
Ănăn Saigon · อั๋งอั๋ง ไซกอน
Vietnamese Contemporary · อาหารเวียดนามร่วมสมัย — 89 Ton That Dam, District 1, Ho Chi Minh City, 710000, Vietnam
🎗 [INTRO] ในปี 2023 ที่ผ่านมานั้นประเทศเวียดนามได้ถูกยกระดับให้เป็น 1 ในจุดหมายสำคัญของเหล่านักชิมจากนานาชาติโดยการเข้ามาของคู่มือ MICHELIN Guide เป็นครั้งแรก อย่าบไรก็ตามสำหรับเมืองประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของประเทศอย่าง Saigon หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Ho Chi Minh City นั้นมีห้องอาหารเพียงหนึ่งเดียวที่สามารภคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ตั้งแต่ปีแรกนั่นก็คือ Ănăn Saigon แห่งนี้นั่นเอง
🎗 [THE PLACE] คำว่า Ăn เป็นภาษาเวียดนามแปลได้ว่า ”กิน“ ฉะนั้น Ănăn เลยแปลตรงตัวได้ว่า ”กินกิน“ นั่นเอง ตัวร้านตั้งอยู่ในเขต District 1 ของนคร Ho Chi Minh City รายล้อมไปด้วยแผงขายของในตลาดสด Ton That Dam เราจึงขอแนะนำให้เดินทางมาด้วยแอป Grab เพื่อความสะดวกสบาย ตัวอาคารมีขนาดเพียง 1 คูหาทำให้บรรยากาศบริเวณทางเข้าค่อนข้างคับแคบ บริเวณชั้นล่างสุดตกแต่งอย่างแคชวลและเป็นกันเอง บนผนังตกแต่งด้วยรูปวาดมุมสูงของนคร Saigon ด้านในสุดเป็นพื้นที่ห้องครัวแบบเปิดแต่ด้วยตัวอาคารที่เป็นแนวลึกและตำแหน่งที่ห่างกันกับโต๊ะอาหารทำให้ลูกค้าอาจชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ค่อนข้างยาก บริเวณชั้น 1 และ 2 ถัดขึ้นไปโดดเด้นด้วยเคาน์เตอร์บาร์ยาวสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีที่นั่งบริเวณนอกตัวอาคารสำหรับผู้ที่ต้องการชิลรับลมเย็น ๆ ในยามค่ำคืน
🎗 [THE CHEF] Peter Cuong Franklin เกิดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า Nguyễn Hùng Cường ซึ่งมีตำแหน่งตั้งอยู่นอกเมือง Dalat บริเวณตอนกลางของประเทศเวียดนาม ครอบครัวของเขาประกอบอาชีพเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ นำเสนอเมนูอย่าวง่ายเช่น Chả Lụa, Mì Quảng รวมไปถึงจานที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง Nem Nướng หลังจากสงครามเวียดนามสิ้นสุดลงในปี 1975 เขาในวัย 12 ปีได้ถูกส่งตัวไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและเติบโตขึ้นมาโดยมีครอบครัวทหารเรือในรัฐ Connecticut รับเขาเอาไว้เป็นบุตรบุญธรรม หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Yale เขาดำรงตำแหน่งเป็นถึงหนึ่งผู้บริหารของบริษัทระดับโลกอย่าง Morgan Stanley และ AIA ทั้งยังมีโอกาสออกเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่ต่าง ๆ ทั้งนคร New York, London และ Hong Kong อีกด้วย หลังจากประสบความสำเร็จในเส้นทางการงานเขาเริ่มต้นออกเดินทางเพื่อไล่ตามความฝันของตัวเองโดยการสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหาร Le Cordon Bleu Dusit ในกรุงเทพต่อด้วยการร่วมงานกับห้องอาหาร Alinea ในนคร Chicago และห้องอาหาร Nahm ในกรุงเทพ หลังจากนั้นเขาตัดสินใจเปิดห้องอาหารเวียดนามเป็นของตัวเองคือ Viet Kitchen และ Chom Chom ใน Hong Kong หลังจากแยกทางกับภรรยาเขาเดินทางกลับมายังนคร Ho Chi Minh City เพื่อเปิดร้าน Ănăn Saigon ในปี 2017 ก่อนจะสั่งสมชื่อเสียงจนได้รับความนิยมจากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวพร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2023 ที่ผ่านมา
🎗 [THE FOOD] เชฟ Peter Cuong Franklin ได้หยิบยกเมนูอาหารเวียดนามมายกระดับและตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยจนได้ออกมาเป็นเมนูที่ยังคงเข้าถึงได้ง่ายแต่เพิ่มเติมเทคนิคยุคใหม่เข้าไปได้อย่างกลมกลืน ลูกค้าอาจเลือกบิมเมนูแบบ À La Catte กะนได้ตามใจชอบหรือจะเป็น Tasting Menu ที่มีให้เลือก 2 รูปแบบคือ Sài Gòn Tasting Menu (2,200,000 VND++) ที่นำเสนออาหารจำนวน 10 คอร์สมาในราคาที่ไม่สูงนัก อีกเซ็ตคือ Chef's Tasting Menu, Homage to New Vietnam (2,900,000 VND++) ที่นำเสนออาหารเวียดนามยุคใหม่มาจำนวน 12 คอร์สนั่นเอง รายการไวน์มีให้เลือกอยู่พอประมาณในราคาที่ค่อนข้างสูง ส่วนเมนูที่เราประทับใจในวันนี้คือ
✨ LE PETIT BÁNH MÌ
Pâté, A5 wagyu, air baguette
Bánh Mì เป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่ได้รับความนิยมมากและพบได้ทั่วไปในประเทศเวียดนาม เชฟ Peter Cuong Franklin ได้หยิบเมนูนี้มาตีความใหม่โดยใช้เทคนิคที่คิดค้นขึ้นโดยเชฟ Ferran Adrià แห่งห้องอาหาร elBulli มีลักษณะเป็นขนมปัง Air Baguette เบากรอบ ด้านในบรรจุครีม Pâté ผสมผสานไปกับอูนิหรือหอยเม่น รอบ ๆ พันล้อมด้วยเนื้อวัววากิวระดับ A5 ตัดด้วยความกรอบของแตงกวาที่ด้านบน (15/30)
✨ CAVIAR BÁNH NHÚNG
Waffle cake, salmon roe, smoked salmon, crème fraiche
Caviar Bánh Nhúng เป็นเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวาฟเฟิลเค้กที่พบได้ตามร้านอาหารริมทางในตลาดของประเทศเวียดนาม เขฟนำเสนอมาโดยใช้เทคนิคการเตรียมแป้งทาร์ตแบบฝรั่งเศสแต่เปลี่ยนถ้วยทาร์ตปกติให่เป็นวาฟเฟิลรูป Rosette สรดำเตรียมมาจากแป้งข้าวและไข่ ตามช่องเติมแต่งด้วย Crème Fraîche เคล้าไปกับเนื้อปลาแซลมอนรมคว้น จากนั้นจบด้วยการใส่เจลผักชีลาวและไข่ปลาแซลมอนลงไปด้านบนให้อโรมาที่ฉุนและกลิ่นอายของทะเลมาบาลานซ์กันได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
✨ RIVER PRAWN BÁNH XẺO TACO
Prawn, pork belly, fresh herbs
Bánh Xèo เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Huế ในแถวเวียดนามตอนกลางโดยอาศัยเทคนิคที่ปรับปรุงมาจากการยึดครองของประเทศฝรั่งเศสในยุคโคโลเนียล เครปที่มีแป้งกรอบทำจากข้าวผสมกันกับขมิ้นจนได้สีเหลืองโดดเด่นโดยเชฟ Peter Cuong Franklin ได้เปลี่ยนจากแป้งทรบแบนราบ มาเป็นทาโก้เพื่อให้มีความร่วมสมัยและรับประทานได้ว่าย ตรงกลางบรรจุหมูสามชั้น เนื้อกุ้งแม่น้ำ ซอสถั่วลิสงรสเด็ด และสมุนไพรนานาชนิด พนักงานแนะนำให้แต่งเติมรสเปรี้ยวด้วยมะนาวย่างได้เองตามใจชอบ (15/20)
🎗 [WHY GO] Ănăn Saigon เป็นห้องอาหารที่หยิบยกเมนูพื้นบ้านของเวียดนามมานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเทคนิคและการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ในจาน สิ่งสำคัญที่อาจต้องเตรียมใจก่อนไปคือขนาดของพื้นที่ภายในร้านค่อนข้างคับแคบจนอาจสร้างความอึดอัดได้พอสมควร รายการไวน์มีให้เลือกอย่างจำกัดในราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน พนักงานให้บริการแบบเป็นกันเองและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว สำหรับใครที่สนใจสามารถทักเข้าไปผ่านทาง Facebook Messenger ของทางร้านหรือส่งข้อมูลไปทางอีเมลล์ของร้านเพื่อระบุจำนวนคนและวันที่จะไปได้โดยตรงและขอให้เผื่อระยะเวลาเอาไว้สัก 1-2 เดือนเพราะตัวร้านได้รับความนิยมสูงมากจนถูกจองเต็มตลอดเวลานั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 25 รูป













![PETIT FOURSปิดท้ายด้วยขอวหวานจิ๋ว 4 อย่างคือ Lantern Fruit (Goldenberry) Paired with a Touch of Chili Salt, Steamed Banana with Coconut Cream, Nước Mắm (F]Vietnamese Fosh Sauce) Chocolate Bonbon และ Mango Macaron](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/434462450_962802862169934_2876740608272585669_n.webp)



![🎗 [INTRO] ในปี 2023 ที่ผ่านมานั้นประเทศเวียดนามได้ถูกยกระดับให้เป็น 1 ในจุดหมายสำคัญของเหล่านักชิมจากนานาชาติโดยการเข้ามาของคู่มือ MICHELIN Guide เป็นครั้งแรก อย่าบไรก็ตามสำหรับเมืองประวัติศาสตร์ทางตอนใต้ของประเทศอย่าง Saigon หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Ho Chi Minh City นั้นมีห้องอาหารเพียงหนึ่งเดียวที่สามารภคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ตั้งแต่ปีแรกนั่นก็คือ Ănăn Saigon แห่งนี้นั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/434329665_962799595503594_596676201450231691_n.webp)
![🎗 [THE PLACE] คำว่า Ăn เป็นภาษาเวียดนามแปลได้ว่า ”กิน“ ฉะนั้น Ănăn เลยแปลตรงตัวได้ว่า ”กินกิน“ นั่นเอง ตัวร้านตั้งอยู่ในเขต District 1 ของนคร Ho Chi Minh City รายล้อมไปด้วยแผงขายของในตลาดสด Ton That Dam เราจึงขอแนะนำให้เดินทางมาด้วยแอป Grab เพื่อความสะดวกสบาย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/434752645_962802915503262_6311717046086974626_n.webp)


![🎗 [THE CHEF] Peter Cuong Franklin เกิดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อว่า Nguyễn Hùng Cường ซึ่งมีตำแหน่งตั้งอยู่นอกเมือง Dalat บริเวณตอนกลางของประเทศเวียดนาม ครอบครัวของเขาประกอบอาชีพเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ นำเสนอเมนูอย่าวง่ายเช่น Chả Lụa, Mì Quảng รวมไปถึงจานที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง Nem Nướng หลังจากสงครามเวียดนามสิ้นสุดลงในปี 1975 เขาในวัย 12 ปีได้ถูกส่งตัวไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและเติบโตขึ้นมาโดยมีครอบครัวทหารเรือในรัฐ Connecticut รับเขาเอาไว้เป็นบุตรบุญธรรม หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Yale เขาดำรงตำแหน่งเป็นถึงหนึ่งผู้บริหารของบริษัทระดับโลกอย่าง Morgan Stanley และ AIA ทั้งยังมีโอกาสออกเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่ต่าง ๆ ทั้งนคร New York, London และ Hong Kong อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/434751789_962803145503239_5694398468117214870_n.webp)

![🎗 [THE FOOD] เชฟ Peter Cuong Franklin ได้หยิบยกเมนูอาหารเวียดนามมายกระดับและตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยจนได้ออกมาเป็นเมนูที่ยังคงเข้าถึงได้ง่ายแต่เพิ่มเติมเทคนิคยุคใหม่เข้าไปได้อย่างกลมกลืน ลูกค้าอาจเลือกบิมเมนูแบบ À La Catte กะนได้ตามใจชอบหรือจะเป็น Tasting Menu ที่มีให้เลือก 2 รูปแบบคือ Sài Gòn Tasting Menu (2,200,000 VND++) ที่นำเสนออาหารจำนวน 10 คอร์สมาในราคาที่ไม่สูงนัก อีกเซ็ตคือ Chef's Tasting Menu, Homage to New Vietnam (2,900,000 VND++) ที่นำเสนออาหารเวียดนามยุคใหม่มาจำนวน 12 คอร์สนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/434572811_962802958836591_755177422955227259_n.webp)
![🎗 [WHY GO] Ănăn Saigon เป็นห้องอาหารที่หยิบยกเมนูพื้นบ้านของเวียดนามมานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเทคนิคและการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ในจาน สิ่งสำคัญที่อาจต้องเตรียมใจก่อนไปคือขนาดของพื้นที่ภายในร้านค่อนข้างคับแคบจนอาจสร้างความอึดอัดได้พอสมควร รายการไวน์มีให้เลือกอย่างจำกัดในราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน พนักงานให้บริการแบบเป็นกันเองและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว สำหรับใครที่สนใจสามารถทักเข้าไปผ่านทาง Facebook Messenger ของทางร้านหรือส่งข้อมูลไปทางอีเมลล์ของร้านเพื่อระบุจำนวนคนและวันที่จะไปได้โดยตรงและขอให้เผื่อระยะเวลาเอาไว้สัก 1-2 เดือนเพราะตัวร้านได้รับความนิยมสูงมากจนถูกจองเต็มตลอดเวลานั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/434755127_962802842169936_313874091439635853_n.webp)
