GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Aho Fina
Selected

FranceAho Fina · อะโฮ ฟีน่า

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — 43 boulevard Thiers, Saint-Jean-de-Luz, 64500, France

🎗 [INTRO] วันหนึ่งของการเดินทางในแถบฝรั่งเศสตอนใต้นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่เราแวะมายังเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อน่ารัก ๆ ว่า Saint-Jean-de-Luz แห่งนี้ เมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาเที่ยงตรงเราจึงตัดสินใจแวะชิมหนึ่งในห้องอาหารที่มีบรรยากาศดีที่สุดในเมืองอย่าง Aho Fina และเก็บภาพของอาหารมาฝากกันด้วย

🎗 [THE PLACE] ในช่วงยุคก่อนศตวรรษที่ 19 นั้น Saint-Jean-de-Luz เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน French Basque Country ที่โดดเด่นในเรื่องของการล่าวาฬและจับปลาค็อด สำหรับการท่องเที่ยวของเมืองนั้นเพิ่งเริ่มได้รับความนิยมในช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมาซึ่งหนึ่งในโรงแรมที่โดดเด่นมาก ๆ ในช่วงนั้นคือ L’Hôtel Terminus ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมชายหาดสุดขอบตอนเหนือของตัวเมือง อย่างไรก็ตามในปี 1904 ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่จนตัวอาคารพังวอดลงเป็นเหตุให้เจ้าของกิจการจำเป็นต้องสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ทั้งหมดและเปลี่ยนชื่อใหม่มาเป็น Modern Hôtel นอกจากนี้พื้นที่ภายในยังมีขนาดใหญ่โตและหรูหราขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ต่อมาในปี 1982 ตัวโรงแรมถูกขายทอดตลาดพร้อมกับได้รับปรับปรุงครั้งใหญ่และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Le Grand Hôtel ก่อนที่ในปี 2007 พื้นที่ Seawater Spa จะได้รับการต่อเติมเข้ามาและเปลี่ยนชื่อมาเป็น Grand Hotel Thalasso & Spa ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน สำหรับห้องอาหาร Aho Fina นั้นโดดเด่นด้วยพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่เริ่มต้นจากในตัวอาคารที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและหรูหราด้วยโทนสีม่วง ตรงกลางคือพื้นที่ครัวเปิดขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารอยู่ตลอดเวลา บริเวณเทอเรสมองออกไปเห็นชายหาดอันสวยงามและเหมาะเป็นอย่างมากในการนั่งรับลมสำหรับช่วงที่อากาศเป็นใจ

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Alexandre Willaume เกิดที่เมือง Nimes และเริ่มต้นสายอาชีพเชฟด้วยการเป็นผู้ช่วยเชฟในประเทศฝรั่งเศสก่อนจะรับงานในห้องอาหารต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ต่อมาเขาผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็น Executive Chef ที่โรงแรม Pullman Paris Roissy CDG ทั้งยังมีโอกาสฝึกงานเกี่ยวกับอาหารหวานกับเชฟ Alain Ducasse เป็นระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้ระดับหนึ่งเข้าได้รับภารกิจสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Aho Fina แห่งนี้โดยเริ่มต้นเฟ้นหาวัตถุดิบล้ำค่าจากผู้ผลิตและเกษตรกรณ์รายย่อยเพื่อนำเสนออาหารแนวใหม่ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและที่สำคัญคือส่งเสริมสุขภาพของลูกค้าอีกด้วย ลูกค้าแต่ละท่านสามารถเลือกชิม Menu Aho Fina (65 €) ในช่วงกลางคืนนำเสนอมาจำนวน 3 คอร์สตามใจเชฟหรือจะเป็นรายการอาหารแบบ À La Carte ตามใจชอบก็ยังได้ จานที่เราชื่นชอบอย่างเช่น

✨ BURRATA ET DECLINAISON DE TOMATES SUIVANT LA SAISON (18 €)

THE BURRATA AND DECLINATION OF TOMATOES DEPENDING ON THE SEASON

สลัดชีสบูราต้าเย็น ๆ สดชื่น ๆ เสิร์ฟมากับมะเขือเทศหลากหลายชนิดแบะรูปแบบให้รสเปรี้ยวอุมามิกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมาก ๆ (13/20)

✨ RISOTTO AUX CHIPIRONS, ENCRE DE SEICHE ET CITRON CONFIT (22 €)

CHIPIRONS RISOTTO, CUTTLEFISH INK AND CONFIT LEMON

หนึ่งในเมนูเด็ดที่ได้รับการแนะนำลงใน MICHELIN Guide คือข้าวรีซอตโต้หมึกดำ เมล็ดข้าวจะหุงให้ระดับความสุกมากกว่าสไตล์อิตาลีเล็กน้อย เนื้อหมึกนุ่มหนึบ ดีหมึกมีกลิ่นหอม ไม่คาว ตัดด้วยความขมเบา ๆ ของเลมอนกงฟี (14/20)

✨ DEMI-COQUELET DE CHEZ GARAT, FRITES DE POLENTA AU PARMESAN AOP (26 €)

HALF POULTRY FROM GARAT, POLENTA FRIES WITH AOP PARMESAN

ไก่ครึ่งตัวย่างจนสุกพอดี เนื้อนุ่มฉ่ำ หนังบาง เชฟเสิร์ฟมากับ Frites de Polenta หรือข้าวโพดทอดทรงสี่เหลี่ยม เนื้อร่วน ๆ ประกอบไปกับรสเค็มเบา ๆ ของชีสพาเมซานคุณภาพดี (14/20)

🎗 [WHY GO] เมื่อเปิดรายการไวน์ออกดูพบว่าทางร้านมีให้เลือกอยู่พอประมาณ พนักงานให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพพอสมควร หากพูดตรง ๆ ต้องยอมรับว่าอาหารของ Aho Fina นั้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่สิ่งที่น่าจดจำคือบรรยากาศสุดชิลและทัศนียภาพของชายหาดแห่งนคร Saint-Jean-de-Luz นั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 24 รูป

🇫🇷 Aho Fina - อะโฮ ฟีน่า 🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์ 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Alexandre Willaume - เชฟอาแล็กซ็องดร์ วีโยม
รูปที่ 1
🇫🇷 Aho Fina - อะโฮ ฟีน่า 🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์ 🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Alexandre Willaume - เชฟอาแล็กซ็องดร์ วีโยม
🎗 [INTRO] วันหนึ่งของการเดินทางในแถบฝรั่งเศสตอนใต้นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่เราแวะมายังเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อน่ารัก ๆ ว่า Saint-Jean-de-Luz แห่งนี้ เมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาเที่ยงตรงเราจึงตัดสินใจแวะชิมหนึ่งในห้องอาหารที่มีบรรยากาศดีที่สุดในเมืองอย่าง Aho Fina และเก็บภาพของอาหารมาฝากกันด้วย
รูปที่ 2
🎗 [INTRO] วันหนึ่งของการเดินทางในแถบฝรั่งเศสตอนใต้นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่เราแวะมายังเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อน่ารัก ๆ ว่า Saint-Jean-de-Luz แห่งนี้ เมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาเที่ยงตรงเราจึงตัดสินใจแวะชิมหนึ่งในห้องอาหารที่มีบรรยากาศดีที่สุดในเมืองอย่าง Aho Fina และเก็บภาพของอาหารมาฝากกันด้วย
SALADE DE CHEVRE CHAUD, BACON BASQUE OTEIZA, LANGOUSTINE A LA PLANCHA (22 €) WARM GOAT CHEESE SALAD, BACON FROM BASQUE COUNTRY AND LANGOUSTINE A LA PLANCHA สลัดชีสนมแพะเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ควบคู่ไปกับเบคอนท้องถิ่นของภูมิภาค Basque Country เชฟเพิ่มความกรุบกรอบด้วยขนมปังและเมล็ดทับทิม นอกจากนี้ยังมีเนื้อกุ้งล็องกูสทีนย่างใส่มาอีกด้วย (13/20)
รูปที่ 3
SALADE DE CHEVRE CHAUD, BACON BASQUE OTEIZA, LANGOUSTINE A LA PLANCHA (22 €) WARM GOAT CHEESE SALAD, BACON FROM BASQUE COUNTRY AND LANGOUSTINE A LA PLANCHA สลัดชีสนมแพะเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ควบคู่ไปกับเบคอนท้องถิ่นของภูมิภาค Basque Country เชฟเพิ่มความกรุบกรอบด้วยขนมปังและเมล็ดทับทิม นอกจากนี้ยังมีเนื้อกุ้งล็องกูสทีนย่างใส่มาอีกด้วย (13/20)
BURRATA ET DECLINAISON DE TOMATES SUIVANT LA SAISON (18 €) THE BURRATA AND DECLINATION OF TOMATOES DEPENDING ON THE SEASON สลัดชีสบูราต้าเย็น ๆ สดชื่น ๆ เสิร์ฟมากับมะเขือเทศหลากหลายชนิดแบะรูปแบบให้รสเปรี้ยวอุมามิกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมาก ๆ (13/20)
รูปที่ 4
BURRATA ET DECLINAISON DE TOMATES SUIVANT LA SAISON (18 €) THE BURRATA AND DECLINATION OF TOMATOES DEPENDING ON THE SEASON สลัดชีสบูราต้าเย็น ๆ สดชื่น ๆ เสิร์ฟมากับมะเขือเทศหลากหลายชนิดแบะรูปแบบให้รสเปรี้ยวอุมามิกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมาก ๆ (13/20)
LA CRIBE DE SAINT-JEAN-DE-LUZ ET SES PETITS LEGUMES (28 €) THE FISH OF THE DAY FROM THE SAINT-JEAN-DE-LUZ FISH MARKET AND SEASONAL VEGETABLES ปลาที่จับได้จากท่าเรือของเมือง Saint-Jean-De-Luz ในที่นี้คือ Sea Bass เสิร์ฟมาคู่กับผักตามฤดูกาลหลายชนิด (13/20)
รูปที่ 5
LA CRIBE DE SAINT-JEAN-DE-LUZ ET SES PETITS LEGUMES (28 €) THE FISH OF THE DAY FROM THE SAINT-JEAN-DE-LUZ FISH MARKET AND SEASONAL VEGETABLES ปลาที่จับได้จากท่าเรือของเมือง Saint-Jean-De-Luz ในที่นี้คือ Sea Bass เสิร์ฟมาคู่กับผักตามฤดูกาลหลายชนิด (13/20)
RISOTTO AUX CHIPIRONS, ENCRE DE SEICHE ET CITRON CONFIT (22 €) CHIPIRONS RISOTTO, CUTTLEFISH INK AND CONFIT LEMON หนึ่งในเมนูเด็ดที่ได้รับการแนะนำลงใน MICHELIN Guide คือข้าวรีซอตโต้หมึกดำ เมล็ดข้าวจะหุงให้ระดับความสุกมากกว่าสไตล์อิตาลีเล็กน้อย เนื้อหมึกนุ่มหนึบ ดีหมึกมีกลิ่นหอม ไม่คาว ตัดด้วยความขมเบา ๆ ของเลมอนกงฟี (14/20)
รูปที่ 6
RISOTTO AUX CHIPIRONS, ENCRE DE SEICHE ET CITRON CONFIT (22 €) CHIPIRONS RISOTTO, CUTTLEFISH INK AND CONFIT LEMON หนึ่งในเมนูเด็ดที่ได้รับการแนะนำลงใน MICHELIN Guide คือข้าวรีซอตโต้หมึกดำ เมล็ดข้าวจะหุงให้ระดับความสุกมากกว่าสไตล์อิตาลีเล็กน้อย เนื้อหมึกนุ่มหนึบ ดีหมึกมีกลิ่นหอม ไม่คาว ตัดด้วยความขมเบา ๆ ของเลมอนกงฟี (14/20)
FILET DE BŒUF SAUCE TRUFFADE D'ETE ET FRITES ARTISANALES PIMENT ESPELETTE (30 €) BEEF TENDERLOIN WITH SUMMER TRUFFADE SAUCE AND ARTISAN FRENCH FRIES WITH ESPELETTE CHILI PEPPER เนื้อวัวส่วนสันในย่างแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ด้านล่างคือ Truffade Sauce หอมมัน เชฟเติมแต่งรสชาติด้วยหยดสีแดงของพริกหวาน Espelette (13/20)
รูปที่ 7
FILET DE BŒUF SAUCE TRUFFADE D'ETE ET FRITES ARTISANALES PIMENT ESPELETTE (30 €) BEEF TENDERLOIN WITH SUMMER TRUFFADE SAUCE AND ARTISAN FRENCH FRIES WITH ESPELETTE CHILI PEPPER เนื้อวัวส่วนสันในย่างแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ด้านล่างคือ Truffade Sauce หอมมัน เชฟเติมแต่งรสชาติด้วยหยดสีแดงของพริกหวาน Espelette (13/20)
FILET DE BŒUF SAUCE TRUFFADE D'ETE ET FRITES ARTISANALES PIMENT ESPELETTE (30 €) BEEF TENDERLOIN WITH SUMMER TRUFFADE SAUCE AND ARTISAN FRENCH FRIES WITH ESPELETTE CHILI PEPPER นอกจากนี้ยังมี French Fries เสิร์ฟมาเป็นเครื่องเคียงอีกด้วย (13/20)
รูปที่ 8
FILET DE BŒUF SAUCE TRUFFADE D'ETE ET FRITES ARTISANALES PIMENT ESPELETTE (30 €) BEEF TENDERLOIN WITH SUMMER TRUFFADE SAUCE AND ARTISAN FRENCH FRIES WITH ESPELETTE CHILI PEPPER นอกจากนี้ยังมี French Fries เสิร์ฟมาเป็นเครื่องเคียงอีกด้วย (13/20)
DEMI-COQUELET DE CHEZ GARAT, FRITES DE POLENTA AU PARMESAN AOP (26 €) HALF POULTRY FROM GARAT, POLENTA FRIES WITH AOP PARMESAN ไก่ครึ่งตัวย่างจนสุกพอดี เนื้อนุ่มฉ่ำ หนังบาง เชฟเสิร์ฟมากับ Frites de Polenta หรือข้าวโพดทอดทรงสี่เหลี่ยม เนื้อร่วน ๆ ประกอบไปกับรสเค็มเบา ๆ ของชีสพาเมซานคุณภาพดี (14/20)
รูปที่ 9
DEMI-COQUELET DE CHEZ GARAT, FRITES DE POLENTA AU PARMESAN AOP (26 €) HALF POULTRY FROM GARAT, POLENTA FRIES WITH AOP PARMESAN ไก่ครึ่งตัวย่างจนสุกพอดี เนื้อนุ่มฉ่ำ หนังบาง เชฟเสิร์ฟมากับ Frites de Polenta หรือข้าวโพดทอดทรงสี่เหลี่ยม เนื้อร่วน ๆ ประกอบไปกับรสเค็มเบา ๆ ของชีสพาเมซานคุณภาพดี (14/20)
รูปที่ 10
LE CHARIOT DE PATISSERIES REALISEES PAR NOTRE CHEF PATISSIER (12 €) THE TROLLEY OF PASTRIES MADE BY OUR PASTRY CHEF ของหวานจากทีมเชฟอาหารหวานจานแรกคือขนมมาการองชิ้นโต ตรงกลางบรรจุครีมและผลราสเบอร์รี่รสเปรี้ยว (13/20)
รูปที่ 11
LE CHARIOT DE PATISSERIES REALISEES PAR NOTRE CHEF PATISSIER (12 €) THE TROLLEY OF PASTRIES MADE BY OUR PASTRY CHEF ของหวานจากทีมเชฟอาหารหวานจานแรกคือขนมมาการองชิ้นโต ตรงกลางบรรจุครีมและผลราสเบอร์รี่รสเปรี้ยว (13/20)
DESSERT DU JOUR (16 €) DESSERT OF THE DAY ปิดท้ายด้วยของหวานประจำวันซึ่งในวันที่เราไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน ซึ่งตรวกับวันพ่อของประเทศฝรั่งเศสพอดิบพอดี ทางร้านจึงนำเสนอเึ้กที่มีความหอมแบะเปรี้ยวของแยมแอปริคอตมาในรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร (14/20)
รูปที่ 12
DESSERT DU JOUR (16 €) DESSERT OF THE DAY ปิดท้ายด้วยของหวานประจำวันซึ่งในวันที่เราไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน ซึ่งตรวกับวันพ่อของประเทศฝรั่งเศสพอดิบพอดี ทางร้านจึงนำเสนอเึ้กที่มีความหอมแบะเปรี้ยวของแยมแอปริคอตมาในรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร (14/20)
รายการไวน์ในมื้อนี้
รูปที่ 13
รายการไวน์ในมื้อนี้
💰 ราคา 210 €
รูปที่ 14
💰 ราคา 210 €
🎗 [THE PLACE] ในช่วงยุคก่อนศตวรรษที่ 19 นั้น Saint-Jean-de-Luz เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน French Basque Country ที่โดดเด่นในเรื่องของการล่าวาฬและจับปลาค็อด
รูปที่ 15
🎗 [THE PLACE] ในช่วงยุคก่อนศตวรรษที่ 19 นั้น Saint-Jean-de-Luz เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ใน French Basque Country ที่โดดเด่นในเรื่องของการล่าวาฬและจับปลาค็อด
สำหรับการท่องเที่ยวของเมืองนั้นเพิ่งเริ่มได้รับความนิยมในช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมาซึ่งหนึ่งในโรงแรมที่โดดเด่นมาก ๆ ในช่วงนั้นคือ L’Hôtel Terminus ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมชายหาดสุดขอบตอนเหนือของตัวเมือง
รูปที่ 16
สำหรับการท่องเที่ยวของเมืองนั้นเพิ่งเริ่มได้รับความนิยมในช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมาซึ่งหนึ่งในโรงแรมที่โดดเด่นมาก ๆ ในช่วงนั้นคือ L’Hôtel Terminus ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมชายหาดสุดขอบตอนเหนือของตัวเมือง
ต่อมาในปี 1982 ตัวโรงแรมถูกขายทอดตลาดพร้อมกับได้รับปรับปรุงครั้งใหญ่และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Le Grand Hôtel ก่อนที่ในปี 2007 พื้นที่ Seawater Spa จะได้รับการต่อเติมเข้ามาและเปลี่ยนชื่อมาเป็น Grand Hotel Thalasso & Spa ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
รูปที่ 17
ต่อมาในปี 1982 ตัวโรงแรมถูกขายทอดตลาดพร้อมกับได้รับปรับปรุงครั้งใหญ่และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Le Grand Hôtel ก่อนที่ในปี 2007 พื้นที่ Seawater Spa จะได้รับการต่อเติมเข้ามาและเปลี่ยนชื่อมาเป็น Grand Hotel Thalasso & Spa ดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
สำหรับห้องอาหาร Aho Fina นั้นโดดเด่นด้วยพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่เริ่มต้นจากในตัวอาคารที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและหรูหราด้วยโทนสีม่วง
รูปที่ 18
สำหรับห้องอาหาร Aho Fina นั้นโดดเด่นด้วยพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่เริ่มต้นจากในตัวอาคารที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและหรูหราด้วยโทนสีม่วง
ตรงกลางคือพื้นที่ครัวเปิดขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารอยู่ตลอดเวลา
รูปที่ 19
ตรงกลางคือพื้นที่ครัวเปิดขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารอยู่ตลอดเวลา
ตรงกลางคือพื้นที่ครัวเปิดขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารอยู่ตลอดเวลา
รูปที่ 20
ตรงกลางคือพื้นที่ครัวเปิดขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยทีมเชฟคอยจัดเตรียมอาหารอยู่ตลอดเวลา
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Alexandre Willaume เกิดที่เมือง Nimes และเริ่มต้นสายอาชีพเชฟด้วยการเป็นผู้ช่วยเชฟในประเทศฝรั่งเศสก่อนจะรับงานในห้องอาหารต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ต่อมาเขาผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็น Executive Chef ที่โรงแรม Pullman Paris Roissy CDG ทั้งยังมีโอกาสฝึกงานเกี่ยวกับอาหารหวานกับเชฟ Alain Ducasse เป็นระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย
รูปที่ 21
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Alexandre Willaume เกิดที่เมือง Nimes และเริ่มต้นสายอาชีพเชฟด้วยการเป็นผู้ช่วยเชฟในประเทศฝรั่งเศสก่อนจะรับงานในห้องอาหารต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ต่อมาเขาผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็น Executive Chef ที่โรงแรม Pullman Paris Roissy CDG ทั้งยังมีโอกาสฝึกงานเกี่ยวกับอาหารหวานกับเชฟ Alain Ducasse เป็นระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย
หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้ระดับหนึ่งเข้าได้รับภารกิจสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Aho Fina แห่งนี้โดยเริ่มต้นเฟ้นหาวัตถุดิบล้ำค่าจากผู้ผลิตและเกษตรกรณ์รายย่อยเพื่อนำเสนออาหารแนวใหม่ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและที่สำคัญคือส่งเสริมสุขภาพของลูกค้าอีกด้วย
รูปที่ 22
หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้ระดับหนึ่งเข้าได้รับภารกิจสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Aho Fina แห่งนี้โดยเริ่มต้นเฟ้นหาวัตถุดิบล้ำค่าจากผู้ผลิตและเกษตรกรณ์รายย่อยเพื่อนำเสนออาหารแนวใหม่ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและที่สำคัญคือส่งเสริมสุขภาพของลูกค้าอีกด้วย
ทุกท่านสามารถเลือกชิม Menu Aho Fina (65 €) ในช่วงกลางคืนนำเสนอมาจำนวน 3 คอร์สตามใจเชฟหรือจะเป็นรายการอาหารแบบ À La Carte ตามใจชอบก็ยังได้
รูปที่ 23
ทุกท่านสามารถเลือกชิม Menu Aho Fina (65 €) ในช่วงกลางคืนนำเสนอมาจำนวน 3 คอร์สตามใจเชฟหรือจะเป็นรายการอาหารแบบ À La Carte ตามใจชอบก็ยังได้
🎗 [WHY GO] เมื่อเปิดรายการไวน์ออกดูพบว่าทางร้านมีให้เลือกอยู่พอประมาณ พนักงานให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพพอสมควร หากพูดตรง ๆ ต้องยอมรับว่าอาหารของ Aho Fina นั้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่สิ่งที่น่าจดจำคือบรรยากาศสุดชิลและทัศนียภาพของชายหาดแห่งนคร Saint-Jean-de-Luz นั่นเอง
รูปที่ 24
🎗 [WHY GO] เมื่อเปิดรายการไวน์ออกดูพบว่าทางร้านมีให้เลือกอยู่พอประมาณ พนักงานให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพพอสมควร หากพูดตรง ๆ ต้องยอมรับว่าอาหารของ Aho Fina นั้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่สิ่งที่น่าจดจำคือบรรยากาศสุดชิลและทัศนียภาพของชายหาดแห่งนคร Saint-Jean-de-Luz นั่นเอง