GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Acquolina
2 MICHELIN Stars

ItalyAcquolina · อัคควอลีนา

Creative, Mediterranean Cuisine · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน — via del Vantaggio 14, Rome, 00186, Italy

🎗️ [INTRO] ในเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และมนต์เสน่ห์อย่างกรุง Rome มีห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างและโดดเด่นได้อย่างลงตัว ด้วยรางวัล 2 MICHELIN Stars ที่การันตีคุณภาพและชื่อเสียงทำให้ห้องอาหาร Acquolina ยกระดับเมนูอาหารเมดิเตอร์เรเนียนให้กลายเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว

🎗️ [THE PLACE] The First Arte, Rome เป็นโรคแรมบูติกระดับ 5 ดาวสุดหรูในเครือ Pavilions Hotel & Resorts มีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่บนถนน Via del Vantaggio ใกล้กับ Piazza del Popolo ใจกลางเมืองหลวงของประเทศอิตาลี นอกจาก Acquaroof ซึ่งเป็นรูฟท็อปบาร์ชื่อดังแล้ว บริเวณชั้น G ยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในประเทศอิตาลีอย่าง Acquolina อีกด้วย ภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราและโมเดิร์นโดยเน้นการจัดแสงที่ผสมผสานระหว่างไฟเพดานไฟที่ซ่อนอยู่ด้านข้างของเพดาน พรมสีน้ำเงินเข้มและเพดานสีดำสร้างความรู้สึกหรูหราและลุ่มลึก โต๊ะรับประทานอาหารปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา เก้าอี้บุผ้าสีเทานั่งสบายสร้างความผ่อนคลายให้กับลูกค้าได้ตลอดมื้ออาหาร ด้านหลังของร้านมีห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย ทั้งยังมีภาพตกแต่งผนังช่วยเพิ่มมิติให้กับบรรยากาศโดยรวม แก้วน้ำสีน้ำเงินและแจกันดอกไม้เล็ก ๆ บ่งบอกถึงการจัดโต๊ะแบบมินิมอล จุดดึงดูดสายตาสำคัญคือโต๊ะตรงกลางร้านที่มีแจกันขนาดใหญ่ใส่ดอกไม้สดสีสันสดใสช่วยดึงสายตาและเพิ่มชีวิตชีวาให้กับบรรยากาศโดยรวม

🎗️ [THE CHEF] Daniele Lippi เป็นเชฟหนุ่มมากพรสวรรค์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในกรุง Rome เขาเกิดในปี 1990 และเคยร่วมงานกับพี่น้อง Troiani ที่ห้องอาหาร Il Convivio Troiani (1 MICHELIN Star) อยู่นานถึง 9 ปีจนได้รับตำแหน่งเป็นถึง Head Chef ในปี 2015 หลังจากนั้นเขาเริ่มต้นออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Alléno Paris au Pavillon Ledoyen (3 MICHELIN Stars), Piazza Duomo (3 MICHELIN Stars, MICHELIN Green Star), Alinea (3 MICHELIN Stars) และ Lasarte (3 MICHELIN Stars) ต่อมาในปี 2019 เขาได้บรรลุข้อตกลงในการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร Acquolina ซึ่งในขณะนั้นได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star อยู่เดิมก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2022

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Daniele Lippi นำเสนออาหารเมดิเตอร์เรเนียนออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ที่เขาเดินทางไปทั่วโลกผ่าน Tasting Menu ทั้ง 2 ชุดคือ Periplo (220 €) จำนวน 7 คอร์สและ Anabasi Catabasi (240 €) จำนวน 9 คอร์ส ตัวอย่างจานที่โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Langoustine

kohlrabi, kiwi

สำหรับคอร์สนี้เชฟแบ่งเสิร์ฟเป็นสองส่วนย่อย ส่วนแรกคือกุ้ง Langoustine สับมาเป็น Tartare ให้รสหวานจากธรรมชาติแล้วใส่มาใน Kohlrabi ด้านบนท็อปด้วย Mullet Bottarga หรือไข่ปลาให้ความมันผสานเข้ากับรสชาติของผลกีวี่ จากนั้นพนักงานจะเทซุป Kohlrabi & Tarragon Essence ลงไปสร้างความสดชื่นที่พอเหมาะ ถัดมาคือกุ้ง Langoustine ที่ผ่านการแพนเซียวางไว้ด้านล่าง เชฟเสิร์ฟมาคู่กับครีม Kohlrabi ด้านบนคือ Kohlrabi Carpaccio รวมไปถึงใบ Kohlrabi นึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Beurre Blanc พร้อมกันกัย Kiwi & Tarragon Reduction ลงไปสร้างมิติความเปรี้ยวมาตัดกันกับความหวานของ Kohlrabi ได้อย่างลงตัว (18/20)

✨ Squid

roveja

คอร์สนี้เชฟนำเสนอหมึกโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากอาหารตุรเคียร์นำเสนอมาเป็น 2 ส่วนย่อย เริ่มต้นจากขนมปัง Focaccia กรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ ของ Satar เครื่องเทศ ด้านบนท็อปด้วย Tartare หมึกและทับทิมกรอบ ถัดมาคือ Squid Kebab ที่ผ่านการหมักกับ Miso di Roveja ซึ่งได้นำผักท้องถิ่น Roveja ไปผ่านกระบวนการหมักนาน 5-6 เดือนแล้วคัดเฉพาะส่วนสีเข้มด้านบนมาใช้ จากนั้นย่างจนสุกแล้ววางมาสลับกันกับ Lardo หรือไขมันหมู ข้าง ๆ กันคือโยเกิร์ตนมควายและแตงกวาดอง (19/20)

✨ Elica pasta

rosehip, anchovy, caper

เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูมิภาค Campania โดยนำเสนอ Elica หรือพาสต้าทรงเกลียวกับ Marinara Sauce โดยเปลี่ยนจากมะเขือเทศแบบสูตรต้นตำรับมาใช้ Rosehip Extract หรือผลกุหลาบป่า เชฟไปผ่านการคั่วในเตาร้อนและผ่านกระบวนการอื่น ๆ ต่ออีก 15 วันเพื่อสร้างรสชาติที่คล้ายกันกับมะเขือเทศแต่มีความกลมกล่อมทางรสชาติ ด้านบนคือแอนโชวี่หมัก เคเปอร์ เฟนเนล และน้ำมันออร์ริกาโน (18/20)

🎗️ [WHY GO] Acquolina เป็นห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนี่งในประเทศอิตาลี อาหารทุกจานสามารถแสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟ Daniele Lippi ได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ รายการไวน์มีให้เลือกหลายหลายและมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 40 € เท่านั้น การบริการดีเลิศจนอาจพูดได้อย่างเต็มปากว่าดีงามที่สุดในกรุง Rome สำหรับผู้ที่มองหามื้ออาหารที่เป็นมากกว่าการรับประทานอาหาร Acquolina คือตัวเลือกที่พาคุณดื่มด่ำกับความงดงามแห่งการทำอาหารขั้นสูงพร้อมความประทับใจที่ยากจะลืมได้ลง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 44 รูป

🇮🇹 Acquolina - อัคควอลีนา🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, Mediterranean Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน👨🏻‍🍳 Chef Daniele Lippi - เชฟดานิเอเล ลิปปี
รูปที่ 1
🇮🇹 Acquolina - อัคควอลีนา🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, Mediterranean Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน👨🏻‍🍳 Chef Daniele Lippi - เชฟดานิเอเล ลิปปี
🎗️ [INTRO] ในเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และมนต์เสน่ห์อย่างกรุง Rome มีห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างและโดดเด่นได้อย่างลงตัว ด้วยรางวัล 2 MICHELIN Stars ที่การันตีคุณภาพและชื่อเสียงทำให้ห้องอาหาร Acquolina ยกระดับเมนูอาหารเมดิเตอร์เรเนียนให้กลายเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] ในเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และมนต์เสน่ห์อย่างกรุง Rome มีห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างและโดดเด่นได้อย่างลงตัว ด้วยรางวัล 2 MICHELIN Stars ที่การันตีคุณภาพและชื่อเสียงทำให้ห้องอาหาร Acquolina ยกระดับเมนูอาหารเมดิเตอร์เรเนียนให้กลายเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว
Amuse-boucheเริ่มต้นด้วยของว่างจิ๋วชิ้นแรกคือ Apple Sandwich กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ลเขียวฝานบาง จับคู่กับ Bonito Fish Tartare ให้มิติของเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านบนท็อปด้วยมายองเนสสาหร่าย (17/20)
รูปที่ 3
Amuse-boucheเริ่มต้นด้วยของว่างจิ๋วชิ้นแรกคือ Apple Sandwich กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ลเขียวฝานบาง จับคู่กับ Bonito Fish Tartare ให้มิติของเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านบนท็อปด้วยมายองเนสสาหร่าย (17/20)
Amuse-boucheครีมเกาลัดท็อปด้านบนด้วย Carpaccio เห็ดฝานบาง ส่วนด้านล่างรองด้วย Salted Meringue ให้รสเค็มเบา ๆ เชฟผสมผสานความหวานของเกาลัดและอโรมาของดินของเห็ดเข้าด้วยกัน (17/20)
รูปที่ 4
Amuse-boucheครีมเกาลัดท็อปด้านบนด้วย Carpaccio เห็ดฝานบาง ส่วนด้านล่างรองด้วย Salted Meringue ให้รสเค็มเบา ๆ เชฟผสมผสานความหวานของเกาลัดและอโรมาของดินของเห็ดเข้าด้วยกัน (17/20)
Amuse-boucheซุปใสเห็ดผสานเข้ากันกับน้ำมันถั่วฮาเซลนัท (17/20)
รูปที่ 5
Amuse-boucheซุปใสเห็ดผสานเข้ากันกับน้ำมันถั่วฮาเซลนัท (17/20)
Amuse-bouchePumpkin Dumpling นุ่มหวาน ด้านในสอดไส้ Blue Crab หรือเนื้อปูม้า จากนั้นเสิร์ฟมากับ Chorizo Sauce ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว (17/20)
รูปที่ 6
Amuse-bouchePumpkin Dumpling นุ่มหวาน ด้านในสอดไส้ Blue Crab หรือเนื้อปูม้า จากนั้นเสิร์ฟมากับ Chorizo Sauce ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว (17/20)
Amuse-boucheWafer กรอบ ๆ สอดไส้ปลาค็อดท็อปด้านบนด้วยเจลหอมแดง (17/20)
รูปที่ 7
Amuse-boucheWafer กรอบ ๆ สอดไส้ปลาค็อดท็อปด้านบนด้วยเจลหอมแดง (17/20)
Amuse-boucheTartelette หัวหอมกับปลา Monkfish ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลขูดฝอย (18/20)
รูปที่ 8
Amuse-boucheTartelette หัวหอมกับปลา Monkfish ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลขูดฝอย (18/20)
Amuse-boucheล้างปากด้วยชิ้นผักกรอบ ๆ ด้านในคือมูสอโวคาโดและไข่ปลาเทร้าต์ (17/20)
รูปที่ 9
Amuse-boucheล้างปากด้วยชิ้นผักกรอบ ๆ ด้านในคือมูสอโวคาโดและไข่ปลาเทร้าต์ (17/20)
Tuna ventricinabreadโดยปกติแล้ว Ventricina เป็นไส้กรอกที่เตรียมมาจากเนื้อหมูนิยมรับประทานกันในแถบ Abruzzo และ Molise อย่างไรก็ตามในที่นี้เชฟเปลี่ยนมานำเสนอส่วนท้องของปลาทูน่าที่มีไขมันมากแทน เชฟนำไปหมักกับพริกไทย, Brown Pepper, ผัก Coriander และ Fennel นานถึง 15 วัน (17/20)
รูปที่ 10
Tuna ventricinabreadโดยปกติแล้ว Ventricina เป็นไส้กรอกที่เตรียมมาจากเนื้อหมูนิยมรับประทานกันในแถบ Abruzzo และ Molise อย่างไรก็ตามในที่นี้เชฟเปลี่ยนมานำเสนอส่วนท้องของปลาทูน่าที่มีไขมันมากแทน เชฟนำไปหมักกับพริกไทย, Brown Pepper, ผัก Coriander และ Fennel นานถึง 15 วัน (17/20)
Tuna ventricinabreadภาพของ Ventricina (17/20)
รูปที่ 11
Tuna ventricinabreadภาพของ Ventricina (17/20)
Tuna ventricinabreadเชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Grissini ที่เตรียมมาจาก Polenta Flour หรือแป้งข้าวโพดรวมไปถึงขนมปังที่ใช้ธัญพืชโบราณของแคว้น Sardinia (17/20)
รูปที่ 12
Tuna ventricinabreadเชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Grissini ที่เตรียมมาจาก Polenta Flour หรือแป้งข้าวโพดรวมไปถึงขนมปังที่ใช้ธัญพืชโบราณของแคว้น Sardinia (17/20)
Langoustinekohlrabi, kiwiสำหรับคอร์สนี้เชฟแบ่งเสิร์ฟเป็นสองส่วนย่อย (18/20)
รูปที่ 13
Langoustinekohlrabi, kiwiสำหรับคอร์สนี้เชฟแบ่งเสิร์ฟเป็นสองส่วนย่อย (18/20)
Langoustinekohlrabi, kiwiส่วนแรกคือกุ้ง Langoustine สับมาเป็น Tartare ให้รสหวานจากธรรมชาติแล้วใส่มาใน Kohlrabi ด้านบนท็อปด้วย Mullet Bottarga หรือไข่ปลาให้ความมันผสานเข้ากับรสชาติของผลกีวี่ จากนั้นพนักงานจะเทซุป Kohlrabi & Tarragon Essence ลงไปสร้างความสดชื่นที่พอเหมาะ (18/20)
รูปที่ 14
Langoustinekohlrabi, kiwiส่วนแรกคือกุ้ง Langoustine สับมาเป็น Tartare ให้รสหวานจากธรรมชาติแล้วใส่มาใน Kohlrabi ด้านบนท็อปด้วย Mullet Bottarga หรือไข่ปลาให้ความมันผสานเข้ากับรสชาติของผลกีวี่ จากนั้นพนักงานจะเทซุป Kohlrabi & Tarragon Essence ลงไปสร้างความสดชื่นที่พอเหมาะ (18/20)
Langoustinekohlrabi, kiwiถัดมาคือกุ้ง Langoustine ที่ผ่านการแพนเซียวางไว้ด้านล่าง เชฟเสิร์ฟมาคู่กับครีม Kohlrabi ด้านบนคือ Kohlrabi Carpaccio รวมไปถึงใบ Kohlrabi นึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Beurre Blanc พร้อมกันกัย Kiwi & Tarragon Reduction ลงไปสร้างมิติความเปรี้ยวมาตัดกันกับความหวานของ Kohlrabi ได้อย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 15
Langoustinekohlrabi, kiwiถัดมาคือกุ้ง Langoustine ที่ผ่านการแพนเซียวางไว้ด้านล่าง เชฟเสิร์ฟมาคู่กับครีม Kohlrabi ด้านบนคือ Kohlrabi Carpaccio รวมไปถึงใบ Kohlrabi นึ่ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Beurre Blanc พร้อมกันกัย Kiwi & Tarragon Reduction ลงไปสร้างมิติความเปรี้ยวมาตัดกันกับความหวานของ Kohlrabi ได้อย่างลงตัว (18/20)
Langoustinekohlrabi, kiwiองค์ประกอยต่าง ๆ ในจาน (18/20)
รูปที่ 16
Langoustinekohlrabi, kiwiองค์ประกอยต่าง ๆ ในจาน (18/20)
Squidrovejaคอร์สนี้เชฟนำเสนอหมึกโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากอาหารตุรเคียร์นำเสนอมาเป็น 2 ส่วนย่อย เริ่มต้นจากขนมปัง Focaccia กรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ ของ Satar เครื่องเทศ ด้านบนท็อปด้วย Tartare หมึกและทับทิมกรอบ (19/20)
รูปที่ 17
Squidrovejaคอร์สนี้เชฟนำเสนอหมึกโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากอาหารตุรเคียร์นำเสนอมาเป็น 2 ส่วนย่อย เริ่มต้นจากขนมปัง Focaccia กรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ ของ Satar เครื่องเทศ ด้านบนท็อปด้วย Tartare หมึกและทับทิมกรอบ (19/20)
Squidrovejaถัดมาคือ Squid Kebab ที่ผ่านการหมักกับ Miso di Roveja ซึ่งได้นำผักท้องถิ่น Roveja ไปผ่านกระบวนการหมักนาน 5-6 เดือนแล้วคัดเฉพาะส่วนสีเข้มด้านบนมาใช้ จากนั้นย่างจนสุกแล้ววางมาสลับกันกับ Lardo หรือไขมันหมู ข้าง ๆ กันคือโยเกิร์ตนมควายและแตงกวาดอง (19/20)
รูปที่ 18
Squidrovejaถัดมาคือ Squid Kebab ที่ผ่านการหมักกับ Miso di Roveja ซึ่งได้นำผักท้องถิ่น Roveja ไปผ่านกระบวนการหมักนาน 5-6 เดือนแล้วคัดเฉพาะส่วนสีเข้มด้านบนมาใช้ จากนั้นย่างจนสุกแล้ววางมาสลับกันกับ Lardo หรือไขมันหมู ข้าง ๆ กันคือโยเกิร์ตนมควายและแตงกวาดอง (19/20)
Squidrovejaตัวอย่าง Miso di Roveja (19/20)
รูปที่ 19
Squidrovejaตัวอย่าง Miso di Roveja (19/20)
Spaghetti pastacitrus, sea urchinพาสต้าเส้น Spaghetti ที่ปรุงสุกกับเนยที่ Infused ด้วยความหอมของ Citrus Leaf ด้านบนท็อปด้วยไข่หอยเม่นสด ๆ และผงที่เตรียมมาจากเลมอนดองให้รสชาติโทนสว่างมาตัดกับอโรมาทะเลของไข่หอยเม่นได้ดี (17/20)
รูปที่ 20
Spaghetti pastacitrus, sea urchinพาสต้าเส้น Spaghetti ที่ปรุงสุกกับเนยที่ Infused ด้วยความหอมของ Citrus Leaf ด้านบนท็อปด้วยไข่หอยเม่นสด ๆ และผงที่เตรียมมาจากเลมอนดองให้รสชาติโทนสว่างมาตัดกับอโรมาทะเลของไข่หอยเม่นได้ดี (17/20)
Elica pastarosehip, anchovy, caperเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูมิภาค Campania โดยนำเสนอ Elica หรือพาสต้าทรงเกลียวกับ Marinara Sauce โดยเปลี่ยนจากมะเขือเทศแบบสูตรต้นตำรับมาใช้ Rosehip Extract หรือผลกุหลาบป่า เชฟไปผ่านการคั่วในเตาร้อนและผ่านกระบวนการอื่น ๆ ต่ออีก 15 วันเพื่อสร้างรสชาติที่คล้ายกันกับมะเขือเทศแต่มีความกลมกล่อมทางรสชาติ ด้านบนคือแอนโชวี่หมัก เคเปอร์ เฟนเนล และน้ำมันออร์ริกาโน (18/20)
รูปที่ 21
Elica pastarosehip, anchovy, caperเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากภูมิภาค Campania โดยนำเสนอ Elica หรือพาสต้าทรงเกลียวกับ Marinara Sauce โดยเปลี่ยนจากมะเขือเทศแบบสูตรต้นตำรับมาใช้ Rosehip Extract หรือผลกุหลาบป่า เชฟไปผ่านการคั่วในเตาร้อนและผ่านกระบวนการอื่น ๆ ต่ออีก 15 วันเพื่อสร้างรสชาติที่คล้ายกันกับมะเขือเทศแต่มีความกลมกล่อมทางรสชาติ ด้านบนคือแอนโชวี่หมัก เคเปอร์ เฟนเนล และน้ำมันออร์ริกาโน (18/20)
Blue lobsterpumpkin, tangerineBlue Lobster เตรียมมาสุกกำลังดีจับคู่กับกับซอสส้ม Tangerine จากนั้นท็อปด้วย Black Kale Leaf ข้าง ๆ เชฟใส่รสหวานของครีมฟักทองลงไปคู่กับความฉุนของ Dijon Mustard (17/20)
รูปที่ 22
Blue lobsterpumpkin, tangerineBlue Lobster เตรียมมาสุกกำลังดีจับคู่กับกับซอสส้ม Tangerine จากนั้นท็อปด้วย Black Kale Leaf ข้าง ๆ เชฟใส่รสหวานของครีมฟักทองลงไปคู่กับความฉุนของ Dijon Mustard (17/20)
Blue lobsterpumpkin, tangerineจากนั้นจบด้วย Tortelli หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวที่ด้านในบรรจุเนื้อกุ้ง Blue Lobster เอาไว้เช่นกัน รอบ ๆ คือซอสฟักทองย่างและน้ำมันต้นหอม (17/20)
รูปที่ 23
Blue lobsterpumpkin, tangerineจากนั้นจบด้วย Tortelli หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวที่ด้านในบรรจุเนื้อกุ้ง Blue Lobster เอาไว้เช่นกัน รอบ ๆ คือซอสฟักทองย่างและน้ำมันต้นหอม (17/20)
Pre-dessertล้างปากด้วยไอศกรีมกะหล่ำดอกท็อปด้วยไข่ปลา Bottarga และชิ้นกะหล่ำดอกที่ฝานบางแบบ Carpaccio
รูปที่ 24
Pre-dessertล้างปากด้วยไอศกรีมกะหล่ำดอกท็อปด้วยไข่ปลา Bottarga และชิ้นกะหล่ำดอกที่ฝานบางแบบ Carpaccio
Pre-dessertอีกส่วนหนึ่งคือไอศกรีม Liqourice ท็อปด้านโฟมมะนาวและผงเคเปอร์ จานเสิร์ฟให้สำหรับคนที่ได้ของหวานเป็น Carob
รูปที่ 25
Pre-dessertอีกส่วนหนึ่งคือไอศกรีม Liqourice ท็อปด้านโฟมมะนาวและผงเคเปอร์ จานเสิร์ฟให้สำหรับคนที่ได้ของหวานเป็น Carob
Lentilhazelnut, vanillaเชฟอาศัยแรงบันดาลใจจากขนมหวาน Mont Blanc แต่ปรับรูปแบบจากเกาลัดมาใช้ถั่ว Lentil ในการเสิร์ฟแทน ด้านล่างคือ Miso-Lentil Ganache ชั้นกลางคือ Italian Meringue แทนที่ความหวานของน้ำตาล ด้านบนคือ Candied Lentil ที่มีความหวานและเนื้อสัมผัสสาก ๆ เล็กน้อยผสานเข้ากันกับน้ำมันถั่ว Hazelnut ได้อย่างลงตัว (17/20)
รูปที่ 26
Lentilhazelnut, vanillaเชฟอาศัยแรงบันดาลใจจากขนมหวาน Mont Blanc แต่ปรับรูปแบบจากเกาลัดมาใช้ถั่ว Lentil ในการเสิร์ฟแทน ด้านล่างคือ Miso-Lentil Ganache ชั้นกลางคือ Italian Meringue แทนที่ความหวานของน้ำตาล ด้านบนคือ Candied Lentil ที่มีความหวานและเนื้อสัมผัสสาก ๆ เล็กน้อยผสานเข้ากันกับน้ำมันถั่ว Hazelnut ได้อย่างลงตัว (17/20)
Carobchicoryของหวานอีกจานที่เราขอสลับมาจากอีก Tasting Menu หนึ่งเชฟอาศัยแรงบันดาลใจมาจาก Bread & Chocolate โดยนำเสนอวัตถุดิบหาชิมยากอย่าง Carob หรือคารอบซึ่งเป็นพืชวงศ์ถั่วในแถบทะเล Mediterranean ให้อโรมาหอมโดดเด่นผสานเข้ากันกับกาแฟและ Chicory เสิร์ฟมากับ Carob Pompidou เชฟแนะนำให้ชิมไอศกรีมคารอบกาแฟและ Chicory ควบคู่กันกับเพื่อให้ได้อุณหภูมิทั้งร้อนและเย็นไปพร้อมกัน (18/20)
รูปที่ 27
Carobchicoryของหวานอีกจานที่เราขอสลับมาจากอีก Tasting Menu หนึ่งเชฟอาศัยแรงบันดาลใจมาจาก Bread & Chocolate โดยนำเสนอวัตถุดิบหาชิมยากอย่าง Carob หรือคารอบซึ่งเป็นพืชวงศ์ถั่วในแถบทะเล Mediterranean ให้อโรมาหอมโดดเด่นผสานเข้ากันกับกาแฟและ Chicory เสิร์ฟมากับ Carob Pompidou เชฟแนะนำให้ชิมไอศกรีมคารอบกาแฟและ Chicory ควบคู่กันกับเพื่อให้ได้อุณหภูมิทั้งร้อนและเย็นไปพร้อมกัน (18/20)
Carobchicoryตัวอย่างของฝัก Carob (18/20)
รูปที่ 28
Carobchicoryตัวอย่างของฝัก Carob (18/20)
Mignardisesปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Pumpkin Tarte Tartin เสิร์ฟมากับ Amaretto Whipping Cream และ Pumpkin Seed Ice Cream พนักงานแนะนำให้ทาวิปปิ้งครีมลงบนทาร์ตตาแตงอีกด้วย
รูปที่ 29
Mignardisesปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Pumpkin Tarte Tartin เสิร์ฟมากับ Amaretto Whipping Cream และ Pumpkin Seed Ice Cream พนักงานแนะนำให้ทาวิปปิ้งครีมลงบนทาร์ตตาแตงอีกด้วย
Tiramisu Cakeนอกจากนี้ทางร้านยังมอบ Tiramisu Cake ให้สำหรับผู้ที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ
รูปที่ 30
Tiramisu Cakeนอกจากนี้ทางร้านยังมอบ Tiramisu Cake ให้สำหรับผู้ที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 31
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 32
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 33
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
จับคู่อาหารหวานกับกาแฟร้แน ๆ
รูปที่ 34
จับคู่อาหารหวานกับกาแฟร้แน ๆ
🎗️ [THE PLACE] The First Arte, Rome เป็นโรคแรมบูติกระดับ 5 ดาวสุดหรูในเครือ Pavilions Hotel & Resorts มีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่บนถนน Via del Vantaggio ใกล้กับ Piazza del Popolo ใจกลางเมืองหลวงของประเทศอิตาลี
รูปที่ 35
🎗️ [THE PLACE] The First Arte, Rome เป็นโรคแรมบูติกระดับ 5 ดาวสุดหรูในเครือ Pavilions Hotel & Resorts มีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่บนถนน Via del Vantaggio ใกล้กับ Piazza del Popolo ใจกลางเมืองหลวงของประเทศอิตาลี
นอกจาก Acquaroof ซึ่งเป็นรูฟท็อปบาร์ชื่อดังแล้ว บริเวณชั้น G ยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในประเทศอิตาลีอย่าง Acquolina อีกด้วย
รูปที่ 36
นอกจาก Acquaroof ซึ่งเป็นรูฟท็อปบาร์ชื่อดังแล้ว บริเวณชั้น G ยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในประเทศอิตาลีอย่าง Acquolina อีกด้วย
ภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราและโมเดิร์นโดยเน้นการจัดแสงที่ผสมผสานระหว่างไฟเพดานไฟที่ซ่อนอยู่ด้านข้างของเพดาน พรมสีน้ำเงินเข้มและเพดานสีดำสร้างความรู้สึกหรูหราและลุ่มลึก
รูปที่ 37
ภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราและโมเดิร์นโดยเน้นการจัดแสงที่ผสมผสานระหว่างไฟเพดานไฟที่ซ่อนอยู่ด้านข้างของเพดาน พรมสีน้ำเงินเข้มและเพดานสีดำสร้างความรู้สึกหรูหราและลุ่มลึก
จุดดึงดูดสายตาสำคัญคือโต๊ะตรงกลางร้านที่มีแจกันขนาดใหญ่ใส่ดอกไม้สดสีสันสดใสช่วยดึงสายตาและเพิ่มชีวิตชีวาให้กับบรรยากาศโดยรวม
รูปที่ 38
จุดดึงดูดสายตาสำคัญคือโต๊ะตรงกลางร้านที่มีแจกันขนาดใหญ่ใส่ดอกไม้สดสีสันสดใสช่วยดึงสายตาและเพิ่มชีวิตชีวาให้กับบรรยากาศโดยรวม
โต๊ะรับประทานอาหารปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา เก้าอี้บุผ้าสีเทานั่งสบายสร้างความผ่อนคลายให้กับลูกค้าได้ตลอดมื้ออาหาร
รูปที่ 39
โต๊ะรับประทานอาหารปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา เก้าอี้บุผ้าสีเทานั่งสบายสร้างความผ่อนคลายให้กับลูกค้าได้ตลอดมื้ออาหาร
ด้านหลังของร้านมีห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย ทั้งยังมีภาพตกแต่งผนังช่วยเพิ่มมิติให้กับบรรยากาศโดยรวม แก้วน้ำสีน้ำเงินและแจกันดอกไม้เล็ก ๆ บ่งบอกถึงการจัดโต๊ะแบบมินิมอล
รูปที่ 40
ด้านหลังของร้านมีห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย ทั้งยังมีภาพตกแต่งผนังช่วยเพิ่มมิติให้กับบรรยากาศโดยรวม แก้วน้ำสีน้ำเงินและแจกันดอกไม้เล็ก ๆ บ่งบอกถึงการจัดโต๊ะแบบมินิมอล
🎗️ [THE CHEF] Daniele Lippi เป็นเชฟหนุ่มมากพรสวรรค์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในกรุง Rome เขาเกิดในปี 1990 และเคยร่วมงานกับพี่น้อง Troiani ที่ห้องอาหาร Il Convivio Troiani (1 MICHELIN Star) อยู่นานถึง 9 ปีจนได้รับตำแหน่งเป็นถึง Head Chef ในปี 2015 หลังจากนั้นเขาเริ่มต้นออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Alléno Paris au Pavillon Ledoyen (3 MICHELIN Stars), Piazza Duomo (3 MICHELIN Stars, MICHELIN Green Star), Alinea (3 MICHELIN Stars) และ Lasarte (3 MICHELIN Stars) ต่อมาในปี 2019 เขาได้บรรลุข้อตกลงในการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร Acquolina ซึ่งในขณะนั้นได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars อยู่เดิมก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2022
รูปที่ 41
🎗️ [THE CHEF] Daniele Lippi เป็นเชฟหนุ่มมากพรสวรรค์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในกรุง Rome เขาเกิดในปี 1990 และเคยร่วมงานกับพี่น้อง Troiani ที่ห้องอาหาร Il Convivio Troiani (1 MICHELIN Star) อยู่นานถึง 9 ปีจนได้รับตำแหน่งเป็นถึง Head Chef ในปี 2015 หลังจากนั้นเขาเริ่มต้นออกเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Alléno Paris au Pavillon Ledoyen (3 MICHELIN Stars), Piazza Duomo (3 MICHELIN Stars, MICHELIN Green Star), Alinea (3 MICHELIN Stars) และ Lasarte (3 MICHELIN Stars) ต่อมาในปี 2019 เขาได้บรรลุข้อตกลงในการรับงานเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร Acquolina ซึ่งในขณะนั้นได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars อยู่เดิมก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2022
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Daniele Lippi นำเสนออาหารเมดิเตอร์เรเนียนออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ที่เขาเดินทางไปทั่วโลกผ่าน Tasting Menu ทั้ง 2 ชุดคือ Periplo (220 €) จำนวน 7 คอร์สและ Anabasi Catabasi (240 €) จำนวน 9 คอร์ส
รูปที่ 42
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Daniele Lippi นำเสนออาหารเมดิเตอร์เรเนียนออกมาในเชิงสร้างสรรค์โดยอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ที่เขาเดินทางไปทั่วโลกผ่าน Tasting Menu ทั้ง 2 ชุดคือ Periplo (220 €) จำนวน 7 คอร์สและ Anabasi Catabasi (240 €) จำนวน 9 คอร์ส
ห้องรับรองลูกค้า
รูปที่ 43
ห้องรับรองลูกค้า
🎗️ [WHY GO] Acquolina เป็นห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนี่งในประเทศอิตาลี อาหารทุกจานสามารถแสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟ Daniele Lippi ได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ รายการไวน์มีให้เลือกหลายหลายและมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 40 € เท่านั้น การบริการดีเลิศจนอาจพูดได้อย่างเต็มปากว่าดีงามที่สุดในกรุง Rome สำหรับผู้ที่มองหามื้ออาหารที่เป็นมากกว่าการรับประทานอาหาร Acquolina คือตัวเลือกที่พาคุณดื่มด่ำกับความงดงามแห่งการทำอาหารขั้นสูงพร้อมความประทับใจที่ยากจะลืมได้ลง
รูปที่ 44
🎗️ [WHY GO] Acquolina เป็นห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนี่งในประเทศอิตาลี อาหารทุกจานสามารถแสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟ Daniele Lippi ได้อย่างน่าสนใจ ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ รายการไวน์มีให้เลือกหลายหลายและมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 40 € เท่านั้น การบริการดีเลิศจนอาจพูดได้อย่างเต็มปากว่าดีงามที่สุดในกรุง Rome สำหรับผู้ที่มองหามื้ออาหารที่เป็นมากกว่าการรับประทานอาหาร Acquolina คือตัวเลือกที่พาคุณดื่มด่ำกับความงดงามแห่งการทำอาหารขั้นสูงพร้อมความประทับใจที่ยากจะลืมได้ลง