GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
ALATi
Others

ThailandALATi · อลาตี้ (2021)

Mediterranean · อาหารเมดิเตอเรเนียน — Siam Kempinski Hotel, 991/9 ถนน พระรามที่ ๑ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

🎗 ALATi เป็นห้องอาหารสไตล์ Casual Dining ที่ตั้งอยู่ชั้นเดียวกับล็อบบี้ของโรงแรม Siam Kempinski Bangkok เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับเพดานสูงโปร่งพร้อมห้องครัวแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้เราทานได้ตลอดเวลา ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งริมหน้าต่างมองผ่านกระจกออกไปจะพบกับสวนและสระน้ำซึ่งตั้งอยู่ ณ ใจกลางโรงแรมดูร่มรื่นตาเป็นอย่างมาก ชื่อร้าน Alati เป็นภาษากรีกแปลตรงตัวได้ว่าเกลือซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสและถนอมอาหารมานานหลายศตวรรษ

🎗 Executive Chef Carlo Valenziano เป็นชาวอิตาเลียนที่เชี่ยวชาญในอาหารเมดิเตอเรเนียนโดยตรง อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในรูปแบบ À La Carte เพื่อนๆสามารถเลือกชิมเมนูต่างๆได้ตามใจชอบ ขอแนะนำให้เริ่มด้วย Black Truffle and Cheese Pide “ปิเด้” หรือแฟลทเบรดชิ้นโตที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกีทั้งยังเป็นไอคอนของห้องอาหาร ALATi แห่งนี้อีกด้วย เชฟทำออกมาเป็นทรงคล้ายเรือตรงตามความหมายของชื่อ ลูกค้าสามารถเลือกทอปปิ้งด้านบนได้ 2 อย่างคือ Spinach and Feta Cheese และ Black Truffle and Cheese ขนมปังแป้งหนานุ่มกำลังดี ทอปด้วยชีสและทรัฟเฟิลออยทำเอง ด้านบนโรยหน้าด้วยทรัฟเฟิลสไลด์อีกทีหนึ่ง คุณภาพทรัฟเฟิลอาจจะไม่ได้โดดเด่นนักแต่ความหอมของชีสและทรัฟเฟิลเข้ากันดี รับรองว่าอร่อยแน่นอน (13/20) ถัดมาคือ Spicy Tuna and Ajo Blanco เชฟนำ “ปลาทูน่า” ซาชิมิเกรดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นไปหมักกับพริกพอให้มีรสเผ็ดเพียงเบาๆแล้วจึงแล่มาขนาดพอดีคำ ซอสสีขาวด้านนอกทำมาจากอัลมอนด์และกระเทียมให้กลิ่นหอมชวนทาน รสชาติออกไปทางครีมมี่หน่อยๆ เชฟเก่งมากที่ป้องกันรสเลี่ยนด้วยการใส่เคเปอร์และแองโชวี่ทำมาเป็นพูเรด้านบนให้กลิ่นหอมและรสชาติเค็มนิดๆ ทานแล้วสดชื่นมากๆ (13/20) สุดท้ายคือ Stuffed Calamari หรือ “ปลาหมึกยัดไส้” เชฟใช้ปลาหมึกท้องถิ่นบ้านเรานำไปยัดไส้ด้วยมะเขือเทศแห้ง เลมอน ไข่ขาว และเคเปอร์ ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยเพียงเล็กน้อย ทานคู่กับซอสครีมมันฝรั่งสีขาว สีดำรอบนอกคือซอสมะเขือเทศผสมหมึกดำ เนื้อปลาหมึกสุกกำลังดีมากๆ มีความหนึบต่างจากปลาหมึกยัดไส้ทั่วไปที่มักสุกเกินระดับอย่างชัดเจน ซอสมันฝรั่งมีความนวลและครีมมี่เข้ากันกับไส้ปลาหมึกได้ดี (13/20)

🎗 รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทานได้อร่อยตามมาตรฐานห้องอาหารของโรงแรมชั้นนำ พนักงานบริการดีแต่ยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกของอาหารมากนัก (ซึ่งเข้าใจได้เพราะตำแหน่งของร้านไม่ใช่ห้องอาหาร Fine Dining) ราคาค่อนไปทางสูงแต่ก็ไม่ต่างจากโรงแรมอื่นในระดับเดียวกัน ALATi น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารเมดิเตอเรเนียนซึ่งหาทานได้ค่อนข้างยากในกรุงเทพ

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 17 รูป

🇹🇭 ALATi - อลาตี้ 🍴 Mediterranean - อาหารเมดิเตอเรเนียน
รูปที่ 1
🇹🇭 ALATi - อลาตี้ 🍴 Mediterranean - อาหารเมดิเตอเรเนียน
ALATi เป็นห้องอาหารสไตล์ Casual Dining ที่ตั้งอยู่ชั้นเดียวกับล็อบบี้ของโรงแรม Siam Kempinski Bangkok
รูปที่ 2
ALATi เป็นห้องอาหารสไตล์ Casual Dining ที่ตั้งอยู่ชั้นเดียวกับล็อบบี้ของโรงแรม Siam Kempinski Bangkok
เมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของร้าน ALATi คือ “ปิเด้” แฟลทเบรดชิ้นโตที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกี เชฟทำออกมาเป็นทรงคล้ายเรือตรงตามความหมายของชื่อ ลูกค้าสามารถเลือกทอปปิ้งด้านบนได้ 2 อย่างคือ Spinach and Feta Cheese และ Black Truffle and Cheese ขนมปังแป้งหนานุ่มกำลังดี ทอปด้วยชีสและทรัฟเฟิลออยทำเอง ด้านบนโรยหน้าด้วยทรัฟเฟิลสไลด์อีกทีหนึ่ง คุณภาพทรัฟเฟิลอาจจะไม่ได้โดดเด่นนักแต่ความหอมของชีสและทรัฟเฟิลเข้ากันดี รับรองว่าอร่อยแน่นอน (13/20)
รูปที่ 3
เมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของร้าน ALATi คือ “ปิเด้” แฟลทเบรดชิ้นโตที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกี เชฟทำออกมาเป็นทรงคล้ายเรือตรงตามความหมายของชื่อ ลูกค้าสามารถเลือกทอปปิ้งด้านบนได้ 2 อย่างคือ Spinach and Feta Cheese และ Black Truffle and Cheese ขนมปังแป้งหนานุ่มกำลังดี ทอปด้วยชีสและทรัฟเฟิลออยทำเอง ด้านบนโรยหน้าด้วยทรัฟเฟิลสไลด์อีกทีหนึ่ง คุณภาพทรัฟเฟิลอาจจะไม่ได้โดดเด่นนักแต่ความหอมของชีสและทรัฟเฟิลเข้ากันดี รับรองว่าอร่อยแน่นอน (13/20)
Spicy Tuna and Ajo Blanco (390++) Chili cured tuna loin, garlic and almond sauce, capers, anchovy อีกหนึ่งจานที่ทำออกมาค่อนข้างโดเด่นในวันนี้คือ “ปลาทูน่า” ซาชิมิเกรดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไปหมักกับพริกพอให้มีรสเผ็ดเพียงเบาๆแล้วจึงแล่มาขนาดพอดีคำ ซอสสีขาวด้านนอกทำมาจากอัลมอนด์และกระเทียมให้กลิ่นหอมชวนทาน รสชาติออกไปทางครีมมี่หน่อยๆ เชฟเก่งมากที่ป้องกันรสเลี่ยนด้วยการใส่เคเปอร์และแองโชวี่ทำมาเป็นพูเรด้านบนให้กลิ่นหอมและรสชาติเค็มนิดๆ ทานแล้วสดชื่นมากๆ (13/20)
รูปที่ 4
Spicy Tuna and Ajo Blanco (390++) Chili cured tuna loin, garlic and almond sauce, capers, anchovy อีกหนึ่งจานที่ทำออกมาค่อนข้างโดเด่นในวันนี้คือ “ปลาทูน่า” ซาชิมิเกรดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไปหมักกับพริกพอให้มีรสเผ็ดเพียงเบาๆแล้วจึงแล่มาขนาดพอดีคำ ซอสสีขาวด้านนอกทำมาจากอัลมอนด์และกระเทียมให้กลิ่นหอมชวนทาน รสชาติออกไปทางครีมมี่หน่อยๆ เชฟเก่งมากที่ป้องกันรสเลี่ยนด้วยการใส่เคเปอร์และแองโชวี่ทำมาเป็นพูเรด้านบนให้กลิ่นหอมและรสชาติเค็มนิดๆ ทานแล้วสดชื่นมากๆ (13/20)
Carrot and Cumin Cream Soup (240++) Burnt butter curry granola ถัดมาคือเมนู “ซุปแครอทและขมิ้น” เนื้อนุ่มเนียน ทานแล้วให้กลิ่นของขมิ้นและแกงเด่นชัดเจนแต่ไม่แรงจนเกินไป ด้านล่างมีกราโนล่ากรอบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (12/20)
รูปที่ 5
Carrot and Cumin Cream Soup (240++) Burnt butter curry granola ถัดมาคือเมนู “ซุปแครอทและขมิ้น” เนื้อนุ่มเนียน ทานแล้วให้กลิ่นของขมิ้นและแกงเด่นชัดเจนแต่ไม่แรงจนเกินไป ด้านล่างมีกราโนล่ากรอบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (12/20)
Ravioli Lobster (650++) Homemade ravioli filled with saffron and ricotta cheese, lobster ragout and bisque เมนูแนะนำของทางร้านที่เรามองว่าเข้าถึงได้ค่อนข้างง่ายคือ “ราวิโอลี” เสิร์ฟมาในพานสีทองดูแปลกไม่เหมือนใคร แป้งราวิโอลีสุกเกินระดับอัลเดนเต้ไปมากจนเรียกได้ว่าค่อนข้างนิ่ม ด้านในสอดไส้รีคอตต้าชีส เนื้อล็อบสเตอร์ที่ให้มาสุกกำลังดี ซอสด้านนอกมีส่วนผสมของบิสก์หรือซอสข้นกับล็อบสเตอร์รากู อย่างไรก็ตามรสชาติของตัวซอสก็ไม่ได้เข้มข้นเท่าไหร่นัก (12/20)
รูปที่ 6
Ravioli Lobster (650++) Homemade ravioli filled with saffron and ricotta cheese, lobster ragout and bisque เมนูแนะนำของทางร้านที่เรามองว่าเข้าถึงได้ค่อนข้างง่ายคือ “ราวิโอลี” เสิร์ฟมาในพานสีทองดูแปลกไม่เหมือนใคร แป้งราวิโอลีสุกเกินระดับอัลเดนเต้ไปมากจนเรียกได้ว่าค่อนข้างนิ่ม ด้านในสอดไส้รีคอตต้าชีส เนื้อล็อบสเตอร์ที่ให้มาสุกกำลังดี ซอสด้านนอกมีส่วนผสมของบิสก์หรือซอสข้นกับล็อบสเตอร์รากู อย่างไรก็ตามรสชาติของตัวซอสก็ไม่ได้เข้มข้นเท่าไหร่นัก (12/20)
Stuffed Calamari (550++) Capers, lemon and dried tomato stuffed squids, potato cream, friarielli kale, ink sauce จานนี้คือ “ปลาหมึกยัดไส้” เชฟใช้ปลาหมึกท้องถิ่นบ้านเรานำไปยัดไส้ด้วยมะเขือเทศแห้ง เลมอน ไข่ขาว และเคเปอร์ ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยเพียงเล็กน้อย ทานคู่กับซอสครีมมันฝรั่งสีขาว สีดำรอบนอกคือซอสมะเขือเทศผสมหมึกดำ เนื้อปลาหมึกสุกกำลังดีมากๆ มีความหนึบต่างจากปลาหมึกยัดไส้ทั่วไปที่มักสุกเกินระดับอย่างชัดเจน ซอสมันฝรั่งมีความนวลและครีมมี่ อย่างไรก็ตามผักเคียงอย่างคะน้าดองที่ใส่มาด้วยดูยังไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นัก (13/20)
รูปที่ 7
Stuffed Calamari (550++) Capers, lemon and dried tomato stuffed squids, potato cream, friarielli kale, ink sauce จานนี้คือ “ปลาหมึกยัดไส้” เชฟใช้ปลาหมึกท้องถิ่นบ้านเรานำไปยัดไส้ด้วยมะเขือเทศแห้ง เลมอน ไข่ขาว และเคเปอร์ ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยเพียงเล็กน้อย ทานคู่กับซอสครีมมันฝรั่งสีขาว สีดำรอบนอกคือซอสมะเขือเทศผสมหมึกดำ เนื้อปลาหมึกสุกกำลังดีมากๆ มีความหนึบต่างจากปลาหมึกยัดไส้ทั่วไปที่มักสุกเกินระดับอย่างชัดเจน ซอสมันฝรั่งมีความนวลและครีมมี่ อย่างไรก็ตามผักเคียงอย่างคะน้าดองที่ใส่มาด้วยดูยังไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่นัก (13/20)
Focaccia, Soft Roll and Multigrain bread สำหรับ “ขนมปัง” ทางร้านนำเสิร์ฟมา 3 อย่างคือโฟกาชช่ากรอบๆ ซอฟโรลนุ่มๆ และขนมปังมัลติเกรนคุณภาพมาตรฐาน ทานกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
รูปที่ 8
Focaccia, Soft Roll and Multigrain bread สำหรับ “ขนมปัง” ทางร้านนำเสิร์ฟมา 3 อย่างคือโฟกาชช่ากรอบๆ ซอฟโรลนุ่มๆ และขนมปังมัลติเกรนคุณภาพมาตรฐาน ทานกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น
Hazelnut Coffee (290++) Hazelnut soft sponge, Dulcey coffee cream, coffee sauce, praline ice cream สำหรับขนมหวานจานแรกคือ “ฮาเซลนัทรอฟฟี่” สปองเค้กด้านล่างทำมาจากถั่วฮาเซลนัท ทอปด้านบนด้วยครีมกาแฟและซอสกาแฟ อย่างไรก็ตามเมื่อตักทานรวมกันทั้งสปองเค้กและครีมด้ด้านบนให้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้าง thick หรือหนักมากไปนิดสำหรับการเสิร์ฟปิดท้ายมื้ออาหาร ถ้าครีมทำมา Light กว่านี้จะช่วยให้ทานง่ายขึ้นมาก ด้านล่างเป็พราลีนไอศกรีมรสชาติดีไม่เบา (11/20)
รูปที่ 9
Hazelnut Coffee (290++) Hazelnut soft sponge, Dulcey coffee cream, coffee sauce, praline ice cream สำหรับขนมหวานจานแรกคือ “ฮาเซลนัทรอฟฟี่” สปองเค้กด้านล่างทำมาจากถั่วฮาเซลนัท ทอปด้านบนด้วยครีมกาแฟและซอสกาแฟ อย่างไรก็ตามเมื่อตักทานรวมกันทั้งสปองเค้กและครีมด้ด้านบนให้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้าง thick หรือหนักมากไปนิดสำหรับการเสิร์ฟปิดท้ายมื้ออาหาร ถ้าครีมทำมา Light กว่านี้จะช่วยให้ทานง่ายขึ้นมาก ด้านล่างเป็พราลีนไอศกรีมรสชาติดีไม่เบา (11/20)
Delizia Al Limone (290++) Amalfi coast lemon sponge dome, light whipped cream, lemon custard, limoncello ขนมหวานจานเด็ดของทางร้านคือ “เดลิเซีย อัล เลโมเน่” มีจุดเด่นคือการใช้วัตถุดิบระดับโลกอย่างเลมอนนำเข้าจากอะมัลฟี่โคสทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักทำเป็นรูปโดมทรงกลม รสชาติเปรี้ยวนิดๆ มีกลิ่นหอมเด่นใช้ได้ ด้านข้างคือวิปปิ้งครีม เลมอนคัสตาร์ด มีรสขมเบาๆชองเลมอนเซลโล่นิดๆ ด้านบนทอปด้วยแคนดี้เลมอนเคี้ยวหนึบ (12/20)
รูปที่ 10
Delizia Al Limone (290++) Amalfi coast lemon sponge dome, light whipped cream, lemon custard, limoncello ขนมหวานจานเด็ดของทางร้านคือ “เดลิเซีย อัล เลโมเน่” มีจุดเด่นคือการใช้วัตถุดิบระดับโลกอย่างเลมอนนำเข้าจากอะมัลฟี่โคสทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักทำเป็นรูปโดมทรงกลม รสชาติเปรี้ยวนิดๆ มีกลิ่นหอมเด่นใช้ได้ ด้านข้างคือวิปปิ้งครีม เลมอนคัสตาร์ด มีรสขมเบาๆชองเลมอนเซลโล่นิดๆ ด้านบนทอปด้วยแคนดี้เลมอนเคี้ยวหนึบ (12/20)
Strawberry Tart (290++) Pistachio and apricot sablé, mascarpone orange blossom cream, strawberry sorbet, apricot sauce สุดท้ายคือทาร์ตสตรอว์เบอรี่ที่ทำออกมาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากปกติ แป้งทาร์ตทำจากถั่วพิสตาชิโอ้และแอปริคอตกรอบใช้ได้ ด้านบนเป็นสตรอว์เบอรี่ฝานบางๆให้รสเปรี้ยวหวานพอเหมาะ มีองค์ประกอบของครัมเบิ้ลกรอบ ครีมมันคาโปเน่หอมมัน เจลสีส้มทำจากแอปริคอต ทานกับซอเบท์สตรอว์เบอร์รี่และไวท์ช็อกโกแลตรูปผีเสื้อน่ารักมากๆ (13/20)
รูปที่ 11
Strawberry Tart (290++) Pistachio and apricot sablé, mascarpone orange blossom cream, strawberry sorbet, apricot sauce สุดท้ายคือทาร์ตสตรอว์เบอรี่ที่ทำออกมาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากปกติ แป้งทาร์ตทำจากถั่วพิสตาชิโอ้และแอปริคอตกรอบใช้ได้ ด้านบนเป็นสตรอว์เบอรี่ฝานบางๆให้รสเปรี้ยวหวานพอเหมาะ มีองค์ประกอบของครัมเบิ้ลกรอบ ครีมมันคาโปเน่หอมมัน เจลสีส้มทำจากแอปริคอต ทานกับซอเบท์สตรอว์เบอร์รี่และไวท์ช็อกโกแลตรูปผีเสื้อน่ารักมากๆ (13/20)
💰 ราคาหลังหักส่วนลดเหลือ 2,189.22 บาท
รูปที่ 12
💰 ราคาหลังหักส่วนลดเหลือ 2,189.22 บาท
เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับเพดานสูงโปร่งพร้อมห้องครัวแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้เราทานได้ตลอดเวลา
รูปที่ 13
เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับเพดานสูงโปร่งพร้อมห้องครัวแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้เราทานได้ตลอดเวลา
Executive Chef Carlo Valenziano เป็นชาวอิตาเลียนที่เชี่ยวชาญในอาหารเมดิเตอเรเนียนโดยตรง
รูปที่ 14
Executive Chef Carlo Valenziano เป็นชาวอิตาเลียนที่เชี่ยวชาญในอาหารเมดิเตอเรเนียนโดยตรง
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทานได้อร่อยตามมาตรฐานห้องอาหารของโรงแรมชั้นนำ พนักงานบริการดีแต่ยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกของอาหารมากนัก (ซึ่งเข้าใจได้เพราะตำแหน่งของร้านไม่ใช่ห้องอาหาร Fine Dining) ราคาค่อนไปทางสูงแต่ก็ไม่ต่างจากโรงแรมอื่นในระดับเดียวกัน ALATi น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารเมดิเตอเรเนียนซึ่งหาทานได้ค่อนข้างยากในกรุงเทพ
รูปที่ 15
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทานได้อร่อยตามมาตรฐานห้องอาหารของโรงแรมชั้นนำ พนักงานบริการดีแต่ยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกของอาหารมากนัก (ซึ่งเข้าใจได้เพราะตำแหน่งของร้านไม่ใช่ห้องอาหาร Fine Dining) ราคาค่อนไปทางสูงแต่ก็ไม่ต่างจากโรงแรมอื่นในระดับเดียวกัน ALATi น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารเมดิเตอเรเนียนซึ่งหาทานได้ค่อนข้างยากในกรุงเทพ
ชื่อร้าน Alati เป็นภาษากรีกแปลตรงตัวได้ว่าเกลือซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสและถนอมอาหารมานานหลายศตวรรษ
รูปที่ 16
ชื่อร้าน Alati เป็นภาษากรีกแปลตรงตัวได้ว่าเกลือซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสและถนอมอาหารมานานหลายศตวรรษ
ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งริมหน้าต่างมองผ่านกระจกออกไปจะพบกับสวนและสระน้ำซึ่งตั้งอยู่ ณ ใจกลางโรงแรมดูร่มรื่นตาเป็นอย่างมาก
รูปที่ 17
ขอแนะนำให้เลือกที่นั่งริมหน้าต่างมองผ่านกระจกออกไปจะพบกับสวนและสระน้ำซึ่งตั้งอยู่ ณ ใจกลางโรงแรมดูร่มรื่นตาเป็นอย่างมาก

แกลเลอรี