GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Aan de Poel
2 MICHELIN Stars

NetherlandsAan de Poel · อาน เดอ โพล

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Handweg 1, 1185 TS Amstelveen, Netherlands

🎗 [INTRO] Aan de Poel เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองอันเงียบสงบของกรุง Amsterdam เชฟเจ้าของร้าน Stefan van Sprung นำเสนออาหารในรูปแบบ Creative ประกอบกับไปกับไวน์ชั้นเลิศและบรรยากาศสุดสบายริมทะเลสาบในราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบนี้

🎗 [THE PLACE] Amstelveen เป็นชุมชนชานเมืองทางตอนใต้ของกรุง Amsterdam โดดเด่นด้วย Nes aan de Amstel หมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 และ Blosempark สวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระริมทะเลสาบ De Poel อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งแลนมาร์คสำคัญที่ดึงดูดสายตาของบรรดานักชิมจากทั่วทั้งยุโรปนั่นก็คือห้องอาหารชั้นสูงนามว่า Aan de Poel (แปลตรงตัวได้ว่า At The Pond) ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบ ภายในตกแต่งแบบโมเดิร์นด้วยโทนสีเข้ม ห้องครัวแบบ Open kitchen ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบมีการเคลื่อนไหว ฝั่งหนึ่งกั้นด้วยประตูกระจกใสเปิดออกสู่พื้นที่เทอเรสริมทะเลสาบซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการผ่อนคลายในยามพระอาทิตย์ตกดิน

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Stefan van Sprung เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนาน Cas Spijkers ณ ห้องอาหาร De Swaen (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และ Ron Blaaw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) ก่อนจะเปิดห้องอาหาร Aan de Poel เป็นของตัวเองในปี 2007 ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2009 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2013 ส่วนรูปแบบการปรุงนั้นเชฟ Stefan van Sprung อาศัยพื้นฐานจากอาหารฝรั่งเศสแต่ผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียจนออกมาเป็นอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ซ้ำใคร ทุกจานมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่ต้องตีความมากนัก ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCH MENU ในช่วงมื้อกลางวันนำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่าที่ 3 Courses/89 € และ 4 Courses/99 € ส่วนมื้อเย็นจะถูกจัดเสิร์ฟในรูปแบบของ CHEF'S MENU จำนวน 5 Courses/159 € นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำสำหรับสั่งเพิ่มแบบ À La Carte อย่างเช่น ‘KLC’ ที่ประกอบไปด้วย Kingcrab, Langoustine & Caviar 10 gr. เป็นต้น Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Robert Veuger ยังคัดสรรค์ไวน์กว่า 600 Labels ที่เข้ากันกับมื้ออาหารได้เป็นอย่างดีนำเสนอมาในราคาเริ่มต้นที่ราว ๆ ขวดละ 40-50 € เท่านั้นโดยในมื้อนี้เราได้ลิ้มลองไวน์ Château Favray Pouilly-Fumé 2020 จากแถบ Upper Loire ประเทศฝรั่งเศสและ Pacher Hof Kerner 2021 จาก Südtirol-Alto Adige ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีประกอบกันไปกับเมนูที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นเช่น

✨ HAMACHI & TOM YAM

Pink apple, red pepper

จานคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างต้มยำจัดแสดงมาในจานขนาดใหญ่ เชฟ Stefan van Sprung ใส่เครื่องต้มยำลงไปในแบบฉบับของเชฟทั้งพริก กระเทียม ผักชี หัวหอมใหญ่ และวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปลา Hamachi โดยตัวต้มยำถูกเตรียมให้เนื้อสัมผัสเกือบคล้ายวุ้นเพื่อให้เกิดเลเยอร์บาง ๆ ปกคลุมที่ชิ้นปลาก่อนจะนำมาจัดเตรียมลงจานต่อหน้าลูกค้า ปลา Hamachi โรยด้วยเกลือเล็กน้อยให้กลิ่นหอมของต้มยำแบบไทย ด้านล่างมีผักหลายชนิดเช่น Green radish, ถั่ว Sugar snap pea และเห็ด Shiitake ช่วยเสริมความกรอบ องค์ประกอบสีเขียวรอบ ๆ คือ Chive oil vinaigrette และครีมตรงกลางคือ Wasabi mayonnaise ช่วยเสริมกลิ่นและเชื่อมเนื้อสัมผัสของแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (17/20)

✨ FILLET OF PLAICE & CURRY

Fruits der mer, green peas

ปลา Plaice fish ในกลุ่มปลาตาเดียวย่างจนสุกจับคู่กับซอสแกงให้อโรมาเฉพาะตัว ด้านบนคือ Mussels หรือหอยแมลงภู่ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม, Razor clam หรือหอยหลอดให้ความหนึบ เชฟปรุงรสด้วยมะกอกเขียวและมะนาวเผา รอบ ๆ คือขนมปังและถั่วลันเตากรอบช่วยไล่เรียงเนื้อสัมผัสให้ออกมาได้มีมิติอย่างน่าประทับใจ (17/20)

✨ STRAWBERRY DESSERT

Structures of strawberry

ของหวานจานเด็ดในวันนี้คือ Strawberry เสิร์ฟมาหลากหลายองค์ประกอบ ในจานแรกคือ Strawberry jelly นุ่ม ๆ ท็อปด้วย Strawberry salad และ Strawberry ice cream อีกจานหนึ่งคือ Strawberry cream เสิร์ฟมากับ Strawberry marshmallow นุ่มหนึบ Strawberry meringue แผ่น Tuile กรอบ ๆ และ Strawberry juice สด ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)

🎗 [WHY GO] เมื่อเทียบองค์ประกอบทุกอย่างในมื้ออาหารทั้งรสชาติ ไวน์ ราคา บรรยากาศ บริการ และทำเลที่ตั้งทำให้ Aan de Poel ถือเป็นห้องอาหารอันดับต้น ๆ ของประเทศเนเธอแลนด์ที่เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ตามรอยมาชิมกัน ถึงแม้ว่าเซ็ตเมนูช่วงมื้อกลางวันจะมีราคาที่เข้าถึงง่ายแต่เราเชื่อว่าภาพจำของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนลงต่ำและค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปกับแสงสะท้อนสีระเรื่อริมทะเลสาบ De Poel ช่วงมื้อเย็นจะสามารถสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับทุก ๆ คนได้อย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 34 รูป

🇳🇱 Aan de Poel - อาน เดอ โพล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 16.5/20 Gault&Millau - 16.5/20 โก&มีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Stefan van Sprung - เชฟสเตฟาน ฟาน สปรุง
รูปที่ 1
🇳🇱 Aan de Poel - อาน เดอ โพล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵 16.5/20 Gault&Millau - 16.5/20 โก&มีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Stefan van Sprung - เชฟสเตฟาน ฟาน สปรุง
🎗 [INTRO] Aan de Poel เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองอันเงียบสงบของกรุง Amsterdam เชฟเจ้าของร้าน Stefan van Sprung นำเสนออาหารในรูปแบบ Creative ประกอบกับไปกับไวน์ชั้นเลิศและบรรยากาศสุดสบายริมทะเลสาบในราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบนี้
รูปที่ 2
🎗 [INTRO] Aan de Poel เป็นห้องอาหารระดับสูงที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองอันเงียบสงบของกรุง Amsterdam เชฟเจ้าของร้าน Stefan van Sprung นำเสนออาหารในรูปแบบ Creative ประกอบกับไปกับไวน์ชั้นเลิศและบรรยากาศสุดสบายริมทะเลสาบในราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบนี้
BITES & AMUSES เริ่มต้นด้วย Amuse bouches อย่างแรกคือ Taco ขนาดจิ๋ว แป้งบางกรอบ ภายในบรรจุมะเขือหอม ๆ และ Red pepper cream ส่งกลิ่นหอมขึ้นจมูก (15/20)
รูปที่ 3
BITES & AMUSES เริ่มต้นด้วย Amuse bouches อย่างแรกคือ Taco ขนาดจิ๋ว แป้งบางกรอบ ภายในบรรจุมะเขือหอม ๆ และ Red pepper cream ส่งกลิ่นหอมขึ้นจมูก (15/20)
BITES & AMUSES ถัดมาคือแป้ง Choux กรอบด้านในสอดไส้ครีม Black truffle หวานหอม ข้างกันคือ Watermelon หรือแตงโมหวานฉ่ำจับคู่กับความกรอบของแครอทและอโรมาของวาซาบิแต่กลับไม่มีรสชาติเผ็ดติดมาแม้แต่น้อย (15/20)
รูปที่ 4
BITES & AMUSES ถัดมาคือแป้ง Choux กรอบด้านในสอดไส้ครีม Black truffle หวานหอม ข้างกันคือ Watermelon หรือแตงโมหวานฉ่ำจับคู่กับความกรอบของแครอทและอโรมาของวาซาบิแต่กลับไม่มีรสชาติเผ็ดติดมาแม้แต่น้อย (15/20)
Bread, butter & olive oil ขนมปังเสิร์ฟมากับเนยและน้ำมันมะกอก
รูปที่ 5
Bread, butter & olive oil ขนมปังเสิร์ฟมากับเนยและน้ำมันมะกอก
BITES & AMUSES จบด้วย Cucumber หรือแตงกวาทำมาเป็นมูสช่วยเรียกความสดชื่นเสริมด้วยรสเค็มของมิโสะและรสเปรี้ยวเบา ๆ ของยูซุ (15/20)
รูปที่ 6
BITES & AMUSES จบด้วย Cucumber หรือแตงกวาทำมาเป็นมูสช่วยเรียกความสดชื่นเสริมด้วยรสเค็มของมิโสะและรสเปรี้ยวเบา ๆ ของยูซุ (15/20)
HAMACHI & TOM YAM Pink apple, red pepper เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยเมนูคุ้นตาอย่างต้มยำแบบไทยแท้ ๆ จัดแสดงมาในจานขนาดใหญ่ เชฟ Stefan van Sprung ใส่เครื่องต้มยำลงไปทั้งพริก กระเทียม ผักชี หัวหอมใหญ่ และวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปลา Hamachi โดยตัวต้มยำถูกเตรียมให้เนื้อสัมผัสเกือบคล้ายวุ้นเพื่อให้เกิดเลเยอร์บาง ๆ ปกคลุมที่ชิ้นปลานั่นเอง (17/20)
รูปที่ 7
HAMACHI & TOM YAM Pink apple, red pepper เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยเมนูคุ้นตาอย่างต้มยำแบบไทยแท้ ๆ จัดแสดงมาในจานขนาดใหญ่ เชฟ Stefan van Sprung ใส่เครื่องต้มยำลงไปทั้งพริก กระเทียม ผักชี หัวหอมใหญ่ และวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปลา Hamachi โดยตัวต้มยำถูกเตรียมให้เนื้อสัมผัสเกือบคล้ายวุ้นเพื่อให้เกิดเลเยอร์บาง ๆ ปกคลุมที่ชิ้นปลานั่นเอง (17/20)
HAMACHI & TOM YAM Pink apple, red pepper จากนั้นเชฟจะนำชิ้นปลามาจัดเตรียมลงจานต่อหน้าลูกค้า (17/20)
รูปที่ 8
HAMACHI & TOM YAM Pink apple, red pepper จากนั้นเชฟจะนำชิ้นปลามาจัดเตรียมลงจานต่อหน้าลูกค้า (17/20)
HAMACHI & TOM YAM Pink apple, red pepper ปลา Hamachi เนื้อนุ่มโรยด้วยเกลือเล็กน้อยให้กลิ่นหอมของต้มยำแบบไทย ด้านล่างคือผักหลายชนิดเช่น Green radish, ถั่ว Sugar snap pea และเห็ด Shiitake ช่วยเสริมความกรอบ องค์ประกอบสีเขียวรอบ ๆ คือ Chive oil vinaigrette และครีมตรงกลางคือ Wasabi mayonnaise ช่วยเสริมกลิ่นและเชื่อมเนื้อสัมผัสของแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (17/20)
รูปที่ 9
HAMACHI & TOM YAM Pink apple, red pepper ปลา Hamachi เนื้อนุ่มโรยด้วยเกลือเล็กน้อยให้กลิ่นหอมของต้มยำแบบไทย ด้านล่างคือผักหลายชนิดเช่น Green radish, ถั่ว Sugar snap pea และเห็ด Shiitake ช่วยเสริมความกรอบ องค์ประกอบสีเขียวรอบ ๆ คือ Chive oil vinaigrette และครีมตรงกลางคือ Wasabi mayonnaise ช่วยเสริมกลิ่นและเชื่อมเนื้อสัมผัสของแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (17/20)
LANGOUSTINE & HAZELNUT Lobster, seaweed vinaigrette จานนี้คือเนื้อกุ้ง 2 ชนิดคือ Lobster และ Langoustine เตรียมมาสุกได้ระดับให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มเด้งและรสหวานโดยธรรมชาติ เชฟใส่ถั่ว Hazelnut มาเพื่อให้มีความกรอบเสริมมิติทางเนื้อสัมผัส ยังมีองค์ประกอบของบล็อคโคลี่ รอบ ๆ คือซอสสีเขียวทำมาจากแตงกวาและสาหร่ายวากาเมะให้รสชาติเค็มเล็กน้อยนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 10
LANGOUSTINE & HAZELNUT Lobster, seaweed vinaigrette จานนี้คือเนื้อกุ้ง 2 ชนิดคือ Lobster และ Langoustine เตรียมมาสุกได้ระดับให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มเด้งและรสหวานโดยธรรมชาติ เชฟใส่ถั่ว Hazelnut มาเพื่อให้มีความกรอบเสริมมิติทางเนื้อสัมผัส ยังมีองค์ประกอบของบล็อคโคลี่ รอบ ๆ คือซอสสีเขียวทำมาจากแตงกวาและสาหร่ายวากาเมะให้รสชาติเค็มเล็กน้อยนั่นเอง (16/20)
FILLET OF PLAICE & CURRY Fruits der mer, green peas ปลา Plaice fish ในกลุ่มปลาตาเดียวย่างจนสุกจับคู่กับซอสแกงให้อโรมาเฉพาะตัว ด้านบนคือ Mussels หรือหอยแมลงภู่ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม, Razor clam หรือหอยหลอดให้ความหนึบ เชฟปรุงรสด้วยมะกอกเขียวและมะนาวเผา รอบ ๆ คือขนมปังและถั่วลันเตากรอบช่วยไล่เรียงเนื้อสัมผัสให้ออกมาได้มีมิติอย่างน่าประทับใจ (17/20)
รูปที่ 11
FILLET OF PLAICE & CURRY Fruits der mer, green peas ปลา Plaice fish ในกลุ่มปลาตาเดียวย่างจนสุกจับคู่กับซอสแกงให้อโรมาเฉพาะตัว ด้านบนคือ Mussels หรือหอยแมลงภู่ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม, Razor clam หรือหอยหลอดให้ความหนึบ เชฟปรุงรสด้วยมะกอกเขียวและมะนาวเผา รอบ ๆ คือขนมปังและถั่วลันเตากรอบช่วยไล่เรียงเนื้อสัมผัสให้ออกมาได้มีมิติอย่างน่าประทับใจ (17/20)
PRIME BEEF & TRUFFLE Potato, Bearnaise เมนคอร์สจานสุดท้ายคือเนื้อวัว Prime beef ส่วน Entrecote เชฟ Torch แล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium rare ด้านบนคือ Black truffle หอม ๆ ราดด้วย Red wine jus และซอส Bearnaise สีเหลืองอ่อน ตรงกลางคือหน่อไม้ฝรั่ง ฝั่งขวามือคือมันฝรั่งเสิร์ฟมา 2 รูปแบบ ยังมีสลัดทำมาจากหน่อไม้ฝรั่งละชิ้นเห็ดนุ่มหนึบ (17/20)
รูปที่ 12
PRIME BEEF & TRUFFLE Potato, Bearnaise เมนคอร์สจานสุดท้ายคือเนื้อวัว Prime beef ส่วน Entrecote เชฟ Torch แล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium rare ด้านบนคือ Black truffle หอม ๆ ราดด้วย Red wine jus และซอส Bearnaise สีเหลืองอ่อน ตรงกลางคือหน่อไม้ฝรั่ง ฝั่งขวามือคือมันฝรั่งเสิร์ฟมา 2 รูปแบบ ยังมีสลัดทำมาจากหน่อไม้ฝรั่งละชิ้นเห็ดนุ่มหนึบ (17/20)
PRE-DESSERT ล้างปากด้วยสับปะรดย่างสไตล์บาบีคิวแต่ยังคงความฉ่ำเอาไว้ได้ดี เชฟราดด้วย Salted caramel sauce ท็อปด้วย White chocolate ที่อบในเตาอบจนได้ออกมาเป็น Crumble กรอบ ๆ จากนั้นพนักงานจะมาขูดพริกไทยดำลงไปใสจานต่อหน้าลูกค้าที่โต๊ะ (16/20)
รูปที่ 13
PRE-DESSERT ล้างปากด้วยสับปะรดย่างสไตล์บาบีคิวแต่ยังคงความฉ่ำเอาไว้ได้ดี เชฟราดด้วย Salted caramel sauce ท็อปด้วย White chocolate ที่อบในเตาอบจนได้ออกมาเป็น Crumble กรอบ ๆ จากนั้นพนักงานจะมาขูดพริกไทยดำลงไปใสจานต่อหน้าลูกค้าที่โต๊ะ (16/20)
STRAWBERRY DESSERT Structures of strawberry ของหวานจานเด็ดในวันนี้คือ Strawberry เสิร์ฟมาหลากหลายองค์ประกอบ (17/20)
รูปที่ 14
STRAWBERRY DESSERT Structures of strawberry ของหวานจานเด็ดในวันนี้คือ Strawberry เสิร์ฟมาหลากหลายองค์ประกอบ (17/20)
STRAWBERRY DESSERT Structures of strawberry ในจานแรกคือ Strawberry jelly นุ่ม ๆ ท็อปด้วย Strawberry salad และ Strawberry ice cream (17/20)
รูปที่ 15
STRAWBERRY DESSERT Structures of strawberry ในจานแรกคือ Strawberry jelly นุ่ม ๆ ท็อปด้วย Strawberry salad และ Strawberry ice cream (17/20)
STRAWBERRY DESSERT Structures of strawberry อีกจานหนึ่งคือ Strawberry cream เสิร์ฟมากับ Strawberry marshmallow นุ่มหนึบ Strawberry meringue แผ่น Tuile กรอบ ๆ และ Strawberry juice สด ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
รูปที่ 16
STRAWBERRY DESSERT Structures of strawberry อีกจานหนึ่งคือ Strawberry cream เสิร์ฟมากับ Strawberry marshmallow นุ่มหนึบ Strawberry meringue แผ่น Tuile กรอบ ๆ และ Strawberry juice สด ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
MIGNARDISES จบด้วย Mignardises เสิร์ฟมา Pastel de nata หรือทาร์ตไข่สไตล์โปรตุกีส แป้งพัฟด้านนอกกรอบในขณะที่ตรงกลางให้เนื้อสัมผัสครีมมี่จนคล้ายคัสตาร์ด Turkish delight และขนมที่ทำมาจากถั่ว Hazelnut และ Fudge
รูปที่ 17
MIGNARDISES จบด้วย Mignardises เสิร์ฟมา Pastel de nata หรือทาร์ตไข่สไตล์โปรตุกีส แป้งพัฟด้านนอกกรอบในขณะที่ตรงกลางให้เนื้อสัมผัสครีมมี่จนคล้ายคัสตาร์ด Turkish delight และขนมที่ทำมาจากถั่ว Hazelnut และ Fudge
ROSE TEA (8.25 €) เราเลือกจับคู่ขนมหวานกับ Rose tea อุ่น ๆ สักกาเข้ากันได้ดีมาก ๆ
รูปที่ 18
ROSE TEA (8.25 €) เราเลือกจับคู่ขนมหวานกับ Rose tea อุ่น ๆ สักกาเข้ากันได้ดีมาก ๆ
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Stefan van Sprung เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนาน Cas Spijkers ณ ห้องอาหาร De Swaen (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และ Ron Blaaw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) ก่อนจะเปิดห้องอาหาร Aan de Poel เป็นของตัวเองในปี 2007
รูปที่ 19
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Stefan van Sprung เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยร่วมงานกับเชฟระดับตำนาน Cas Spijkers ณ ห้องอาหาร De Swaen (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และ Ron Blaaw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) ก่อนจะเปิดห้องอาหาร Aan de Poel เป็นของตัวเองในปี 2007
ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2009 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2013 ส่วนรูปแบบการปรุงนั้นเชฟ Stefan van Sprung อาศัยพื้นฐานจากอาหารฝรั่งเศสแต่ผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียจนออกมาเป็นอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ซ้ำใคร ทุกจานมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่ต้องตีความมากนัก
รูปที่ 20
ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2009 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2013 ส่วนรูปแบบการปรุงนั้นเชฟ Stefan van Sprung อาศัยพื้นฐานจากอาหารฝรั่งเศสแต่ผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียจนออกมาเป็นอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ซ้ำใคร ทุกจานมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่ต้องตีความมากนัก
ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCH MENU ในช่วงมื้อกลางวันนำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่าที่ 3 Courses/89 € และ 4 Courses/99 € ส่วนมื้อเย็นจะถูกจัดเสิร์ฟในรูปแบบของ CHEF'S MENU จำนวน 5 Courses/159 € นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำสำหรับสั่งเพิ่มอย่างเช่น À La Carte อย่างเช่น ‘KLC’ ที่ประกอบไปด้วย Kingcrab, Langoustine & Caviar 10 gr. เป็นต้น
รูปที่ 21
ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCH MENU ในช่วงมื้อกลางวันนำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่าที่ 3 Courses/89 € และ 4 Courses/99 € ส่วนมื้อเย็นจะถูกจัดเสิร์ฟในรูปแบบของ CHEF'S MENU จำนวน 5 Courses/159 € นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำสำหรับสั่งเพิ่มอย่างเช่น À La Carte อย่างเช่น ‘KLC’ ที่ประกอบไปด้วย Kingcrab, Langoustine & Caviar 10 gr. เป็นต้น
Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Robert Veuger ยังคัดสรรค์ไวน์กว่า 600 Labels ที่เข้ากันกับมื้ออาหารได้เป็นอย่างดีนำเสนอมาในราคาเริ่มต้นที่ราว ๆ ขวดละ 40-50 € เท่านั้นโดยในมื้อนี้เราได้ลิ้มลองไวน์ Château Favray Pouilly-Fumé 2020 จากแถบ Upper Loire ประเทศฝรั่งเศสและ Pacher Hof Kerner 2021 จาก Südtirol-Alto Adige ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีประกอบกันไปกับเมนูที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่น
รูปที่ 22
Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Robert Veuger ยังคัดสรรค์ไวน์กว่า 600 Labels ที่เข้ากันกับมื้ออาหารได้เป็นอย่างดีนำเสนอมาในราคาเริ่มต้นที่ราว ๆ ขวดละ 40-50 € เท่านั้นโดยในมื้อนี้เราได้ลิ้มลองไวน์ Château Favray Pouilly-Fumé 2020 จากแถบ Upper Loire ประเทศฝรั่งเศสและ Pacher Hof Kerner 2021 จาก Südtirol-Alto Adige ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีประกอบกันไปกับเมนูที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่น
🎗 [THE PLACE] Amstelveen เป็นชุมชนชานเมืองทางตอนใต้ของกรุง Amsterdam โดดเด่นด้วย Nes aan de Amstel หมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 และ Blosempark สวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระริมทะเลสาบ De Poel อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งแลนมาร์คสำคัญที่ดึงดูดสายตาของบรรดานักชิมจากทั่วทั้งยุโรปนั่นก็คือห้องอาหารชั้นสูงนามว่า Aan de Poel (แปลตรงตัวได้ว่า At de Pond) ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบ
รูปที่ 23
🎗 [THE PLACE] Amstelveen เป็นชุมชนชานเมืองทางตอนใต้ของกรุง Amsterdam โดดเด่นด้วย Nes aan de Amstel หมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 16 และ Blosempark สวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระริมทะเลสาบ De Poel อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งแลนมาร์คสำคัญที่ดึงดูดสายตาของบรรดานักชิมจากทั่วทั้งยุโรปนั่นก็คือห้องอาหารชั้นสูงนามว่า Aan de Poel (แปลตรงตัวได้ว่า At de Pond) ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบ
ภายในตกแต่งแบบโมเดิร์นด้วยโทนสีเข้ม
รูปที่ 24
ภายในตกแต่งแบบโมเดิร์นด้วยโทนสีเข้ม
บรรยากาศที่เปลี่ยนไปในยามค่ำคืน
รูปที่ 25
บรรยากาศที่เปลี่ยนไปในยามค่ำคืน
บรรยากาศช่วงมื้อเย็น
รูปที่ 26
บรรยากาศช่วงมื้อเย็น
ห้องครัวแบบ Open kitchen ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบมีการเคลื่อนไหว
รูปที่ 27
ห้องครัวแบบ Open kitchen ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบมีการเคลื่อนไหว
ฝั่งหนึ่งกั้นด้วยประตูกระจกใสเปิดออกสู่พื้นที่เทอเรสริมทะเลสาบซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการผ่อนคลายในยามพระอาทิตย์ตกดิน
รูปที่ 28
ฝั่งหนึ่งกั้นด้วยประตูกระจกใสเปิดออกสู่พื้นที่เทอเรสริมทะเลสาบซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการผ่อนคลายในยามพระอาทิตย์ตกดิน
บรรยากาศช่วงกลางวัน
รูปที่ 29
บรรยากาศช่วงกลางวัน
บรรยากาศยามเย็น
รูปที่ 30
บรรยากาศยามเย็น
บรรยากาศช่วงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ ทะเลสาบ De Poel
รูปที่ 31
บรรยากาศช่วงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ ทะเลสาบ De Poel
บรรยากาศริมทะเลสาบ
รูปที่ 32
บรรยากาศริมทะเลสาบ
ตัวร้านเมื่อมองย้อนมาจากฝั่งทะเลสาบ
รูปที่ 33
ตัวร้านเมื่อมองย้อนมาจากฝั่งทะเลสาบ
🎗 [WHY GO] เมื่อเทียบองค์ประกอบทุกอย่างในมื้ออาหารทั้งรสชาติ ไวน์ ราคา บรรยากาศ บริการ และทำเลที่ตั้งทำให้ Aan de Poel ถือเป็นห้องอาหารอันดับต้น ๆ ของประเทศเนเธอแลนด์ที่เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ตามรอยมาชิมกัน ถึงแม้ว่าเซ็ตเมนูช่วงมื้อกลางวันจะมีราคาที่เข้าถึงง่ายแต่เราเชื่อว่าภาพจำของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนลงต่ำและค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปกับแสงสะท้อนสีระเรื่อริมทะเลสาบ De Poel ช่วงมื้อเย็นจะสามารถสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับทุก ๆ คนได้อย่างแน่นอน
รูปที่ 34
🎗 [WHY GO] เมื่อเทียบองค์ประกอบทุกอย่างในมื้ออาหารทั้งรสชาติ ไวน์ ราคา บรรยากาศ บริการ และทำเลที่ตั้งทำให้ Aan de Poel ถือเป็นห้องอาหารอันดับต้น ๆ ของประเทศเนเธอแลนด์ที่เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ตามรอยมาชิมกัน ถึงแม้ว่าเซ็ตเมนูช่วงมื้อกลางวันจะมีราคาที่เข้าถึงง่ายแต่เราเชื่อว่าภาพจำของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนลงต่ำและค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปกับแสงสะท้อนสีระเรื่อริมทะเลสาบ De Poel ช่วงมื้อเย็นจะสามารถสร้างความทรงจำอันน่าประทับใจให้กับทุก ๆ คนได้อย่างแน่นอน