
Acqua Bangkok · อะควา แบงค็อก
Italian · อาหารอิตาลี — 16/18 ซอยสมคิด, ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี, เขตปทุมวัน, กรุงเทพมหานคร 10330
🎗 [INTRO] หลังจากห้องอาหาร Acqua เปิดทำการเป็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ตและสร้างชื่อเสียงจนมีชื่อเข้าไปติดในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับปี 2019 เจ้าของร้านเชฟ Alessandro Frau ได้เริ่มต้นความฝันในการนำเสนออาหารสไตล์ Italian Fine Dining อย่างเต็มตัวโดยการเฟ้นหาทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพแล้วค่อย ๆ ตกแต่งในสไตล์ของตัวเองจนได้ออกมาเป็นห้องอาหาร Acqua Bangkok ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Acqua Bangkok ตั้งอยู่ในซอยสมคิดย่านปทุมวัน พื้นที่ด้านหน้าประกอบไปด้วยที่จอดรถพร้อมกับสวนขนาดย่อมช่วยเสริมให้บรรยากาศดูร่มรื่นตา ตัวอาคารกั้นด้วยกระจกใสช่วยให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา เชฟ Alessandro Frau ยังคงยึดโทนสีขาวสลับดำในการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะไปจนถึงสมุดเมนู ครั้นเงยหน้าขึ้นมองบนเพดานจะพบกับโคมไฟขนาดใหญ่สุดอลังการไม่ต่างจากตัวร้านที่จังหวัดภูเก็ต บริเวณลึกเข้าไปลูกค้าจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและห้องครัวแบบ Open Kitchen ข้างกันเป็นห้องที่เปรียบได้ดั่งสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบไวน์เพราะเชฟตั้งใจคัดเลือกไวน์ชั้นดีมาจากประเทศอิตาลีและทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผล สุดท้ายสำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มสามารถขอจองห้องส่วนตัวได้โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมอีกด้วย
🎗 [THE CHEF] Alessandro Frau เกิดและเติบโตขึ้นมาบนเกาะ Sardinia ห่างออกไปทางตะวันตกของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเกี่ยวกับ Tourism Management จากมหาวิทยาลัยท้องถิ่นเขาตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อวิชาภาษาอังกฤษที่กรุงลอนดอนในปี 1999 พร้อมกับทำอาชีพเสริมเป็นผู้ช่วยเชฟในห้องอาหารหลายเเห่งรวมไปถึงห้องอาหารอิตาเลียนชื่อดังในโรงแรม Grosvenor House Hotel อีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอตัวเขาจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพเชฟพร้อมกับเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากหลากหลายประเทศทั่วโลกเช่นเม็กซิโก, สวีเดน, ฝรั่งเศส ก่อนจะเดินทางมารับตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับโรงแรม Sheraton Grande Laguna Hotel ที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2004 ดูแลห้องอาหารในเครือกว่า 12 แห่งนั่นเอง กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีเชฟ Alessandro Frau ตัดสินใจที่จะเปิดห้องอาหารในฝันแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นบริเวณริมหาดป่าตองโดยใช้ชื่อว่า Acqua นำเสนออาหารอิตาลีในรูปแบบร่วมสมัยไปพร้อม ๆ กับเมนูแบบคลาสสิคดั้งเดิมซึ่งนับเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับจังหวัดภูเก็ตหรือกระทั่งประเทศไทยในสมัยนั้น ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลามจนมีชื่อเข้าไปติดในคู่มือ MICHELIN Guide อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2019 อีกด้วย
🎗 [THE FOOD] สำหรับสาขาที่กรุงนั้นเชฟ Alessandro Frau นำเสนออาหารที่ใกล้เคียงกับอุดมคติของตัวเองมากยิ่งขึ้น เขายกเลิกการขายเมนูพิซซ่าหน้าต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารคลาสสิคเพื่อนำเสนออาหารอิตาลีในรูปแบบร่วมสมัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในช่วงแรกตัวร้านจัดเสิร์ฟเฉพาะเมนูแบบ À La Carte ให้เลือกสั่งกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 480-3,000 บาทขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบ เมื่อเปิดรายการเมนูออกดูจะพบกับเมนู Signature Dish ที่เชฟยกมาจากร้านสาขาแรกในจังหวัดภูเก็ตรวมไปถึงจานที่ผ่านการรังสรรค์ขึ้นมาใหม่อีกมากมายโดยในวันนี้เราได้ขอให้เชฟจัด Degustation Menu แบบพิเศษเพื่อที่จะได้ลิ้มลองเมนูเด็ดได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Sacha Di Silvestre ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานในห้องอาหารอิตาลีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง Osteria Francescana ณ Casa Maria Luigia ในเมือง Modena โดยไวน์ทุกแก้วที่จับคู่กับอาหารในวันนี้ถือว่าเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมาก ๆ โดยเฉพาะกับร้านที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียง 4 เดือน สำหรับอาหารที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นจนเราต้องยกมาเล่าให้ฟังตรงนี้อย่างเช่น
✨ Squid tagliatelle marinated with mint and extra virgin olive oil, Siberian caviar and asparagus
เชฟนำปลาหมึกมาแล่เป็นชิ้นแบนบางคล้ายกันกับพาสต้า Tagliatelle แต่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบไม่เหมือนใคร จากนั้นนำไปหมักกับใบมิ้นต์, เลมอน และน้ำมันมะกอก EVO ช่วยเรียกความสดชื่น เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความกรอบของหน่อไม้ฝรั่งฝานบาง ในทางรสชาติเชฟเสริมความเค็มนิด ๆ ของ Siberian Caviar ลงไปในจานได้อย่างลงตัว (15/20)
✨ Sardinian smoked eel, served with pickled vegetable sweet and sour white balsamico vinegar sauce and grilled crispy country bread topped with smoked mozzarella and Avruga caviar
สำหรับคอร์สนี้เชฟ Alessandro Frau ตั้งใจสื่อถึงความทรงจำในวัยเด็กซึ่งตัวเขานั้นเคยชิมปลา Sardines ที่ผ่านกระบวนการดองแบบพื้นบ้านจนให้รสชาติอันกลมกล่อม ในที่นี้เชฟตั้งใจเปลี่ยนมาใช้เนื้อปลาไหลทะเลจากเกาะ Sardinia บ้านเกิดนำมารมควันจนมีกลิ่นหอมเข้าเนื้อและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายแตกต่างกันไปกับผักดองฝานบางหลากหลายชนิด รอบ ๆ คือน้ำซอสที่เตรียมมาจาก Balsamico Bianco หรือ White Balsamic Vinegar ผสมกับไวน์ขาวให้รสชาติเปรี้ยวหวานแต่มีความเบา (Light) กว่า Balsamic Vinegar แบบปกติ อีกหนึ่งเสิร์ฟย่อยข้างกันคือขนมปัง Country Bread กรอบ ๆ ตรงกลางคือ Smoked Mozzarella ที่มีความหอมมันและ Avruga Caviar ให้รสชาติเค็มเบา ๆ นั่นเอง (16/20)
🎗 [WHY GO] Acqua Bangkok คือการเติมเต็มความฝันของเชฟ Alessandro Frau เนื่องจากตัวเขาสามารถรังสรรค์เมนูอาหารออกมาในรูปแบบใหม่ตามใจตัวเองโดยไม่ต้องกังวลถึงยอดขายเมนูคลาสสิคอย่างพิซซ่าหรือพาสต้าเหมือนห้องอาหารอิตาลีทั่ว ๆ ไป ราคาทั้งอาหารและไวน์ถือว่าสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกันกับความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพของวัตถุดิบ พนักงานและ Sommelier สามารถแนะนำอาหารและไวน์ได้อย่างละเอียด บรรยากาศโดยรวมมีความหรูหราแบบห้องอาหาร Fine Dining แต่ยังคงเอาไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าทุก ๆ วัยนั่นเอง
✨ Memories of “Fior di Latte” milk semifreddo, foam, sauce and ice cream
สำหรับของหวานเชฟตั้งใจนำเสนอความทรงจำในวัยเยาว์ที่คุณแม่ของเขาพาไปยังร้านไอศกรีมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอสำหรัยเด็ก ๆ องค์ประกอบหลักของจานคือ Fior di Latte หรือไอศกรีมแบบไม่ผสมนมสไตล์อิตาลีเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบทั้ง Semifreddo คลุมด้วยแผ่น Gelatin รอบ ๆ คือ Sauce ที่มีความครีมมี่หอมมัน ส่วนฝั่งขวาคือองค์ประกอบหลักอย่าง Ice Cream ซึ่งให้รสชาติหวานละมุนเข้ากันดีกับ Meringue ที่พร้อมจะละลายไปในปากนั่นเอง (16/20)
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 40 รูป






















![🎗 [INTRO] หลังจากห้องอาหาร Acqua เปิดทำการเป็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ตและสร้างชื่อเสียงจนมีชื่อเข้าไปติดในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับปี 2019](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/10/311452713_8653766491364738_4127765370774676499_n.webp)

![🎗 [THE CHEF] Alessandro Frau เกิดและเติบโตขึ้นมาบนเกาะ Sardinia ห่างออกไปทางตะวันตกของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเกี่ยวกับ Tourism Management จากมหาวิทยาลัยท้องถิ่นเขาตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อวิชาภาษาอังกฤษที่กรุงลอนดอนในปี 1999 พร้อมกับทำอาชีพเสริมเป็นผู้ช่วยเชฟในห้องอาหารหลายเเห่งรวมไปถึงห้องอาหารอิตาเลียนชื่อดังในโรงแรม Grosvenor House Hotel อีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอตัวเขาจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพเชฟพร้อมกับเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากหลากหลายประเทศทั่วโลกเช่นเม็กซิโก, สวีเดน, ฝรั่งเศส ก่อนจะเดินทางมารับตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับโรงแรม Sheraton Grande Laguna Hotel ที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2004 ดูแลห้องอาหารในเครือกว่า 12 แห่งนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/10/311574315_8653764091364978_4135331849313155242_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Acqua Bangkok ตั้งอยู่ในซอยสมคิดย่านปทุมวัน เชฟ Alessandro Frau ยังคงยึดโทนสีขาวสลับดำในการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะไปจนถึงสมุดเมนู](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/10/311574734_8653763944698326_1444050856168919792_n.webp)









![🎗 [THE FOOD] สำหรับสาขาที่กรุงนั้นเชฟ Alessandro Frau นำเสนออาหารที่ใกล้เคียงกับอุดมคติของตัวเองมากยิ่งขึ้น เขายกเลิกการขายเมนูพิซซ่าหน้าต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารคลาสสิคเพื่อนำเสนออาหารอิตาลีในรูปแบบร่วมสมัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในช่วงแรกตัวร้านจัดเสิร์ฟเฉพาะเมนูแบบ À La Carte ให้เลือกสั่งกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 480-3,000 บาทขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบ เมื่อเปิดรายการเมนูออกดูจะพบกับเมนู Signature Dish ที่เชฟยกมาจากร้านสาขาแรกในจังหวัดภูเก็ตรวมไปถึงจานที่ผ่านการรังสรรค์ขึ้นมาใหม่อีกมากมายโดยในวันนี้เราได้ขอให้เชฟจัด Degustation Menu แบบพิเศษเพื่อที่จะได้ลิ้มลองเมนูเด็ดได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/10/311568572_8653764564698264_8349866103321984359_n.webp)



