดยอดเมนู Signature Dish มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงพิระมิดที่เตรียมขึ้นมาจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละร้าร ในวันนี้เชฟ Anne-Sophie เลือกสอดไส้ด้านในเป็นชีส Camembert รมควัน ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากคาโมมายล์และหญ้าฝรั่นให้อโรมาที่แตกต่างไปจากชีสได้อย่างสมดุลและมีมิติ นอกจากนี้ยังมะเขือเทศกงฟีเพิ่มความเปรี้ยวอูมามิกับจานนี้อีกด้วย ถัดมาคือ Brittany Blue Lobster หรือกุ้งล็อบสเตอร์จากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำส่วนลำตัวไปรมควันเบา ๆ จนมีระดับความสุกพอดีไร้ที่ติ อีกส่วนหนึ่งนำไปปรุงกับกากสาเกและเปลือกกุ้ง ยังมีแผ่น Veil มะพร้าวที่ปกคลุมสตรอว์เบอร์รี่ชาล็อตดิบดองรวมไปถึงสาหร่ายอาโอโมริที่ไม่มีความฉุนมากนักแต่กลับเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอูมามิกับจานนี้ได้อย่างลงตัว จากนั้นพนักงานจะค่อย ๆ เทซอสดาชิที่มีความเปรี้ยวเพียงเบา ๆ มาบาลานซ์กับความหวานอ่อน ๆ ของเนื้อกุ้งได้อย่างพอเหมาะ มื้อนี้ปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง White Lotus Millefeuille เชฟนำเสนอ Chantilly Cream ที่มีความหอมของวานิลลาและดอกมะลิเสริมด้วยความสดชื่นของส้มโอ กลีบดอกบัวด้านนอกเตรียมมาจากกุหลาบและ Soba Cha หรือชาเมล็ดบัควีทคั่วให้ความหอมที่มีมิติ ตัวร้านเริ่มกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปจองโต๊ะผ่านเว็บไซต์ของร้านได้โดยตรง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 24 รูป

🇹🇭 Anne-Sophie Pic At Le Normandie - แอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Anne-Sophie Pic - เชฟแอน-โซฟี พิค
รูปที่ 1
🇹🇭 Anne-Sophie Pic At Le Normandie - แอน-โซฟี พิค แอท เลอ นอร์มังดี🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Anne-Sophie Pic - เชฟแอน-โซฟี พิค
🎗️ Anne-Sophie Pic เป็นเชฟหญิงชาวฝรั่งเศสผู้ถือครองรางวัล 3 MICHELIN Stars เป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ถือครอง MICHELIN Star จำนวนมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามชีวิตของเธอกลับเริ่มต้นในสายงานเกี่ยวกับการจัดการในบริษัทชั้นนำอย่าง Cartier และ Moët & Chandon จนกระทั่งในปี 1992 เธอเดินกลับมายัง Maison Pic เพื่อช่วยงานคุณพ่ออย่างเชฟ Jacques Pic ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสและเป็นผู้ริเริ่มเทรนด์อาหารแบบ Nouvelle Cuisine เธอได้สืบทอดเจตนารมย์การเป็นเชฟจากคุณพ่อโดยไม่ผ่านโรงเรียนสอนทำอาหารใด ๆ มาก่อน ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars กลับมาครองได้ในปี 2007 หลังจากสูญเสียดาวดวงที่สามไปตั้งแต่ 1995 ทำให้เชฟ Anne-Sophie สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าดาวทั้งสามดวงเกิดขึ้นจากฝีมือและตัวตนของเธออย่างแทัจริง
รูปที่ 2
🎗️ Anne-Sophie Pic เป็นเชฟหญิงชาวฝรั่งเศสผู้ถือครองรางวัล 3 MICHELIN Stars เป็นคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์และเป็นผู้ถือครอง MICHELIN Star จำนวนมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามชีวิตของเธอกลับเริ่มต้นในสายงานเกี่ยวกับการจัดการในบริษัทชั้นนำอย่าง Cartier และ Moët & Chandon จนกระทั่งในปี 1992 เธอเดินกลับมายัง Maison Pic เพื่อช่วยงานคุณพ่ออย่างเชฟ Jacques Pic ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของประเทศฝรั่งเศสและเป็นผู้ริเริ่มเทรนด์อาหารแบบ Nouvelle Cuisine เธอได้สืบทอดเจตนารมย์การเป็นเชฟจากคุณพ่อโดยไม่ผ่านโรงเรียนสอนทำอาหารใด ๆ มาก่อน ตัวร้านสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars กลับมาครองได้ในปี 2007 หลังจากสูญเสียดาวดวงที่สามไปตั้งแต่ 1995 ทำให้เชฟ Anne-Sophie สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าดาวทั้งสามดวงเกิดขึ้นจากฝีมือและตัวตนของเธออย่างแทัจริง
Bread and Butterเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยตะกร้าขนมปังเสิร์ฟมากับเนยฝรั่งเศส
รูปที่ 3
Bread and Butterเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยตะกร้าขนมปังเสิร์ฟมากับเนยฝรั่งเศส
Les Berlingots ©ASPfloral pastas filled with A.O.P camembertchamomile and saffron, slightly sour tomatoesFujian Oolong and Chamomile Flowers Infusionเริ่มต้นด้วย Les Berlingots ©ASP สุดยอดเมนู Signature Dish ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของเชฟ Anne-Sophie Pic มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงพิระมิดที่เตรียมขึ้นมาจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละร้าน ในวันนี้เชฟ Anne-Sophie เลือกสอดไส้ด้านในเป็นชีส Camembert รมควัน ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากคาโมมายล์และหญ้าฝรั่นให้อโรมาที่แตกต่างไปจากชีสได้อย่างสมดุลและมีมิติ นอกจากนี้ยังมะเขือเทศกงฟีเพิ่มความเปรี้ยวอูมามิกับจานนี้อีกด้วย (17/20)
รูปที่ 4
Les Berlingots ©ASPfloral pastas filled with A.O.P camembertchamomile and saffron, slightly sour tomatoesFujian Oolong and Chamomile Flowers Infusionเริ่มต้นด้วย Les Berlingots ©ASP สุดยอดเมนู Signature Dish ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของเชฟ Anne-Sophie Pic มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงพิระมิดที่เตรียมขึ้นมาจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละร้าน ในวันนี้เชฟ Anne-Sophie เลือกสอดไส้ด้านในเป็นชีส Camembert รมควัน ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากคาโมมายล์และหญ้าฝรั่นให้อโรมาที่แตกต่างไปจากชีสได้อย่างสมดุลและมีมิติ นอกจากนี้ยังมะเขือเทศกงฟีเพิ่มความเปรี้ยวอูมามิกับจานนี้อีกด้วย (17/20)
Brittany Blue Lobstercooked over embers, sake leesfermented charlotte strawberriesseaweed and red fruits dashiChampagne Rosé Louis Roederer 2016กุ้งล็อบสเตอร์จากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำส่วนลำตัวไปรมควันเบา ๆ จนมีระดับความสุกพอดีไร้ที่ติ อีกส่วนหนึ่งนำไปปรุงกับกากสาเกและเปลือกกุ้ง องค์ประกอบสีขาวคือแผ่น Veil มะพร้าวที่ปกคลุมสตรอว์เบอร์รี่ชาล็อตดิบดอง ยังมีสาหร่ายอาโอโมริที่ไม่มีความฉุนมากนักแต่กลับเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอูมามิกับจานนี้ได้อย่างลงตัว (17/20)
รูปที่ 5
Brittany Blue Lobstercooked over embers, sake leesfermented charlotte strawberriesseaweed and red fruits dashiChampagne Rosé Louis Roederer 2016กุ้งล็อบสเตอร์จากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำส่วนลำตัวไปรมควันเบา ๆ จนมีระดับความสุกพอดีไร้ที่ติ อีกส่วนหนึ่งนำไปปรุงกับกากสาเกและเปลือกกุ้ง องค์ประกอบสีขาวคือแผ่น Veil มะพร้าวที่ปกคลุมสตรอว์เบอร์รี่ชาล็อตดิบดอง ยังมีสาหร่ายอาโอโมริที่ไม่มีความฉุนมากนักแต่กลับเพิ่มเนื้อสัมผัสและความอูมามิกับจานนี้ได้อย่างลงตัว (17/20)
Brittany Blue Lobstercooked over embers, sake leesfermented charlotte strawberriesseaweed and red fruits dashiChampagne Rosé Louis Roederer 2016จากนั้นพนักงานจะค่อย ๆ เทซอสดาชิที่มีความเปรี้ยวเพียงเบา ๆ มาบาลานซ์กับความหวานอ่อน ๆ ของเนื้อกุ้งได้อย่างพอเหมาะ (17/20)
รูปที่ 6
Brittany Blue Lobstercooked over embers, sake leesfermented charlotte strawberriesseaweed and red fruits dashiChampagne Rosé Louis Roederer 2016จากนั้นพนักงานจะค่อย ๆ เทซอสดาชิที่มีความเปรี้ยวเพียงเบา ๆ มาบาลานซ์กับความหวานอ่อน ๆ ของเนื้อกุ้งได้อย่างพอเหมาะ (17/20)
Charolais Beef Filletsuffused with Thai black garlic and smoked vanilla crispy tendon, folded leek with confit beef cheek and mustardChâteauneuf-du-Pape "Nalys" 2016, Domaine Guigalเนื้อวัวสายพันธุ์ชาโรเลส์มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากเนื้อวัวที่เราคุ้นเคยกัน เชฟนำไปหมักกับกาแฟ วานิลลา และกระเทียมดำที่เตรียมมาจากกระเทียมของไทย เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ด้านบนคือแผ่นชิปส์กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากเอ็นวัว ข้าง ๆ กันคือใบกระเทียมต้นที่พันห่อเนื้อแก้มวัวตุ๋นจนนุ่ม นอกจากนี้ยังมีซอสรสเลิศที่ไม่หนักหรือเข้มข้นจนเกินไปอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 7
Charolais Beef Filletsuffused with Thai black garlic and smoked vanilla crispy tendon, folded leek with confit beef cheek and mustardChâteauneuf-du-Pape "Nalys" 2016, Domaine Guigalเนื้อวัวสายพันธุ์ชาโรเลส์มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากเนื้อวัวที่เราคุ้นเคยกัน เชฟนำไปหมักกับกาแฟ วานิลลา และกระเทียมดำที่เตรียมมาจากกระเทียมของไทย เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ด้านบนคือแผ่นชิปส์กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากเอ็นวัว ข้าง ๆ กันคือใบกระเทียมต้นที่พันห่อเนื้อแก้มวัวตุ๋นจนนุ่ม นอกจากนี้ยังมีซอสรสเลิศที่ไม่หนักหรือเข้มข้นจนเกินไปอีกด้วย (17/20)
Squid Crackersเริ่มต้นด้วย Squid Crackers ที่มีความหอมคล้ายหมึกแห้งจับคู่มากับเครื่องจิ้ม Tarama ไข่ปลาและสาหร่ายวากาเมะ
รูปที่ 8
Squid Crackersเริ่มต้นด้วย Squid Crackers ที่มีความหอมคล้ายหมึกแห้งจับคู่มากับเครื่องจิ้ม Tarama ไข่ปลาและสาหร่ายวากาเมะ
Carrot Sphereสเฟียร์แคร์รอตที่จะแตกระเบิดทันทีที่ได้เคี้ยวเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของเจอเรเนียม
รูปที่ 9
Carrot Sphereสเฟียร์แคร์รอตที่จะแตกระเบิดทันทีที่ได้เคี้ยวเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของเจอเรเนียม
Comte Cheese Tarteletteถัดมาคือมินิทาร์ตขนาดจิ๋วที่ตรงกลางบรรจุชีสกอมเต้ให้ความฝาดเบา ๆ ส่วนด้านบนคือ Lovage ให้อโรมาที่ฉุนเฉพาะตัว
รูปที่ 10
Comte Cheese Tarteletteถัดมาคือมินิทาร์ตขนาดจิ๋วที่ตรงกลางบรรจุชีสกอมเต้ให้ความฝาดเบา ๆ ส่วนด้านบนคือ Lovage ให้อโรมาที่ฉุนเฉพาะตัว
White Lotus Millefeuillevanilla and jasmine flower cloud-like creamThai ginger flower, rose petal tuilesSparkling Silver Needle, Jasmine, Coconut Waterปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง White Lotus Millefeuille เชฟนำเสนอ Chantilly Cream ที่มีความหอมของวานิลลาและดอกมะลิเสริมด้วยความสดชื่นของส้มโอ กลีบดอกบัวด้านนอกเตรียมมาจากกุหลาบและ Soba Cha หรือชาเมล็ดบัควีทคั่วให้ความหอมที่มีมิติ (18/20)
รูปที่ 11
White Lotus Millefeuillevanilla and jasmine flower cloud-like creamThai ginger flower, rose petal tuilesSparkling Silver Needle, Jasmine, Coconut Waterปิดท้ายด้วยขนมหวานอย่าง White Lotus Millefeuille เชฟนำเสนอ Chantilly Cream ที่มีความหอมของวานิลลาและดอกมะลิเสริมด้วยความสดชื่นของส้มโอ กลีบดอกบัวด้านนอกเตรียมมาจากกุหลาบและ Soba Cha หรือชาเมล็ดบัควีทคั่วให้ความหอมที่มีมิติ (18/20)
Mignardisesปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วอย่าง Crêpes Suzette ที่มีความโดดเด่นของเหล้า Grand Marnier ถัดมาคือ Genmaicha & Thai Herb Tartelette สุดท้ายคือ Batak Berry Chocolate ด้านในสอดไส้ถั่วอัลมอนด์และมะพร้าว
รูปที่ 12
Mignardisesปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วอย่าง Crêpes Suzette ที่มีความโดดเด่นของเหล้า Grand Marnier ถัดมาคือ Genmaicha & Thai Herb Tartelette สุดท้ายคือ Batak Berry Chocolate ด้านในสอดไส้ถั่วอัลมอนด์และมะพร้าว
ของฝากกลับบ้าน
รูปที่ 13
ของฝากกลับบ้าน
Table Setting
รูปที่ 14
Table Setting
Event Menu
รูปที่ 15
Event Menu
สำหรับห้องอาหาร Anne-Sophie Pic At Le Normandie นี้ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
รูปที่ 16
สำหรับห้องอาหาร Anne-Sophie Pic At Le Normandie นี้ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดย Humbert & Poyet ซึ่งเป็นบริษัทตกแต่งภายในชื่อดังจากราชรัฐโมนาโก
รูปที่ 17
ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดย Humbert & Poyet ซึ่งเป็นบริษัทตกแต่งภายในชื่อดังจากราชรัฐโมนาโก
ส่วนใครที่แวะมาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพมุมกว้างของโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย
รูปที่ 18
ส่วนใครที่แวะมาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพมุมกว้างของโค้งน้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย
กระจกใสบานใหญ่ปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามากระทบกับผนังที่ตกแต่งด้วยโทนสีทอง
รูปที่ 19
กระจกใสบานใหญ่ปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามากระทบกับผนังที่ตกแต่งด้วยโทนสีทอง
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Lunch Menu จัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันและ Voyage Menu ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้ได้ลองสั่งกันตามใจชอบอีกด้วย
รูปที่ 20
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Lunch Menu จัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันและ Voyage Menu ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูชุดใหญ่จัดเสิร์ฟทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้ได้ลองสั่งกันตามใจชอบอีกด้วย
🎗️ เชฟ Anne-Sophie อาศัยเทคนิค Suffusion ในการสร้างกลิ่นและเลเยอร์ของรสชาติซึ่งจะค่อย ๆ กระจายตัวและสัมผัสได้อย่างเด่นชัดมากขึ้นในอาหารแต่ละคำ
รูปที่ 21
🎗️ เชฟ Anne-Sophie อาศัยเทคนิค Suffusion ในการสร้างกลิ่นและเลเยอร์ของรสชาติซึ่งจะค่อย ๆ กระจายตัวและสัมผัสได้อย่างเด่นชัดมากขึ้นในอาหารแต่ละคำ
ตัวร้านเริ่มกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปจองโต๊ะผ่านเว็บไซต์ของร้านได้โดยตรง
รูปที่ 22
ตัวร้านเริ่มกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปจองโต๊ะผ่านเว็บไซต์ของร้านได้โดยตรง
รางวัล MICHELIN Star
รูปที่ 23
รางวัล MICHELIN Star
บริเวณทางเข้าโรงแรม
รูปที่ 24
บริเวณทางเข้าโรงแรม