
ADHOC · แอดฮอค
Thai Contemporary · อาหารไทยร่วมสมัย — 36/22 ซอยพร้อมศรี 1, สุขุมวิท 49 กรุงเทพมหานคร 10110
🎗 ADHOC เป็นห้องอาหารสไตล์ Private Dining ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคาร Biohouse และนำบัตรมาแสตมป์ที่ร้านฟรี ตัวร้านทาด้วยสีดำดูสุขุมและเรียบหรู ถึงแม้มองจากด้านหน้าอาจมีพื้นที่ไม่มากนักแต่ด้านในมีการจัดแบ่งส่วนที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม พื้นที่ชั้นล่างมีลักษณะเป็นโต๊ะยาวพร้อมกับเพดานสูงโปร่งสำหรับรองรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ ข้าง ๆ กันเป็นห้องครัวแบบกึ่งเปิดทำให้ลูกค้าที่นั่งบริเวณนี้สามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา บริเวณชั้นสองและสามถูกจัดเตรียมไว้สำหรับต้อนรับลูกค้ากลุ่มเล็กขนาด 2-4 คนโดยมีมุมสวย ๆ มากมายให้ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปได้เก็บภาพกันอย่างจุใจ
🎗 เชฟพิชชากร รามบุตร หรือเชฟป็อบ เติบโตมาในครอบครัวโดยมีแรงบันดาลใจการเตรียมอาหารมาจากคุณย่าและคุณยาย หลังจากเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟเธอมีโอกาสร่วมงานกับโรงแรมชั้นนำรวมไปถึงเชฟระดับ MICHELIN Star อย่างเชฟหนุ่ม-ธนินทร อีกด้วย นอกจากนี้เธอยังเคยเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศมาแล้วมากมาย รูปแบบการนำเสนออาหารของเธอที่ห้องอาหาร ADHOC คือการหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมาผสมผสานกับเมนูพื้นถิ่นที่เราคุ้นเคยกันดีโดยปรับรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เธอยังสามารถใส่อัตลักษณ์ของตัวเองลงไปในอาหารแต่ละจานได้อย่างน่าประทับใจ ADHOC จัดเสิร์ฟเซ็ตเมนูรูปแบบเดียวในราคา 3,900++ ต่อคนโดยมีรายการ Signature Dish สำหรับ Add-on เพิ่มเติมเป็นทางเลือกได้อีก 2 จาน รายการไวน์ได้ถูกคัดเลือกเพื่อให้สามารถจับคู่กับอาหารไทยได้อย่างลงตัว ส่วนคอร์สที่น่าสนใจอย่างเช่น
✨ TAI-PAO CLAMS
Smoked Dry fish | Longan | Local Seaweed | Som-Sa Dressing
คอร์สนี้เชฟป็อบอาศัยแรงบันดาลใจมาจากเมนู “แสร้งว่า“ ในหนังสือตำราแม่ครัวหัวป่าก์ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ โดยเลือกใช้หอยท้ายเภาซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบคุณภาพสูงของไทยที่หาชิมได้เพียงช่วงสั้น ๆ ในแต่ละปีเท่านั้นนำมา Slow-cooked จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ นอกจากนี้เชฟยังตั้งใจนำเสนอความหลากหลายทางรสชาติของน้ำ Dressing ที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบอันหลากหลายตั้งแต่ปลาเนื้ออ่อนแห้งที่นำมารมควัน ความหวานของลำไยและชมพู่ ความเค็มของสาฟร่ายพวงองุ่น และความเปรี้ยวของส้มซ่า ทั้งหมดนำเสนอมาในรูปแบบของกรานิต้าช่วยเรียกความสดชื่นได้อย่างน่าประทับใจ (15/20)
✨ GOBY
House-made bun | Thai Tabasco | Pak Paew | Assorted pickles
เมนู ”สะเต๊ะ“ จานนี้เชฟป็อบได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปยังประเทศมาเซียและพบเจอกับเมนูสเต๊ะที่มีขายกันริมทาง เชฟเลือกใช้ปลาบู่นำไปหมักกับโยเกิร์ตและเครื่องเทศควบคู่กันไปกับอโรมาของอโรมาหอม ๆ ของสมุนไพรอย่างลูกผักชีและยี่หร่า เนื้อสัมผัสของชิ้นปลามีความเฟิร์มเล็กน้อย เชฟยังจับคู่กับซอสสะเต๊ะที่เตรียมขึ้นเองให้มีรสชาติที่เข้มข้นหอมมัน ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของน้ำอาจาดที่ได้จากการนำผักไปดองกับน้ำส้มสายชูมะพร้าวซึ่งไม่มีกลิ่นฉุน ยังมีความเค็มเบา ๆ ของคาเวียร์หัวหิน สุดท้ายคือขนมปังที่ใช้เวลาการเตรียมถึง 2 คืนแล้วย่างจนกรอบพอจับคู่มากับซอสพริกที่เชฟนิยามว่าเป็น Thai Tabasco นั่นเอง (15/20)
✨ CORAL TROUT
Cashew nut | Dried Shrimp | Herbs
Pork neck | Pineapple | Southern Yellow Curry
Yellow Steamed Ou-Doi Rice
ปลากะรังจุดฟ้าที่ผ่านการจี่บนกระทะเสิร์ฟมาคู่กันกับซอส ”แกงเหลืองสับปะรดภูแล“ สูตรทางใต้ เชฟเพิ่มมิติทางรสชาติด้วยการใส่คอหมูหวานเนื้อนุ่มฉ่ำวางลงไปสลับกันกับชิ้นปลา นอกจากนี้ ยังมีความกรอบที่ได้จากสับปะรดหั่นเต๋า เชฟแนะนำให้รัยประทานกับข้าวหมกที่เตรียมมาจากข้าวอูดอยจากภาคเหนือ ข้าง ๆ คือกันคือ ”น้ำพริกหัวครก” รสชาติจัดจ้านจับคู่มากับผักและผลไม้เคียง นอกจากนี้ยังมีใบผักกูดทอดเสิร์ฟมาคู่กันกับจักจั่นทะเลที่ทอดมาได้อย่างพอดิบพอดีคือมีความกรอบ เคี้ยวง่าย และไม่อมน้ำมัน (15/20)
🎗 เราเคยแวะมาชิมเซ็ตเมนูเดิมของ ADHOC เมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้วและพบว่าเซ็ตเมนูชุดปัจจุบันได้พัฒนาต่อยอดจากเดิมไปอีกขั้นโดยเฉพาะอาหารตานหลักต่าง ๆ ที่เปลี่ยนจากสำรับมาเป็นอาหารทีละจานที่ถูกออกแบบและเรียบเรียงรสชาติมาได้อย่างพอเหมาะพอดี ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและเทคนิคการปรุง ก่อนกลับอย่าลืมแวะทักทายและพูดคุยกับเชฟป็อบเนื่องจากเธอต้องการฟังความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อพัฒนาตัวเองและอาหารของเธอได้ออกมาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุก ๆ ครั้ง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 25 รูป

























