GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
AM par Alexandre Mazzia
3 MICHELIN Stars

FranceAM par Alexandre Mazzia · อาแอ็ม พา อเล็กซานเดร มาซเซีย

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — 9 Rue François Rocca, 13008 Marseille, France

🎗 [INTRO] Provence-Alpes-Côte d'Azur เป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่อัดแน่นไปด้วยห้องอาหารระดับสูงมากที่สุดบริเวณหนึ่งในทวีปยุโรป อย่างไรก็ตามห้องอาหารชั้นนำส่วนมากนิยมนำเสนออาหารฝรั่งเศสเป็นหลักแตกต่างออกไปจาก AM par Alexandre Mazzia ที่เลือกนำเสนอเมนูต่าง ๆ ในรูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia ตั้งอยู่ในซอย Rue François Rocca ในเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสอย่างนคร Marseille ตัวร้านด้านหน้าตกแต่งโดยใช้โทนสีดำขรึม ถึงภายในจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่เชฟ Alexandre Mazzia ยังเลือกที่จะใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นห้องครัวแบบ Open Kitchen พร้อมด้วยเคาน์เตอร์เพื่อให้ลูกค้าได้ชมขั้นตอนการปรุงและจัดจ้านกันแบบสด ๆ ได้ตลอดเวลา ส่วนบริเวณอื่น ๆ นั้นเชฟเลือกใช้วัสดุเป็นโต๊ะไม้เปลือยพร้อมกับโคมไฟส่องสว่างลงมาจากด้านบน ผนังด้านหน้าและด้านข้างของร้านกั้นด้วยกระจกใสช่วยเพิ่มความโปร่งให้กับพื้นที่ภายในได้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Alexandre Mazzia เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1976 ที่เมือง Pointe-Noire สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าไม้ หลังจากอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดนานถึง 14 ปีเขาตัดสินใจเดินทางมายังประเทศฝรั่งเศสโดยอาศัยส่วนสูง 1.95 เมตรในการเริ่มต้นชีวิตเป็นนักบาสเกตบอลทั้งยังมีชื่อเข้าไปติดทีมชาติฝรั่งเศสชุด U15 อีกด้วย สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟของเขานั้นเริ่มต้นด้วยการเข้ารับการศึกษาที่ École Hoteliere Santos Dumont ทั้งยังมีโอกาสได้เรียนรู้งานกับเชฟระดับตำนานมากมายเช่น Pierre Hermé, Michel Bras รวมไปถึงเชฟระดับตำนานแห่งวงการอาหารสเปนยุคใหม่อย่าง Santi Santimaria กันอีกด้วย สำหรับการรับตำแหน่ง Head Chef อย่างเป็นทางการนั้นเชฟ Alexandre Mazzia เดินทางมายังนคร Marseille เพื่อกุมบังเหียนห้องอาหาร Le Corbusier’s Cité Radieuse ในปี 2010 ทั้งยังการันตีฝีมือด้วยรางวัลมากมายโดยเฉพาะ Jeune Talent (Young Talent Award) จาก Gault&Millau ในปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Alexandre Mazzia ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia ขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายน 2014 โดยได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากบรรดานักชิมท้องถิ่น ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2015 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2019 และยกระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2021 สำหรับรางวัลจากฝั่งของ Gault&Millau นั้นก็โดดเด่นไม่แพ้กันเพราะตัวร้านได้รับการการันตีด้วยคะแนนสูงถึง 19/20 และ Cuisinier de l'année (Chef of The Year) ในปี 2019 นั่นเอง

🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia นำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์โดยผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากันกับวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียในรูปแบบ Set Menu เริ่มต้นจากมื้อกลางวัน (Voyages Déjeuner) นำเสนอมาที่ราคา 235 €, 285 € และ 335 € หรือจะเป็นมื้อกลางคืน (Voyages Dîner) นำเสนอมาที่ราคา 335 € และ 395 € โดยลักษณะการเสิร์ฟจะแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไปที่ทางร้านจะจัดมาพร้อม ๆ กันหลายคอร์สรวมกันมาเป็นแต่ละ Sequences โดยมีคอร์สที่น่าประทับใจจำนวนมากอย่างเช่น

✨ Moules, maquereau, hareng, noix de coco, condiment mojito estragon et jus vert

จานนี้เชฟนำเสนอสัตว์ทะเล 3 ชนิดที่มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือหอยแมลงภู่ ปลาแมคเคอเรล และปลาแฮร์ริง ด้านบนคือความกรอบของบีทรูทและชิ้นมะพร้าว แต่งแต้มรสชาติและกลิ่นด้วย Tarragon Mojito Condiment และ Green Juice ที่เตรียมมาจากผัก Arugula และ Diplotaxis Milk หรือน้ำนมของ White Mustard (18/20)

✨ Langoustine, carottes-cumin, voile de manioc, texture végétale, lait de poule

กุ้ง Langoustine เสิร์ฟมาคู่กับองค์ประกอบของแครอทและขิง ด้านบนคือ Viel หรือแผ่นนุ่ม ๆ บาง ๆ เตรียมมาจากมันสำปะหลังเพื่อแสดงถึงชีวิตในวัยเด็กของเชฟที่เติบโตมาในประเทศคองโก นอกจากนี้ยังมีผักหลายชนิดที่ให้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันออกไปอีกด้วย ที่โต๊ะพนักงานจะโรยผงสีเขียวที่ได้จากการนำดอกไม้และสมุนไพรหลากหลายชนิดไปปรุงในน้ำทะเล จบด้วยการเทราด Eggnog ที่ได้จากการนำไข่ไปปรุงรสด้วยมิรินและยี่หร่าลงไปรอบ ๆ จาน (18/20)

✨ Texture pudding au jus de viande, tamarin-hibiscus, pomme nashi

Textures of Canelé ที่เชฟแยกองค์ประกอบมาใหม่เพื่อให้เกิดความแตกต่างโดยมีกลิ่นหอมของกาแฟ แผ่นสีใสด้านบนคือ Crystalized Rice กรอบ ๆ และ Nashi Apple หรือลูกแพร์ ส่วนครีมข้าง ๆ เตรียมมาจากมะขามและดอกชบา (19/20)

✨ Palet glacé pomme, eau de verveine au curry vert, spray de gin

ของหวานจานที่ดีที่สุดต้องยกให้กับ Sage Ice Cube ตรงกลางเพิ่มมิติความกรอบด้วยชิ้นแอปเปิ้ลเขียว จากนั้นพนักงานจะพ่นสเปรย์ของ Gin และ Citrus ลงไป จานนี้จบด้วยการเทราดน้ำสีเขียวที่ผสมผสานรสชาติของแกงเขียวหวานแบบไทยเข้ากับความหอมของ Verbena จนออกมาเป็นอาหารหวานที่มีรสชาติอันแสนน่าประทับใจ (19/20)

🎗 [WHY GO] AM par Alexandre Mazzia เป็นห้องอาหารที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เชฟ Alexandre Mazzia ผสมผสานวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียเข้ากันกับเทคนิคการปรุงสมัยใหม่จนได้อาหารที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร อย่างไรก็ตามหากมองเฉพาะในแง่ของรสชาติจัดว่ายังไม่หวือหวามากนัก ด้วยบรรยากาศที่มีความแคชชวลสบาย ๆ ทำให้ราคาอาหารที่ 235-395 € จัดว่าค่อนข้างสูงแม้จะเทียบกับร้านระดับ 3 MICHELIN Stars ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน AM par Alexandre Mazzia อาจเหมาะกับนักชิมที่ชื่นชอบอาหารรูปแบบใหม่ที่สร้างตัวตนและฉีกขนบอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมจากห้องอาหารระดับสูงอื่น ๆ ในพื้นที่โดยรอบนั่นเอง

🎗 [WHY GO] AM par Alexandre Mazzia เป็นห้องอาหารที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เชฟ Alexandre Mazzia ผสมผสานวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียเข้ากันกับเทคนิคการปรุงสมัยใหม่จนได้อาหารที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร อย่างไรก็ตามหากมองเฉพาะในแง่ของรสชาติจัดว่ายังไม่หวือหวามากนัก ด้วยบรรยากาศที่มีความแคชชวลสบาย ๆ ทำให้ราคาอาหารที่ 235-395 € จัดว่าค่อนข้างสูงแม้จะเทียบกับร้านระดับ 3 MICHELIN Stars ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน AM par Alexandre Mazzia อาจเหมาะกับนักชิมที่ชื่นชอบอาหารรูปแบบใหม่ที่สร้างตัวตนและฉีกขนบอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมจากห้องอาหารระดับสูงอื่น ๆ ในพื้นที่โดยรอบนั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 55 รูป

🇫🇷 AM par Alexandre Mazzia - อาแอ็ม พา อเล็กซานเดร มาซเซีย 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵🏵 19/20 Gault et Millau - 19/20 โกเอ็ทมีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Alexandre Mazzia - เชฟอเล็กซานเดร มาซเซีย
รูปที่ 1
🇫🇷 AM par Alexandre Mazzia - อาแอ็ม พา อเล็กซานเดร มาซเซีย 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵🏵 19/20 Gault et Millau - 19/20 โกเอ็ทมีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Alexandre Mazzia - เชฟอเล็กซานเดร มาซเซีย
เริ่มต้นด้วยคอร์สแรกเสิร์ฟมาเป็นเซ็ตใหญ่
รูปที่ 2
เริ่มต้นด้วยคอร์สแรกเสิร์ฟมาเป็นเซ็ตใหญ่
Poisson de nos côtes, levure de bière torréfiée เริ่มต้นด้วย Sea Bass หรือปลากระพงแห่งท้องทะเล Mediterranean แล่มาบาง ๆ จับคู่กับองค์ประกอบของยีสต์ ด้านบนท็อปด้วย Tuna Vinegar ก่อนจะตกแต่งด้วยดอกไม้รับประทานได้ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับชิ้นปลานั่นเอง (17/20)
รูปที่ 3
Poisson de nos côtes, levure de bière torréfiée เริ่มต้นด้วย Sea Bass หรือปลากระพงแห่งท้องทะเล Mediterranean แล่มาบาง ๆ จับคู่กับองค์ประกอบของยีสต์ ด้านบนท็อปด้วย Tuna Vinegar ก่อนจะตกแต่งด้วยดอกไม้รับประทานได้ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับชิ้นปลานั่นเอง (17/20)
Chou cristallisé safran, poutargue de caviar, condiment gingembre ถัดมาคือแผ่น Crystallized Cabbage มีลักษณะเป็นกะหล่ำปลีกรอบ ๆ หอมอโรมาของแซฟรอน ด้านบนคือ Poutarge Caviar หรือคาเวียร์กลม ๆ ทำมาจากไข่ปลาแห้ง ยังมีองค์ประกอบของขิงช่วยเติมแต่งรสชาติให้มีมิติ (17/20)
รูปที่ 4
Chou cristallisé safran, poutargue de caviar, condiment gingembre ถัดมาคือแผ่น Crystallized Cabbage มีลักษณะเป็นกะหล่ำปลีกรอบ ๆ หอมอโรมาของแซฟรอน ด้านบนคือ Poutarge Caviar หรือคาเวียร์กลม ๆ ทำมาจากไข่ปลาแห้ง ยังมีองค์ประกอบของขิงช่วยเติมแต่งรสชาติให้มีมิติ (17/20)
Chou cristallisé safran, poutargue de caviar, condiment gingembre สำหรับสองคอร์สนี้พนักงานแนะนำให้รับประทานคู่กันไปกับเนื้อปลาคอร์สแรก (17/20)
รูปที่ 5
Chou cristallisé safran, poutargue de caviar, condiment gingembre สำหรับสองคอร์สนี้พนักงานแนะนำให้รับประทานคู่กันไปกับเนื้อปลาคอร์สแรก (17/20)
Crevettes sauvages, bouillon de légumes racine et sumac จานนี้เชฟนำเสนอเนื้อกุ้ง Langoustine เสิร์ฟมากับดอกไม้รับประทานได้ ผลแบล็คเบอร์รี่ และ Root Vegetables Consommé มีลักษณะเป็นซุปใสทำมาจากพืชตระกูลหัวหลายชนิดเสริมแต่งอโรมาด้วยเครื่องเทศที่มีกลิ่นเฉพาะตัวอย่าง Sumac (17/20)
รูปที่ 6
Crevettes sauvages, bouillon de légumes racine et sumac จานนี้เชฟนำเสนอเนื้อกุ้ง Langoustine เสิร์ฟมากับดอกไม้รับประทานได้ ผลแบล็คเบอร์รี่ และ Root Vegetables Consommé มีลักษณะเป็นซุปใสทำมาจากพืชตระกูลหัวหลายชนิดเสริมแต่งอโรมาด้วยเครื่องเทศที่มีกลิ่นเฉพาะตัวอย่าง Sumac (17/20)
Panais aigre doux, feuille d’amidon, pommade orange pomme verte ถัดมาคือพาสนิปให้รสชาติเปรี้ยวหวานเสิร์ฟมากับแผ่นแป้งมันฝรั่งสีใสละลายในปาก เสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวของแอปเปิ้ลเขียวและองค์ประกอบของส้ม (17/20)
รูปที่ 7
Panais aigre doux, feuille d’amidon, pommade orange pomme verte ถัดมาคือพาสนิปให้รสชาติเปรี้ยวหวานเสิร์ฟมากับแผ่นแป้งมันฝรั่งสีใสละลายในปาก เสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวของแอปเปิ้ลเขียวและองค์ประกอบของส้ม (17/20)
Algue, pommade de patate douce, réglisse, poutargue สาหร่ายเสิร์ฟมาในรูปแบบ Crystalized Seaweed จับคู่กับอโรมาของน้ำมันมันหวานความหอมของชะเอม และความมันของไข่ปลาหรือ Bottarga ได้อย่างลงตัว (17/20)
รูปที่ 8
Algue, pommade de patate douce, réglisse, poutargue สาหร่ายเสิร์ฟมาในรูปแบบ Crystalized Seaweed จับคู่กับอโรมาของน้ำมันมันหวานความหอมของชะเอม และความมันของไข่ปลาหรือ Bottarga ได้อย่างลงตัว (17/20)
Crousti-Galanga, bœuf en juxtaposition de cuisson, campari เนื้อวัวปรุงมา 2 รูปแบบโดยมีชิ้นหนึ่งที่ผ่านการหมักใน Soy Sauce แล้วท็อปด้านบนด้วย Campari Jelly ด้านล่างรองด้วยแผ่นกรอบทำมาจากข่าให้มิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง (17/20)
รูปที่ 9
Crousti-Galanga, bœuf en juxtaposition de cuisson, campari เนื้อวัวปรุงมา 2 รูปแบบโดยมีชิ้นหนึ่งที่ผ่านการหมักใน Soy Sauce แล้วท็อปด้านบนด้วย Campari Jelly ด้านล่างรองด้วยแผ่นกรอบทำมาจากข่าให้มิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง (17/20)
Parmesan, pistache, grenade et aloe vera แผ่นกรอบที่ผสมผสานรสชาติของชีส Parmigiano Reggiano เข้ากับถั่วพิสตาชิโอ้และเมล็ดทับทิมเสริมด้วยความละมุนของว่านหางจระเข้ให้รสชาติที่แปลกและแตกต่าง (17/20)
รูปที่ 10
Parmesan, pistache, grenade et aloe vera แผ่นกรอบที่ผสมผสานรสชาติของชีส Parmigiano Reggiano เข้ากับถั่วพิสตาชิโอ้และเมล็ดทับทิมเสริมด้วยความละมุนของว่านหางจระเข้ให้รสชาติที่แปลกและแตกต่าง (17/20)
Crevette grise, katsuobushi de têtes, huile de piment vert Grey Shrimp เป็นกุ้งขนาดเล็กที่เชฟจับคู่มากับ Katsuobushi ของญี่ปุ่นเสริมด้วยความหอมของ Green Chili Oil เสิร์ฟมาในช้อนขนาดจิ๋ว (17/20)
รูปที่ 11
Crevette grise, katsuobushi de têtes, huile de piment vert Grey Shrimp เป็นกุ้งขนาดเล็กที่เชฟจับคู่มากับ Katsuobushi ของญี่ปุ่นเสริมด้วยความหอมของ Green Chili Oil เสิร์ฟมาในช้อนขนาดจิ๋ว (17/20)
เซ็ตถัดมา
รูปที่ 12
เซ็ตถัดมา
Œufs de truites et saumon sauvage marinés au saké, lait fumé สำหรับเสิร์ฟชุดที่สองเริ่มต้นด้วย Wild Trout Roe หรือไข่ปลาเทร้าต์หมักในสาเกญี่ปุ่น (18/20)
รูปที่ 13
Œufs de truites et saumon sauvage marinés au saké, lait fumé สำหรับเสิร์ฟชุดที่สองเริ่มต้นด้วย Wild Trout Roe หรือไข่ปลาเทร้าต์หมักในสาเกญี่ปุ่น (18/20)
Œufs de truites et saumon sauvage marinés au saké, lait fumé ส่วนองค์ประกอบสีขาวคือ Smoked Milk หรือน้ำนมที่ผ่านการรมควันจนหอม (18/20)
รูปที่ 14
Œufs de truites et saumon sauvage marinés au saké, lait fumé ส่วนองค์ประกอบสีขาวคือ Smoked Milk หรือน้ำนมที่ผ่านการรมควันจนหอม (18/20)
Biscotte végétale, pommade herbacée-iodée, fleur de l'instant Vegetable Crisp Bread มีลักษณะเป็นแป่นกรอบท็อปด้านบนด้วย Flower of The Moment ตามฤดูกาลที่มีเนื้อสัมผัสแตกต่างกันเชื่อมอโรมาด้วยน้ำมันสมุนไพรต่าง ๆ ตรงกลางคือครีมสีขาวทำมาจาก Fresh Cheese, Tobiko รวมไปถึงสมุนไพรและเครื่องเทศต่าง ๆ นั่นเอง (18/20)
รูปที่ 15
Biscotte végétale, pommade herbacée-iodée, fleur de l'instant Vegetable Crisp Bread มีลักษณะเป็นแป่นกรอบท็อปด้านบนด้วย Flower of The Moment ตามฤดูกาลที่มีเนื้อสัมผัสแตกต่างกันเชื่อมอโรมาด้วยน้ำมันสมุนไพรต่าง ๆ ตรงกลางคือครีมสีขาวทำมาจาก Fresh Cheese, Tobiko รวมไปถึงสมุนไพรและเครื่องเทศต่าง ๆ นั่นเอง (18/20)
Anguille fume au chocolat ปิดท้ายด้วยปลาไหลนุ่ม ๆ จับคู่กับความเข้มข้น หวาน และขมได้อย่างน่าประหลาดใจ (18/20)
รูปที่ 16
Anguille fume au chocolat ปิดท้ายด้วยปลาไหลนุ่ม ๆ จับคู่กับความเข้มข้น หวาน และขมได้อย่างน่าประหลาดใจ (18/20)
Anguille fume au chocolat เปิดออกมาดูด้านใน (18/20)
รูปที่ 17
Anguille fume au chocolat เปิดออกมาดูด้านใน (18/20)
Pain viennois fumé au charbon, beurre demi sel au Combawa ขนมปังชิ้นแรกของมื้อนี้คือ Viennese Bread ที่เชฟนำไปรมควันถ่านเสิร์ฟมาคู่กับเนยแบบ Semi-Salted ที่มีกลิ่นหอมของมะกรูด
รูปที่ 18
Pain viennois fumé au charbon, beurre demi sel au Combawa ขนมปังชิ้นแรกของมื้อนี้คือ Viennese Bread ที่เชฟนำไปรมควันถ่านเสิร์ฟมาคู่กับเนยแบบ Semi-Salted ที่มีกลิ่นหอมของมะกรูด
Chair d’araignée au jus animal, denti mariné saké-betterave et garum เนื้อปู Spider King Crab เสิร์ฟมาในช้อนจับคู่กับเนื้อปลา Dentex ที่ผ่านการดองด้วยสาเกและบีทรูทจนได้สีที่สวยงาม (18/20)
รูปที่ 19
Chair d’araignée au jus animal, denti mariné saké-betterave et garum เนื้อปู Spider King Crab เสิร์ฟมาในช้อนจับคู่กับเนื้อปลา Dentex ที่ผ่านการดองด้วยสาเกและบีทรูทจนได้สีที่สวยงาม (18/20)
Semoule aux agrumes et fleur d’oranger, raifort et jus de carapaces แป้ง Semolina เนื้อสัมผัสร่วน ๆ เสิร์ฟมากับดอกส้มและผลไม้รสเปรี้ยว ที่โต๊ะพนักงานจะเทราด Emulaion ที่เตรียมมาจากเปลือกของปู Spider King Crab และ Horseradish ลงไปด้านบน (18/20)
รูปที่ 20
Semoule aux agrumes et fleur d’oranger, raifort et jus de carapaces แป้ง Semolina เนื้อสัมผัสร่วน ๆ เสิร์ฟมากับดอกส้มและผลไม้รสเปรี้ยว ที่โต๊ะพนักงานจะเทราด Emulaion ที่เตรียมมาจากเปลือกของปู Spider King Crab และ Horseradish ลงไปด้านบน (18/20)
Moules, maquereau, hareng, noix de coco, condiment mojito estragon et jus vert จานนี้เชฟนำเสนอสัตว์ทะเล 3 ชนิดที่มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือหอยแมลงภู่ ปลาแมคเคอเรล และปลาแฮร์ริง ด้านบนคือความกรอบของบีทรูทและชิ้นมะพร้าว (18/20)
รูปที่ 21
Moules, maquereau, hareng, noix de coco, condiment mojito estragon et jus vert จานนี้เชฟนำเสนอสัตว์ทะเล 3 ชนิดที่มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือหอยแมลงภู่ ปลาแมคเคอเรล และปลาแฮร์ริง ด้านบนคือความกรอบของบีทรูทและชิ้นมะพร้าว (18/20)
Moules, maquereau, hareng, noix de coco, condiment mojito estragon et jus vert จากนั้นแต่งแต้มรสชาติและกลิ่นด้วย Tarragon Mojito Condiment และ Green Juice ที่เตรียมมาจากผัก Arugula และ Diplotaxis Milk หรือน้ำนมของ White Mustard (18/20)
รูปที่ 22
Moules, maquereau, hareng, noix de coco, condiment mojito estragon et jus vert จากนั้นแต่งแต้มรสชาติและกลิ่นด้วย Tarragon Mojito Condiment และ Green Juice ที่เตรียมมาจากผัก Arugula และ Diplotaxis Milk หรือน้ำนมของ White Mustard (18/20)
Focaccia au beurre noisette, piment d’Espelette-réglisse, beurre Nigelle et épices จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังชนิดที่ 2 คือ Foccaccia กับเนย Hazelnut Butter ข้างกันคือ Nigella Butter ผสมผสานกับเครื่องเทศต่าง ๆ
รูปที่ 23
Focaccia au beurre noisette, piment d’Espelette-réglisse, beurre Nigelle et épices จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังชนิดที่ 2 คือ Foccaccia กับเนย Hazelnut Butter ข้างกันคือ Nigella Butter ผสมผสานกับเครื่องเทศต่าง ๆ
Langoustine avec les doigts, pop corn d’algues, sésame à la bonite, condiment citron géranium คอร์สถัดมาเริ่มต้นด้วยเนื้อกุ้ง Langoustine หวานนุ่มล้อมรอบด้วย Seaweed Popcorn กรอบ ๆ เชฟปรุงรสชาติด้วยงาและ Bonito หรือไข่ปลา ทั้งยังมีรสชาติเปรี้ยวของเลมอนและอโรมาของดอก Geranium อีกด้วย (18/20)
รูปที่ 24
Langoustine avec les doigts, pop corn d’algues, sésame à la bonite, condiment citron géranium คอร์สถัดมาเริ่มต้นด้วยเนื้อกุ้ง Langoustine หวานนุ่มล้อมรอบด้วย Seaweed Popcorn กรอบ ๆ เชฟปรุงรสชาติด้วยงาและ Bonito หรือไข่ปลา ทั้งยังมีรสชาติเปรี้ยวของเลมอนและอโรมาของดอก Geranium อีกด้วย (18/20)
Langoustine, carottes-cumin, voile de manioc, texture végétale, lait de poule กุ้ง Langoustine เสิร์ฟมาคู่กับองค์ประกอบของแครอทและขิง ด้านบนคือ Viel หรือแผ่นนุ่ม ๆ บาง ๆ เตรียมมาจากมันสำปะหลังเพื่อแสดงถึงชีวิตในวัยเด็กของเชฟที่เติบโตมาในประเทศคองโก (18/20)
รูปที่ 25
Langoustine, carottes-cumin, voile de manioc, texture végétale, lait de poule กุ้ง Langoustine เสิร์ฟมาคู่กับองค์ประกอบของแครอทและขิง ด้านบนคือ Viel หรือแผ่นนุ่ม ๆ บาง ๆ เตรียมมาจากมันสำปะหลังเพื่อแสดงถึงชีวิตในวัยเด็กของเชฟที่เติบโตมาในประเทศคองโก (18/20)
Langoustine, carottes-cumin, voile de manioc, texture végétale, lait de poule นอกจากนี้ยังมีผักหลายชนิดที่ให้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันออกไปอีกด้วย ที่โต๊ะพนักงานจะโรยผงสีเขียวที่ได้จากการนำดอกไม้และสมุนไพรหลากหลายชนิดไปปรุงในน้ำทะเล จบด้วยการเทราด Eggnog ที่ได้จากการนำไข่ไปปรุงรสด้วยมิรินและยี่หร่าลงไปรอบ ๆ จาน (18/20)
รูปที่ 26
Langoustine, carottes-cumin, voile de manioc, texture végétale, lait de poule นอกจากนี้ยังมีผักหลายชนิดที่ให้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันออกไปอีกด้วย ที่โต๊ะพนักงานจะโรยผงสีเขียวที่ได้จากการนำดอกไม้และสมุนไพรหลากหลายชนิดไปปรุงในน้ำทะเล จบด้วยการเทราด Eggnog ที่ได้จากการนำไข่ไปปรุงรสด้วยมิรินและยี่หร่าลงไปรอบ ๆ จาน (18/20)
Langoustine, carottes-cumin, voile de manioc, texture végétale, lait de poule Condiments ที่พนักงานนำมาเติมต่อหน้าลูกค้า (18/20)
รูปที่ 27
Langoustine, carottes-cumin, voile de manioc, texture végétale, lait de poule Condiments ที่พนักงานนำมาเติมต่อหน้าลูกค้า (18/20)
จากนั้นพนักงานจะนำน้ำมาวางสำหรับจุ่มล้างมือ
รูปที่ 28
จากนั้นพนักงานจะนำน้ำมาวางสำหรับจุ่มล้างมือ
คอร์สถัดมา
รูปที่ 29
คอร์สถัดมา
Consommé de volaille infusé aux coquilles d’huîtres, dulce et écorces d'agrumes brûlées Consommé หรือน้ำซุปใสที่เชฟเตรียมมาจากน้ำสต๊อกไก่แล้ว Infused ด้วยเปลือกหอยนางรมช่วยเพิ่มกลิ่นอายความเป็นทะเลและเปลือกส้มให้อโรมาหอม ๆ ของพริกและน้ำส้มสายชูสูตรเฉพาะได้อย่างพอเหมาะ (17/20)
รูปที่ 30
Consommé de volaille infusé aux coquilles d’huîtres, dulce et écorces d'agrumes brûlées Consommé หรือน้ำซุปใสที่เชฟเตรียมมาจากน้ำสต๊อกไก่แล้ว Infused ด้วยเปลือกหอยนางรมช่วยเพิ่มกลิ่นอายความเป็นทะเลและเปลือกส้มให้อโรมาหอม ๆ ของพริกและน้ำส้มสายชูสูตรเฉพาะได้อย่างพอเหมาะ (17/20)
Consommé de volaille infusé aux coquilles d’huîtres, dulce et écorces d'agrumes brûlées Consommé นำเสนอมาในถ้วยขนาดจิ๋ว (17/20)
รูปที่ 31
Consommé de volaille infusé aux coquilles d’huîtres, dulce et écorces d'agrumes brûlées Consommé นำเสนอมาในถ้วยขนาดจิ๋ว (17/20)
Chénopode en tempura-vodka, œuf de brochet fumé, piment, poussière de carapace ผัก Goosefoot ชุบแป้งทอดแบบเทมปุระ ด้านบนท็อปด้วยไข่ปลา Pike รมควันและองค์ประกอบสีส้มทำมาจากพริก (17/20)
รูปที่ 32
Chénopode en tempura-vodka, œuf de brochet fumé, piment, poussière de carapace ผัก Goosefoot ชุบแป้งทอดแบบเทมปุระ ด้านบนท็อปด้วยไข่ปลา Pike รมควันและองค์ประกอบสีส้มทำมาจากพริก (17/20)
Morille, sucs d’oignons, ail des ours, framboise-harissa, jus de canard-poivre verveine เห็ด Morel จับคู่กับความหวานของหัวหอมใหญ่ หยดสีแดงข้าง ๆ ทำมาจากราสเบอร์รี่และ Harissa ให้รสชาติเปรี้ยวและเผ็ดร้อนทั้งยังมีองค์ประกอบของใบและดอกกระเทียมท็อปอยู่ด้านบนอีกด้วย จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Duck Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของ Verbenaและพริกไทยลงไปในจาน (17/20)
รูปที่ 33
Morille, sucs d’oignons, ail des ours, framboise-harissa, jus de canard-poivre verveine เห็ด Morel จับคู่กับความหวานของหัวหอมใหญ่ หยดสีแดงข้าง ๆ ทำมาจากราสเบอร์รี่และ Harissa ให้รสชาติเปรี้ยวและเผ็ดร้อนทั้งยังมีองค์ประกอบของใบและดอกกระเทียมท็อปอยู่ด้านบนอีกด้วย จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Duck Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของ Verbenaและพริกไทยลงไปในจาน (17/20)
Petit pois-pamplemousse , épinard-gingembre, topinambour, lait de choux fleurs, émulsion thé vert fumé จานนี้คือถั่วเสิร์ฟมาคู่กับ Smoked Green Tea Emulsion มีกลิ่นหอมของชาเชียวเบา ๆ โดยไม่ติดรสขมมามากนัก ตรงกลางคือผักโขมที่มีอโรมาของขิง แก่นตะวัน และองค์ประกอบสีขาวรอบ ๆ คือน้ำนมกะหล่ำดอกนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 34
Petit pois-pamplemousse , épinard-gingembre, topinambour, lait de choux fleurs, émulsion thé vert fumé จานนี้คือถั่วเสิร์ฟมาคู่กับ Smoked Green Tea Emulsion มีกลิ่นหอมของชาเชียวเบา ๆ โดยไม่ติดรสขมมามากนัก ตรงกลางคือผักโขมที่มีอโรมาของขิง แก่นตะวัน และองค์ประกอบสีขาวรอบ ๆ คือน้ำนมกะหล่ำดอกนั่นเอง (17/20)
Épinard, vermicelles au curry, jus vert saté, jus de betterave ใบผักโขมอ่อนจับคู่กับความกรึบของวุ้นเส้นและอโรมาของแกง บาลานซ์ด้วย Earthy Aroma ของ Mushroom Emulsion ส่วนน้ำซอสสีเขียวคือ Green Satay Sauce และองค์ประกอบสีแดงคือ Beetroot Jus นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 35
Épinard, vermicelles au curry, jus vert saté, jus de betterave ใบผักโขมอ่อนจับคู่กับความกรึบของวุ้นเส้นและอโรมาของแกง บาลานซ์ด้วย Earthy Aroma ของ Mushroom Emulsion ส่วนน้ำซอสสีเขียวคือ Green Satay Sauce และองค์ประกอบสีแดงคือ Beetroot Jus นั่นเอง (17/20)
Aubergine, pommade épices et noix de cajou, fruit de la passion มะเขือนุ่ม ๆ เสริมด้วยน้ำมันสกัดจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์และเครื่องเทศ ส่วนรสชาตินั้นได้มาจากความเปรี้ยวของเสาวรส (17/20)
รูปที่ 36
Aubergine, pommade épices et noix de cajou, fruit de la passion มะเขือนุ่ม ๆ เสริมด้วยน้ำมันสกัดจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์และเครื่องเทศ ส่วนรสชาตินั้นได้มาจากความเปรี้ยวของเสาวรส (17/20)
Glace wasabi-raifort et diplotaxie ล้างปากด้วยไอศกรีมที่ผสมผสาน Horseradish และ Wasabi และอโรมาของดอก Diplotaxis (17/20)
รูปที่ 37
Glace wasabi-raifort et diplotaxie ล้างปากด้วยไอศกรีมที่ผสมผสาน Horseradish และ Wasabi และอโรมาของดอก Diplotaxis (17/20)
จากนั้นคือ Course รวมของอาหารหวาน
รูปที่ 38
จากนั้นคือ Course รวมของอาหารหวาน
Glace confiture de lait et thé vert matcha เริ่มต้นด้วย Dulce de Leche Ice Cream จับคู่กับความหอม มัน ของชาเขียวมัทฉะ (19/20)
รูปที่ 39
Glace confiture de lait et thé vert matcha เริ่มต้นด้วย Dulce de Leche Ice Cream จับคู่กับความหอม มัน ของชาเขียวมัทฉะ (19/20)
Texture pudding au jus de viande, tamarin-hibiscus, pomme nashi ในจานสีขาวคือ Textures of Canelé ที่เชฟแยกองค์ประกอบมาใหม่เพื่อให้เกิดความแตกต่างโดยมีกลิ่นหอมของกาแฟ แผ่นสีใสด้านบนคือ Crystalized Rice กรอบ ๆ และ Nashi Apple หรือลูกแพร์ ส่วนครีมข้าง ๆ เตรียมมาจากมะขามและดอกชบา (19/20)
รูปที่ 40
Texture pudding au jus de viande, tamarin-hibiscus, pomme nashi ในจานสีขาวคือ Textures of Canelé ที่เชฟแยกองค์ประกอบมาใหม่เพื่อให้เกิดความแตกต่างโดยมีกลิ่นหอมของกาแฟ แผ่นสีใสด้านบนคือ Crystalized Rice กรอบ ๆ และ Nashi Apple หรือลูกแพร์ ส่วนครีมข้าง ๆ เตรียมมาจากมะขามและดอกชบา (19/20)
Banane fermentée, riz soufflé, cacahuète sucrée, kumquat ของหวานจานนี้เชฟตั้งใจสื่อถึงประสบการณ์ในวัยเด็กสมัยที่อยู่ในประเทศคองโก องค์ประกอบตรงกลางคือซอร์เบท์มะม่วงสุกหวานหอมล้อมรอบด้วย Puffed Rice กรอบ ๆ ซอสรอบ ๆ ทำมาจากน้ำนมกล้วยหมัก เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วย Nougat ยังมีเมล็ดถั่วลิสงและ Kumquat ซิตรัสด้านบน (19/20)
รูปที่ 41
Banane fermentée, riz soufflé, cacahuète sucrée, kumquat ของหวานจานนี้เชฟตั้งใจสื่อถึงประสบการณ์ในวัยเด็กสมัยที่อยู่ในประเทศคองโก องค์ประกอบตรงกลางคือซอร์เบท์มะม่วงสุกหวานหอมล้อมรอบด้วย Puffed Rice กรอบ ๆ ซอสรอบ ๆ ทำมาจากน้ำนมกล้วยหมัก เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วย Nougat ยังมีเมล็ดถั่วลิสงและ Kumquat ซิตรัสด้านบน (19/20)
Maïs givré, balsamique 25 ans, meringue maïs fumé grillé แผ่นเมอแรงก์ข้าวโพดย่างจับคู่กับซอร์เบท์ข้าวโพดหอม ๆ ตัดด้วยความหวานละมุนของน้ำส้มสายชูบัลซามิคที่หมักนานถึง 25 ปี (19/20)
รูปที่ 42
Maïs givré, balsamique 25 ans, meringue maïs fumé grillé แผ่นเมอแรงก์ข้าวโพดย่างจับคู่กับซอร์เบท์ข้าวโพดหอม ๆ ตัดด้วยความหวานละมุนของน้ำส้มสายชูบัลซามิคที่หมักนานถึง 25 ปี (19/20)
Avocat, perle de gingembre, fenouil, graines de moutarde อโวคาโดจับคู่กับความสดชื่นของเฟนเนล ตรงปลายช้อนคือเมล็ดมัสตาร์ดตัดด้วยอโรมาของขิง (19/20)
รูปที่ 43
Avocat, perle de gingembre, fenouil, graines de moutarde อโวคาโดจับคู่กับความสดชื่นของเฟนเนล ตรงปลายช้อนคือเมล็ดมัสตาร์ดตัดด้วยอโรมาของขิง (19/20)
Palet glacé pomme, eau de verveine au curry vert, spray de gin ของหวานจานที่ดีที่สุดต้องยกให้กับ Sage Ice Cube ตรงกลางเพิ่มมิติความกรอบด้วยชิ้นแอปเปิ้ลเขียว จากนั้นพนักงานจะพ่นสเปรย์ของ Gin และ Citrus ลงไป จานนี้จบด้วยการเทราดน้ำสีเขียวที่ผสมผสานรสชาติของแกงเขียวหวานแบบไทยเข้ากับความหอมของ Verbena จนออกมาเป็นอาหารหวานที่มีรสชาติอันแสนน่าประทับใจ (19/20)
รูปที่ 44
Palet glacé pomme, eau de verveine au curry vert, spray de gin ของหวานจานที่ดีที่สุดต้องยกให้กับ Sage Ice Cube ตรงกลางเพิ่มมิติความกรอบด้วยชิ้นแอปเปิ้ลเขียว จากนั้นพนักงานจะพ่นสเปรย์ของ Gin และ Citrus ลงไป จานนี้จบด้วยการเทราดน้ำสีเขียวที่ผสมผสานรสชาติของแกงเขียวหวานแบบไทยเข้ากับความหอมของ Verbena จนออกมาเป็นอาหารหวานที่มีรสชาติอันแสนน่าประทับใจ (19/20)
Texture sablé-cigarette, pomade de patate douce aux épices, fraise des bois, citron basilic คำนี้เชฟนำเสนอขนมปัง Shortbread โดยอาศัยความเปรี้ยวของผลราสเบอร์รี่ เสาวรส และเลมอนจับคู่กับความหวานของมันหวาน เสริมด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของเบซิลนั่นเอง (19/20)
รูปที่ 45
Texture sablé-cigarette, pomade de patate douce aux épices, fraise des bois, citron basilic คำนี้เชฟนำเสนอขนมปัง Shortbread โดยอาศัยความเปรี้ยวของผลราสเบอร์รี่ เสาวรส และเลมอนจับคู่กับความหวานของมันหวาน เสริมด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของเบซิลนั่นเอง (19/20)
💰 ราคา 480 €
รูปที่ 46
💰 ราคา 480 €
🎗 [INTRO] Provence-Alpes-Côte d'Azur เป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่อัดแน่นไปด้วยห้องอาหารระดับสูงมากที่สุดบริเวณหนึ่งในทวีปยุโรป อย่างไรก็ตามห้องอาหารชั้นนำส่วนมากนิยมนำเสนออาหารฝรั่งเศสเป็นหลักแตกต่างออกไปจาก AM par Alexandre Mazzia ที่เลือกนำเสนอเมนูต่าง ๆ ในรูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร
รูปที่ 47
🎗 [INTRO] Provence-Alpes-Côte d'Azur เป็นพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่อัดแน่นไปด้วยห้องอาหารระดับสูงมากที่สุดบริเวณหนึ่งในทวีปยุโรป อย่างไรก็ตามห้องอาหารชั้นนำส่วนมากนิยมนำเสนออาหารฝรั่งเศสเป็นหลักแตกต่างออกไปจาก AM par Alexandre Mazzia ที่เลือกนำเสนอเมนูต่าง ๆ ในรูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia นำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์โดยผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากันกับวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียในรูปแบบ Set Menu เริ่มต้นจากมื้อกลางวัน (Voyages Déjeuner) นำเสนอมาที่ราคา 235 €, 285 € และ 335 € หรือจะเป็นมื้อกลางคืน (Voyages Dîner) นำเสนอมาที่ราคา 335 € และ 395 € โดยลักษณะการเสิร์ฟจะแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไปที่ทางร้านจะจัดมาพร้อม ๆ กันหลายคอร์สรวมกันมาเป็นแต่ละ Sequences
รูปที่ 48
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia นำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์โดยผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ากันกับวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียในรูปแบบ Set Menu เริ่มต้นจากมื้อกลางวัน (Voyages Déjeuner) นำเสนอมาที่ราคา 235 €, 285 € และ 335 € หรือจะเป็นมื้อกลางคืน (Voyages Dîner) นำเสนอมาที่ราคา 335 € และ 395 € โดยลักษณะการเสิร์ฟจะแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไปที่ทางร้านจะจัดมาพร้อม ๆ กันหลายคอร์สรวมกันมาเป็นแต่ละ Sequences
🎗 [THE CHEF] Alexandre Mazzia เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1976 ที่เมือง Pointe-Noire สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าไม้ หลังจากอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดนานถึง 14 ปีเขาตัดสินใจเดินทางมายังประเทศฝรั่งเศสโดยอาศัยส่วนสูง 1.95 เมตรในการเริ่มต้นชีวิตเป็นนักบาสเกตบอลทั้งยังมีชื่อเข้าไปติดทีมชาติฝรั่งเศสชุด U15 อีกด้วย สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟของเขานั้นเริ่มต้นด้วยการเข้ารับการศึกษาที่ École Hoteliere Santos Dumont ทั้งยังมีโอกาสได้เรียนรู้งานกับเชฟระดับตำนานมากมายเช่น Pierre Hermé, Michel Bras รวมไปถึงเชฟระดับตำนานแห่งวงการอาหารสเปนยุคใหม่อย่าง Santi Santimaria กันอีกด้วย สำหรับการรับตำแหน่ง Head Chef อย่างเป็นทางการนั้นเชฟ Alexandre Mazzia เดินทางมายังนคร Marseille เพื่อกุมบังเหียนห้องอาหาร Le Corbusier’s Cité Radieuse ในปี 2010 ทั้งยังการันตีฝีมือด้วยรางวัลมากมายโดยเฉพาะ Jeune Talent (Young Talent Award) จาก Gault&Millau ในปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Alexandre Mazzia ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia ขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายน 2014 โดยได้รับกนแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากบรรดานักชิมท้องถิ่น ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2015 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2019 และยกระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2021 สำหรับรางวัลจากฝั่งของ Gault&Millau นั้นก็โดดเด่นไม่แพ้กันเพราะตัวร้านได้รับการการันตีด้วยคะแนนสูงถึง 19/20 และ Cuisinier de l'année (Chef of The Year) ในปี 2019 นั่นเอง
รูปที่ 49
🎗 [THE CHEF] Alexandre Mazzia เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1976 ที่เมือง Pointe-Noire สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าไม้ หลังจากอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดนานถึง 14 ปีเขาตัดสินใจเดินทางมายังประเทศฝรั่งเศสโดยอาศัยส่วนสูง 1.95 เมตรในการเริ่มต้นชีวิตเป็นนักบาสเกตบอลทั้งยังมีชื่อเข้าไปติดทีมชาติฝรั่งเศสชุด U15 อีกด้วย สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟของเขานั้นเริ่มต้นด้วยการเข้ารับการศึกษาที่ École Hoteliere Santos Dumont ทั้งยังมีโอกาสได้เรียนรู้งานกับเชฟระดับตำนานมากมายเช่น Pierre Hermé, Michel Bras รวมไปถึงเชฟระดับตำนานแห่งวงการอาหารสเปนยุคใหม่อย่าง Santi Santimaria กันอีกด้วย สำหรับการรับตำแหน่ง Head Chef อย่างเป็นทางการนั้นเชฟ Alexandre Mazzia เดินทางมายังนคร Marseille เพื่อกุมบังเหียนห้องอาหาร Le Corbusier’s Cité Radieuse ในปี 2010 ทั้งยังการันตีฝีมือด้วยรางวัลมากมายโดยเฉพาะ Jeune Talent (Young Talent Award) จาก Gault&Millau ในปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Alexandre Mazzia ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia ขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายน 2014 โดยได้รับกนแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากบรรดานักชิมท้องถิ่น ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2015 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2019 และยกระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2021 สำหรับรางวัลจากฝั่งของ Gault&Millau นั้นก็โดดเด่นไม่แพ้กันเพราะตัวร้านได้รับการการันตีด้วยคะแนนสูงถึง 19/20 และ Cuisinier de l'année (Chef of The Year) ในปี 2019 นั่นเอง
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia ตั้งอยู่ในซอย Rue François Rocca ในเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสอย่างนคร Marseille ตัวร้านด้านหน้าตกแต่งโดยใช้โทนสีดำขรึม
รูปที่ 50
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร AM par Alexandre Mazzia ตั้งอยู่ในซอย Rue François Rocca ในเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสอย่างนคร Marseille ตัวร้านด้านหน้าตกแต่งโดยใช้โทนสีดำขรึม
ถึงภายในจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่เชฟ Alexandre Mazzia ยังเลือกที่จะใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นห้องครัวแบบ Open Kitchen พร้อมด้วยเคาน์เตอร์เพื่อให้ลูกค้าได้ชมขั้นตอนการปรุงและจัดจ้านกันแบบสด ๆ ได้ตลอดเวลา
รูปที่ 51
ถึงภายในจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่เชฟ Alexandre Mazzia ยังเลือกที่จะใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นห้องครัวแบบ Open Kitchen พร้อมด้วยเคาน์เตอร์เพื่อให้ลูกค้าได้ชมขั้นตอนการปรุงและจัดจ้านกันแบบสด ๆ ได้ตลอดเวลา
ส่วนบริเวณอื่น ๆ นั้นเชฟเลือกใช้วัสดุเป็นโต๊ะไม้เปลือยพร้อมกับโคมไฟส่องสว่างลงมาจากด้านบน
รูปที่ 52
ส่วนบริเวณอื่น ๆ นั้นเชฟเลือกใช้วัสดุเป็นโต๊ะไม้เปลือยพร้อมกับโคมไฟส่องสว่างลงมาจากด้านบน
ผนังด้านหน้าและด้านข้างของร้านกั้นด้วยกระจกใสช่วยเพิ่มความโปร่งให้กับพื้นที่ภายในได้อีกด้วย
รูปที่ 53
ผนังด้านหน้าและด้านข้างของร้านกั้นด้วยกระจกใสช่วยเพิ่มความโปร่งให้กับพื้นที่ภายในได้อีกด้วย
🎗 [WHY GO] AM par Alexandre Mazzia เป็นห้องอาหารที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เชฟ Alexandre Mazzia ผสมผสานวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียเข้ากันกับเทคนิคการปรุงสมัยใหม่จนได้อาหารที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร
รูปที่ 54
🎗 [WHY GO] AM par Alexandre Mazzia เป็นห้องอาหารที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เชฟ Alexandre Mazzia ผสมผสานวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียเข้ากันกับเทคนิคการปรุงสมัยใหม่จนได้อาหารที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร
อย่างไรก็ตามหากมองเฉพาะในแง่ของรสชาติจัดว่ายังไม่หวือหวามากนัก ด้วยบรรยากาศที่มีความแคชชวลสบาย ๆ ทำให้ราคาอาหารที่ 235-395 € จัดว่าค่อนข้างสูงแม้จะเทียบกับร้านระดับ 3 MICHELIN Stars ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน AM par Alexandre Mazzia อาจเหมาะกับนักชิมที่ชื่นชอบอาหารรูปแบบใหม่ที่สร้างตัวตนและฉีกขนบอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมจากห้องอาหารระดับสูงอื่น ๆ ในพื้นที่โดยรอบนั่นเอง
รูปที่ 55
อย่างไรก็ตามหากมองเฉพาะในแง่ของรสชาติจัดว่ายังไม่หวือหวามากนัก ด้วยบรรยากาศที่มีความแคชชวลสบาย ๆ ทำให้ราคาอาหารที่ 235-395 € จัดว่าค่อนข้างสูงแม้จะเทียบกับร้านระดับ 3 MICHELIN Stars ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน AM par Alexandre Mazzia อาจเหมาะกับนักชิมที่ชื่นชอบอาหารรูปแบบใหม่ที่สร้างตัวตนและฉีกขนบอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมจากห้องอาหารระดับสูงอื่น ๆ ในพื้นที่โดยรอบนั่นเอง