GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Alma
2 MICHELIN Stars

PortugalAlma · อัลม่า

Creative · อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์ — R. Anchieta 15, 1200-224 Lisboa, Portugal

🦐 อัลม่า ห้องอาหารโปรตุเกสเชิงความคิดสร้างสรรค์แห่งย่าน Chiado จัดเป็นหนึ่งในสองร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในกรุงลิสบอน เเละเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศโปรตุเกส ตัวร้านดัดแปลงมาจากโกดังที่เก่าที่สร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 18 เพื่อเก็บหนังสือให้กับร้าน Bertrand ซึ่งเป็นร้านหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก การมาทานอาหารที่นี่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น (และมักถูกจองเต็มตลอด) แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลิน แต่บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเป็นกันเอง ลูกค้าสามารถพูดคุยกับเพื่อนๆ หรือจะสังสรรค์กันเสียงดังได้ตามใจชอบ ภายในออกแบบโดยใช้วัสดุสไตล์สแกนดิเนเวียนทำจากจากไม้และทองแดงเป็นหลัก หน้าร้านมีครัวแบบเปิด ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้ดูตั้งเเต่เริ่มต้นจนถึงการจัดจานเลยทีเดียว

🦐 อาหารที่นี่นำทีมโดยเซเลบริตี้เชฟ Henrique Sá Pessoa ผู้ผ่านการฝึกงานที่ห้องอาหารระดับ 1 ดาวมิชลินอย่าง Evo ของเชฟ Santi Santamaria ในกรุง Barcelona ในปี 2007 และสุดยอดห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินชั้นนำของโลกอย่าง El Celler de Can Roca ในเมือง Girona เมื่อปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์มามากมาย ในที่สุดเชฟ Henrique จึงได้ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Alma เป็นของตัวเอง และได้รับดาวมิชลินดวงที่ 2 ในปี 2018 ปัจจุบันห้องอาหาร Alma ถูกควบคุมโดย Daniel Costa ผู้ดำรงตำเเหน่ง Head chef และร่วมงานกับเชฟ Henrique Sá Pessoa มานานถึง 13 ปี

🦐 แน่นอนว่าที่นี่เสิร์ฟเมนูอาหารโปรตุเกสเป็นหลัก เเต่บางจานก็มีการทวิสต์โดยใช้อาหารนานาชาติเข้ามาเสริม ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu 2 แบบคือ Costa a Costa ซึ่งเน้นเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลเป็นหลักในราคาคนละ 120 € และ Alma ซึ่งเป็นเมนูคลาสสิคขึ้นชื่อของทางร้านในราคาคนละ 110 € แต่เราขอแนะนำให้เพื่อนๆสั่งเมนู A la carte มาชิมกัน เนื่องจากราคาสมเหตุสมผล มีความหลากหลาย และสามารถเลือกเมนูที่อยากทานได้ตามใจชอบ อาหารที่นี่ถือว่าเหมาะสมกับดาวมิชลิน 2 ดวงในยุโรป อาหารทุกจานทำออกมาได้ดีมากและบางจานถึงกับต้องร้องว้าวเลยทีเดียว ที่สำคัญยังมีราคาไม่สูง เทียบกับร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินอื่นๆในยุโรปอีกด้วย

🤫 Tips: เนื่องจาก Alma เป็นร้านอาหารที่ถูกจองเต็มตลอด เเนะนำให้จองล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนครึ่ง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 31 รูป

🇵🇹 Alma - อัลม่า
รูปที่ 1
🇵🇹 Alma - อัลม่า
⭐️⭐️ 2 Michelin Star - 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 2
⭐️⭐️ 2 Michelin Star - 2 ดาวมิชลิน
ปัจจุบันห้องอาหาร Alma ถูกควบคุมโดย Daniel Costa ผู้ดำรงตำเเหน่ง Head chef และร่วมงานกับเชฟ Henrique Sá Pessoa มานานถึง 13 ปี
รูปที่ 3
ปัจจุบันห้องอาหาร Alma ถูกควบคุมโดย Daniel Costa ผู้ดำรงตำเเหน่ง Head chef และร่วมงานกับเชฟ Henrique Sá Pessoa มานานถึง 13 ปี
🥄 Amuse-bouche เริ่มจากอมูสบูชก่อน
รูปที่ 4
🥄 Amuse-bouche เริ่มจากอมูสบูชก่อน
Tapioca with Portuguese oyster mayonnaise สำหรับอมูสบูชอย่างเเรกคือแผ่นกรอบทำจากมันสำปะหลังและสาหร่ายทะเล ด้านบนคือมายองเนสทำจากหอยนางรมท้องถิ่น แป้งมันสำปะหลังบาง กรอบ มายองเนสหอยนางรมคือทีเด็ด เพราะมีกลิ่นหอยที่ลงตัวพอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป คนไม่ชอบหอยก็สามารถทานได้ (16/20)
รูปที่ 5
Tapioca with Portuguese oyster mayonnaise สำหรับอมูสบูชอย่างเเรกคือแผ่นกรอบทำจากมันสำปะหลังและสาหร่ายทะเล ด้านบนคือมายองเนสทำจากหอยนางรมท้องถิ่น แป้งมันสำปะหลังบาง กรอบ มายองเนสหอยนางรมคือทีเด็ด เพราะมีกลิ่นหอยที่ลงตัวพอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป คนไม่ชอบหอยก็สามารถทานได้ (16/20)
Cockles in brine with sea lettuce ถัดมาคือหอยแครงพื้นเมืองเสิร์ฟมาในน้ำทะเลหรือ brine เข้มข้นและสาหร่ายทะเล ตอนยกมาเสิร์ฟบอกตรงๆว่าหน้าตาดูไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่ แต่พอลองชิมดูก็ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก เนื้อหอยเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ น้ำทะเลมีรสเค็มกลมกล่อมพอเหมาะ สาหร่ายทะเลช่วยเสริมกลิ่นที่ดีให้กับจาน และช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีอีกด้วย (14/20)
รูปที่ 6
Cockles in brine with sea lettuce ถัดมาคือหอยแครงพื้นเมืองเสิร์ฟมาในน้ำทะเลหรือ brine เข้มข้นและสาหร่ายทะเล ตอนยกมาเสิร์ฟบอกตรงๆว่าหน้าตาดูไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่ แต่พอลองชิมดูก็ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก เนื้อหอยเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ น้ำทะเลมีรสเค็มกลมกล่อมพอเหมาะ สาหร่ายทะเลช่วยเสริมกลิ่นที่ดีให้กับจาน และช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีอีกด้วย (14/20)
Cod fish "à Bulhão Pato" style ถัดมาคือปลาค็อดสดๆ เสิร์ฟมาในซอสคลาสสิคของประเทศโปรตุเกสที่มีส่วนผสมของ ผักชี เลมอน ไวน์ขาว และกระเทียม เราเรียกซอสนี้ว่า อาบูลยงปาร์ต สไตล์ โดยซอสชื่อแปลกนี้มีที่มาจากชื่อของนักกวีชาวปอโต António de Bulhão Pato ผู้คิดค้นสูตรซอสนี้ขึ้นมา เนื้อปลาค็อดสดจนสัมผัสได้ตั้งเเต่ที่ตักเข้าปาก ตัวซอสมีกลิ่นหอมของกระเทียมและผักชี เสริมกันได้อย่างลงตัว ทั้งยังมีรสเปรี้ยวเบาๆที่ได้จากเลมอน อร่อยชนิดที่ต้องร้องว้าวเลยทีเดียว (17/20)
รูปที่ 7
Cod fish "à Bulhão Pato" style ถัดมาคือปลาค็อดสดๆ เสิร์ฟมาในซอสคลาสสิคของประเทศโปรตุเกสที่มีส่วนผสมของ ผักชี เลมอน ไวน์ขาว และกระเทียม เราเรียกซอสนี้ว่า อาบูลยงปาร์ต สไตล์ โดยซอสชื่อแปลกนี้มีที่มาจากชื่อของนักกวีชาวปอโต António de Bulhão Pato ผู้คิดค้นสูตรซอสนี้ขึ้นมา เนื้อปลาค็อดสดจนสัมผัสได้ตั้งเเต่ที่ตักเข้าปาก ตัวซอสมีกลิ่นหอมของกระเทียมและผักชี เสริมกันได้อย่างลงตัว ทั้งยังมีรสเปรี้ยวเบาๆที่ได้จากเลมอน อร่อยชนิดที่ต้องร้องว้าวเลยทีเดียว (17/20)
Red bellpepper in black tempura สุดท้ายคือพริกหวานสีแดงทอดมาในเทมปุระสีดำ สีดำด้านนอกได้มาจากการนำผักไปย่างถ่าน ทานกับ spicy tomato และ red pepper purée เหมือนกับจานก่อนหน้า เราดูตอนเเรกหน้าตาจานนี้ดูไหม้ๆ ไม่ค่อยน่าทานสักเท่าไหร่ แต่พอทานเข้าไปต้องแอบทึ่งกับรสชาติ พริกหวานที่ทอดมามีกลิ่นไม่แรงมากนัก แต่ไม่เบาจนเกินไป แป้งเทมปุระข้างนอกบาง กรอบ ตอนเคี้ยวนอกจากจะได้ความกรอบของผิวปุระเเล้ว ยังสัมผัสได้ถึงความกรอบของผิวพริกหวานทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส ซอสที่ใส่มามีรสเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ เเซมด้วยรสเผ็ดอ่อนๆ อร่อยสุดๆ (16/20)
รูปที่ 8
Red bellpepper in black tempura สุดท้ายคือพริกหวานสีแดงทอดมาในเทมปุระสีดำ สีดำด้านนอกได้มาจากการนำผักไปย่างถ่าน ทานกับ spicy tomato และ red pepper purée เหมือนกับจานก่อนหน้า เราดูตอนเเรกหน้าตาจานนี้ดูไหม้ๆ ไม่ค่อยน่าทานสักเท่าไหร่ แต่พอทานเข้าไปต้องแอบทึ่งกับรสชาติ พริกหวานที่ทอดมามีกลิ่นไม่แรงมากนัก แต่ไม่เบาจนเกินไป แป้งเทมปุระข้างนอกบาง กรอบ ตอนเคี้ยวนอกจากจะได้ความกรอบของผิวปุระเเล้ว ยังสัมผัสได้ถึงความกรอบของผิวพริกหวานทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส ซอสที่ใส่มามีรสเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ เเซมด้วยรสเผ็ดอ่อนๆ อร่อยสุดๆ (16/20)
Bread with smoked butter and smoked salt and olive oil ขนมปัง sour dough และ white bread รสเลิศ เสิร์ฟให้ทานกับเนยรมควันและเกลือรมควัน รวมถึงน้ำมันมะกอกสูตรพิเศษของทางรา้น รสชาติอร่อย มีเอกลักษณ์มากๆ (17/20)
รูปที่ 9
Bread with smoked butter and smoked salt and olive oil ขนมปัง sour dough และ white bread รสเลิศ เสิร์ฟให้ทานกับเนยรมควันและเกลือรมควัน รวมถึงน้ำมันมะกอกสูตรพิเศษของทางรา้น รสชาติอร่อย มีเอกลักษณ์มากๆ (17/20)
Seared foie gras, apple, granola, beetroot, coffee (25 €) สำหรับอาหารจานแรกคือเมนูคลาสสิคของทางร้านอย่างฟัวกราส์หรือตับห่าน เซียมาอย่างดี เนื้อนุ่มละมุนในมาตรฐานที่ห้องอาหารระดับมิชลิน สตาร์ต้องทำได้ ทานกับพูเรแอปเปิ้ล ข้างล่างคือบีทรูทเคี้ยวกรอบ ขนาบข้างด้วยกราโนลา และเพิ่มความกรอบอีกมิติให้กับจาน มี pickled ซึ่งมีรสเปรี้ยวอ่อนๆ ข้างบนคือโฟมทำจากกาแฟ ตอนทานจะมีรสขมและกลิ่นหอมเบาๆ เเละยังมีกลิ่นของซินนามอนเเละซ็อกโกแลตอีกด้วย (16/20)
รูปที่ 10
Seared foie gras, apple, granola, beetroot, coffee (25 €) สำหรับอาหารจานแรกคือเมนูคลาสสิคของทางร้านอย่างฟัวกราส์หรือตับห่าน เซียมาอย่างดี เนื้อนุ่มละมุนในมาตรฐานที่ห้องอาหารระดับมิชลิน สตาร์ต้องทำได้ ทานกับพูเรแอปเปิ้ล ข้างล่างคือบีทรูทเคี้ยวกรอบ ขนาบข้างด้วยกราโนลา และเพิ่มความกรอบอีกมิติให้กับจาน มี pickled ซึ่งมีรสเปรี้ยวอ่อนๆ ข้างบนคือโฟมทำจากกาแฟ ตอนทานจะมีรสขมและกลิ่นหอมเบาๆ เเละยังมีกลิ่นของซินนามอนเเละซ็อกโกแลตอีกด้วย (16/20)
Seared foie gras, apple, granola, beetroot, coffee (25 €) ดูจากสีของฟัวกราส์บ่งบอกว่าถูกเซียมาอย่างดี อย่างไรก็ตาม จานนี้ถือว่ายังเป็นจานที่หาทานได้ตามห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงทั่วไป ยังไม่ใช่ทีเด็ดของมื้อนี้ (16/20)
รูปที่ 11
Seared foie gras, apple, granola, beetroot, coffee (25 €) ดูจากสีของฟัวกราส์บ่งบอกว่าถูกเซียมาอย่างดี อย่างไรก็ตาม จานนี้ถือว่ายังเป็นจานที่หาทานได้ตามห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงทั่วไป ยังไม่ใช่ทีเด็ดของมื้อนี้ (16/20)
Portuguese Sole, green peas, Alentejo chorizo, noisette hollandaise (23 €) ถัดมาคือหนึ่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้ เป็นปลาโซลท้องถิ่นของโปรตุเกสที่ได้จากมหาสมุทรแอตแลนติค แล่เป็นชิ้น เสิร์ฟมาสดๆ เนื้อปลานุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ ทานกับพูเรสีเขียวเนื้อเนียนและเมล็ดถั่วลันเตารสหวานกลมกล่อม มีโชริโซ่หรือไส้กรอกที่ได้มาจากภูมิภาค Alentejo แถบแม่น้ำ Tagus ของประเทศโปรตุเกสหั่นเต๋ามาเพิ่มรสเค็มเบาๆ สุดท้ายคือซอสฮอลันเดสสูตรพิเศษที่ทางร้านผสมถั่วฮาเซลนัทลงไปด้วยจนสีส้มอ่อนๆ ราดมาด้านบน มีรสหวาน หอมไข่เเดง ครีมมี่มากๆ เสริมกับรสหวานธรรมชาติของปลาโซลได้ดีสุดๆ ถือเป็นจานที่เราขอแนะนำว่าห้ามพลาดเลยสำหรับใครมาทานที่นี่ (18/20)
รูปที่ 12
Portuguese Sole, green peas, Alentejo chorizo, noisette hollandaise (23 €) ถัดมาคือหนึ่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้ เป็นปลาโซลท้องถิ่นของโปรตุเกสที่ได้จากมหาสมุทรแอตแลนติค แล่เป็นชิ้น เสิร์ฟมาสดๆ เนื้อปลานุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ ทานกับพูเรสีเขียวเนื้อเนียนและเมล็ดถั่วลันเตารสหวานกลมกล่อม มีโชริโซ่หรือไส้กรอกที่ได้มาจากภูมิภาค Alentejo แถบแม่น้ำ Tagus ของประเทศโปรตุเกสหั่นเต๋ามาเพิ่มรสเค็มเบาๆ สุดท้ายคือซอสฮอลันเดสสูตรพิเศษที่ทางร้านผสมถั่วฮาเซลนัทลงไปด้วยจนสีส้มอ่อนๆ ราดมาด้านบน มีรสหวาน หอมไข่เเดง ครีมมี่มากๆ เสริมกับรสหวานธรรมชาติของปลาโซลได้ดีสุดๆ ถือเป็นจานที่เราขอแนะนำว่าห้ามพลาดเลยสำหรับใครมาทานที่นี่ (18/20)
Portuguese Sole, green peas, Alentejo chorizo, noisette hollandaise (23 €) ตอนทานต้องตักให้ครบทุกกองค์ประกอบคือเนื้อปลา เมล็ดถั่ว พูเรถั่ว โชริโซ่ และซอสฮอลันเดสฮาเซลนัท ฟินสุดๆจริงๆ (18/20)
รูปที่ 13
Portuguese Sole, green peas, Alentejo chorizo, noisette hollandaise (23 €) ตอนทานต้องตักให้ครบทุกกองค์ประกอบคือเนื้อปลา เมล็ดถั่ว พูเรถั่ว โชริโซ่ และซอสฮอลันเดสฮาเซลนัท ฟินสุดๆจริงๆ (18/20)
Scarlett Prawns, "açorda", sea lettuce (29 €) ถัดมาคือสุดยอดวัตถุดิบล้ำค่าประจำประเทศโปรตุเกสอย่างกุ้งม่วงหรือ Scarlett prawns ขนาดกลางจำนวน 2 ตัว รองด้านล่างด้วย "açorda" เป็นอาหารโปรตุเกส ที่ทำมาจากขนมปังเเละกระเทียมผสมกับเปลือกเเละมันจากหัวกุ้งจนมีกลิ่นหอมลงตัว แผ่นสีเขียวคือสาหร่าย Clorelia เนื้อสัมผัสของกุ้งเเน่นคล้ายกุ้งลายเสือบ้านเรา มีรสหวานธรรมชาติ ซอสข้างล่างมีรสและกลิ่นเฉพาะตัวจากมันกุ้ง มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเพราะมีขนมปังเป็นส่วนประกอบ แนะนำว่าให้รีบทาน อย่าทิ้งไว้นานเพราะขนมปังจะดูดน้ำจนอืด (16/20)
รูปที่ 14
Scarlett Prawns, "açorda", sea lettuce (29 €) ถัดมาคือสุดยอดวัตถุดิบล้ำค่าประจำประเทศโปรตุเกสอย่างกุ้งม่วงหรือ Scarlett prawns ขนาดกลางจำนวน 2 ตัว รองด้านล่างด้วย "açorda" เป็นอาหารโปรตุเกส ที่ทำมาจากขนมปังเเละกระเทียมผสมกับเปลือกเเละมันจากหัวกุ้งจนมีกลิ่นหอมลงตัว แผ่นสีเขียวคือสาหร่าย Clorelia เนื้อสัมผัสของกุ้งเเน่นคล้ายกุ้งลายเสือบ้านเรา มีรสหวานธรรมชาติ ซอสข้างล่างมีรสและกลิ่นเฉพาะตัวจากมันกุ้ง มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเพราะมีขนมปังเป็นส่วนประกอบ แนะนำว่าให้รีบทาน อย่าทิ้งไว้นานเพราะขนมปังจะดูดน้ำจนอืด (16/20)
Scarlett Prawns, "açorda", sea lettuce (29 €) สำหรับเราจานนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี รสชาติอร่อยตามคุณภาพวัตถุดิบ อาจไม้ว้าวเท่าจานปลา แต่หากใครมาประเทศโปรตุเกส คงไม่พลาดที่จะต้องสั่งสุดยอดวัตถุดิบประจำชาติในห้องอาหารระดับติดดาวมิชลินมาชิมดูสักครั้ง (16/20)
รูปที่ 15
Scarlett Prawns, "açorda", sea lettuce (29 €) สำหรับเราจานนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี รสชาติอร่อยตามคุณภาพวัตถุดิบ อาจไม้ว้าวเท่าจานปลา แต่หากใครมาประเทศโปรตุเกส คงไม่พลาดที่จะต้องสั่งสุดยอดวัตถุดิบประจำชาติในห้องอาหารระดับติดดาวมิชลินมาชิมดูสักครั้ง (16/20)
John Dory, fennel purée, squid and chives (36 €) สำหรับอาหารจานหลักอย่างเเรกคือปลาจอห์น ดอรี่รสเลิศ ทานกับพูเรสีเขียวและมีรสออกหวานทำจากเฟนเนล ราดด้วยโฟม Fumet สีขาวทำจากกระดูกปลา ข้างๆกันคือปลาหมึก cuttlefish ซอยเป็นเส้นๆกับหมึกดำ เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของหมึกตัดกันกับความนุ่มเนื้อปลาจอห์นดอรี่ได้อย่างดี จานนี้ถือเป็นจานที่ทำออกมาได้ดีและมีความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก (18/20)
รูปที่ 16
John Dory, fennel purée, squid and chives (36 €) สำหรับอาหารจานหลักอย่างเเรกคือปลาจอห์น ดอรี่รสเลิศ ทานกับพูเรสีเขียวและมีรสออกหวานทำจากเฟนเนล ราดด้วยโฟม Fumet สีขาวทำจากกระดูกปลา ข้างๆกันคือปลาหมึก cuttlefish ซอยเป็นเส้นๆกับหมึกดำ เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบของหมึกตัดกันกับความนุ่มเนื้อปลาจอห์นดอรี่ได้อย่างดี จานนี้ถือเป็นจานที่ทำออกมาได้ดีและมีความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก (18/20)
John Dory, fennel purée, squid and chives (36 €) ดูจากภาพจะสังเกตเห็นได้ว่าเนื้อหมึกหั่นมาขนาดพอดีมากจริงๆ หมึกดำที่ใส่มามีสัดส่วนกำลังดี ไม่คาว อร่อยมากๆ (18/20)
รูปที่ 17
John Dory, fennel purée, squid and chives (36 €) ดูจากภาพจะสังเกตเห็นได้ว่าเนื้อหมึกหั่นมาขนาดพอดีมากจริงๆ หมึกดำที่ใส่มามีสัดส่วนกำลังดี ไม่คาว อร่อยมากๆ (18/20)
Portuguese beef fillet, red onion, burnt leek, beetroot (36 €) เนื้อวัวท้องถิ่นของประเทศโปรตุเกส แล่มาเป็นฟิลเลท์ เสิร์ฟมาในความสุกระดับมีเดียมเเรร์ ทานกับพูเรหอมแดงรสหวาน บีทรูท ข้างบนคือกระเทียมต้นเผาจนกรอบ ปิดท้ายด้วยการราดซอสทารากอน เนื้อวัวมีความนุ่ม เเละฉ่ำในเเบบที่ควรจะเป็น กลิ่นของเนื้อไม่แรง ทานง่าย ซอสที่เสิร์ฟมารสชาติเข้มข้น อร่อยมากเลยทีเดียว (17/20)
รูปที่ 18
Portuguese beef fillet, red onion, burnt leek, beetroot (36 €) เนื้อวัวท้องถิ่นของประเทศโปรตุเกส แล่มาเป็นฟิลเลท์ เสิร์ฟมาในความสุกระดับมีเดียมเเรร์ ทานกับพูเรหอมแดงรสหวาน บีทรูท ข้างบนคือกระเทียมต้นเผาจนกรอบ ปิดท้ายด้วยการราดซอสทารากอน เนื้อวัวมีความนุ่ม เเละฉ่ำในเเบบที่ควรจะเป็น กลิ่นของเนื้อไม่แรง ทานง่าย ซอสที่เสิร์ฟมารสชาติเข้มข้น อร่อยมากเลยทีเดียว (17/20)
Chocolate "Bomb", salted caramel, hazelnut sorbet (13 €) สำหรับขนมหวานอย่างเเรกคือช็อกโกแลตบอมบ์ ข้างในสอดไส้ salted caramel รสหวานเค็ม ทานกับซอเบท์และเมล็ดถั่วฮาเซลนัทที่คาคาเมลไลซ์มาอย่างดี ข้างๆกันคือช็อกโกแลตมูสเนื้อเนียน จานนี้มีรสหวานขมของช็อกโกเเลต มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรอบของถั่วฮาเซลนัท โดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานห้องอาหารระดับติดดาวมิชลิน (16/20)
รูปที่ 19
Chocolate "Bomb", salted caramel, hazelnut sorbet (13 €) สำหรับขนมหวานอย่างเเรกคือช็อกโกแลตบอมบ์ ข้างในสอดไส้ salted caramel รสหวานเค็ม ทานกับซอเบท์และเมล็ดถั่วฮาเซลนัทที่คาคาเมลไลซ์มาอย่างดี ข้างๆกันคือช็อกโกแลตมูสเนื้อเนียน จานนี้มีรสหวานขมของช็อกโกเเลต มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวกรอบของถั่วฮาเซลนัท โดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานห้องอาหารระดับติดดาวมิชลิน (16/20)
Sea flavors and citrus, yuzu sorbet, crystallized algae (11 €) เมื่อเราสอบถามถึงเมนูอาหารหวานที่คิดว่าอยากเเนะนำให้เราชิมมากที่สุด น้องพนักงานเลือกเเนะนำจานนี้ให้กับเรา พอมาดูชื่อเมนูและองค์ประกอบเเล้ว บอกเลยว่าลังเลอยู่นานมาก เพราะการเอาสาหร่ายทะเลมาทำขนมมีสองอย่างคือไม่รสชาติอร่อยก็พังเลยเลย หลังจากลังเลอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจลองสั่งมาชิมดู รสชาติที่ได้ทำให้เราทึ่งกับเทคนิคเเละความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ และเป็นหนึ่งในจานขนมหวานที่ดีที่สุดในรอบปีนี้เลยทีเดียว เชฟเสิร์ฟมาเป็นซอเบท์รสเปรี้ยวทำจากส้มยูซูจากประเทศญี่ปุ่น ข้างบนคือเมอแรงก์รสเปรี้ยวทำจาก Luci lima หรือมะนาว ทีเด็ดคือ crystalized seaweed เป็นสาหร่ายทะเลที่เคี้ยวกรอบ มีเนื้อสัมผัสที่ดีเอามากๆ แต่ไม่มีกลิ่นเขียวของสาหร่ายปนมาเลย ข้างๆกันคือเค้กสีเขียวทำจากถั่วพิสตาชิโอ เค้กสีดำทำจากหมึกดำของปลาหมึก และเคิร์ดรสเปรี้ยว ถือเป็นสุดยอดจานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีการผสมผสานของหลายอย่างที่ไม่น่าจะนำมาทำเป็นอาหารหวานได้อย่างลงตัว เเละยังทำออกมาได้ดีอีกด้วย ถือว่าดีกว่าห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินหลายแห่งด้วยซ้ำ (19/20)
รูปที่ 20
Sea flavors and citrus, yuzu sorbet, crystallized algae (11 €) เมื่อเราสอบถามถึงเมนูอาหารหวานที่คิดว่าอยากเเนะนำให้เราชิมมากที่สุด น้องพนักงานเลือกเเนะนำจานนี้ให้กับเรา พอมาดูชื่อเมนูและองค์ประกอบเเล้ว บอกเลยว่าลังเลอยู่นานมาก เพราะการเอาสาหร่ายทะเลมาทำขนมมีสองอย่างคือไม่รสชาติอร่อยก็พังเลยเลย หลังจากลังเลอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจลองสั่งมาชิมดู รสชาติที่ได้ทำให้เราทึ่งกับเทคนิคเเละความคิดสร้างสรรค์ของเชฟ และเป็นหนึ่งในจานขนมหวานที่ดีที่สุดในรอบปีนี้เลยทีเดียว เชฟเสิร์ฟมาเป็นซอเบท์รสเปรี้ยวทำจากส้มยูซูจากประเทศญี่ปุ่น ข้างบนคือเมอแรงก์รสเปรี้ยวทำจาก Luci lima หรือมะนาว ทีเด็ดคือ crystalized seaweed เป็นสาหร่ายทะเลที่เคี้ยวกรอบ มีเนื้อสัมผัสที่ดีเอามากๆ แต่ไม่มีกลิ่นเขียวของสาหร่ายปนมาเลย ข้างๆกันคือเค้กสีเขียวทำจากถั่วพิสตาชิโอ เค้กสีดำทำจากหมึกดำของปลาหมึก และเคิร์ดรสเปรี้ยว ถือเป็นสุดยอดจานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีการผสมผสานของหลายอย่างที่ไม่น่าจะนำมาทำเป็นอาหารหวานได้อย่างลงตัว เเละยังทำออกมาได้ดีอีกด้วย ถือว่าดีกว่าห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินหลายแห่งด้วยซ้ำ (19/20)
Madeira Island Banana, lime caramel (11 €) กล้วยหอมจากหมูเกาะมาดีร่า หั่นเป็นชิ้นเเละผ่านความร้อนจนผิวด้านบนคาราเมลไลซ์ มีรสขมอ่อนๆ ทานกับซอเบท์กล้วยและเจลมะนาวรสเปรี้ยว (15/20)
รูปที่ 21
Madeira Island Banana, lime caramel (11 €) กล้วยหอมจากหมูเกาะมาดีร่า หั่นเป็นชิ้นเเละผ่านความร้อนจนผิวด้านบนคาราเมลไลซ์ มีรสขมอ่อนๆ ทานกับซอเบท์กล้วยและเจลมะนาวรสเปรี้ยว (15/20)
Cappuccino (4.5 €) ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยกาแฟ เป็นอันจยอีกมื้อที่น่าประทับใจ
รูปที่ 22
Cappuccino (4.5 €) ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยกาแฟ เป็นอันจยอีกมื้อที่น่าประทับใจ
Petit four Pasteis de Nata, chestnut macaron, chocolate สำหรับเปอตีโฟว์อย่างเเรกคือขนมทาร์ตไข่ที่เชฟนำมาตีความใหม่ ข้างในมีรสหวานอร่อย ถัดมาคือมาการองเกาลัด และช็อกโกแลตพราลีน (15/20)
รูปที่ 23
Petit four Pasteis de Nata, chestnut macaron, chocolate สำหรับเปอตีโฟว์อย่างเเรกคือขนมทาร์ตไข่ที่เชฟนำมาตีความใหม่ ข้างในมีรสหวานอร่อย ถัดมาคือมาการองเกาลัด และช็อกโกแลตพราลีน (15/20)
💰 ราคา 204.50 € หรือประมาณ 6,900 บาท สำหรับสองคน ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 24
💰 ราคา 204.50 € หรือประมาณ 6,900 บาท สำหรับสองคน ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลิน
ภายในออกแบบโดยใช้วัสดุสไตล์สแกนดิเนเวียนทำจากจากไม้และทองแดงเป็นหลัก หน้าร้านมีครัวแบบเปิด ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้ดูตั้งเเต่เริ่มต้นจนถึงการจัดจานเลยทีเดียว
รูปที่ 25
ภายในออกแบบโดยใช้วัสดุสไตล์สแกนดิเนเวียนทำจากจากไม้และทองแดงเป็นหลัก หน้าร้านมีครัวแบบเปิด ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้ดูตั้งเเต่เริ่มต้นจนถึงการจัดจานเลยทีเดียว
แน่นอนว่าที่นี่เสิร์ฟเมนูอาหารโปรตุเกสเป็นหลัก เเต่บางจานก็มีการทวิสต์โดยใช้อาหารนานาชาติเข้ามาเสริม
รูปที่ 26
แน่นอนว่าที่นี่เสิร์ฟเมนูอาหารโปรตุเกสเป็นหลัก เเต่บางจานก็มีการทวิสต์โดยใช้อาหารนานาชาติเข้ามาเสริม
อัลม่า ห้องอาหารโปรตุเกสเชิงความคิดสร้างสรรค์แห่งย่าน Chiado จัดเป็นหนึ่งในสองร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในกรุงลิสบอน เเละเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศโปรตุเกส
รูปที่ 27
อัลม่า ห้องอาหารโปรตุเกสเชิงความคิดสร้างสรรค์แห่งย่าน Chiado จัดเป็นหนึ่งในสองร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในกรุงลิสบอน เเละเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศโปรตุเกส
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 28
ภายในห้องอาหาร
ตุ๊กตาน้อง Bibendum
รูปที่ 29
ตุ๊กตาน้อง Bibendum
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu 2 แบบคือ Costa a Costa ซึ่งเน้นเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลเป็นหลักในราคาคนละ 120 € และ Alma ซึ่งเป็นเมนูคลาสสิคขึ้นชื่อของทางร้านในราคาคนละ 110 € แต่เราขอแนะนำให้เพื่อนๆสั่งเมนู A la carte มาชิมกัน เนื่องจากราคาสมเหตุสมผล มีความหลากหลาย และสามารถเลือกเมนูที่อยากทานได้ตามใจชอบ
รูปที่ 30
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu 2 แบบคือ Costa a Costa ซึ่งเน้นเสิร์ฟเมนูอาหารทะเลเป็นหลักในราคาคนละ 120 € และ Alma ซึ่งเป็นเมนูคลาสสิคขึ้นชื่อของทางร้านในราคาคนละ 110 € แต่เราขอแนะนำให้เพื่อนๆสั่งเมนู A la carte มาชิมกัน เนื่องจากราคาสมเหตุสมผล มีความหลากหลาย และสามารถเลือกเมนูที่อยากทานได้ตามใจชอบ
ตัวร้านดัดแปลงมาจากโกดังที่เก่าที่สร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 18 เพื่อเก็บหนังสือให้กับร้าน Bertrand ซึ่งเป็นร้านหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
รูปที่ 31
ตัวร้านดัดแปลงมาจากโกดังที่เก่าที่สร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 18 เพื่อเก็บหนังสือให้กับร้าน Bertrand ซึ่งเป็นร้านหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

แกลเลอรี