
Amador · อมาดอร์
Creative · อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ — Grinzinger Str. 86, 1190 Wien, Austria
🎗 Amador ร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินเพียงร้านเดียวในประเทศออสเตรียและประเทศแถบยุโรปตะวันออกทั้งหมด เสิร์ฟอาหารสไตล์ Avant-garde European โดยอ้างอิงจากอาหารสเปนเป็นหลัก ควบคุมโดยเชฟ Juan Amador หนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการอาหารโลก และเป็นหนึ่งในเชฟไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดคือ 3 ดาวมิชลินตั้งแต่อายุก่อน 40 ปี
🎗 Juan Amador หรือเชฟฆวน เป็นเชฟที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่อายุไม่มาก มีประวัติการย้ายที่ทำงานรวมถึงย้ายตำแหน่งร้านตัวเองบ่อยมาก เเต่สิ่งที่การันตีความสามารถของเชฟฆวนคือรางวัล Michelin Star ที่ไม่ว่าเชฟฆวนจะย้ายร้านสักกี่ครั้ง ก็จะได้รับดาวติดมือทันทีภายในหนึ่งหรือสองปีหลังจากเปิดร้าน เริ่มจากได้รับ ⭐️ 1 ดาวมิชลินครั้งเเรกในตำแหน่ง Chef de Cuisine ที่ Restaurant Peterselie ในเมือง Lüdenscheid ในปี ค.ศ. 1993 ถัดมาคือการย้ายไปทำงานที่ Restaurant Fährhaus Munkmarsch ที่ Isle of Sylt ในปี ค.ศ. 1997 และได้รับรางวัล ⭐️ 1 ดาวมิชลินทันทีในปีนั้น และข้อบ่งชี้ว่าเชฟฆวนมีฝีมือไม่ธรรมดาคือการย้ายเข้าทำงานที่ Schlosshotel Weyberhöfe ในเมือง Sailauf และได้รับรางวัล ⭐️ 1 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2000 และได้เลื่อนขั้นไปสู่ระดับ ⭐️⭐️ 2 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2002
🎗 จุดที่ทำให้เชฟฆวนกลายมาเป็นเชฟระดับโลกคือการเปิดร้านอาหารของตัวเองภายในชื่อ Restaurant Amador ครั้งแรกที่เมือง Frankfurt am Main ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2004 ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Restaurant of the Year ปี ค.ศ. 2005 พ่วงด้วยรางวัล ⭐️⭐️ 2 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2006 และได้เลื่อนขั้นสู่การเป็นร้านอาหารระดับสูงสุดคือ ⭐️⭐️⭐️ 3 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2007 เมื่อเชฟฆวนมีอายุได้เพียง 39 ปีเท่านั้น ปี ค.ศ. 2011 เชฟฆวนได้ย้ายร้านไปที่เมือง Mannheim ใช้ชื่อว่า Restaurant Amador in Mannheim และได้รับรางวัล ⭐️⭐️⭐️ 3 ดาวมิชลินทันทีซึ่งนับเป็นไม่กี่ร้านในประวัติศาสตร์ของมิชลินไกด์ ที่ได้รับรางวัลสูงสุด 3 ดาวทันทีในปีแรกที่ร้านเปิด สุดท้ายในปี ค.ศ. 2017 ร้านถูกย้ายมาที่ตำแหน่งปัจจุบันคือตอนเหนือของกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ภายใต้ชื่อ Restaurant Amadors Wirtshaus และได้รับรางวัล ⭐️⭐️ 2 ดาวมิชลินทันทีในมิชลินไกด์ออสเตรียปี 2018 และล่าสุดในมิชลินไกด์ออสเตรียปี 2019 หรือเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง Restaurant Amador ก็ถูกยกระดับให้เป็นร้านอาหารระดับ ⭐️⭐️⭐️ 3 ดาวมิชลิน และนับเป็นร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินแห่งแรกและเดียวในประเทศออสเตรีย รวมถึงยุโรปตะวันออกทั้งหมด
🎗 จุดเด่นของห้องทานอาหารหลักของที่นี่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างไปจากห้องอาหารอื่นชัดเจนคือเพดานอิฐสีแดงโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่เชื่อมต่อบริเวณห้องทานอาหารหลักไปจนถึงห้องสำหรับบ่มไวน์ของ Hajszan Winery ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงบ่มไวน์ในเครือ Fritz Wieninger โดยมีเพียงกระจกใสบางๆกั้นเท่านั้น ซึ่งเราสามารถมองเห็นถังบ่มไวน์เรียงต่อกันเป็นแถวๆจากห้องทานอาหารได้ชัดเจน ภายในร้านมีทางออกสู่ภายนอกจากหน้าร้านเพียงฝั่งเดียว เสมือนให้แขกหลุดเข้าไปนั่งทานข้าวอยู่ในอุโมงค์บ่มไวน์ ภายในไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ฉะนั้นขอให้นักชิมที่แวะมามีความสุขกับอาหารตรงหน้าเเละคนรอบข้างอย่างเต็มที่ โต๊ะและเก้าอี้ใช้วัสดุไม้แบบมินิมอลิส มีผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกับผ้ารองพื้นสีแดง บนเพดานมีเพียงเชิงเทียนขนาดใหญ่ห้อยลงมาเพื่อให้ความสว่าง และมีเสี้ยวจานแตกห้อยมาอยู่เหนือศีรษะในแต่ละโต๊ะ บนโต๊ะอาหารมีสิ่งประดิษฐ์รูปสัตว์ต่างๆทำมาจากเครื่องครัวหลากหลายชนิด เคียงคู่กับแจกันทรงสี่เหลี่ยมบรรจุดอกไม้สีแดงพร้อมแฮชแท็ก ♥️ #amadorlovesyou
🎗 เนื่องจากเชฟ Juan Amador เป็นลูกชายคนงานชาวสเปน แต่เกิดและเติบโตมาในประเทศเยอรมนี อาหารของเขาจึงอ้างอิงจากอาหารสเปนเป็นหลัก เเต่มีกลิ่นอายและสอดแทรกความเป็นเยอรมันเข้าไปด้วย อาหารทุกจานมีคุณภาพสูงมาก ทุกคอร์สใช้วัตถุดิบระดับสูงสุดเท่าที่จะหามาได้ในแต่ละฤดูกาล มีเทคนิคการปรุงที่ซับซ้อน และมีรสชาติที่เกินกว่าจะคาดการณ์จากรายชื่อของวัตถุดิบที่ให้มาในสมุดเมนูได้ ทันทีที่เรารับทราบการประกาศให้ Restaurant Amador เป็นร้านอาหารระดับสามดาวมิชลิน ⭐️⭐️⭐️ ในปี 2019 เพียงราวๆครึ่งชั่วโมง เราก็ตัดสินใจกดเข้าไปเพื่อจองร้านอาหารในเวปไซท์ทันที และพบว่าร้านถูกจองเต็มเกือบหมดเเละเหลือช่องว่างเพียงสล็อตเดียวเท่านั้น ทำให้เราต้องปรับแพลนเที่ยวทั้งหมดและต้องขับรถมาจากกรุง Budapest ประเทศ Hungary เป็นระยะทางไกลกว่า 260 กิโลเมตรภายในวันเดียวเพื่อมาทานอาหารมื้อนี้ โดยเราได้โอกาสเข้าไปทานมื้อค่ำซึ่งจะมีเมนูให้เลือกแบบเดียวคือ 📃 MOMENTUM เซ็ตเมนู 8 คอร์สที่ดีที่สุดของทางร้านในราคา 235 ยูโรต่อคน แม้ว่าราคาจัดว่าสูงระดับหนึ่งแต่ถือว่าคุ้มค่า เนื่องจากอาหารที่เราทานในวันนี้ทั้งหมดไม่มีจานไหนด้อยเลย และมีคอร์สที่โดดเด่นจนประทับใจและลืมไม่ลงมากมาย เช่น CARABINERO 🦐 ที่ใช้กุ้งแดง carabinero ทานกับ variation of cauliflower ซึ่งถือว่าเป็น single plate ที่อร่อยที่สุดในการตามล่ามิชลินกว่าสิบร้านในทริปนี้ และขอยกให้เป็นคอร์สกุ้งแดงที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยทานมาเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีคอร์ส signature ของทางร้านคือ MIERAL PIGEON 🕊 ที่ใช้นกพิราบเนื้อนุ่ม ทานกับ “แกงม่วง” สูตรลับของทางร้าน ก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้กัน อย่างสุดท้ายที่ต้องขอพูด เพราะรสชาติดีอย่างคาดไม่ถึงคือคอร์ส AMUSE-BOUCHE หรือคอร์สเรียกน้ำย่อย Japanese bun 🎌 ที่ทำออกมาได้ดีเกินคาดมากๆ เนื้อขนมปังนุ่ม มีกลิ่นหอม จัดเป็นซาลาเปาลูกเดียวที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยทานมา อร่อยกว่าร้านอาหารจีนติดดาวเสียอีก นอกจากนี้พนักงานทุกคนยังมีความรู้อย่างละเอียด สามารถตอบรายละเอียดเชิงลึกของอาหารตั้งเเต่วัตถุดิบไปจนถึงเทคนิคการปรุง และรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมายที่เราไม่คิดว่าพนักงานจะตอบได้ ขนาดที่ว่าเราหยิบมีดขึ้นมาลูบดู พนักงานที่เดินผ่านมายังเเวะบอกเราว่า “ทางร้านได้มีดเล่มนี้มาจากบริษัทเครื่องเงิน Robbe & Berking ที่ก่อตั้งในประเทศ Germany มาตั้งเเต่ปี ค.ศ. 1874 คุณชอบมันใช่ไหม” สุดยอดจริงๆ
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 37 รูป





































แกลเลอรี

