Visit: August 14, 2024

🇹🇭 Coda - โคด้า

👨🏻‍🍳 Chef Supasit Kokpol (Chef Tap) - เชฟศุภสิทธิ์ ก๊กผล (เชฟแท็ป)

130-132 ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน, กรุงเทพ, 10330, ประเทศไทย

Tel: 083-959-6296

Cuisine

🍴 Thai contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

14.5/20

Price

4/5
          

🎗️ เชฟศุภสิทธิ์ ก๊กผล หรือเชฟแท็ป เติบโตมาโดยมีครอบครัวประกอบกิจการร้านอาหารทะเลเกียง้วน มหาชัย ซีฟู้ด อย่างไรก็ตามตัวเขาเองเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่แตกต่างออกไป หลังจากประสบความสำเร็จกับห้องอาหาร Adhoc เขาเนรมิตรห้องอาหารในฝันขึ้นและตั้งชื่อว่า Coda โดยเลือกทำเลสุดไพรม์ในย่านหลังสวนดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ลูกค้าสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดของอาคาร Sindhorn Village ส่วนตัวร้านนั้นจะตั้งอยู่ด้านหน้าโดยมีจุดเด่นคือห้องรับประทานอาหารรูปตัว L ที่โค้งรับกันไปกับห้องครัวแบบเปิดช่วยเพิ่มความไดนามิคให้กับบรรยากาศโดยรวมได้ตลอดทั้งมื้อ เพดานยกสูงมีโคมไฟระย้าช่วยส่องสว่างในช่วงกลางคืน ผนังกระจกใสปล่อยให้แสงอาทิตย์สอดส่องผ่านเข้ามาในช่วงเย็น นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถมองเห็นรถยนต์สัญจรผ่านไปมาอีกด้วย ลึกเข้าไปเป็นห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชั้น 2 ให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

          

🎗️ เชฟแท็ปนำเสนออาหารไทยร่สมสมัยโดยคัดสรรวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบไทยคุฯภาพดีและวัตถุดิบจากฝั่งญี่ปุ่นในการรังสรรค์อาหารไทยร่วมสมัยให้ออกมาเป็น Tasting Menu จำนวน 6 คอร์สในราคาสุดคุ้มค่าคือ 3,450 บาท++ โดยมี Signature Dish สำหรับ Add On เพิ่มเติมได้อีก 2 เมนู รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณรวมไปถึงไวน์หาชิมยากอีกบางส่วน สำหรับเมนูที่เราประทับใจในวันนี้คือ

✨ Abalone – Mountain Rice, Basil

เมนูนี้เชฟนำเสนอโป๊ะแตกเป่าฮื้อโดยเลือกใช้เป็นซอสหอยเป่าฮื้อที่เตรียมมาเป็นฐานกรอบด้านนอก ตรงกลางบรรจุข้าวดอยที่ผ่านการหุงกับซอสเป่าฮื้อย่างจนหอมกรุ่น แผ่นวงกลมคือชิปส์ที่เตรียมมาจากมะดยือเทศเผา ส่วนซุปรอบ ๆ คือซุปสารพัดหอยที่เมื่อคลุกรวมกันจะให้อโรมาหอม ๆ และรสชาติจัดจ้านในแบบโป๊ะแตกนั่นเอง (15/20)

✨ Somtum – Amaebi, Papaya, Carrot

เมนู Signature Dish ประจำร้านคือส้มตำข้าวเหนียวไก่ย่าง เชฟนำเสนอข้าวเหนียวไก่ย่างโดยใช้ไก่ร่าเริงจากเขาใหญ่ย่างจนสุกเสิร์ฟมาแบบหนังนุ่มหนึบ ด้านในสอดไส้ข้าวเหนียวแล้วท็อปด้านบนด้วยกระเทียมต้นทอดกรอบ ข้าง ๆ กันคือส้มตำที่มีความหวานและนุ่มของเนื้อกุ้ง Ama Ebi ตัดกันกับความกรอบของมะละกอ และหัวไชเท้าดองน้ำส้มตำ ยังมีแผ่นแครกเกอร์แครอท กุ้งป่น และซอร์เบท์ที่เตรียมขึ้นมาจาก Clarified Tomato Water หรือน้ำมะเขือเทศที่ผ่านการกรองจนใสสร้างความอุมามิและสดชื่นให้กับจานนั่นเอง (15/20)

✨ Cha Thai – Black Tea, Ceylon Tea, Brown Sugar

ชาไทยไข่มุก ด้านล่างคือชั้นของ Praline Feuilletine หรือทองม้วนฝรั่งเศสให้ความกรอบ ถัดมาคือชั้นของปาท่องโก๋กรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี จากนั้นคือชั้นของ Assam Semifreddo หรือเซมิเฟรดโด้ชาดำให้อโรมาเฉพาะตัว สุดท้ายคือความหอมและครีมมี่ที่ได้จากไอศกรีมที่เตรียมมาจากชาซีลอนและชาแดง ยังมีการแทรกความนุ่มหนึบของไข่มุกลงไปในตัวขนมด้วย สุดท้ายคือซอสที่เตรียมมาจากวานิลลาและบราวน์ชูก้าที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดและเข้มข้นนั่นเอง (15/20)

🎗️ Coda เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถรักษาสมดุลของรสชาติที่เข้าถึงง่ายและหน้าตาที่แลดูร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าจนไม่แปลกใจที่ตัวร้านมักถูกจองเต็มอยู่ตลอดเวลา อย่าลืมเผื่อท้องเอาไว้สำหรับข้าวต้มเป็ด Dry-Aged ที่เชฟนำส่วน Off-Trimmed มาเสิร์ฟให้เติมกันได้แบบไม่อั้นจนกว่าจะอิ่มอีกด้วย

Price :

3,450++

Parking :

จอดที่อาคาร Sindhorn Village

Operating Time :

Lunch Sat-Sun 12.00-15.00, Dinner Daily 18.00-22.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารไทยร่วมสมัยรสชาติดีในราคาสุดคุ้มค่า

อาหาร :

14.5

ราคา :

4/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

3/5

Map

📃 TASTING MENU (3,450++)

          

Blue Crab – Crab Mousse, Sable, Radicchio

Cod – Aromatic Herbs, Lime, Basil

Coconut – Keluga Caviar, Coconut Shoot

Abalone – Mountain Rice, Basil

Tiger Prawn – Tom Yum, Potato

Szechuan Cold Pasta – Szechuan Peppercorn, Apple, Kaffir Lime, Akami (Add On 380++)

Somtum – Amaebi, Papaya, Carrot

Abura Bozu – Ankimo, Shallot, Coconut

Duck – Japanese Rice Paper, Holy Basil

Fruits – Rambutan, Pineapple, Lemon

Cha Thai – Black Tea, Ceylon Tea, Brown Sugar

🇹🇭 Coda – โคด้า

🍴 Thai contemporary – อาหารไทยร่วมสมัย

👨🏻‍🍳 Chef Supasit Kokpol (Chef Tap) – เชฟศุภสิทธิ์ ก๊กผล (เชฟแท็ป

🎗️ เชฟศุภสิทธิ์ ก๊กผล หรือเชฟแท็ป เติบโตมาโดยมีครอบครัวประกอบกิจการร้านอาหารทะเลเกียง้วน มหาชัย ซีฟู้ด อย่างไรก็ตามตัวเขาเองเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่แตกต่างออกไป หลังจากประสบความสำเร็จกับห้องอาหาร Adhoc เขาเนรมิตรห้องอาหารในฝันขึ้นและตั้งชื่อว่า Coda โดยเลือกทำเลสุดไพรม์ในย่านหลังสวนดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

Blue Crab – Crab Mousse, Sable, Radicchio

เริ่มต้นด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยคำแรกโดยเชฟนำเสนอ Sablé กระเทียมมีบักษณะเป็นมินิทาร์ตกรอบ ๆ ด้านในบรรจุมูสปูม้าหอม ๆ และเผ่นชิปส์กรอบ ๆ ของ Radicchio ที่ด้านบน (14/20)

Cod – Aromatic Herbs, Lime, Basil

เมนูลุยสวนปลาค็อดที่เชฟนำเนื้อปลาค็อดไปคลุกกับน้ำยำ ด้านนอกคือแผ่นชิปส์ผักรวมห่อล้มช่อดอกไม้เอาไว้อย่างสวยงาม (14/20)

Coconut – Keluga Caviar, Coconut Shoot

สุดท้ายคือต้มข่าที่เชฟเสิร์ฟทาร์ตกรอบ ๆ ซึ่งบรรจุครีมกะทิหอมมันเอาไว้ตรงกลาง ด้านบนท็อปด้วย N25 Kaluga Caviar สร้างมิติความอุมามิที่พอเหมาะ นอกจากนี้เชฟยังเตรียมทาร์ตออกมาให้มีลักษณะเหมือนกะลามะพร้าวอีกด้วย (15/20)

Abalone – Mountain Rice, Basil

เมนูนี้เชฟนำเสนอโป๊ะแตกเป่าฮื้อโดยเลือกใช้เป็นซอสหอยเป่าฮื้อที่เตรียมมาเป็นฐานกรอบด้านนอก ตรงกลางบรรจุข้าวดอยที่ผ่านการหุงกับซอสเป่าฮื้อย่างจนหอมกรุ่น แผ่นวงกลมคือชิปส์ที่เตรียมมาจากมะดยือเทศเผา ส่วนซุปรอบ ๆ คือซุปสารพัดหอยที่เมื่อคลุกรวมกันจะให้อโรมาหอม ๆ และรสชาติจัดจ้านในแบบโป๊ะแตกนั่นเอง (15/20)

Tiger Prawn – Tom Yum, Potato

เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากซีรีย์เรื่อง House of Dragon และก๋วยเตี๋ยวต้มยำของไทย ด้านล่างคือเส้นมันเทศที่ทาด้วยซอสถั่วคั่ว ถัดมาคือกุ้งลายเสือตัวเขื่องจากมหาชัยเนื้อแน่น ๆ ท็อปด้วยแผ่นชิปส์กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากเปลือกกุ้งและมันกุ้ง จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสต้มยำมันกุ้งลงไป ยังมีผงสีส้มที่ให้รสชาติอันจัดจ้านเติมแต่งชวนให้นึกถึงก๋วยเตี๋ยวต้มยำมากยิ่งขึ้น (15/20)

Szechuan Cold Pasta – Szechuan Peppercorn, Apple, Kaffir Lime, Akami (Add On 380++)

คั่นกลางด้วยเมนู Add On ยอดนิมอย่าง Szechuan Cold Pasta ด้านล่างเป็นพาสต้าเส้น Capellini D’Angelo เรียวเล็กคลุกเคล้ากับซอสที่มีกลิ่นอายของเสฉวน ยังมีความสดชื่นที่ได้จากแอปเปิ้ล เชฟเสิร์ฟมาในแบบเย็นช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านบนท็อปด้วยเนื้อปลาทูน่าส่วน Akami จากประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านการ Tsuke จนได้รสชาติที่เข้มข้น (14/20)

Bread

คั่นกลางด้วยขนมปังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาย่านเยาวราช ด้านในสอดไส้ครีมข้าวโพดร้อน ๆ รสชาติหวานหอมมัน

Somtum – Amaebi, Papaya, Carrot

เมนู Signature Dish ประจำร้านคือส้มตำข้าวเหนียวไก่ย่าง เชฟนำเสนอข้าวเหนียวไก่ย่างโดยใช้ไก่ร่าเริงจากเขาใหญ่ย่างจนสุกเสิร์ฟมาแบบหนังนุ่มหนึบ ด้านในสอดไส้ข้าวเหนียวแล้วท็อปด้านบนด้วยกระเทียมต้นทอดกรอบ ข้าง ๆ กันคือส้มตำที่มีความหวานและนุ่มของเนื้อกุ้ง Ama Ebi ตัดกันกับความกรอบของมะละกอ และหัวไชเท้าดองน้ำส้มตำ ยังมีแผ่นแครกเกอร์แครอท กุ้งป่น และซอร์เบท์ที่เตรียมขึ้นมาจาก Clarified Tomato Water หรือน้ำมะเขือเทศที่ผ่านการกรองจนใสสร้างความอุมามิและสดชื่นให้กับจานนั่นเอง (15/20)

Abura Bozu – Ankimo, Shallot, Coconut

ปลาต้มกะทิที่ได้จากการนำปลา Abura Bozu จากประเทศญี่ปุ่นเสิร์ฟมากับยอดมะพร้าวย่างให้เนื้อสัมผัสที่สู้ฟันตัดกันกับชิ้นปลา เราสามารถสัมผัสได้ถึงความเปรี้ยวที่ของเลมอนที่เชฟได้มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังมีความครีมมี่หอมมันของอังกิโมะหรือตัยปลาอังเกย ด้านบนคือโฟมกะทิและแผ่นชิปส์กรอบที่เตรียมมาจากหอมแดง รอบ ๆ คือซอสที่ได้จากการนำหัวกะทิไปเคี่ยวกับกะปิและตะลิงปลิงให้ความอุมามิและเปรี้ยวได้อย่างมีมิติ (15/20)

Duck – Japanese Rice Paper, Holy Basil

เมนคอร์สในวันนี้คือผัดกะเพราเป็ด เชฟได้นำเป็ดจากจังหวัดระยองไปผ่านการดรายเอจนาน 8 วัน จากนั้นนำส่วนอกมาจี่จนสุกกำลังดี รสชาติของเนื้อเป็ดเข้มข้น หนังมีความกรอบที่พอเหมาะ ข้าง ๆ คือข้าวที่เชฟเตรียมมาเป็นแผ่นแป้งแล้วขยุ้มให้มีลักษณะคล้ายกันกับกระดาษห่อข้าว ด้านในคือข้าวจากจังหวัด Niigata ประเทศญี่ปุ่นคลุกเคล้ากับสมุนไพรและเครื่องเทศในรูปแบบของผัดกะเพรา สุดท้ายคือซอส Duck Jus ที่มีอโรมาของกะเพรา (14/20)

Fruits – Rambutan, Pineapple, Lemon

ล้างปากด้วยส้มฉุนลอยแก้วที่ได้จากการนำสับปะรดหอมสุวรรณเตรียมาเป็นชัทนีย์ เชฟยังใส่ลูกแพร์ญี่ปุ่นลงไปให้มีรสชาติหวานสดชื่น ด้านบนคือ Cultured Cream จับคู่กับซอร์เบท์เงาะและแผ่นชิปส์ที่มีความฉุนเบา ๆ ของหอมเจียว ส่วนรอบ ๆ คือน้ำเลมอนผสมกันกับน้ำใบเตยนั่นเอง (14/20)

Cha Thai – Black Tea, Ceylon Tea, Brown Sugar

ชาไทยไข่มุก ด้านล่างคือชั้นของ Praline Feuilletine หรือทองม้วนฝรั่งเศสให้ความกรอบ ถัดมาคือชั้นของปาท่องโก๋กรอบสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี จากนั้นคือชั้นของ Assam Semifreddo หรือเซมิเฟรดโด้ชาดำให้อโรมาเฉพาะตัว สุดท้ายคือความหอมและครีมมี่ที่ได้จากไอศกรีมที่เตรียมมาจากชาซีลอนและชาแดง ยังมีการแทรกความนุ่มหนึบของไข่มุกลงไปในตัวขนมด้วย สุดท้ายคือซอสที่เตรียมมาจากวานิลลาและบราวน์ชูก้าที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดและเข้มข้นนั่นเอง (15/20)

Khao Tom

สำหรับใครที่ยังไม่อิ่มสามารถเพบิดเพบินไปกับข้าวต้มเป็ดดรายเอจที่เชฟนำส่วน Off-trimmed มาเตรียมให้รสชาติที่แตกต่างไปจากร้านทั่ว ๆ ไป ทั้งยังสามารถขอเติมได้ไม่อั้นจนอิ่มอีกด้วย

Petit-fours

ปิดท้ายของหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้วยบวชชีที่ภายในบรรจุน้ำกล้วยอยู่และขนมใบเตย

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคาอาหาร

ลูกค้าสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดของอาคาร Sindhorn Village

ส่วนตัวร้านนั้นจะตั้งอยู่ด้านหน้าโดยมีจุดเด่นคือห้องรับประทานอาหารรูปตัว L ที่โค้งรับกันไปกับห้องครัวแบบเปิด

ผนังกระจกใสปล่อยให้แสงอาทิตย์สอดส่องผ่านเข้ามาในช่วงเย็น นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถมองเห็นรถยนต์สัญจรผ่านไปมาอีกด้วย

🎗️ เชฟแท็ปนำเสนออาหารไทยร่สมสมัยโดยคัดสรรวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบไทยคุฯภาพดีและวัตถุดิบจากฝั่งญี่ปุ่นในการรังสรรค์อาหารไทยร่วมสมัยให้ออกมาเป็น Tasting Menu จำนวน 6 คอร์สในราคาสุดคุ้มค่าคือ 3,450 บาท++ โดยมี Signature Dish สำหรับ Add On เพิ่มเติมได้อีก 2 เมนู

รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณรวมไปถึงไวน์หาชิมยากอีกบางส่วน

ลึกเข้าไปเป็นห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชั้น 2 ให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ภายในห้องอาหาร

พื้นที่ชั้นสอง

เพดานยกสูงมีโคมไฟระย้าช่วยส่องสว่างในช่วงกลางคืน

ห้องครัวแบบเปิดช่วยเพิ่มความไดนามิคให้กับบรรยากาศโดยรวมได้ตลอดทั้งมื้อ

🎗️ Coda เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถรักษาสมดุลของรสชาติที่เข้าถึงง่ายและหน้าตาที่แลดูร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน

ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าจนไม่แปลกใจที่ตัวร้านมักถูกจองเต็มอยู่ตลอดเวลา อย่าลืมเผื่อท้องเอาไว้สำหรับข้าวต้มเป็ด Dry-Aged ที่เชฟนำส่วน Off-Trimmed มาเสิร์ฟให้เติมกันได้แบบไม่อั้นจนกว่าจะอิ่มอีกด้วย